อาหารต้านโรค ถั่วงอก วิธีบริโภคอย่างปลอดภัย

0 Comments

ถั่วงอกมี สารอาหารมากมาย เช่น โปรตีน กรดอะมิโน แคลเซียม และ สารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย ประโยชน์ของถั่วงอกอาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังได้ เช่น เบาหวาน มะเร็ง นอกจากนี้ พลังงานของถั่วงอกยังต่ำมาก เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังลดน้ำหนักหรือกำลังลดน้ำหนัก ถั่วงอกเป็นถั่วงอกที่งอกจากถั่วดำ ถั่วเขียว ถั่วหรือถั่วเหลือง โดยทั่วไปคนไทยชอบกินถั่วงอกที่ทำจากถั่วเขียวและถั่วเหลือง ถั่วงอกเหล่านี้มักใช้ในการปรุงอาหาร ปรุงสุกและดิบอย่างก๋วยเตี๋ยวหรือผัดไทย หลายคนอาจกินถั่วงอกเพราะรสชาติของถั่วงอก แต่พวกเขาอาจไม่รู้ว่าถั่วงอกดีหรือไม่ดีต่อสุขภาพ ในบทความนี้ เราได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับถั่วงอก รวมถึงวิธีการกินและฝากของกันอย่างปลอดภัย คุณค่าทางโภชนาการของถั่วงอก ถั่วเขียวที่ได้จากถั่วงอกมักจะอุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย สารอาหารบางชนิดจะเพิ่มขึ้นหากปลูกและงอกเมล็ด

สำหรับถั่วเขียวสุกประมาณ 200 กรัม ให้พลังงานประมาณ 212 กิโลแคลอรี โดยจะประกอบไปด้วย โปรตีน 14 กรัม คาร์โบไฮเดรต 39 กรัม และใยอาหาร 15 กรัม หมายความว่าการบริโภคถั่วงอกในปริมาณเดียวกันอาจจะได้รับ สารอาหารประเภทโปรตีน ค่อนข้างสูงและร่างกายได้รับพลังงานไม่มากนัก อีกทั้งถั่วงอกยังมีสารอาหารอื่น ๆ ที่ ร่างกายควรได้รับต่อวันในปริมาณที่ค่อนข้างสูง เช่น

    • โฟเลต 80 เปอร์เซ็นต์ที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน
    • แมงกานีส 30 เปอร์เซ็นต์ที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน
    • วิตามินบี 1 และฟอสฟอรัส 20-25 เปอร์เซ็นต์ที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน
    • ธาตุเหล็ก โพแทสเซียม สังกะสี และวิตามินชนิดอื่น ๆ

ประโยชน์ถั่วงอกดิบ

ประโยชน์จากการรับประทานถั่วงอก ของคู่ครัวไทย อย่างที่ได้กล่าวไปว่าถั่วงอกนั้นอุดมไปด้วยสารอาหารหลายชนิด อีกทั้งยังให้พลังงานต่ำ ผู้ที่บริโภคถั่วงอกเป็นประจำก็อาจได้รับประโยชน์

ลดความเสี่ยงจากโรคเบาหวาน

ถั่วงอกมีสารต้านอนุมูลอิสระชื่อ ฟีโนลิค (Phenolic) ที่อาจเป็นประโยชน์ในการป้องกันโรคเบาหวาน โดยผลจากการศึกษาพบว่าสารฟีโนลิคอาจช่วยให้ร่างกายดูดซึมอาหารประเภทน้ำตาลและนำไปใช้ได้ดีขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด นอกจากนี้ สารนี้ยังช่วยกระตุ้นการผลิตไกลโคเจนและปรับระดับไขมันในร่างกาย โดยปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นตัวแปรสำคัญในการลดความเสี่ยงของ โรคเบาหวาน ลง แต่การศึกษาดังกล่าวไม่ได้ระบุถึงผลข้างเคียงของสารฟีโนลิค จึงอาจต้องรอการศึกษาเพิ่มเติมในเรื่องนี้ เพื่อให้แน่ใจว่าสารชนิดนี้ไม่ส่งผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายหากรับประทานในปริมาณมาก

ลดความดันโลหิต

ความดันโลหิตสูงเป็นภาวะที่ค่อนข้างอันตราย เพราะผู้ที่มีภาวะดังกล่าวอาจมีความเสี่ยงของโรคร้ายแรงมากกว่าคนกลุ่มอื่น เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคสมองเสื่อม โดยจากการศึกษาพบว่า กรดอะมิโนและโปรตีนที่พบในสารสกัดจากถั่วงอกมีคุณสมบัติช่วยลดระดับของความดันโลหิต ดังนั้น การรับประทานถั่วงอกเป็นประจำก็อาจช่วยลดระดับความดันโลหิตในผู้ที่มีความดันโลหิตสูง อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาชิ้นนี้ไม่ใช่การรับประทานถั่วงอกโดยตรง แต่เป็นการศึกษาสารสกัดจากถั่วงอก ซึ่งคุณประโยชน์ด้านการลดความดันโลหิตก็อาจเปลี่ยนแปลงได้

ต้านการอักเสบ

ถั่วงอกประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและสารพฤษเคมีที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายในหลาย ๆ ด้าน โดยหนึ่งในสรรพคุณที่ถูกกล่าวถึง คือ การต้านการอักเสบ จากการศึกษาพบว่าสารอาหารหลายชนิดที่สกัดได้จากถั่วงอก อย่างโพลีฟีนอล กรดแกลลิก และฟลาโวนอยด์ มีส่วนช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน จึงเชื่อกันว่าการบริโภคถั่วงอกอาจบรรเทาอาการของโรคที่ทำให้เกิดการอักเสบขึ้น เช่น โรคภูมิแพ้ โรคเบาหวาน หรือโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ อย่างไรก็ตาม การรักษาอาการอักเสบที่เกิดจากโรคต่าง ๆ ด้วยการรับประทานถั่วงอกควรรอการศึกษาในมนุษย์เพิ่มเติม เพื่อยืนยันถึงสรรพคุณดังกล่าว

