ตกแต่งด้วยผนังโปร่งแสง ทำให้มองเห็นวิวธรรมชาติจากด้านนอก

หลากหลายไอเดียมากมายทีเดียวสำหรับ การตกแต่งบ้าน ให้สวยน่าอยู่ สำหรับบ้านของใครที่เต็มไปด้วยบรรยากาศเดิมๆ หากคุณอยากจะปรับเปลี่ยนให้สวยน่าอยู่มากขึ้น โดยอาจปรับพื้นที่ให้โล่งโปร่งกว้างและดูหรูหราในตัวพร้อมกัน บอกเลยว่าไอเดียตกแต่งที่เรานำมาฝากกันนี้ ถือเป็นสุดยอดไอเดียเก๋ ๆ น่ารักที่เพียงหยิบจับของตกแต่งบางชิ้นมาวางตั้งหรือเพียงปรับเปลี่ยนตำแหน่งของเฟอร์นิเจอร์บางอย่างใหม่ รับรองว่าคุณจะได้พื้นที่อันกว้างสบายตาและน่าอยู่ยิ่งขึ้นแล้ว

หลากหลายไอเดียมากมายทีเดียวสำหรับการตกแต่งบ้านให้สวยน่าอยู่ สำหรับบ้านของใครที่เต็มไปด้วยบรรยากาศเดิมๆ หากคุณอยากจะปรับเปลี่ยนให้สวยน่าอยู่มากขึ้น โดยอาจปรับพื้นที่ให้โล่งโปร่งกว้างและดูหรูหราในตัวพร้อมกัน บอกเลย ว่าไอเดียตกแต่งที่เรานำมาฝากกันนี้ ถือเป็นสุดยอดไอเดียเก๋ๆ น่ารักที่เพียงหยิบจับของตกแต่งบางชิ้นมาวางตั้งหรือเพียงปรับเปลี่ยนตำแหน่งของเฟอร์นิเจอร์บางอย่างใหม่ รับรองว่าคุณจะได้พื้นที่อันกว้างสบายตาและน่าอยู่ยิ่งขึ้นแล้ว

ตกแต่งด้วยกระจกและของแต่งบ้านแบบใส

หากต้องการตกแต่งบ้านให้ออกมาในสไตล์รูปหราราวกับตกแต่งด้วยสีสันของเมทัลลิก บอกเลยไม่ยากอย่างที่คิด! เพียงคุณติดตั้งกระจกสักบานตรงผนังบ้าน สำหรับบนโต๊ะของห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่นก็เพียงเลือกใช้โต๊ะที่เป็นแก้วใสๆ หรือโลหะที่สะท้อนความมันวาว แจกันดอกไม้ใสๆ และเทียนสวยพร้อมจุดที่อยู่ในโหลแก้วเล็กๆ เพียงหยิบเอาของแต่งบ้านที่เป็นกระจกใสแบบนี้มาตั้งวางลงไป บ้านของคุณจะสวยทันตาในบรรยากาศที่แสนหรูหราราคาแพงได้ในทันทีเลยล่ะ

การตกแต่งบ้าน ไอเดียมากมายทีเดียวสำหรับ การตกแต่งบ้าน
การตกแต่งบ้าน ไอเดียมากมายทีเดียวสำหรับ การตกแต่งบ้าน

จัดมุมโปรดให้โดดเด่นติดหน้าต่างเพื่อมองวิวธรรมชาติได้อย่างทั่วถึง

หากห้องนั่งเล่นหรือพื้นที่ห้องรับแขกของบ้าน อยู่ในโซนอับทึบไร้แสงสว่างสาดส่อง ถ้าเช่นนั้น จะมัวอุดอู้ในจุดเดิมๆ กันอยู่ทำไม จุดใดของบ้านที่มีหน้าต่างและมีแสงสว่างสาดส่องถึงแบบนี้ นั่นคือจุดที่ควรจัดวางเป็นพื้นที่รับแขกหรือห้องนั่งเล่นมุมโปรดของบ้าน เพียงเท่านี้แค่คุณได้สัมผัสกับแสงสว่างที่จะทำให้บ้านโปร่งกว้างขึ้น อีกทั้งสีสันของแมกไม้ที่มองทะลุผ่านกระจกได้ ก็จะทำให้คุณได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศติดธรรมชาติซึ่งเป็นพื้นที่อันน่าภิรมย์ของบ้านอย่างเต็มอิ่มสุดๆ แล้ว

