การวินิจฉัยอะนอเร็กเซีย

0 Comments

แพทย์จะวินิจฉัยว่าผู้ป่วยเข้าข่ายป่วยเป็นโรค Anorexia หรือไม่ โดยเบื้องต้นจะซักถามคำถามทั่วไปเกี่ยวกับน้ำหนักตัวและพฤติกรรมการรับประทานอาหาร เช่น น้ำหนักตัวที่ลดลงในช่วงที่ผ่านมา ความรู้สึกหรือความกังวลเกี่ยวกับน้ำหนักตัว พฤติกรรมล้วงคออาเจียน ปัญหาประจำเดือนไม่มาหรือปัญหาเกี่ยวกับการรับประทานอาหาร ผู้ป่วยต้องตอบคำถามเหล่านี้ตามความจริง เพื่อให้ประมวลผลออกมาได้อย่างแม่นยำ ทั้งนี้ แพทย์อาจตรวจด้านอื่น ๆ สำหรับประกอบการวินิจฉัย ดังนี้

  • ตรวจร่างกาย แพทย์จะวัดน้ำหนักและส่วนสูงผู้ป่วย โดยผู้ป่วยAnorexia จะมีน้ำหนักที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ซึ่งคิดเป็นร้อยละอย่างน้อย 15 รวมทั้งวัดดัชนีมวลกาย (Body Mass Index: BMI) โดยทั่วไปแล้ว ผู้ใหญ่จะมีค่าดัชนีมวลกายในเกณฑ์สุขภาพดีอยู่ที่ 18.5-24.9 หากป่วยเป็นโรคดังกล่าวมักจะมีค่าดัชนีมวลกายต่ำกว่า 17.5 นอกจากนี้ แพทย์จะตรวจร่างกายด้านอื่น เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิตและอุณหภูมิร่างกาย ปัญหาสุขภาพเล็บและผม ฟังหัวใจและปอด และตรวจท้อง
  • ตรวจทางห้องปฏิบัติการ  แพทย์จะทำการตรวจเลือดเพิ่มเติม ได้แก่ ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (Complete Blood Count: CBC) ตรวจอิเล็กโทรไลต์ (Electrolites) และโปรตีนในเลือด ตรวจการทำงานของตับ ไต และต่อมไทรอยด์ รวมทั้งตรวจปัสสาวะ
  • วัดผลทางจิตวิทยา แพทย์จะพูดคุยซักถามเกี่ยวกับอารมณ์ ความรู้สึก และพฤติกรรมการกินของผู้ป่วย ทั้งนี้ ผู้ป่วยอาจต้องทำแบบประเมินตนเองทางจิตวิทยาเพื่อวัดผลด้วย
  • ตรวจวิธีอื่น แพทย์จะเอกซเรย์ผู้ป่วยเพื่อตรวจความหนาแน่นมวลกระดูก การแตกหรือเปราะของกระดูก และตรวจหาโรคปอดบวมหรือปัญหาสุขภาพหัวใจ ทั้งนี้ ผู้ป่วยอาจต้องเข้ารับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) เพื่อดูว่าหัวใจผิดปกติหรือไม่ การตรวจทั้งหมดนี้จะช่วยให้แพทย์สามารถประมวลผลว่าร่างกายผู้ป่วยใช้พลังงานไปเท่าไหร่ ซึ่งช่วยให้วางแผนการบริโภคสารอาหารให้เพียงพอกับความต้องการของผู้ป่วย

การวินิจฉัยโรคทางจิตเวช (Diagnotis and Statistical Manual of Mental Disorders: DSM-5) กำหนดเกณฑ์ที่ระบุลักษณะของผู้ป่วย Anorexia ไว้ ดังนี้

  • จำกัดการรับประทานอาหาร ผู้ป่วยAnorexia จะรับประทานอาหารน้อยกว่าความต้องการของร่างกาย เพื่อรักษาน้ำหนักตัวให้น้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐานตามอายุและส่วนสูงของตัวเอง
  • กลัวน้ำหนักขึ้น กลัวและกังวลว่าน้ำหนักตัวจะขึ้นหรือมีรูปร่างอ้วนเป็นอย่างมาก อีกทั้งพยายามลดน้ำหนักอยู่เสมอทั้งที่น้ำหนักตัวน้อยเกินไป เช่น ล้วงคออาเจียน หรือใช้ยาระบาย
  • มีปัญหากับรูปร่างตนเอง ผู้ป่วยไม่รู้สึกกังวลที่มีน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน โดยให้คุณค่าตัวเองผูกติดอยู่กับน้ำหนัก รวมทั้งรับรู้ภาพลักษณ์หรือรูปร่างของตนเองที่บิดเบือนไปจากความเป็นจริง
ป้ายกำกับ:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เรื่องล่าสุด

คลังเก็บ

หมวดหมู่

เรื่องที่น่าสนใจ