ไอเดียเปลี่ยนบ้านให้กว้างขึ้น จัดบ้านแคบให้น่าอยู่ พื้นที่ภายในบ้าน

สำหรับการจัดการพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านทุกวันนี้กลายเป็นศาสตร์สำคัญของคนที่มี พื้นที่ภายในบ้าน อย่างจำกัดไปแล้ว แต่นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด เพราะเมื่อเราอาศัยอยู่บ้านไปนานวันเข้า ข้าวของภายในบ้านก็ยิ่งเยอะมากขึ้นเป็นเรื่องปกติ ส่งผลให้พื้นที่ภายในบ้านยิ่งคับแคบลง แต่พื้นที่ที่คับแคบลงแบบนี้จะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป เพราะวันนี้เรามี “10 ไอเดียเปลี่ยนบ้านให้กว้างขึ้น” มาบอกทุกคน ไปดูกันเลย ว่าแต่ละไอเดียเปลี่ยนบ้านให้กว้างนั้นมีอะไรบ้าง

1) เปิดรับแสงธรรมชาติ
เริ่มต้นที่การเปิดรับแสงธรรมชาติเข้าบ้านกันก่อนเลย จะเห็นได้ว่าที่อยู่อาศัยในปัจจุบันนี้มักจะใช้กระจกทรงสูงหรือแม้แต่หลังคาโปร่งแสงเพื่อเปิดรับแสงจากธรรมชาติให้สาดเข้ามาในตัวบ้านมากที่สุด ทั้งนี้ก็เพราะว่าแสงสว่างที่เปิดจ้าจะทำให้บ้านดูโปร่ง ไม่อึดอัด และดูกว้างมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

2) ติด “กระจก” สร้างมิติ
อีกสิ่งที่นิยมมากในการตกแต่งบ้านก็คือ “กระจก” ซึ่งปัจจุบันไม่เพียงแค่ติดกระจกไว้สำหรับส่องภายในห้องน้ำหรือห้องแต่งตัวเท่านั้น ออกแบบบ้าน แต่ทุกพื้นที่ของบ้านเราสามารถติดกระจกไว้ได้ เพราะกระจกจะช่วยเพิ่มมิติและเสริมให้พื้นที่นั้นดูกว้างขึ้น ช่วยแก้ปัญหาบ้านแคบและทึบได้เป็นอย่างดี

3) เลี่ยงการกั้นพื้นที่แต่ละส่วน
หลายคนอาจจะชอบความเป็นส่วนตัวด้วยการกั้น พื้นที่ภายในบ้าน แต่ละส่วน แต่รู้หรือไม่ ว่าการแบ่งพื้นที่เช่นนี้จะยิ่งทำให้บ้านของเราดูแคบลง ดังนั้นทางออกที่ดีคือการเปิดเป็น Open Zone อย่างเช่นพื้นที่มุมนั่งเล่นที่สามารถเชื่อมต่อไปยังมุมรับประทานอาหารได้นั่นเอง

4) ขจัดสิ่งไม่จำเป็น
อีกสาเหตุของบ้านแคบก็คือสิ่งของที่ไม่จำเป็น! ดังนั้นการจัดแต่ละพื้นที่ภายในบ้านให้เป็นระเบียบช่วยเสริมให้บ้านดูกว้างขึ้น หากข้าวของเยอะและยังไม่สามารถตัดใจทิ้งได้นั้น ก็สามารถ Built In ตู้เก็บเพื่อเก็บของก็ได้ นอกจากจะช่วยให้บ้านเป็นระเบียบมากขึ้น ยังช่วยให้ง่ายต่อการหยิบใช้งานด้วย

5) “สี” สำคัญมาก
การทาสีบ้านนั้นเป็นสิ่งสำคัญโดยเฉพาะสีผนังที่จะช่วยให้บ้านดูกว้างขึ้น ทั้งนี้ควรเลือกใช้สีเอิร์ธโทน เพราะนอกจากจะช่วยให้บ้านดูสว่างและกว้างแล้ว ยังช่วยให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติ แต่หากใครที่ชอบโทนสีเข้ม เพียงแค่ใช้แสงไฟประดับไว้ในมุมที่มืดก็จะช่วยขับให้พื้นที่ดูกว้างขึ้นได้

6) ของตกแต่ง “MINIMAL STYLE”
สำหรับพื้นที่เล็กๆ โดยเฉพาะห้องนอน การตกแต่งถือเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งของตกแต่งแบบ “Minimal Style” ที่เน้นความเรียบง่ายกลายเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ มีขนาดเล็ก ไม่เปลืองพื้นที่มองแล้วสบายตา ทำให้พื้นที่ห้องดูกว้างขึ้นนั่นเอง

7) เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ช่วยได้
หลายคนอาจมองว่าเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่จะกินพื้นที่ภายในบ้าน ทำให้บ้านดูแคบ แต่รู้หรือไม่ว่าการตกแต่งบ้านด้วยเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่เพียงไม่กี่ชิ้นจะทำให้พื้นที่แคบๆ ดูเป็นระเบียบมากขึ้นกว่าการใช้เฟอร์นิเจอร์ชิ้นเล็กๆ หลายชิ้น เนื่องจากเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเล็กๆ นั้นให้ความรู้สึกที่รุงรังกว่าปกตินั่นเอง

8) ห้องนอนจะกว้าง อย่ามองข้าม “เตียง”
หลายครั้งที่เรารู้สึกว่าห้องนอนของเราดูแคบและอึดอัด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการเลือกเตียงนอนที่ผิด! เราควรเลือกเตียงให้เหมาะสมกับขนาดห้อง ไม่ใช้เตียงใหญ่เกินไปเพราะเปลืองพื้นที่ นอกจากนี้ตำแหน่งการวางเตียงก็สำคัญ ควรวางไว้ชิดมุมใดมุมหนึ่งเพื่อมีพื้นที่เหลือสามารถใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้

9) เฟอร์นิเจอร์ให้เหมาะสม
ปัจจุบันเฟอร์นิเจอร์แบบมัลติฟังก์ชันเป็นกำลังเป็นที่นิยมมาก เพราะเพียงชิ้นเดียวก็สามารถใช้งานได้หลากหลาย และที่สำคัญคือไม่เปลืองพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นเตียงนอนที่มีลิ้นชักสำหรับเก็บของได้ พับขึ้นแล้วกลายเป็นโต๊ะทำงานก็ได้ หรือจะเป็นตู้เสื้อผ้าที่สามารถเป็นได้ทั้งเซ็ตเครื่องแป้งในตัวก็เช่นกัน

10) ไม่จำเป็นต้องใช้ “ประตู” เสมอไป
อย่างที่บอกไปว่าการกั้นห้องจะยิ่งทำให้พื้นที่ภายในบ้านคับแคบยิ่งขึ้น ดังนั้นบางครั้งการที่แต่ละห้องมีบานประตูกั้นอยู่ก็จะทำให้พื้นที่นั้นดูแคบลง หากเราสามารถตัดบานประตูออกไปได้ก็จะเป็นตัวเลือกที่ดีในการสร้างพื้นที่ภายในบ้านให้สามารถเชื่อมต่อกันได้แบบ Open และขับให้พื้นที่นั้นดูกว้างมากยิ่งขึ้น

เพราะว่าบ้านคือวิมานของเรา ไม่ว่าจะเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้ามาจากไหน บ้านก็จะเป็นที่แรกที่คุณนึกถึงเสมอ และพร้อมที่จะเปิดต้อนรับให้คุณได้เข้ามาพักผ่อนก่อนออกไปเผชิญความยุ่งเหยิงและความวุ่นวายของโลกภายนอกในวันรุ่งขึ้น ดังนั้นสิ่งที่จะเติมเต็มความรู้สึกแห่งการพักผ่อนภายในบ้านให้แลดูสบายน่าอยู่อาศัยอย่างแท้จริง ก็ต้องการการตกแต่งที่ให้ความรู้สึกปลอดโปร่ง โปร่งโล่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันทำให้คนรุ่นใหม่นิยมอาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียม ทาวน์โฮม หรือ บ้านที่มีเนื้อที่จำกัด เทคนิคการตกแต่งบ้านขนาดเล็กให้ดูกว้างขึ้นด้วยตัวเองได้อย่างง่ายๆ ที่เรานำเสนอในครั้งนี้จะเป็นในส่วนของคอนโคทาวน์โฮมและบ้านขนาดเล็ก รับรองว่าจะช่วยบ้านให้หลังเล็กหรือห้องส่วนตัวของคุณที่มีพื้นที่จำกัดไม่เป็นบ้านที่ดูน่าอึดอัดอีกต่อไป อยู่แล้วมีความสุขสบายใจ ไม่ต้องออกไปเที่ยวไหนให้เสียสตางค์ด้วยนะเอ้อ

ใส่ความสนุก ลงไปในบ้านสไตล์นอร์ดิก พื้นที่ภายในบ้าน
ใส่ความสนุก ลงไปในบ้านสไตล์นอร์ดิก พื้นที่ภายในบ้าน

