มีลูกยาก (Infertility) จากมีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งมีเพศสัมพันธ์เฉลี่ยสัปดาห์ละ 2-3 วัน

มีลูกยาก (Infertility) คือ ภาวะที่คู่สมรสไม่สามารถตั้งครรภ์ได้หลังจากมีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งมีเพศสัมพันธ์เฉลี่ยสัปดาห์ละ 2-3 วัน โดยไม่คุมกำเนิดอย่างน้อย 1 ปี ภาวะดังกล่าวถือเป็นปัญหาของคู่รักที่เกิดจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือปัจจัยอื่นรวมกันอันส่งผลต่อการตั้งครรภ์ โดยสาเหตุของภาวะมีลูกยากที่เกิดจากผู้หญิงคิดเป็นร้อยละ 33 เกิดจากผู้ชายคิดเป็นร้อยละ 33 และเกิดจากทั้งผู้ชายและผู้หญิงหรือเกิดจากปัจจัยอื่นที่ระบุไม่ได้คิดเป็นร้อยละ 33 เช่นกัน

โดยทั่วไปแล้ว ระบบสืบพันธุ์ของเพศหญิงจะปล่อยไข่ออกมาจากรังไข่ เพื่อรับการปฏิสนธิจากอสุจิของเพศชาย ไข่ที่ได้รับการผสมแล้วจะเคลื่อนตัวจากท่อนำไข่ไปฝังตัวที่มดลูก ผู้หญิงที่ประจำเดือนมาไม่ปกติ อายุ 35 ปีขึ้นไป และไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ภายใน 6 เดือนที่มีเพศสัมพันธ์กับคู่รักอย่างสม่ำเสมอ ควรเข้ารับการตรวจกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับปัญหามีลูกยาก ส่วนผู้ชายที่ประสบภาวะมีลูกยากจะได้รับการตรวจภาวะดังกล่าวด้วยวิธีการทางการแพทย์หลายอย่าง รวมทั้งตรวจอสุจิในห้องทดลองด้วย เพื่อเข้ารับการรักษาด้วยวิธีที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้สามารถมีลูกได้

ผู้หญิง ตรวจให้ดีทำไมมีลูกยาก
ผู้หญิง ตรวจให้ดีทำไมมีลูกยาก

อาการมีลูกยาก

ผู้ที่ประสบภาวะมีลูกยากจะไม่สามารถมีลูกหรือตั้งครรภ์ได้ โดยภาวะนี้อาจไม่ปรากฏอาการอื่นออกมาอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ผู้ชายและผู้หญิงที่ประสบภาวะมีลูกยากอาจปรากฏสัญญาณบางอย่างจากการทำงานของร่างกายที่แตกต่างกัน โดยผู้หญิงอาจมีประจำเดือนไม่ปกติหรือไม่มีประจำเดือนเลย ส่วนผู้ชายอาจมีปัญหาเกี่ยวกับฮอร์โมนในร่างกาย เช่น เกิดการเปลี่ยนแปลงของขนที่งอกขึ้นมา หรือระบบร่างกายที่กระตุ้นแรงขับทางเพศเกิดความผิดปกติ ทั้งนี้ ผู้ที่ประสบภาวะมีลูกยากควรพบแพทย์ เพื่อขอคำปรึกษาได้ในกรณีต่อไปนี้

  • ผู้หญิงที่ประสบภาวะมีลูกยาก
    • อายุ 35-40 ปี โดยพยายามมีเพศสัมพันธ์กับคู่รักเพื่อตั้งครรภ์เป็นเวลา 6 เดือนหรือมากกว่านั้น
    • อายุ 40 ปีขึ้นไป
    • รอบเดือนมาไม่สม่ำเสมอหรือไม่มีรอบเดือนเลย
    • ปวดท้องประจำเดือนอย่างรุนแรง
    • มีประวัติประสบภาวะมีลูกยาก
    • ได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) หรือติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน (Pelvic Inflammatory Disease: PID)
    • เคยแท้งมาแล้วหลายครั้ง
    • เข้ารับการรักษาโรคมะเร็ง
  • ผู้ชายที่ประสบภาวะมีลูกยาก
    • มีจำนวนอสุจิน้อยหรือมีปัญหาเกี่ยวกับอสุจิ
    • มีปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับอัณฑะ ต่อมลูกหมาก หรือปัญหาทางเพศ
    • เข้ารับการรักษาโรคมะเร็ง
    • ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดอัณฑะขอด (Varicocele) โดยอัณฑะจะมีขนาดเล็กหรือถุงอัณฑะบวมขึ้น
    • มีบุคคลในครอบครัวที่ประสบภาวะมีลูกยาก

