น้ำเกลือล้างแผล ใช้อย่างไรให้ถูกต้องและปลอดภัย

อุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่มักนำมาทำความสะอาดแผลจากอุบัติเหตุที่ไม่รุนแรงนัก น้ำเกลือล้างแผล  เช่น หกล้มเป็นแผลถลอก มีดบาดไม่ลึก แผลถูกของแหลมแทง และยังใช้ล้างแผลจากการเจาะร่างกายเพื่อสวมใส่เครื่องประดับ เช่น เจาะหู เจาะสะดือ ได้ด้วย โดยแผลเหล่านี้อาจใช้น้ำเกลือรักษาเป็นหลักเพียงอย่างเดียวและผู้ป่วยสามารถทำแผลด้วยตนเองได้ เพราะน้ำเกลือล้างแผลหาซื้อได้ง่ายตามร้านขายยาทั่วไป และไม่ทำให้ระคายเคืองหรือแสบร้อนบริเวณแผล ทั้งนี้ ควรศึกษาวิธีการทำความสะอาดแผลด้วยน้ำเกลืออย่างถูกต้องและเหมาะสมตามชนิดของแผลที่แตกต่างกัน.

วิธีทำความสะอาดแผลด้วยน้ำเกลือล้างแผล

อาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นบริเวณผิวหนังและเนื้อเยื่อร่างกาย อาจมีสาเหตุมาจากการหกล้ แผล คือ การถูกของมีคมบาดหรือถูกวัตถุปลายแหลมแทง รวมถึงการเจาะร่างกาย เมื่อเกิดบาดแผลขึ้นและเป็นบาดแผลที่ไม่รุนแรงมาก ผู้ป่วยอาจรักษาแผลเองได้ด้วยการใช้น้ำเกลือล้างแผลที่บ้าน ซึ่งขั้นตอนการทำความสะอาดแผลด้วยน้ำเกลืออาจแตกต่างกันไปตามชนิดของแผล ดังนี้

บาดแผลทั่วไป

หลายคนอาจเข้าใจว่าการนำผ้าพันแผลหรือพลาสเตอร์มาปิดบริเวณบาดแผล จะช่วยป้องกันแผลจากสิ่งสกปรก แต่ในความเป็นจริง ควรล้างแผลให้สะอาดก่อนพันปิดบาดแผล โดยทำตามลำดับดังต่อไปนี้

  • ล้างมือให้สะอาดก่อนทำแผล และสวมถุงมือ หากมือมีแผล
  • หากทำแผลให้ผู้อื่น ให้ผู้บาดเจ็บอยู่ในท่านั่งหรือท่านอนเสมอ
  • หากแผลมีสิ่งปนเปื้อน ให้ล้างแผลก่อน โดยใช้น้ำเกลือราดล้างบาดแผลหรือให้น้ำสะอาดไหลผ่านบาดแผล อาจใช้ทิชชูเปียกที่ปราศจากแอลกอฮอล์หรือผ้าก๊อซเช็ดล้างทำความสะอาดแผล แต่ห้ามใช้สำลีเช็ดแผล เพราะเส้นใยอาจติดอยู่ในแผล และห้ามใช้น้ำยาฆ่าเชื้อล้างแผลเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อเกิดความเสียหาย และทำให้เกิดแผลบาดเจ็บเพิ่มเติมได้
  • หลังจากล้างสิ่งสกปรกออกจากแผลแล้ว นำผ้าก๊อซไปชุบน้ำเกลือล้างแผลให้เปียกหมาด ๆ แล้วทาหรือเช็ดบริเวณรอบ ๆ บาดแผล
  • ปิดแผลด้วยผ้าพันแผลหรือพลาสเตอร์ที่ปลอดเชื้อ

หากสังเกตเห็นเลือดซึมผ่านผ้าพันแผลออกมา ให้นำผ้าพันแผลอีกชิ้นมาปิดทับผ้าพันแผลอันเดิมแล้วกดแผลค้างไว้ และหากพบวัตถุอื่น ๆ ติดแน่นอยู่ในแผล ให้ไปรับการรักษาจากแพทย์หรือพยาบาล ไม่ควรพยายามนำวัตถุดังกล่าวออกเองโดยพลการ

