ผิวลอก รักษาได้ถ้ารู้สาเหตุ ยังถือเป็นปัญหาผิวหนังที่ควรรักษา

ผิวลอก นอกจากจะสร้างความรำคาญใจและส่งผลต่อความสวยงามแล้ว ยังถือเป็นปัญหาผิวหนังที่ควรรักษา เพราะหากปล่อยไว้อาจเรื้อรังได้ ทั้งนี้ การรู้ถึงสาเหตุที่ทำให้ผิวลอกจะช่วยให้รักษาได้อย่างตรงจุดและหายเร็วยิ่งขึ้น

อาการผิวลอก คือภาวะที่ผิวหนังชั้นนอกสุดหรือหนังกำพร้าหลุดลอกออกมา ส่งผลให้ผิวหนังมีลักษณะแห้งแตก รวมทั้งอาจมีอาการแดงหรือคันร่วมด้วย ซึ่งอาการผิวลอกนี้เกิดขึ้นได้ทั่วร่างกาย และอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้

ผิวลอก เกิดจากอะไร ?

อาการผิวลอกเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่โดยทั่วไปมักเกิดจากผิวไหม้จากแสงแดด ผิวแห้ง การเกิดแผลตามผิวหนัง น้ำกัดเท้า หรือมีเล็บขบ นอกจากนี้ ผิวลอกอาจเกิดจากปัญหาผิวหนังต่อไปนี้

  • สาเหตุจากอาการภูมิแพ้ ได้แก่ โรคผิวหนังอักเสบจากการแพ้ ปฏิกิริยาจากการแพ้หรือการใช้ยาบางชนิด
  • สาเหตุจากการอักเสบ ได้แก่ โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง โรคเซบเดิร์ม (Seborrheic Dermatitis) โรคผื่นแพ้สัมผัส ผื่นผ้าอ้อม เป็นต้น
  • สาเหตุจากการติดเชื้อ เช่น โรคกลาก
  • สาเหตุจากภาวะภูมิคุ้มกันผิดปกติ ได้แก่ โรคสะเก็ดเงิน โรคไลเคนพลานัส  (Lichen Planus)

ทั้งนี้ โรคผิวหนังที่เกิดจากสาเหตุอื่น ๆ ก็อาจทำให้ผิวลอกได้ เช่น โรคผื่นกุหลาบ ซึ่งเป็นโรคผิวหนังที่ยังไม่พบสาเหตุแน่ชัด หรือโรคแอกทินิกเคอราโทซิส (Actinic Keratosis: AK) ซึ่งเป็นภาวะที่อาจกลายไปเป็นมะเร็งผิวหนัง มีสาเหตุมาจากการถูกแดดมากเกินไป หรือโรคดักแด้ อันเป็นความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ทำให้ผิวหนังแห้งและหลุดลอกออกมา

นอกจากนี้ โรคที่เกี่ยวข้องกับระบบอื่น ๆ ในร่างกายบางชนิดอาจส่งผลกระทบต่อระบบผิวหนังจนเกิดการหลุดลอกได้เช่นกัน เช่น ภาวะฮอร์โมนพาราไทรอยด์ตํ่า (Hypoparathyroidism) โรคผิวหนังและกล้ามเนื้ออักเสบ ภาวะผื่นผิวหนังอักเสบจากการคั่งของเลือดที่บริเวณขา ภาวะท็อกซิกช็อกซินโดรม (Toxic Shock Syndrome: TSS) และโรคคาวาซากิ (Kawasaki Disease) ซึ่งพบได้น้อยมาก เป็นต้น

แก้ หน้าลอก เป็นขุย
แก้ หน้าลอก เป็นขุย

ผิวลอกรักษาได้อย่างไร ?