สาเหตุมีลูกยาก

โดยทั่วไปแล้ว การตั้งครรภ์หรือมีลูกเกิดจากกระบวนการตกไข่และกระบวนการปฏิสนธิที่สมบูรณ์ ทั้งนี้ ภาวะมีลูกยากอาจปรากฏตั้งแต่เกิดหรือเกิดขึ้นภายหลัง สาเหตุของภาวะมีลูกยากของผู้หญิงและผู้ชายจะแตกต่างกัน ดังนี้

มีลูกยาก แต่อยากมีลูก
มีลูกยาก แต่อยากมีลูก
  • สาเหตุมีลูกยากของผู้หญิง กระบวนการสืบพันธุ์ของเพศหญิงประกอบด้วยการทำงานของรังไข่ ท่อนำไข่ และมดลูก หากอวัยวะทั้ง 3 ส่วนทำงานประสานกันอย่างสมบูรณ์ ก็จะทำให้ตั้งครรภ์ได้  อย่างไรก็ตาม หากประสบปัญหาสุขภาพหรือปัจจัยภายนอกที่ส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งตามที่กล่าวไป ก็จะมีลูกได้ยาก โดยปัญหาสุขภาพและปัจจัยภายนอกที่ก่อให้เกิดภาวะมีลูกยากสำหรับผู้หญิงประกอบด้วย

    • ปัญหาที่ส่งผลต่อการตกไข่ ส่วนใหญ่แล้ว ช่วงรอบเดือนของผู้หญิงมักมีช่วงเวลาประมาณ 28 วัน โดยช่วงกึ่งกลางของรอบเดือนถือเป็นวันที่ร่างกายพร้อมเจริญพันธุ์มากที่สุด ผู้ที่ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมออาจตกไข่ได้ยาก ซึ่งเกิดจากสาเหตุต่อไปนี้
      • ถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Polycystic Ovary Syndrome: PCOS) โรคนี้ถือเป็นสาเหตุของการมีลูกยากที่พบได้ทั่วไปมากที่สุด โดยผู้ป่วยจะมีระดับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนสูงขึ้น ซึ่งทำให้มีสิวและขนขึ้นตามร่างกายมากเกินไป อีกทั้งระดับฮอร์โมนยังไม่สมดุล ส่งผลต่อระบบการตกไข่ของร่างกาย
      • ปัญหาเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ ผู้ป่วยเป็นโรคไทรอยด์เป็นพิษ หรือประสบภาวะขาดไทรอยด์ ก็อาจมีปัญหาเกี่ยวกับการตกไข่ จนนำไปสู่ภาวะมีลูกยากได้
      • ความผิดปกติของไฮโปทาลามัส (Hypothamus) และต่อมใต้สมอง (Pituitary Glands) ผู้ที่ไฮโปทาลามัสและต่อมใต้สมองทำงานผิดปกติ สามารถประสบภาวะมีลูกยากได้ เนื่องจากไฮโปทาลามัสและต่อมใต้สมองทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมการตกไข่ให้เป็นปกติ หากการทำงานของอวัยวะทั้ง 2 ส่วนผิดปกติ จะทำให้ร่างกายไม่ตกไข่ได้
      • ประจำเดือนไม่มาจากความเครียด (Functional Hypothalamic Amenorrhea: FHA) ภาวะนี้เกิดจากการที่ร่างกายออกกำลังกายหนัก เครียด หรือน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ทั้งนี้ อาจเกิดจากโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติในการกิน เช่น อะนอเร็กเซีย (Anorexia)
      • ภาวะตกไข่น้อยลง (Diminished Ovarian Reserve: DOR) ภาวะนี้จะก่อให้เกิดการผลิตไข่ในรังไข่น้อยกว่าปกติ ทั้งนี้ ภาวะตกไข่น้อยอาจเกิดจากระบบสืบพันธุ์ ยา การผ่าตัด หรือสาเหตุอื่นที่ระบุไม่ได้
      • รังไข่เสื่อมก่อนกำหนด (Premature Ovarian Insufficiency: POI) ภาวะนี้จะทำให้รังไข่เสื่อมก่อนอายุ 40 ปี หรือเข้าวัยทองก่อนกำหนด มักไม่ปรากฏสาเหตุที่แน่ชัด ปัจจัยที่เกี่ยวเนื่องกับภาวะนี้อาจเกิดจากโรคที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน โรคทางพันธุกรรม การได้รับคีโมหรือฉายรังสีเพื่อรักษาโรค หรือสูบบุหรี่ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ประสบภาวะรังไข่เสื่อมก่อนกำหนดร้อยละ 5-10 สามารถตั้งครรภ์ได้เองตามปกติ
      • วัยทอง ผู้ที่อายุใกล้ 50 ปี จะเริ่มเข้าสู่วัยทอง โดยการทำงานของรังไข่เสื่อมลง ผู้ที่เป็นวัยทองมักเกิดอาการร้อนวูบวาบ อารมณ์แปรปรวน หรือนอนหลับยาก
  • ท่อนำไข่ตัน (Tubal Patency) ภาวะนี้อาจทำให้ท่อนำไข่อุดตัน หรือบวมได้ ซึ่งเกิดจากสาเหตุต่อไปนี้
    • การติดเชื้อที่อุ้งเชิงกราน ผู้ที่ประสบภาวะนี้จะเกิดการติดเชื้อที่ระบบสืบพันธุ์ส่วนบน ได้แก่ มดลูก ท่อนำไข่ และรังไข่ ทำให้เกิดแผลที่ท่อนำไข่ ส่งผลให้ไม่สามารถลำเลียงไข่ไปยังมดลูกได้ตามปกติ โดยโรคนี้เกิดจากการได้รับเชื้อที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์

    • เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ภาวะนี้เกิดจากเยื่อบุมดลูกไปเจริญภายนอกมดลูก ส่งผลให้การทำงานของรังไข่ มดลูก และท่อนำไข่ผิดปกติ จนนำไปสู่ภาวะมีลูกยาก

    • ปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ผู้ที่เคยมีประวัติป่วยเป็นไส้ติ่งอักเสบ หนองในแท้ หนองในเทียม หรือเคยได้รับการผ่าตัดที่ท้อง โดยเกิดเนื้อเยื่อหรือพังผืดขึ้นมา ก็สามารถประสบภาวะมีลูกยากได้

  • ความผิดปกติของมดลูกหรือปากมดลูก ความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับมดลูกและปากมดลูก อันนำไปสู่ภาวะมีลูกยากนั้น อาจมาจากปากมดลูกเปิด มีติ่งเนื้อที่มดลูก หรือลักษณะมดลูกผิดปกติ ทั้งนี้ ยังมีสาเหตุอื่นทีทำให้เกิดภาวะมีลูกยาก ดังนี้
    • เนื้องอกมดลูก เนื้องอกในมดลูกที่เรียกว่าก้อนฟัยบรอยด์ส (Fibroids) ไม่ใช่เนื้อร้าย แต่จะส่งผลกระทบต่อการเจริญพันธุ์ได้ โดยเนื้องอกอาจทำให้ไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิแล้วไม่สามารถฝังตัวที่มดลูก หรือปิดกั้นท่อนำไข่
    • ปัญหาเกี่ยวกับมูกที่ปากมดลูก มูกที่ปากมดลูกจะข้นน้อยลงเมื่ออยู่ในช่วงตกไข่ เพื่อให้อสุจิสามารถเข้าไปปฏิสนธิกับไข่ได้ง่าย อย่างไรก็ตาม หากเกิดความผิดปกติเกี่ยวกับมูกที่ปากมดลูก ก็อาจส่งผลต่อการตั้งครรภ์ได้
  • ยาและสารเสพติดอื่น ๆ การใช้ยาหรือสารเสพติดอื่น ๆ จะก่อให้เกิดผลข้างเคียงอันส่งผลต่อการตั้งครรภ์ โดยยาและสารเสพติดที่เป็นสาเหตุของการมีลูกยากประกอบด้วย
    • กลุ่มยาแก้ปวดไม่ผสมสเตียรอยด์ (Non-Steroidal Anti-Inflammatory Drugs: NSAIDs) ผู้ที่ใช้ยาในกลุ่มนี้ เช่น ไอบูโพรเฟน หรือแอสไพริน เป็นเวลานาน หรือได้รับยาดังกล่าวในปริมาณมาก จะเสี่ยงมีลูกยากได้สูง
    • เคมีบำบัด ตัวยาที่ใช้ทำเคมีบำบัดหรือคีโมนั้น จะทำให้รังไข่เสื่อมลง ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยวิธีนี้อาจได้รับผลข้างเคียง โดยรังไข่ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติและเสื่อมเร็วขึ้น
    • ยารักษาโรคจิต (Neuroleptic Medicines) ผู้ป่วยวิกลจริตจะได้รับการรักษาด้วยยาต้านโรคจิต (Neuroleptic Drugs) โดยยาดังกล่าวจะทำให้ประจำเดือนไม่มาหรือเกิดภาวะมีลูกยาก