คุณกำลังเป็นคนหนึ่งที่ประสบปัญหาไม่รู้ว่าจะแต่งคอนโดให้ดูกว้างและขยายพื้นที่ใช้สอยให้กว้างขึ้นอย่างไร ใช่หรือไม่ แต่เดี๋ยวก่อนวันนี้เรามีเคล็ดไม่ลับสำหรับการแต่งคอนโดให้กว้างขวางมากกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นวันพักผ่อนสบายๆ หรือปาร์ตี้สนุกๆ ก็มีพื้นที่เพียงพอให้คุณและเพื่อนๆได้อย่างเพียงพอจ้า

1. พื้นที่มีน้อยใช้สอยให้สนุก

ก็แหมคอนโดแต่ละตารางเมตรราคาสูงลิบลิ่ว ยิ่งใกล้แหลางสาธารณูโภคก็ยิ่งแพงไปกันใหญ่ ได้เวลาปรับลุคเปลี่ยนโฉมคอนโดให้ชิคยิ่งกว่าใคร ด้วยการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยอย่างชาญฉลาด พยายามจัดเฟอร์นิเจอร์ให้ชิดผนังและเป็นสัดส่วน เพื่อเพิ่มพื้นที่ส่วนกลางให้ดูโปร่งโล่ง ไม่เกะกะขวางทางลม

2. เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์แบบ 2 IN 1 หรือเฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์ (Multi-tasking) แทนการใช้เฟอร์นิเจอร์หลายชิ้น

เฟอร์นิเจอร์สไตล์นี้กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน เพราะเป็นการประหยัดพื้นที่อย่างเห็นได้ชัด ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ที่มีอยู่ได้คุ้มค่ามากยิ่งขึ้น แถมยังโชว์ไอเดียกิ๊บเก๋และฟังก์ชั่นแนวๆ ให้ห้องดูมีความเป็นครีเอทีฟด้วยนะคะคุณๆ ยกตัวอย่างเช่น โซฟาเบด (Daybed) ที่สามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นโซฟานั่งเล่นดูหนัง อ่านหนังสือ หรือเป็นเตียงนอนก็ได้, โซฟาที่มีที่เก็บของข้างใต้ ในลักษณะที่เรียกว่า Hidden Storage หรือการจัดวางโต๊ะอเนกประสงค์ไว้ส่วนกลางที่สามารถทำกิจกรรมได้หลากหลายอย่าง ทั้งกินข้าว ทำงาน ทำอาหาร เป็นต้น

3. โปร่งโล่งไว้ก่อนก็สบายไป 108 อย่าง

คอนโดในพื้นที่ไม่กี่สิบตารางเมตร จำไว้นะคะว่าไม่ใช่ห้องเก็บของควรมีขอน้อยชิ้นที่ชุด หรือไม่ก็ทำมุมเก็บของ โดยเฉพาะไม่รกเกะกะแย่งซีนพื้นที่ที่ว่าน้อยอยู่แล้ว ให้พื้นที่เชื่อมต่อกันเพื่อเพิ่มความกว้างอย่างมีมิติ ไม่รู้สึกปิดกั้น มีความต่อเนื่องของพื้นที่ส่วนต่างๆ แต่ก็ยังคงความรู้สึกเป็นสัดส่วนเป็นส่วนตัว ยังคง ความรู้สึกต่อเนื่องของพื้นที่อยู่ ไม่ควรกั้นผนังทึบ หากจำเป็นให้กั้นด้วยวัสดุที่โปร่ง เช่นฉากบังตา หรือม่านโปร่งๆ กระจกบานเลื่อนที่เลื่อนเปิดปิดได้ ซึ่งสามารถเปิดออกให้เกิดพื้นที่ต่อเนื่องได้สะดวกทุกเวลาที่ต้องการ และสามารถพับเก็บเข้าไปเมื่อไม่ได้ใช้งาน

4. ใช้ชีวิตให้ชิคในแนวตั้ง

ถึงแม้ว่าพื้นที่แคบ เราก็ไม่ยอมแพ้ มองมุมกลับมุ่งสู่การใช้พื้นที่ในแนวตั้งให้เกิดประโยชน์แทนก็แล้วกัน โดยการใช้ตู้ที่ค่อนข้างมีความสูงเพื่อเพิ่มพื้นที่การจัดเก็บได้มากขึ้น หรือไม่ว่าจะเป็นการทำชั้นแขวนราว- ห้อย ตู้เก็บจาน ตู้เก็บของติดผนัง หรือติดตะขอห้อยผ้าข้างฝาหนังที่สามารถยกข้าวของ ของคุณขึ้นจากพื้นไปลอยอยู่เหนือหัวเท่านี้ก็มีพื้นที่ใช้สอยอีกเหลือเฟือเชียวล่ะ