เลือกของตกแต่งแนวตั้งสูง จัดแต่งในสไตล์เรียบ ๆ แต่หรู

บ้านของเรา โดยเฉพาะในมุมของห้องรับแขกนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องนำข้าวของตกแต่งมากมายมาวางกองพะเนินเยอะจนดูรกรุงรังเสมอไปก็ได้ ยิ่งหากใครต้องการบรรยากาศบ้านที่หรูหรา โปร่งโล่งกว้างแลดูสบายตาด้วยแล้ว อันดับแรกให้เก็บข้าวของกระจุกกระจิกออกไปก่อน จากนั้นนำของตกแต่งแบบสูงยาวมาตั้ง เช่น ติดตั้งผ้ายาวแบบยาวสีสันของม่านก็รองรับตัดกันกับสีผนังหรือสีภายในห้องนั้นๆ รองลงมาก็คือโคมไฟตั้งพื้นแบบสูงยาว และอย่าลืมเสริมลูกเล่นด้วยเก้าอี้ขนสัตว์แบบเฟอร์นุ่มๆ ฟรุ้งฟริ้งสีอ่อนดูบ้าง รับรองจะช่วยเนรมิตบรรยากาศของบ้านให้น่าอยู่และสวยหรูสุดๆ เลยทีเดียว

บ้านของใครที่ยังตันกับการตกแต่งบ้านอยู่ ลองใช้ไอเดียการตกแต่งแบบนี้ดูบ้านสิ ไม่ว่าจะเป็นของตกแต่งบ้าน ตำแหน่งในการจัดวางหรืออื่นๆ รับรองบ้านของคุณจะโปร่งกว้าง หรูหราและสวยน่าอยู่ขึ้นแบบทันตาแน่นอน

บ้าน คือ ถิ่นที่อยู่อาศัยที่ให้ความอบอุ่นใจแก่ผู้อยู่อาศัย โดยคำว่าบ้านนั้นอาจมีความหมายที่รวมถึงอาคาร หรือห้องพักที่ใช้พักอาศัยด้วย ซึ่งการที่มีบ้านหนึ่งหลัง หรือไม่ว่าจะกี่หลังก็ตาม การจะออกแบบบ้านของเราให้น่าอยู่นั้นก็อาจจะต้องใช้กำลังทรัพย์ที่มากพอ ในการที่จะจัดหาอุปกรณ์ต่างๆ วัสดุ เฟอร์นิเจอร์ หรือของตกแต่งภายในบ้านเช่นกัน ซึ่งหากเรามีความคิดสร้างสรรค์ในการตกแต่ง ภายใน บ้านอยู่แล้วนั้น ก็ถือว่าเหมาะต่อการสร้างสรรค์ตัวบ้านได้เลย เพราะนอกจากจะไม่จำเป็นที่จะต้องลงทุน หรือลงทรัพย์ที่มากมาย เพื่อให้ผู้อื่นมาออกแบบตัวบ้านแทนเรา ซึ่งการตกแต่งบ้านให้น่าอยู่ สามารถจัดสรรได้โดยการมีไอเดียต่างๆ ดังนี้