    • สไปโรโนแลคโตน (Spironolactone) ยานี้จัดเป็นยาที่ใช้ขับอาการบวมน้ำในร่างกาย ผู้ที่ใช้ยานี้จะกลับไปตั้งครรภ์ได้ปกติ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 เดือนหลังหยุดใช้ยา
    • สารเสพติดอื่น ๆ กัญชา โคเคน และสารเสพติดอื่น ๆ ล้วนส่งผลต่อการเจริญพันธุ์ของร่างกาย และทำให้ตกไข่ได้ยาก
  • การทำหมัน ผู้หญิงที่ไม่ต้องการมีลูก จะทำหมันเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ โดยวิธีนี้ทำให้ท่อนำไข่อุดตัน ส่งผลให้ไม่สามารถลำเลียงไข่ไปฝังตัวที่มดลูกได้
  • สาเหตุมีลูกยากของผู้ชาย ผู้ชายที่ประสบภาวะมีลูกยากจะต้องเข้ารับการตรวจอสุจิ ซึ่งจะพิจารณาจากค่าความเข้มข้น การเคลื่อนไหว และรูปร่างของอสุจิ ผลการตรวจอสุจิที่เกิดความผิดปกติจะปรากฏจำนวนอสุจิน้อย อสุจิเคลื่อนตัวผิดปกติอันส่งผลต่อการเข้าไปปฏิสนธิกับไข่ หรือรูปร่างไม่สมประกอบซึ่งส่งผลให้เคลื่อนที่และปฏิสนธิกับไข่ได้ยาก ผลการตรวจนี้จะช่วยวินิจฉัยปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดภาวะมีลูกยาก โดยปัจจัยที่ทำให้ผู้ชายประสบภาวะดังกล่าวนั้นมีหลายอย่าง ดังนี้
    • ความผิดปกติเกี่ยวกับการทำงานหรือการผลิตอสุจิ ผู้ที่มีความผิดปกติแต่กำเนิด หรือมีปัญหาสุขภาพอื่น ๆ เช่น ป่วยเป็นโรคเบาหวาน หรือได้รับเชื้อหนองในแท้ หนองในเทียม คางทูม หรือเชื้อเอชไอวี สามารถประสบภาวะมีลูกยากได้ ทั้งนี้ ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับอัณฑะก็จะส่งผลต่อการทำงานและการผลิตอสุจิ เนื่องจากอัณฑะทำหน้าที่ผลิตและเก็บอสุจิ หากถุงอัณฑะได้รับความเสียหาย ก็จะส่งผลต่อคุณภาพของตัวอสุจิได้ โดยปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับอัณฑะที่ส่งผลต่อการผลิตอสุจินั้น ประกอบด้วย
      • การติดเชื้อที่อัณฑะ
      • มะเร็งอัณฑะ
      • ภาวะลูกอัณฑะไม่ลงถุง (Undescended Testicles) ซึ่งลูกอัณฑะไม่ลงไปอยู่ในถุงอัณฑะ ทำให้ถุงอัณฑะหย่อน
      • หลอดเลือดดำอัณฑะขอด (Varicocele) โดยหลอดเลือดดำตรงอัณฑะจะใหญ่ และทำให้อุณหภูมิของอัณฑะสูงขึ้น ซึ่งส่งผลต่อจำนวนและรูปร่างของอสุจิ
      • ความผิดปกติเกี่ยวกับอัณฑะที่มีมาแต่กำเนิด
      • การเข้ารับผ่าตัดอัณฑะ
      • การได้รับบาดเจ็บที่อัณฑะ โดยอาจทำให้จำนวนอสุจิลดลง