5. สีกำหนดไซส์

แน่นอนว่าตามทฤษฎีสีที่ว่าสีโทนร้อน (Warm Colors) เช่น แดง ดำ ส้ม เหลือง จะให้ความรู้สึกที่ แอคทีฟ มีพลัง ส่วนสีโทนเย็น (Cool Colors) เช่นสีขาว สีฟ้า สีน้ำตาลอ่อน สีเหลืออ่อน ให้ความรู้สึกสงบ เย็นสบาย เหมาะกับการทาสีห้องที่มีพื้นที่น้อยๆ เพื่อให้ดูกว้างขึ้น โปร่งโล่งขึ้น รวมทั้งสามารถนำมาประยุกต์ในการเลือกสี เฟอร์นิเจอร์ด้วยเช่นกัน

6. คิดอะไรไม่ออกบอกกระจก

กระจกยังเป็นเทคนิคยอดฮิตตลอดการของการขยายพื้นที่ได้อย่างง่ายๆ และดีที่สุดในการตกแต่งห้องให้ดูกว้างขึ้น เราสามารถนพกระจกมาติดได้ในหลายบริเวณเช่น ผนังห้องนั่งเล่นซึ่งเป็นพื้นที่ๆใช้ทำกิจกรรมมากที่สุดจึงต้องทำให้ดูกว้างขวาง บริเวณหน้าตู้เก็บของในห้องครัวระหว่างเคาน์เตอร์ และตู้ลอยก็จะทำให้ครัวดูโปร่งขึ้น แต่ควรระมัดระวังในในเรื่องของความสะอาดคราบน้ำมันที่อาจจะกระเด็นมาถึงห้องน้ำที่มีสเปซจำกัดก็เพิ่ม ได้ด้วยกระจกเงาติดบริเวณผนัง แต่ไม่ควรติดกระจกไว้ปลายเตียงซึ่งอาจทำให้ตกใจเมื่อเวลานอนหลับตอนกลางคืนได้

ใครๆ ก็อยากมีบ้านกว้างๆ ใช่ไหมล่ะ การตกแต่งและจัดสรรพื้นที่บ้านให้กว้างมีข้อได้เปรียบกว่าคอนโดอยู่พอสมควร เนื่องจากมีมีการแบ่งพื้นที่ในแต่ละส่วนไว้อย่างชัดเจน เพียงแค่อาศัยเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ตกแต่งบ้านให้เป็นระเบียบ โปร่งโล่ง สบายตา มีการกำหนดพื้นที่เพื่อกำหนดขอบเขตของกิจกรรมแต่พื้นที่จัดวางเฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ตกแต่งบ้านอย่างถูกต้องเหมาะสมให้เข้ากับตัวบ้านและไฟล์สไตล์ของคุณ บ้านก็จะสวยงามน่าอยู่ และคุณก็สามารถสร้างสรรค์พื้นที่บ้านให้กว้างขึ้น โดยไม่ต้องสิ้นเปลืองด้วย

1. วางตำแหน่งห้องดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

การวางผังกำหนดตำแหน่งของห้องของบ้านตั้งแต่เริ่มต้นว่าจะใช้ประโยชน์ของแต่ละพื้นที่ให้เหมาะสมอย่างไร เป็นการ เริ่มต้นที่ดี เนื่องจากจะได้ไม่ต้องเสียเวลารื้อจัดใหม่ โดยทั่วไปนั้น ห้องที่อยู่ด้านหน้าสุดของตัวบ้านมักเป็นห้องรับแขก ห้องน้ำควรอยู่ไม่ไกลจากห้งรับแขกใช้งานได้สะดวกและควรมีแสงส่องถึงตลอดวัน กระเบื้องปูผนังห้องน้ำควรใช้กระเบื้องแผ่นใหญ่ และกระเบื้องที่มีสีอ่อน ๆ อย่างเช่น สีขาว หรือ สีครีม เพราะจะทำให้ห้องน้ำดูกว้างขึ้น ห้องครัวควรอยู่บริเวณด้าน หลังของตัวบ้านเพื่อป้องกันกลิ่น และควันจากการทำอาหาร ห้องนอนควรจัดอยู่ตำแหน่งทิศตะวันออกเพื่อรับแสงแดดอ่อนๆ ตอนเช้าและเย็นในเวลากลางคืน