1. ต้นไม้ใบเขียวสร้างความร่มรื่น

ซึ่งการตกแต่งบ้านได้ง่ายๆเลย นั้นก็คือการนำต้นไม้มาเป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่งห้อง ต้นไม้สีเขียวๆ หรือปลูกต้นกระบองเพชรใส่กระถางเล็กๆไว้ตามจุดต่างๆของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของห้องนั่งเล่น ห้องนอน หรือห้องรับแขกก็ตาม ก็จะช่วยทำให้บ้านดูสดใสขึ้น เพราะนอกจากต้นไม้จะช่วยฟอกอากาศให้บริสุทธิ์แล้ว ยังทำให้บริเวณบ้านมีบรรยากาศที่ร่มรื่น อีกทั้งส่งผลต่อเรื่องสุขภาพ ที่ทำให้สดชื่น รู้สึกดีและตัวบ้านเกิดความรู้สึกที่มีชีวิตชีวาดีได้ยิ่งขึ้น

2.เพิ่มของตกแต่งเล็กๆน้อยๆในบ้าน

ไม่เพียงแต่การมีต้นไม้ใบเขียวในบ้านแล้ว การมีของตกแต่งชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่ดูสะดุดตา หรือของที่ไม่จำเป็นจะต้องดูแลมากเท่าไหร่ นำมาวางคู่กับชั้นไม้เล็กๆ เช่น ตะกร้าหวาย กล่องดนตรีเล็กๆ หรือตัวตุ๊กตาน่ารักๆที่ทำจากไม้ ก็เป็นของตกแต่งที่ช่วยเสริมให้บรรยากาศของบ้านมีความอบอุ่น สบายตาและดูธรรมชาติ

3. เลือกสีเฟอร์นิเจอร์ให้บ้านอบอุ่น

หากพื้นบ้านของเราเป็นสีโทนอุ่น เช่น สีน้ำตาล สีไม้ สีขาวไข่ การเลือกสีเฟอร์นิเจอร์นั้นก็เป็นส่วนสำคัญ ที่จะคอยช่วยให้เกิดความอบอุ่นภายในบ้าน โดยหากเราเลือกสีโทนเดียวกัน ก็จะมีความดึงดูดแสง ทำให้สบายตาต่อคนในบ้าน หรือหากเราเลือกใช้สีที่ตัดกับสีพื้น ก็จะทำให้เกิดความสะดุดและแปลกตา ซึ่งทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความชอบและความคิดสร้างสรรค์ของผู้เป็นเจ้าของบ้านได้เลย ว่าชอบสีสันแบบใด ซึ่งการที่เราจัดให้มีสีโทนดียวกับพื้น ก็จะทำให้บ้านเรามีความอบอุ่นและอยู่สบายมากขึ้น

4. การเพิ่มแสงในที่มืด

หากตัวบ้านของเรามีที่มืดค่อนข้างจะเยอะ หรือมุมที่เป็นหลืบ อับ เราควรจะจัดแสงภายในบ้านให้เกิดความสบายตา และการใช้ชีวิตที่สะดวกด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมีแสงสว่างที่เพียงพอต่อห้องทุกๆห้อง หากเป็นห้องนั่งเล่น ซึ่งอาจจะเพิ่มเติมแสงได้โดยการ มีโคมไฟยาวสักหนึ่งตัว หรือ หากเป็นห้องทำงาน ก็อาจจะเพิ่มเติมโคมไฟตรงโต๊ะทำงานเล็กๆสักหนึ่งตัว ก็จะทำให้ห้องหรือมุมต่างๆภายในบ้านเกิดความน่ารัก อบอุ่น และน่าอยู่มากยิ่งขึ้น

