สาเหตุความขัดแย้งและแนวทางแก้ไขของปัญหาครอบครัว

จากสังคมไทยที่เจอ ปัญหาครอบครัว เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ทั่วไป เพราะทุกครอบครัวล้วนมีเหตุที่อาจก่อความขัดแย้งระหว่างสมาชิกภายในบ้านได้ ไม่ว่าจะเป็นความคิดเห็นที่แตกต่าง การเลี้ยงลูก ปัญหาสุขภาพ หรือสถานภาพทางการเงิน ซึ่งความขัดแย้งเหล่านี้อาจบานปลายจนกระทบต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว อาจทำให้ชีวิตคู่จบลงและส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของเด็กได้ด้วย

เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นภายในครอบครัว  ufabet24  ทำให้คนในบ้านควรร่วมมือกันจัดการปัญหาต่าง ๆ เพื่อให้ชีวิตคู่ราบรื่น และสมาชิกคนอื่น ๆ ก็สามารถอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้

สาเหตุส่วนใหญ่ของปัญหาครอบครัว

ปัจจัยต่าง ๆ ต่อไปนี้ มักเป็นสาเหตุของความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในครอบครัว

ภาวะเจ็บป่วย

หากสมาชิกในครอบครัว โดยเฉพาะเด็กหรือหัวหน้าครอบครัวมีปัญหาสุขภาพหรือป่วยเป็นโรคต่าง ๆ ก็อาจส่งผลกระทบต่อจิตใจของคนในครอบครัวและสร้างความกังวลใจไม่น้อย เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมาได้ เช่น สถานะทางการเงินของครอบครัว เป็นต้น

ปัญหาด้านการเงิน

ภาวะเศรษฐกิจและการว่างงานอาจทำให้สมาชิกภายใน ครอบครัวเกิดความเครียด วิตกกังวล และอาจเผชิญภาวะซึมเศร้าได้ ปัญหาทางการเงินอาจเป็นสาเหตุทำให้พ่อหรือแม่ต้องออกไปหางานทำ จนส่งผลให้เด็กต้องอยู่กันตามลำพังและขาดการดูแลหรืออบรมสั่งสอนอย่างที่ควรจะได้รับ

ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว
ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว

นิสัยและความเคยชินส่วนตัว

แม้จะตกลงใช้ชีวิตคู่ร่วมกันฉันสามีภรรยาแล้ว แต่นิสัยส่วนตัวที่มีมานานนั้นเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ยาก ซึ่งอาจทำให้คู่สมรสไม่พอใจนิสัยหรือการกระทำของอีกฝ่ายเมื่อต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน และอาจนำมาสู่ความขัดแย้งได้

ความบกพร่องในการรับผิดชอบหน้าที่

ในยุคปัจจุบัน ผู้หญิงมีบทบาทในการทำงานเพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูครอบครัวเช่นเดียวกับผู้ชาย หากผู้หญิงต้องรับผิดชอบงานบ้านต่าง ๆ หลังเลิกงานก็อาจทำให้รู้สึกเหนื่อย หงุดหงิด และอาจเกิดความขัดแย้งในครอบครัวขึ้นได้ เนื่องจากสามีและภรรยาควรมีความรับผิดชอบในงานบ้านและการดูแลบุตรร่วมกัน

การนอกใจ

สาเหตุของการ นอกใจ เป็นปัญหาที่อาจร้ายแรงจนถึงขั้น ทำให้ความสัมพันธ์ของคู่สมรสจบลงและเกิดการหย่าร้างได้ ซึ่งเด็กที่พ่อแม่หย่าร้างกันนั้นอาจรู้สึกขาดความอบอุ่น ขาดการดูแลอบรมที่ดี ขาดที่พึ่งและการชี้แนะให้คำปรึกษา จนอาจทำให้เด็กขาดการควบคุมตนเองและส่งผลให้มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมได้ เช่น ติดยาเสพติด ติดการพนัน และมีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ เป็นต้น

การใช้ความรุนแรง

การที่มีการขาดการสื่อสารที่ดีและได้รับแรงกดดันจากภายนอกครอบครัว เช่น ภาวะเศรษฐกิจ และความเครียด เป็นต้น ก็อาจทำให้เกิดความขัดแย้งและใช้ความรุนแรงภายในครอบครัวได้ โดยผู้ที่ถูกกระทำมักเป็นเด็กและสตรี ซึ่งเด็กที่เติบโตจากครอบครัวที่มีการใช้ความรุนแรงนั้นมีแนวโน้มที่จะมีพฤติกรรมก้าวร้าวเมื่อโตขึ้น มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ติดยาเสพติด ติดการพนัน และมีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศได้