2. แบ่งโซนให้เป็นสัดส่วนซะก็สิ้นเรื่อง

เทคนิคง่ายๆ ในการแบ่งโซนเพื่อให้เป็นสัดส่วน โดยที่ไม่ต้องใช้ประตู หรือตู้กั้นให้ดูเกะกะ หรือเสียพื้นที่ประโยชน์ใช้สอยของบ้านไปโดยเปล่าประโยชน์ โดยใช้ความต่างของวัสดุสี ลวดลาย กระจกเงา ฉากหรือม่านโปร่งบาง คำแนะนำสำหรับพื้นที่เล็กไม่ควรใช้วัสดุที่มีลวดลายหรือสีสันฉูดฉาดมากจนเกินไปจะทำให้บรรยากาศยุ่งเหยิงวุ่นวาย และข้อสำคัญทำให้ขาดความต่อเนื่องของพื้นที่ ไม่ควรกั้นผนังทึบ เพราะจะยิ่งทำให้บ้านดูแคบลงไปอีก ทำให้บรรยากาศถูกบีบเป็นกรอบและนำไปสู่ความรู้สึกแคบ การใช้ลูกเล่นความต่างของระดับของพื้นก็สามารถกำหนดสัดส่วนได้ดี หรือการปูพื้นด้วยวัสดุเพื่อแยกกิจกรรมที่ทำ เช่นกระเบื้อง พื้นไม้ พื้นลามิเนต ด้วยการคุมโทนสีไปในทิศทางเดียวกัน

3. เฟอร์นิเจอร์นั้นสำคัญไฉน เรียกได้ว่าการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์

รวมไปถึงการจัดวางเฟอร์นิจอร์ในพื้นที่แคบนั้นมีความสำคัญพอสมควรเพื่อให้เกิดพื้นที่ที่กว้างขึ้นด้วยการใช้เฟอร์นิเจอร์ที่สามารถถอดเก็บ หรือมีล้อเลื่อนที่สะดวกสบาย พับเก็บถอดประกอบได้ง่าย หรือย่อส่วนได้ตามกิจกรรมที่ทำเมื่อไม่ใช้งาน ก็นำไปเก็บได้โดยไม่เปลืองเนื้อที่ อีกอย่างหนึ่งที่ไม่ต่างจากคอนโดคือการทำเฟอร์นิเจอร์บิ้วท์อินที่เป็นการประหยัดพื้นที่ไปได้มาก และควรจะมีในบริเวณที่จำเป็นเท่านั้น และนอกจากนี้ควรมีแต่เพียงเฟอร์นิเจอร์หลักๆ เท่านั้น และมีขนาดที่สัมพันธ์กับพื้นที่เพื่อไม่ทำให้บ้านอึดอัด เลือกที่ง่ายต่อการดูแลรักษาและทำความสะอาด

4. แสง + เงา = กว้าง

แสงเงาเป็นตัวกำหนดมิติและอารมณ์ของห้องได้เช่นกันการสร้างหน้าต่างเพื่อเชื่อมต่อกับพื้นที่ภายนอกให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาภายในบ้านบ้างการใช้วัสดุผิวมันวาวเช่น สเตนเลส อะคริลิคสร้างเงาสะท้อนเพิ่มมิติให้กับพื้นที่ทำให้ห้องดูโล่ง ไม่ทึบตัน การใช้สีอ่อนๆ หรือการจัดแสงไฟให้ห้องดูสว่างขึ้น แสงไฟเข้าช่วย หรือทาสีผนังเป็นสีสว่างเป็นตัวเสริมหลอกตา ให้บ้านดูสว่างขึ้น

5. บริเวณบ้านก็อย่าลืมจัดน

สิ่งแวดล้อมที่อยู่รายรอบตัวบ้านของเราก็เป็นสิ่งสำเช่นเดียวกัน เพื่อจะช่วยเสริมบรรยากาศให้ร่มรื่นน่าอยู่อาศัย สามารถจัดเป็นมุมพักผ่อนเล็กๆ นั่งเล่นอ่านหนังสือดื่มกำแฟ หรือเป็นปาร์ตี้กลางแจ้งกับเพื่อฝูงก็ได้ ด้วยการแต่งสวนลงไม้ยืนต้นไว้สัก 1- 2ต้น พออาศัยเป็นร่มเงาแถมยังช่วยให้บ้านเย็น หรือป้องกันฝุ่นละอองจากถนนเข้าสู่ตัวบ้านได้อีกทางหนึ่ง หรืออาจจะเป็นพืชผักสวนครัวก็ช่วยสร้างความรื่นรมย์ไปอีกแบบ