5. เพิ่มพื้นที่ในบ้านให้ตกแต่งได้

โดยปัญหาหนึ่งของการอยากจะตกแต่งบ้านเลยคือ พื้นที่ภายในบ้านไม่เพียงพอ ซึ่งทั้งนี้มาดูกันก่อนเลยว่า เพราะอะไรทำไมบ้านเราจึงไม่มีพื้นที่พอต่อการตกแต่ง หรือการที่มีของสะสมที่มากเกินไป ทำให้บ้านไม่เหลือพื้นที่เพียงพอ โดยการที่เราเก็บของสะสมหรือสิ่งของที่เป็นของมรดกตกทอดไว้นั้นเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นเลย เพราะนอกจากที่ทำให้ตัวบ้านรกแล้ว ยังทำให้ไปจำกัดพื้นที่ในการตกแต่งบ้าน ดังนั้นหากเราลองเปลี่ยนความคิด นำเอาสิ่งเก่าๆที่ไม่จำเป็นออกไป หรือหากเสียดายของสิ่งนั้น ก็สามารถนำไปบริจาคให้กับผู้อื่นที่ต้องการได้ ดังนั้นเรามาเพิ่มพื้นที่ในการตกแต่งบ้านให้น่าอยู่ เพื่อตัวเราเองและก็เพื่อคนในบ้านของเราด้วยเช่นกัน

จากไอเดียการตกแต่งบ้านง่ายๆเหล่านี้ ก็อาจจะช่วยให้เกิดจุดประกายในการตกแต่งบ้านขึ้นมา ไม่มากก็น้อยแล้ว การตกแต่งบ้านไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด ดังนั้นเพื่อเติมเต็มบรรยากาศของบ้านที่ดีแล้ว เพียงเราเริ่มลงมือเล็กๆน้อยๆ จากมุมในบ้านไปสู่นอกบ้าน เพียงเท่านี้ก็จะทำให้บ้านมีบรรยากาศผ่อนคลาย ชวนให้จิตใจเราสงบและอบอุ่นยิ่งขึ้น

5 ไอเดียการแต่งบ้านให้ดูหรูหรา แบบง่าย ๆ

1. กระจก : โดยปกติแล้ว เรามักจะใช้กระจกเงาในการตกแต่งห้องน้ำ หรือห้องต่าง ๆ อยู่แล้ว เพื่อช่วยทำให้บ้านหรือพื้นที่ดูกว้างกว่าที่เป็นจริงได้ แถมยังช่วยในการเพิ่มแสงสว่าง และเมื่อสะท้อนกับแสงไฟนุ่มๆ หรือแสงแดดอ่อน ๆ ก็จะเกิดมิติวับวับ ช่วยสร้างความหรูหราได้เป็นอย่างดี ยิ่งถ้าคุณได้เลือกติดกระจกที่มีดีไซน์เก๋ ๆ ด้วย ก็จะยิ่งทำให้บ้านดูมีรสนิยมมากขึ้น

2. เมทัลลิก : ช่วยสร้างมิติวิบวับได้เช่นเดียวกับกระจก แต่จะมีเสน่ห์เพิ่มตรงสีสัน ไม่ว่าสีทอง ทองแดง หรือสีเงิน ที่ต่างก็ช่วยให้บ้านดูมีเสน่ห์สดใสแบบหรูหรา โดยคุณอาจเลือกใช้เป็นโคมไฟเมทัลลิก โต๊ะเก้าอี้เมทัลลิก หรือเป็นของตกแต่งชิ้นเล็ก ๆ อย่างตุ๊กตาเมทัลลิกก็ได้ แต่ข้อจำกัดของการใช้เมทัลลิคคือหากนำมาตกแต่งมากเกินไปก็อาจทำให้บ้านดูเยอะมากกว่า แต่งบ้านสไตล์หรูหรา ได้ ดังนั้นเราจึงต้องดูดี ๆ อย่างให้มันมากไป