การขาดความเอาใจใส่และไม่มีเวลาให้กัน

ด้วยภาระหน้าที่ของสมาชิกในบ้านแต่ละคน อาจทำให้ไม่มีเวลาพูดคุย สอบถามสารทุกข์สุกดิบ หรือทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อกระชับความสัมพันธ์ภายในครอบครัว

ปัญหาครอบครัวนำไปสู่ปัญหาสุขภาพ

ต้องบอกเลยว่า ปัญหาครอบครัว อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจได้ โดยผู้ที่เผชิญปัญหาครอบครัวอาจมีอาการเครียด ปวดหัว หงุดหงิดง่าย แยกตัว ทำงานอย่างไม่มีประสิทธิภาพ มีปัญหาการนอนหลับ อารมณ์แปรปรวน ซึมเศร้า สิ้นหวัง พึ่งพาสารเสพติด และอาจทะเลาะเบาะแว้งกับสมาชิกในครอบครัวอยู่บ่อย ๆ ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นอาจลุกลามใหญ่โตหรือเรื้อรังได้ และอาจทำให้สมาชิกครอบครัวเกิดอาการทางจิตเวช เช่น โรคจิตประสาท โรคซึมเศร้า โรคบุคลิกภาพแปรปรวน เป็นต้น ดังนั้น การแก้ไขปัญหาครอบครัวตั้งแต่ต้นจะช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพกายใจของสมาชิกในครอบครัวได้

การรับมือเมื่อเกิดปัญหาครอบครัว  

แนวทางต่าง ๆ ต่อไปนี้ อาจช่วยแก้ไขสถานการณ์และความขัดแย้งภายในครอบครัวได้

  • เปิดใจและรับฟัง หากสังเกตว่าสมาชิกในครอบครัวมีท่าทีที่แปลกไป ควรสอบถามถึงความผิดปกติและพูดคุยถึงปัญหาที่เกิดขึ้น โดยการเปิดใจพูดคุยกับสมาชิกในครอบครัวจะช่วยให้เข้าใจความรู้สึกของกันและกันได้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ ควรเป็นผู้ฟังที่ดีและบอกความต้องการของตนเองด้วยความนุ่มนวล ใช้วาจาสุภาพ และไม่ควรว่ากล่าวหรือตำหนิอีกฝ่ายหนึ่งด้วยคำพูดที่รุนแรง
  • ร่วมมือกันดูแลครอบครัว คุณพ่อคุณแม่ควรร่วมมือและช่วยเหลือกันในการดูแลครอบครัว แก้ไขปัญหาต่าง ๆ และสอดส่องดูแลพฤติกรรมของลูก ๆ โดยไม่ปล่อยให้เป็นภาระหน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่งเท่านั้น
  • คนในครอบครัวอาจรับรู้ถึงความเครียดสะสม ควรทิ้งความเครียดไว้นอกบ้าน เพราะมันแสดงผ่านจากสีหน้า จากที่ทำงานผ่านการแสดงสีหน้าของสมาชิกในครอบครัวได้ ซึ่งส่งผลให้คนอื่น ๆ รู้สึกไม่ดีไปด้วย ดังนั้น อาจฟังเพลงหรือสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อปรับอารมณ์ตนเองให้ดีขึ้นก่อนเข้าบ้าน
  • แบ่งหน้าที่รับผิดชอบ การแบ่งงานบ้านต่าง ๆ เช่น การกวาดบ้าน การถูบ้าน การทิ้งขยะ และการดูดฝุ่น เป็นต้น จะทำให้สมาชิกทุกคนในบ้านมีส่วนร่วมในการทำงานร่วมกัน ซึ่งอาจช่วยป้องกันความขัดแย้งและยังเป็นการฝึกให้เด็กรู้จักช่วยเหลือตนเองเมื่อโตขึ้นอีกด้วย
  • รับประทานอาหารร่วมกัน การรับประทานอาหารเย็นร่วมกันทำให้สมาชิกในครอบครัวมีโอกาสพูดคุยกัน ช่วยสานสัมพันธ์ภายในครอบครัวให้ดีขึ้น เป็นโอกาสที่ดีสำหรับพ่อแม่ที่จะสังเกตอารมณ์และเรียนรู้นิสัยใจคอของลูก ๆ และยังเป็นช่วงเวลาที่เด็กได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จากพ่อแม่อีกด้วย
  • การทำกิจกรรมร่วมกัน การใช้เวลาที่มีคุณภาพร่วมกันแม้เพียงเล็กน้อยก็ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาครอบครัวที่มีคุณภาพ โดยอาจทำกิจกรรม เช่น เล่นบอร์ดเกม ทำงานศิลปะ ออกไปเดินเล่นด้วยกันตอนเย็นหรือช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เป็นต้น
  • ควรใส่ใจตัวเองมากขึ้น ภาวะเครียดจากปัญหาครอบครัวอาจทำให้เกิดพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสมและทำลายสุขภาพได้ ดังนั้น ควรดูแลและใส่ใจสุขภาพตัวเองเสมอ เช่น รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในปริมาณที่เหมาะสม ออกกำลังกายเป็นประจำ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เป็นต้น
  • สร้างสภาพแวดล้อมที่ดี สภาพแวดล้อมอาจส่งผลต่อพฤติกรรมได้ การปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมภายในบ้านหรือรอบ ๆ บ้านให้ดีขึ้นอาจช่วยลดอาการเครียดที่เกิดขึ้นได้