รักษาโรคผิวหนัง

สารโพลีฟีนอล (Polyphenol) ที่มีอยู่ในถั่วงอกเชื่อว่าอาจเป็นประโยชน์ต่อการรักษาโรคผิวหนัง โดยมีผลงานวิจัยงานหนึ่งที่ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างคุณสมบัติของสารโพลีฟีนอลกับประโยชน์ทางการแพทย์ พบว่าสารโพลีฟีนอลมีสรรพคุณช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ ต้านเชื้อโรค ลดการอักเสบ และช่วยให้ผิวแข็งแรง จึงอาจเป็นประโยชน์ในการรักษาแผลเรื้อรัง แผลไหม้ โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง รวมไปถึงโรคที่เป็นอันตรายอย่างโรคมะเร็งผิวหนังด้วย นอกจากนี้ ยังช่วยแก้ปัญหาผิวต่าง ๆ เช่น รักษาสิว ลดริ้วรอย และจุดด่างดำ แต่งานวิจัยนี้ก็พบผลข้างเคียงจากการใช้อยู่บ้าง และไม่ใช่การศึกษาสารโพลีฟีนอลในถั่วงอกโดยตรง ดังนั้น หากใครต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารโพลีฟีนอลเพื่อการรักษาโรคหรือบำรุงผิว ควรปรึกษาแพทย์ถึงวิธีการใช้ที่ปลอดภัย

ประโยชน์ถั่วงอก

รับประทาน ถั่วงอก อย่างไรให้ปลอดภัย หายห่วง ?

แม้ว่าถั่วงอกจะมีประโยชน์และให้คุณค่าทางสารอาหารมากมาย แต่ในบางครั้งการบริโภคในปริมาณที่มากเกินไปหรือเก็บรักษาที่ไม่ดีอาจเพิ่มความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดความผิดปกติได้ รวมทั้งควรระวังการปนเปื้อนหรือสารบางชนิดในถั่วงอก

  • เชื้อโรค
    ขั้นตอนการปลูก ขนส่งหรือเก็บรักษาที่ไม่ดี อาจทำให้ถั่วงอกปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ซาลโมเนลลา (Salmonella) และเอสเชอริเชีย โคไล (Escherichia coli) ที่อาจทำให้เกิดอาการท้องเสีย อาเจียน และอาหารเป็นพิษ ดังนั้น ก่อนนำถั่วงอกหรือผักชนิดอื่นมาปรุงอาหาร ควรล้างด้วยน้ำสะอาดผสมด่างทับทิม เบกกิ้งโซดา หรือน้ำส้มสายชู จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง เพื่อลดเชื้อโรค
  • สารฟอกขาว
    สารฟอกขาวเป็น วัตถุเจือปนอาหาร ที่นิยมนำมาใช้กับถั่วงอก เพื่อให้ถั่วงอกดูขาวสะอาด ไม่มีรอยช้ำ สดใหม่ และน่ารับประทาน หากร่างกายได้รับสารฟอกขาวในปริมาณมากอาจตกค้างภายในร่างกายและเป็นอันตรายได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการหอบหืด จึงควรเลือกซื้อถั่วงอกที่ดูไม่ขาวเกินไปหรือมีรอยช้ำบ้างเล็กน้อย ก็อาจช่วยลดความเสี่ยงที่จะได้รับสารฟอกขาวเข้าสู่ร่างกายเกินขนาด
  • สารไฟเตท (Phytate)
    สารไฟเตทเป็นสารตามธรรมชาติที่มีอยู่ในถั่วงอกดิบ แต่จะมีปริมาณลดลงหลังจากการปรุงสุก ซึ่งสาเหตุสำคัญที่ควรระวังสารนี้เป็นเพราะว่า สารไฟเตทนั้นมีคุณสมบัติยับยั้งการดูดซึมโปรตีนและแร่ธาตุ เช่น ธาตุเหล็ก แคลเซียม สังกะสี หรือแมกนีเซียม ดังนั้น การบริโภคถั่วงอกดิบปริมาณมากและต่อเนื่องอาจส่งผลให้ร่างกายได้รับสารอาหารต่าง ๆ ลดลง โดยเฉพาะในคุณแม่ตั้งครรภ์ เพราะคุณแม่มักต้องการสารอาหารเหล่านี้ในปริมาณมากกว่าคนทั่วไป เพื่อช่วยเสริมพัฒนาการของทารกในครรภ์และบำรุงร่างกายของคุณแม่เอง นอกจากนี้ ผู้ป่วยที่มีภาวะขาดแร่ธาตุก็ควรหลีกเลี่ยงเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ ถั่วงอกนั้นเป็นวัตถุดิบที่มีสารอาหารชั้นยอด อีกทั้งยังปลอดภัยหากรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมและปรุงอย่างถูกวิธี บางครอบครัวเลือกที่จะเพาะถั่วงอกเพื่อรับประทานเอง ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงจากการได้รับสารฟอกขาวได้อีกทางหนึ่ง

ป้ายกำกับ:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เรื่องล่าสุด

คลังเก็บ

หมวดหมู่

เรื่องที่น่าสนใจ