3. โคมไฟระย้าคริสตัล : อีกหนึ่งเฟอร์นิเจอร์ที่ทำให้การแต่งบ้านสไตล์หรูดูสวยงามโดดเด่นขึ้น เพราะนอกจากที่จะให้ความสว่างแล้วยังเสริมให้เกิดความวิบวับภายในบ้านนั้นดูหรูหราน่าอยู่ขึ้นไปอีก โดยขนาดของโคมไฟระย้านั้นจะต้องไม่ใหญ่กว่าพื้นที่ เพื่อไม่ให้ดูเด่นเกินไป หรือหากว่าต้องให้เป็นที่สะดุดตาก็สามารถเลือกใช้ขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อยได้เช่นกัน

4. ของแต่งบ้านที่มีความใส : ความใสของสิ่งของต่าง ๆ  นอกจากจะเพิ่มความหรูหราให้บ้านดูโปร่งแล้วยังสามารถเข้ากันกับเมทัลลิกได้ดี เช่น การใช้แจกันดอกไม้แบบใส การใช้โต๊ะกลางห้องนั่งเล่นที่มีท็อปใส แต่ตัดขอบ และมีขาเป็นเมทัลลิก หรือแม้แต่การกั้นพื้นที่ด้วยกระจกใสก็สามารถทำได้เช่นกัน

5. พรม : อีกหนึ่งของแต่งบ้านที่จะช่วยให้บ้านดูหรูหราขึ้นได้จริง  นอกจากความสวยงามของพรมแต่งบ้านแล้วข้อดีของมันคือยังป้องกันรอยขีดข่วนสำหรับคนที่กังวลว่าพื้นอันเงาวับจะเป็นรอย พรมจะเป็นอีกหนึ่งของแต่งบ้านที่ช่วยได้ แถมยังเพิ่มสัมผัสความอ่อนนุ่มให้เท้า ป้องกันการลื่นล้ม โดยอาจะเลือกพรมเข้ากับธีมสีห้อง อย่างพรมสีอ่อน จะทำให้ห้องดูกว้างสว่างสบายตา ดูหรูหราเข้ากับเฟอร์นิเจอร์ของตกแต่งบ้านที่มีความใสอีกด้วย

แสงธรรมชาติเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่สร้างให้พื้นที่ทางสถาปัตยกรรมนั้นแลดูมีชีวิตชีวาเสมอ บ่อยครั้งที่สถาปนิกหรือนักออกแบบเลือกที่จะสร้างช่องแสงให้ตกลงมาในตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ทั้งบรรยากาศที่อบอุ่นผ่อนคลายเกิดเป็นมุมมองทางธรรมชาติที่น่าสนใจ

ซึ่งนอกจากแสงธรรมชาติจากภายนอกที่สามารถสาดเข้ามาทางหน้าต่างและบานกระจกแล้วนั้น ช่องแสงบนหลังคา ก็เป็นอีกองค์ประกอบที่สามารถออกแบบได้โดยใช้วัสดุโปร่งแสง อย่างพื้นที่ต่อเติมส่วนข้างอาคารหรือหลังบ้าน หลังคาที่สามารถให้แสงอาทิตย์ส่องผ่านได้ก็เป็นที่นิยมเช่นเดียวกัน ด้วยความรู้สึกที่โปร่งโล่ง ไม่ทึบตัน อึดอัด วัสดุ หลังคาโปร่งแสง นั้นมีอยู่ด้วยกันมากมายหลายประเภท ถึงข้อเด่นข้อด้อยมีอะไรบ้างไปดูกัน

หนึ่งในวัสดุ หลังคาโปร่งแสง และโปร่งใสที่คล้ายกระจก ออกแบบบริเวณบ้าน  ซึ่งในปัจจุบันมีคุณสมบัติต้านทานความร้อนจากแสงแดดได้ถึง 50% เลยทีเดียว จึงเหมาะกับประเทศไทยเมืองแห่งแสงแดดอันร้อนแรงของเราเป็นอย่างยิ่ง มีข้อดีหลายประการโดยเฉพาะคุณสมบัติในการดัดโค้งให้เกิดความสวยงาม ตอบสนองต่องานออกแบบที่ต้องการแสดงถึงเส้นสายที่สบายตา แต่อาจจะมีราคาที่สูงอยู่บ้าง