เมื่อไหร่ที่ควรขอคำแนะนำจากแพทย์ ?

ปัญหาครอบครัวอาจส่งผลกระทบต่ออารมณ์และสภาพจิตใจได้ ดังนั้น ผู้ที่กำลังเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ ภายในครอบครัว ทั้งปัญหาการใช้ความรุนแรงหรือปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างคู่สมรส อาจโทรศัพท์เพื่อขอรับคำปรึกษาจากกรมสุขภาพจิตที่สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ซึ่งให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ อาจไปพบจิตแพทย์เพื่อปรึกษาปัญหาและรับคำแนะนำได้ตามโรงพยาบาลจิตเวชสังกัดกรมสุขภาพจิตทั่วประเทศ

หลังจากที่มีความขัดแย้งกัน อยากให้แต่ละฝ่ายถอยออกมาคนละก้าว นอกจากนี้ขอนำเสนอ วิธีช่วยลดความขัดแย้งระหว่างกัน เผื่อว่าจะช่วยได้บ้างจากหนักให้เป็นเบาขึ้นดังนี้

คุยกันต่อหน้า
เมื่อคุณมีปัญหาขัดแย้งกับผู้อื่น ควรพูดคุยกันต่อหน้า ซึ่งจะช่วยหลีกเลี่ยงการเข้าใจผิดกันได้เป็นอย่างดี ไม่ควรใช้วิธีส่งข้อความผ่านทางอีเมล จดหมาย โทรศัพท์ หรือพูดผ่านบุคคลที่สาม ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดกันมากยิ่งขึ้น
เนื่องจากการส่งข้อความหรือพูดคุยกัน โดยอีกฝ่ายไม่เห็นสีหน้าท่าทางของคุณ ที่บ่งบอกถึงความเห็นอกเห็นใจหรือความเข้าใจนั้น อาจยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงกว่าเดิม

เจรจาในที่ส่วนตัว
การเจรจาข้อพิพาทในสถานที่เปิด อาจมีตัวแปรอื่นๆยั่วยุให้เกิดข้อขัดแย้งเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น ทางที่ดีควรหาสถานที่ที่เป็นส่วนตัว ที่คู่กรณีสามารถพูดคุยกันได้อย่างเต็มที่ เพราะบ่อยครั้งที่ความคิดเห็นจากบรรดาเพื่อนร่วมงาน เพื่อนฝูง หรือคนรอบข้าง ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับความขัดแย้ง อาจทำให้บรรยากาศในการแก้ไขปัญหา แย่ลงกว่าเดิม

ปลดปล่อยอารมณ์
เปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายได้แสดงอารมณ์ความรู้สึกในเรื่องที่ขัดแย้งอย่างเต็มที่ แต่ต้องเป็นไปด้วยความสงบ และหากฝ่ายหนึ่งไม่อยากพูด ขอให้เขียนจุดสำคัญๆ 2-3 เรื่อง เพื่อให้อีกฝ่ายได้อ่านและเข้าใจความรู้สึกนั้น เนื่องจากการปลดปล่อยอารมณ์ที่แท้จริงออกมา จะช่วยบรรเทาความคับข้องใจของตัวเอง อีกทั้งทำให้เข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่าย ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้ง่ายขึ้น