แผลผ่าตัด

แผลผ่าตัดอาจมีขนาดหรือความยาวแตกต่างกันไปตามประเภทของการผ่าตัด โดยส่วนใหญ่ แพทย์จะเย็บปิดแผลไว้หลังผ่าตัด ซึ่งผู้ป่วยมักไม่ต้องทำแผลใด ๆ เพิ่มเติม แต่อาจต้องดูแลไหมเย็บแผลให้สะอาดและแห้งอยู่เสมอ ต้องไม่เกาหรือแกะบริเวณบาดแผล และงดการเล่นกีฬาต่าง ๆ  ufabet24 เพื่อป้องกันการอักเสบหรือติดเชื้อ โดยผู้ป่วยควรสอบถามวิธีการดูแลแผลผ่าตัดอย่างละเอียด และผู้ป่วยอาจต้องดูแลหรือทำความสะอาดแผลด้วยตนเองที่บ้านจนกว่าแผลจะหายดี

ขั้นตอนการทำความสะอาดแผลผ่าตัดด้วยน้ำเกลือล้างแผล มีดังนี้

  • ล้างมือให้สะอาด หรืออาจล้างมือด้วยน้ำยาทำความสะอาดที่ผสมแอลกอฮอล์
  • ใช้ผ้าก๊อซเช็ดทำความสะอาดรอบ ๆ แผล
  • นำผ้าก๊อซไปชุบน้ำเกลือล้างแผลจนชุ่ม แล้วนำมาทาหรือเช็ดแผลเบา ๆ
  • เช็ดคราบเลือดแห้งและของเหลวอื่น ๆ ที่เกาะติดบริเวณแผลออกให้หมด

มาทารอบแผลหากไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ นอกจากนี้ ห้ามนำครีมทาผิวและสมุนไพรอื่น ๆ และห้ามทำความสะอาดแผลด้วยน้ำยาทำความสะอาดผิว แอลกอฮอล์ สารเปอร์ออกไซด์ ไอโอดีน หรือสบู่ขจัดแบคทีเรียเด็ดขาด เพราะผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอาจทำลายเนื้อเยื่อบริเวณแผล และทำให้แผลสมานตัวช้าลง

แผลจากการเจาะร่างกาย

แผลที่เกิดจากการเจาะร่างกายอาจต้องรับการรักษาเช่นเดียวกับแผลชนิดอื่น ๆ และน้ำเกลือล้างแผลอาจเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและดีที่สุดในการทำความสะอาดแผล ซึ่งวิธีการทำความสะอาดแผลจากการเจาะร่างกายด้วยน้ำเกลือ มีดังนี้

  • นำผ้าพันแผลชุบน้ำเกลือล้างแผลให้ชุ่ม แล้วประคบบริเวณแผลเจาะร่างกายจนน้ำเกลือซึมเข้าไปในแผล
  • ให้นำผ้าไปชุบน้ำเกลือแล้วประคบซ้ำอีกหลาย ๆ ครั้ง หากน้ำเกลือยังไม่ซึมเข้าแผลเท่าที่ควร เพราะติดสะเก็ดน้ำเหลือง  ทำซ้ำเรื่อย ๆ จนครบ 5 นาที หรือจนกว่าน้ำเกลือจะซึมเข้าไปในแผลดีแล้ว และสะเก็ดน้ำเหลืองนุ่มลงจนหลุดออกจากผิวหนัง