ข้อเด่น

  • สามารถออกแบบให้ดูคล้ายกระจกได้ในน้ำหนักที่น้อยกว่า
  • ดัดโค้งได้ดี
  • เหลือง กรอบ แตก ช้ากว่า เมื่อเปรียบเทียบกับวัสดุพลาสติกชนิดอื่นๆ
  • ทนสภาวะอากาศได้ดี
  • มีการออกแบบให้กันความร้อนในตัววัสดุ

ข้อด้อย

  • ราคาสูง
  • เปราะกว่าโพลีคาร์บอเนต แต่ทนแรงกระแทกได้มากกว่ากระจกนิรภัย

โพลีคาร์บอเนต (แผ่นกลวง)

วัสดุยอดฮิตสำหรับงานต่อเติมกันสาด มีน้ำหนักเบาสามารถดัดโค้งได้เล็กน้อยติดตั้งได้ง่าย ถึงแม้จะเป็นแบบใสก็ยังคงมีเส้นของโครงสร้างวัสดุที่ทำให้มองขีดขวางทัศนียภาพในการมอง

ข้อเด่น

  • น้ำหนักเบา
  • ติดตั้งได้รวดเร็ว
  • ประหยัดโครงสร้าง

ข้อด้อย

  • โปร่งแสงแต่ไม่โปร่งใส
  • โอกาสน้ำเข้าซึ่งอาจก่อให้เกิดคราบและเชื้อรา
  • เสียงดังเวลาฝนตก
  • อายุการใช้งานสั้น

แผ่นโพลีคาร์บอเนต (แผ่นตัน)

วัสดุประเภทเดียวกับโพลีคาร์บอเนตแผ่นกลวง แต่มาในรูปแบบของแผ่นตันจึงทำให้เกิดแผ่นใสที่โปร่ง มองเห็นทะลุได้ มีข้อดีมากกว่าแผ่นหลังคาอะครีลิค แต่ทนทานกว่าซึ่งก็ต้องแลกมาด้วยน้ำหนักที่มากกว่าเช่นกัน

ข้อเด่น

  • ทนทาน
  • มีความยืดหยุ่นสูง
  • สามารถดัดโค้งได้
  • ไม่ลามและติดไฟ
  • เป็นฉนวนแต่ไม่เป็นสื่อไฟฟ้า

ข้อด้อย

  • ราคาสูง
  • มีน้ำหนักที่มาก
  • ถ้าใช้ความหนาที่น้อย(2-3 mm) อาจตกท้องช้างเกิดเป็นน้ำขังได้

หลังคากระจก

วัสดุดั้งเดิมสำหรับการทำหลังคาโปร่งแสง มีหลายประเภทไม่ว่าจะเป็นกระจกธรรมดา กระจกสี หรือกระจกขุ่นพ่นทรายที่ให้แสงนวลตา แต่ด้วยเป็นกระจกที่แม้จะแข็งแรงแต่ก็มีความเปราะด้วยเช่นกัน จึงต้องมีการเพิ่มคุณสมบัติลดการแตกเปราะด้วยการอบ Tempered หรือสอดฟิล์มนิรภัย Laminated จึงทำให้การใช้กระจกเป็นวัสดุมุงหลังคานั้นมีราคาที่สูงตามมา
ข้อเด่น

  • สวยงานออกแบบได้หลากหลาย
  • สามารถป้องกันความร้อนได้ด้วยการติดฟิลม์กันความร้อน
  • มีคุณสมบัติให้เลือกได้หลากหลาย

ข้อด้อย

  • ราคาสูง
  • มีน้ำหนักมาก
  • เปลืองค่าโครงสร้าง
  • หากใช้เป็นหลังคาอาจจะต้องใช้กระจกประเภท Tempered, Laminated หรือ Tempered Laminated เพื่อความปลอดภัย