รู้จักประนีประนอม
จำไว้ว่า หากคุณต้องการแก้ปัญหาความขัดแย้งใดๆก็ตาม อย่ายึดติดกับความคิดเห็นของตัวเองเป็นใหญ่ ควรมีความยืดหยุ่น รับฟังความคิดของผู้อื่น และยอมรับว่า บางครั้งคุณอาจต้องล้มเลิกแผนการหรือความต้องการเดิมที่วางไว้ เพื่อให้ได้ข้อยุติในการขจัดความขัดแย้งโดยสันติ

มีเป้าหมายร่วมกัน
การให้คู่พิพาทร่วมกันทำงาน เพื่อบรรลุเป้าหมายเดียวกัน ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ใช้แก้ปัญหาความขัดแย้งอย่างได้ผล โดยเฉพาะในที่ทำงาน ซึ่งเมื่อต่างคนต่างทำตามวิธีของตัวเอง อาจเกิดข้อขัดแย้งและในที่สุดก็ไปไม่ถึงจุดหมายเพราะฉะนั้น วิธีจัดการกับเรื่องนี้คือ ระดมความคิดทั้งสองฝ่าย และเลือกวิธีที่ดีที่สุดที่เห็นตรงกัน เพื่อนำไปปฏิบัติ ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้งในการทำงานได้

เขาคิดถูก ก็ต้องยอมรับ
ระหว่างการเจรจา หากคุณเห็นด้วยกับข้อโต้แย้งบางเรื่องของคู่กรณีที่มีเหตุผลดี คุณต้องรู้จักยอมรับ ไม่ต้องอายหรือกลัวเสียหน้าเสียศักดิ์ศรีแต่ประการใด เพราะการยอมรับความคิดเห็นของอีกฝ่ายโดยปราศจากอคติ จะช่วยให้การสนทนามีทางออก และลดทอนความรู้สึกไม่เป็นมิตรลงได้

เครียดนัก ก็พักก่อน
หากความขัดแย้งที่เกิดขึ้น มีมากเกินกว่าจะคุยกันด้วยเหตุด้วยผลละก็ ขอให้หาเวลานอก แล้วออกจากสถานการณ์ที่ตึงเครียด และเมื่อจิตใจสงบลง ค่อยกลับมาเจรจากันใหม่ในภายหลังเพราะการแตะเบรก จะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายมีเวลาทบทวนในเรื่องที่โต้เถียงกันได้อย่างกระจ่างและมีเหตุผลยิ่งขึ้น

สอดแทรกอารมณ์ขัน
การคลี่คลายสถานการณ์ขัดแย้งที่ดูตึงเครียด ด้วยเรื่องตลกหรือขำขัน อาจเป็นวิธีง่ายๆที่ช่วยให้อีกฝ่ายเข้าใจถึงสาเหตุที่คุณไม่เห็นด้วยกับความคิดของเขา อีกทั้งยังช่วยให้บรรยากาศที่มึนตึง ดูผ่อนคลายลง แต่ควรหลีกเลี่ยงเรื่องตลกที่อาจทำให้คู่กรณีไม่พอใจหรือเป็นการดูถูก ที่สำคัญ ต้องพยายามมิให้เรื่องขำขันของคุณกลายเป็นตลกฝืด ที่ดูยังไงก็ไม่สนุกไปด้วย

ขอความช่วยเหลือ
เมื่อการพยายามแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเกิดบานปลาย มีความรุนแรง ข่มขู่ ด่าทอ หรือใช้กำลังเข้าร่วม โปรดอย่ารีรอที่จะขอความช่วยเหลือจากบุคคลภายนอก

ให้เวลาเยียวยา
หากไม่มีฝ่ายใดยอมลดราวาศอกให้กัน ควรเจรจาเพื่อหาข้อยุติที่เป็นกลาง ไม่ให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเป็นผู้ชนะ และหยุดปัญหาพิพาทไว้ชั่วคราว เพราะบ่อยครั้งที่กาลเวลาสามารถเยียวยาความขัดแย้งได้อย่างเห็นผลแต่หากเรื่องขัดแย้งดังกล่าวยังคงค้างคาใจ แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด คุณคงต้องหวนกลับไปพูดคุยกับคู่กรณีใหม่ เพื่อไม่ให้ความสัมพันธ์แย่ลงไปกว่าเดิม