วัตถุประสงค์ของการล้างแผล

  • เพื่อให้แผลมีสภาวะที่ดี เหมาะแก่การงอกของเนื้อเยื่อ
  • ดูดซึมสารคัดหลั่ง เช่น เลือด น้ำเหลือง หนอง
  • จำกัดการเคลื่อนไหว ของแผลให้อยู่นิ่ง
  • ให้ความชุ่มชื้น กับพื้นผิวของแผลอยู่เสมอ
  • ป้องกันไม่ให้ผ้าปิดแผลติด และดึงรั้งเนื้อเยื่อที่งอกใหม่
  • ป้องกันแผล หรือเนื้อเยื่อที่เกิดใหม่จากสิ่งกระทบกระเทือน
  • ป้องกันแผลปนเปื้อนเชื้อโรค จากอุจจาระ ปัสสาวะ หรือสิ่งสกปรกอื่นๆ
  • เป็นการห้ามเลือด
น้ำเกลือล้างแผล
น้ำเกลือล้างแผล

วิธีทำน้ำเกลือล้างแผลด้วยตนเอง

หากไม่สะดวกไปหาซื้อน้ำเกลือล้างแผลจากร้านขายยา ผู้ป่วยอาจทำน้ำเกลือล้างแผลด้วยตนเองได้ตามวิธีดังต่อไปนี้

  • น้ำประปาต้ม 5 นาทีประมาณ 3.8 ลิตร เตรียมน้ำกลั่นที่สะอาดปราศจากเชื้อประมาณ 3.8 ลิตร  แต่ห้ามใช้น้ำทะเลหรือน้ำบาดาลมาทำน้ำเกลือ
  • นำเกลือที่บริโภคทั่วไปปริมาณ 8 ช้อนชา มาผสมกับน้ำที่เตรียมไว้ แล้วคนให้เกลือละลายจนหมด
  • นำน้ำเกลือที่ได้เทเก็บไว้ในภาชนะที่ผ่านการทำความสะอาดและปราศจากเชื้อ เช่น ขวดแก้ว หรือขวดน้ำที่ปิดสนิท
  • เก็บน้ำเกลือที่บรรจุใส่ภาชนะแล้วไว้ในอุณหภูมิห้อง ซึ่งน้ำเกลือที่ทำขึ้นสามารถใช้งานได้นานประมาณ 1 สัปดาห์

ข้อควรระวังในการใช้น้ำเกลือล้างแผล

ผู้ใช้น้ำเกลือล้างแผลควรอ่านฉลากบนผลิตภัณฑ์ก่อนใช้ทุกครั้ง และควรบันทึกวันที่เปิดใช้ขวดน้ำเกลือล้างแผล เพราะแบคทีเรียอาจเกิดขึ้นได้ภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากเปิดใช้ และหากใช้น้ำเกลือล้างแผลแล้วยังมีอาการเจ็บปวด บวมแดง มีหนองไหลออกมาจากแผล หรือสังเกตเห็นวัตถุติดอยู่ภายในแผล ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษาเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม หากบาดแผลเกิดจากอุบัติเหตุรุนแรง เป็นแผลขนาดใหญ่ แผลลึก แผลที่เป็นรอยกัดจากคนหรือสัตว์ แผลเก่าที่อาจติดเชื้อ แผลบริเวณหลอดเลือดแดงและข้อพับ หรือแผลมีเลือดออกอย่างต่อเนื่องแม้ผ่านการปฐมพยาบาลเบื้องต้นไปแล้วประมาณ 15-20 นาที ผู้ป่วยไม่ควรทำแผลด้วยตนเอง แต่ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