การรักษาอาการผิวลอกนั้นขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรง ซึ่งส่วนใหญ่การใช้ครีมบำรุงผิวจะช่วยแก้ปัญหาได้ในเบื้องต้น แต่หากเกิดจากอาการแพ้และไม่รุนแรงมากนัก การหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นการแพ้จะช่วยให้อาการดีขึ้นได้ ทั้งนี้ หากไม่แน่ใจว่าแพ้สารชนิดใด ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียด

อาการผิวลอกที่เกิดจากโรคเกี่ยวกับผิวหนังชนิดอื่น ๆ แพทย์อาจให้ใช้ยาทา แต่หากมีสาเหตุมาจากโรคในระบบอื่น ๆ ของร่างกาย อาจต้องใช้ยารับประทานควบคู่กันไปด้วย ซึ่งการรักษาในระดับที่เจาะจงมากขึ้นนั้นจะต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนังเท่านั้น เพื่อความปลอดภัย

ในกรณีที่มีอาการผิวลอกร่วมกับผิวแห้ง ผู้ป่วยต้องรักษาอาการผิวแห้งควบคู่กันไปด้วย เพื่อช่วยให้อาการทุเลาเร็วขึ้น โดยแพทย์อาจแนะนำให้ใช้ครีมที่มีส่วนผสมของกรดแลคติกหรือครีมที่มีทั้งกรดแลคติกและสารยูเรีย เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง แต่หากผิวแห้งมาก ๆ จนทำให้ผิวแตกเป็นแผล แพทย์อาจทำแผลและปิดแผลไว้ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ

เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์ ?

ส่วนใหญ่แล้วอาการผิวลอกมีสาเหตุมาจากโรคผิวหนังที่ไม่รุนแรงมากนัก และไม่จำเป็นต้องรักษาอย่างเร่งด่วน มีเพียงบางกรณีเท่านั้นที่รุนแรง ซึ่งพบได้น้อยมาก อย่างไรก็ตาม หากใช้วิธีบรรเทาอาการผิวลอกและผิวแห้งด้วยตัวเองแล้วยังไม่ดีขึ้นหรือมีอาการไม่พึงประสงค์อื่น ๆ ควรรีบไปพบแพทย์ผิวหนัง เนื่องจากอาการผิวลอกอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่รุนแรงได้ ผู้ป่วยควรหมั่นสังเกตความผิดปกติของตนเอง หากมีอาการต่อไปนี้ร่วมด้วย ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด

  • อาการแพ้อย่างรุนแรง เช่น ลมพิษ มีอาการบวมตามร่างกายอย่างรุนแรง หายใจลำบาก หรือคันตามผิวหนัง
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • มีไข้สูง
  • มีแผลพุพองเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันและรุนแรง

การป้องกันอาการผิวลอก

อาการผิวลอกไม่อาจป้องกันได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่สามารถลดความเสี่ยงได้โดยการหลีกเลี่ยงการสัมผัสสารเคมีหรือสารก่อภูมิแพ้ต่าง ๆ รวมทั้งเชื้อโรคที่อาจทำให้เกิดการติดเชื้อบริเวณผิวหนัง ที่สำคัญควรรักษาความสะอาดของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่ผิวหนัง ทั้งนี้ หากเป็นคนที่มีผิวแห้งอยู่แล้ว ควรทาโลชั่นเพื่อคงความชุ่มชื้นของผิวหนังเป็นประจำ รวมทั้งหลีกเลี่ยงการอาบน้ำและสระผมด้วยน้ำอุ่น เพราะจะยิ่งทำให้ผิวแห้งและส่งผลให้ผิวลอกได้

หลาย ๆ คนประสบกับปัญหาผิวแห้งโดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวอาจทำให้คุณและลูกน้อยมีผิวแห้งมากกว่าภาวะปกติ ผิวแห้งอาจเป็นจุดเริ่มต้นทำให้เกิดโรคผิวหนังอื่น ๆ ตามมาได้

ผิวแห้งเกิดจากอะไร?

ผิวแห้งเกิดจากการที่มีน้ำในผิวหนังชั้นหนังกำพร้าลดลง โดยปัจจัยที่มีผลทำให้เกิดภาวะผิวแห้ง ได้แก่ เพศ อายุที่มากขึ้น โรคผิวหนัง พันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมภายนอก เช่น การอาบน้ำร้อน อากาศที่แห้งและเย็น เป็นต้น

ผิวแห้งมีอาการอย่างไร?