1. การมีเลือดออกถือเป็นการช่วยทำความสะอาดบาดแผลเบื้องต้น ดังนั้นไม่ต้องตกใจกันไป
2. ล้างแผลให้สะอาดด้วยน้ำเกลือปราศจากเชื้อ (Sodium Chloride 0.9% w/v) เพื่อขจัดสิ่งสกปรก และฝุ่นผงออกจากแผล และไม่ควรล้างแผลด้วยน้ำ แอลกอฮอล์ หรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ เพราะจะทำให้ระคายเคือง และแสบแผลได้
3. สำหรับแผลที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ (topical anticeptic) ให้ใช้ยาฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับภายนอก เช่น โพวิโดน-ไอโอดีน ใส่หลังล้างแผล
4. ปิดแผลด้วยพลาสเตอร์ยาหรือผ้าพันแผล เพื่อช่วยลดโอกาสที่เชื้อโรคจะเข้าสู่แผล และช่วยป้องกันแผลเสียดสีกับเสื้อผ้า
ทำไมเราจึงไม่ควรใช้แอลกอฮอล์ล้างแผล?
แอลกอฮอล์มีฤทธิ์ทำลายโปรตีนในเนื้อเยื่อ ทำให้เกิดเนื้อตาย แผลหายช้า แสบร้อน และระคายเคือง
แอลกอฮอล์เป็นยาฆ่าเชื้อเฉพาะที่ สำหรับใช้เช็ดผิวหนังรอบแผล  เพื่อไม่ให้เชื้อที่อยู่รอบปากแผลเข้าสู่แผล จึงไม่ควรนำมาใช้ล้างแผลเปิด
แล้วถ้าไม่ควรใช้แอลกอฮอล์ เราจะใช้อะไรล้างแผลกันดี?  คำตอบนี้ไม่ยากเลย เพราะวันนี้เรามีทางเลือกใหม่สำหรับการล้างแผลด้วยการใช้น้ำเกลือล้างแผลอย่าง ซาไลน์แคร์ (Saline Kare) ที่ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนสูง ทำให้ล้างแผลได้สะอาด และไม่แสบแผล พร้อม “ระบบเปิด-ปิดฝา” ที่ป้องกันการปนเปื้อนระหว่างการใช้ ทำให้สะอาดและปลอดภัยสำหรับคุณ ด้วยคุณสมบัติเด่น

มีตัวยา Sodium Chloride 0.9% ซึ่งเป็นสารละลายที่มีความสมดุลกับน้ำในเซลล์ร่างกาย (Isotonic) จึงไม่ทำให้แสบแผล
เมื่อล้างแผลแล้วไม่รู้สึกแสบ จึงทำให้ล้างทำความสะอาดสิ่งสกปรก และเชื้อโรคได้สะอาด ซึ่งเป็นการช่วยลดการติดเชื้อ แผลก็จะหายเร็วขึ้น
ช่วยรักษาสภาพเซลล์เนื้อเยื่อ เพราะมีส่วนประกอบที่สมดุลกับน้ำในเซลล์ร่างกาย
เป็นน้ำยาล้างแผลที่แพทย์และพยาบาลใช้
เห็นถึงข้อดีของการใช้น้ำเกลือล้างแผลแทนการใช้แอลกอฮอล์กันแล้ว คิดว่าเราคงต้องมีน้ำเกลือล้างแผล ซาไลน์แคร์ ติดบ้านกันไว้ซักขวดแล้วล่ะ แล้วอย่าลืมหากเกิดบาดแผลเมื่อไหร่ ให้ใช้น้ำเกลือล้างทำความสะอาดแผล ใส่ยาฆ่าเชื้อ จากนั้นปิดแผลด้วยพลาสเตอร์ยา และหากยังมีอาการบวมแดง มีน้ำหนอง มีไข้ แปลว่าแผลอาจจะติดเชื้อ หรือกรณีเลือดไหลไม่หยุดภายใน 5-10 นาที มีแผลลึก ปากแผลเปิดกว้าง หรือมีสิ่งสกปรกติดแผลที่เอาไม่ออก หรือเกิดบาดแผลใกล้บริเวณดวงตา ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อหาทางรักษาต่อไป

น้ำเกลือล้างแผล ซาไลน์แคร์ หาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อ และร้านขายยาชั้นนำทั่วไป ขนาดบรรจุ 200 ml. ซึ่งเป็นขนาดที่เหมาะที่สุดสำหรับใช้ล้างแผล ทั้งนี้ก็เพราะการล้างแผลควรฉีดล้างด้วยปริมาณน้ำพอสมควร จึงจะกำจัดสิ่งสกปรกหลุดออกจากแผลให้หมด นอกจากนี้แล้วเรายังควรล้างแผล และเปลี่ยนวัสดุปิดแผลกันเป็นประจำทุกวันด้วยนะคะ เพียงเท่านี้ก็จะหมดห่วงเรื่องแผลติดเชื้อกันไปได้เลย