ผู้ที่มีผิวแห้งจะมีผิวหนังที่แห้งกร้าน มองเห็นร่องของผิว ในรายที่มีอาการมากผิวหนังอาจมีอาการแดงลอกเป็นขุย แตกลาย โดยมักพบบริเวณ แขน ขา และมือ นอกจากนี้ยังมีอาการแสบคัน การเกาอาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังได้อีกด้วย

วิธีการรักษา

วิธีรักษาเบื้องต้นคือ ควรอาบน้ำในอุณหภูมิปกติ ไม่อาบน้ำหรือแช่น้ำนาน ๆ ทาโลชั่นบำรุงผิวหลังอาบน้ำในตอนเช้าและตอนเย็น โดยควรทาโลชั่นภายหลังการอาบน้ำและเช็ดตัวหมาด ๆ  ทันที หรือถ้าระหว่างวันรู้สึกว่าผิวแห้งก็สามารถทาโลชั่นเพิ่มได้ตลอด ควรเลือกใช้โลชั่นที่มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม สารกันเสียหรือมีสีเจือปนอยู่ เพราะอาจจะก่อให้เกิดอาการระคายเคืองกับผิวได้

ในกรณีที่มีผิวแห้งมากจนเกิดอาการแสบคัน แตก ลอกเป็นขุยหรือมีการอักเสบของผิวเกิดขึ้น ควรไปพบแพทย์เนื่องจากอาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยยาสเตียรอยด์เพื่อลดการอักเสบของผิวหนังและยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาภาวะติดเชื้อของผิวหนัง

ควรเลือกใช้สบู่อะไรเมื่อมีปัญหาผิวแห้ง?

ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นมาทดแทนสบู่เรียกว่า “syndet” สามารถทำความสะอาดผิวหนังได้เหมือนสบู่แต่เกิดอาการระคายเคืองและทำให้ผิวแห้งน้อยกว่า โดยแนะนำให้ใช้ syndet รูปแบบน้ำที่มีค่า pH น้อยกว่า 7 ไม่ใส่สีหรือสารกันเสีย และปราศจากน้ำหอม

เราสามารถป้องกันภาวะผิวแห้งได้อย่างไร?

เราสามารถป้องกันภาวะผิวแห้งได้โดยการหลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่น  ufabet24 หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอมและสารกันเสีย และหลีกเลี่ยงการอยู่ในบริเวณที่มีอากาศแห้งและเย็น ถ้าไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ก็ควรทาโลชั่นเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหนังอย่างสม่ำเสมอ

อาการผิวแห้งมากเป็นอย่างไร

1. เสื้อผ้าปกปิด

เพราะผิวนั้นเป็นด่านแรกที่ต้องเจอกับสภาพแวดล้อมทั้งดีและร้ายในแต่ละวัน ดังนั้น ขณะที่ผิวยังเกิดอาการแห้งแตก แดงคันอยู่ ให้ปรับเสื้อผ้ามาเป็นโล่กำบังผิว เพื่อไม่ให้อากาศโดยรอบแย่งน้ำออกจากผิว เลี่ยงการสวมใส่เสื้อผ้าที่เปิดเผยผิวมากจนเกินไปในช่วงที่มีอาการ และควรมองหาเนื้อผ้าที่ทำมาจากเส้นใยธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้าย หรือคอตตอนแทน เพราะผ้าเหล่านี้ไม่มีสารเคมีที่ทำให้ผิวได้รับการระคายเคืองเพิ่มเติม

2. ครีมบำรุงที่ตรงจุด

ช่วงที่ผิวแห้งมากสิ่งสำคัญที่สุดคือการทาครีมบำรุงผิว หรือมอยเจอร์ไรเซอร์เพื่อเติมน้ำให้ผิวและเคลือบกักเก็บความชุ่มชื้นเป็นประจำทุกเช้าและเย็น ควรเลือกครีมบำรุงที่มีส่วนผสมเข้มข้นและซึมซาบได้ดี เช่น เซรั่ม ที่มีเนื้อบางเบาแต่ได้สารสกัดที่เข้มข้น สามารถเข้าช่วยปลอบผิวได้อย่างตรงจุด และสำหรับผิวหน้าที่แห้งมากขอแนะนำ เซรั่มบำรุงผิวหน้า ONE สูตรมอยเจอร์ไรเซอร์ ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น พร้อมฟื้นฟูผิวที่อ่อนล้าให้กลับมามีผิวสวย อวบอิ่ม นุ่มเด้ง ฉ่ำน้ำได้

3. กันแดดอย่าให้ขาด

อีกหนึ่งตัวช่วยอย่างผลิตภัณฑ์กันแดด ก็สามารถเปลี่ยนผิวที่แห้งให้กลับมาเป็นผิวชุ่มชื้นได้ เพราะรังสียูวีในแสงแดดเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำร้ายคอลลาเจน ซึ่งทำหน้าที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวเสื่อมสภาพลง ดังนั้น อย่าลืมใช้กันแดดปกป้องผิวจากอันตรายของรังสียูวี ขอแนะนำ เซรั่มกันแดด กลูตา – ออเร้นจ์ เซรั่มเนื้อน้ำนมบางเบา ปกป้องผิวและพร้อมบำรุงจากสารสกัดส้มสีแดง กลูตาไธโอนและพืชธรรมชาติ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและปรับผิวให้ดูกระจ่างใสขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ

4. อาหารเสริมเติมความชุ่มชื้น

สุดท้ายอย่าลืมดูแลตัวเองจากภายใน ดื่มน้ำสะอาดให้พอดีกับร่างกายในแต่ละวัน เสริมด้วยอาหารที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ไม่ว่าจะเป็นแตงกวา มะเขือเทศ แตงโม แซลมอน หรือมองหาอาหารเสริมจำพวกวิตามินเอ วิตามินอี หรือน้ำมันปลา ก็สามารถช่วยเสริมกระบวนการทำงานของร่างกายและผิวพรรณให้กลับมามีประสิทธิภาพ ผลิตความชุ่มชื้นให้ผิวได้เหมือนเดิม

วิธีการเลือกอาหารเสริมบํารุงผิว

ในปัจจุบันอาหารเสริมบำรุงผิวเป็นที่นิยมอย่างมาก เราจึงเห็นได้ว่าในท้องตลาดนั้นมีออกมาวางขายมากมายหลายสูตร และมีประเภทที่แตกต่างกันไป ซึ่งการเลือกประเภทให้เหมาะสม เราจะต้องพิจารณาจากสิ่งเหล่านี้

โดยส่วนใหญ่แล้ว เราจะเห็นอาหารเสริมที่มาในรูปแบบผง เม็ด และแคปซูล ซึ่งเราสามารถเลือกได้ตามใจชอบ โดยคำนึงถึงความสะดวกในการรับประทานเป็นหลัก หากใครที่ไม่ต้องการความยุ่งยาก แนะนำให้เลือกแบบเม็ด เพราะสามารถพกพาได้สะดวก และรับประทานได้ง่ายเพียงแค่ดื่มน้ำตาม แถมยังไม่มีกลิ่นและรสชาติอีกด้วย แต่ถ้าหากรู้สึกลำบากในการทานยาเม็ดก็แนะนำให้มองหาแบบแคปซูลนิ่ม เพราะจะมีลักษณะที่ลื่นและไหลลงคอได้ดีกว่า

ส่วนอาหารเสริมแบบผงมักจะเจอในประเภทคอลลาเจนและวิตามิน C ซึ่งจะต้องผสมกับน้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้ก่อนดื่ม ช่วยเพิ่มอรรถรสในการรับประทานได้ดีและช่วยให้ร่างกายดูดซึมได้อย่างรวดเร็ว แต่บางยี่ห้อก็อาจเจอปัญหาของกลิ่นและรสชาติที่ทำให้เรารู้สึกว่าดื่มยากไปหน่อย นอกจากนี้ อาหารเสริมแบบผงยังดูดความชื้นได้ง่าย จึงต้องเก็บรักษาในภาชนะที่ปิดมิดชิด

เลือกอาหารเสริมบํารุงผิว ตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ

ปัญหาผิวที่แต่ละคนเจอมีหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาผิวหมองคล้ำ, ริ้วรอย, ผิวที่ไม่เรียบเนียนและปัญหาสิว เป็นต้น ดังนั้น เราจึงต้องเลือกอาหารเสริมที่สามารถตอบโจทย์ปัญหาผิวของเราได้อย่างตรงจุด