    • ปัญหาเกี่ยวกับการหลั่งอสุจิ ปัญหานี้เกิดจากปัจจัยหลายอย่าง ได้แก่ โรคทางพันธุกรรม (เช่น ซีสติกไฟโบรซิส) ความผิดปกติทางร่างกาย ufabet24  (เช่น อัณฑะอุดตัน) การได้รับบาดเจ็บตรงอวัยวะสืบพันธุ์ รวมทั้งปัญหาของการมีเพศสัมพันธ์ โดยปัญหาการหลั่งอสุจิที่พบได้บ่อยประกอบด้วยหลั่งเร็ว หลั่งช้า และหลั่งย้อนทาง ซึ่งมีรายละเอียดพอสังเขป ดังนี้
      • หลั่งเร็ว (Premature Ejaculation) การหลั่งเร็วนับเป็นปัญหาการหลั่งอสุจิที่พบได้มากที่สุด โดยผู้ชายจะหลั่งอสุจิเร็วเกินไปขณะมีเพศสัมพันธ์ สาเหตุที่ทำให้หลั่งเร็วเกิดจากปัญหาเกี่ยวกับต่อมลูกหมาก ต่อมไทรอยด์ การใช้สารเสพติด ภาวะซึมเศร้า ความเครียด ปัญหาความสัมพันธ์ หรือความกังวลเกี่ยวกับการร่วมเพศ ซึ่งมักเกิดขึ้นกับคู่รักใหม่ หรือผู้ที่เคยมีปัญหาในการร่วมเพศมาก่อน
      • หลั่งช้า (Delayed Ejaculation) ผู้ที่หลั่งอสุจิช้าหรือไม่สามารถหลั่งอสุจิได้เลยนั้น อาจมีสาเหตุมาจากการป่วยหรือใช้ยา โดยผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน (โดยเฉพาะเบาหวานชนิดที่ 1) โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง ได้รับบาดเจ็บที่ไขสันหลัง ได้รับการผ่าตัดที่กระเพาะปัสสาวะหรือต่อมลูกหมาก หรืออายุมาก อาจประสบปัญหานี้ได้ ส่วนผู้ที่ใช้ยาต้านซึมเศร้า ยารักษาความดันโลหิตสูง ยาต้านโรคจิต ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือยาแก้ปวดแบบแรง ก็เสี่ยงเกิดภาวะหลั่งช้าเช่นกัน
      • หลั่งย้อนทาง (Retrograde Ejaculation) ปัญหานี้จัดเป็นปัญหาการหลั่งอสุจิที่พบได้ไม่บ่อย โดยอสุจิจะไหลย้อนกลับไปที่กระเพาะปัสสาวะ ทำให้หลั่งอสุจิออกมาน้อยมากหรือไม่มีอสุจิหลั่งออกมาเลย รวมทั้งปัสสาวะมีสีขุ่นหลังมีเพศสัมพันธ์ การหลั่งย้อนทางเกิดจากกล้ามเนื้อและเส้นประสาทรอบกระเพาะปัสสาวะส่วนต้น ซึ่งเป็นช่วงต่อระหว่างท่อปัสสาวะกับกระเพาะปัสสาวะได้รับความเสียหาย ส่งผลให้รอยต่อดังกล่าวเปิดออก และอสุจิไหลย้อนกลับไปที่กระเพาะปัสสาวะ แทนที่จะไหลออกไปยังท่อปัสสาวะตามปกติ โดยผู้ที่ได้รับการผ่าตัดต่อมลูกหมากหรือกระเพาะปัสสาวะ สามารถเกิดภาวะนี้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง หรือใช้ยารักษาความดันโลหิตสูง ก็สามารถมีปัญหาหลั่งอสุจิย้อนทางได้
    • ความผิดปกติเกี่ยวกับฮอร์โมน ผู้ชายที่ประสบภาวะมีลูกยากอาจมีสาเหตุมาจากความผิดปกติเกี่ยวกับฮอร์โมน ดังนี้
      • ภาวะฮอร์โมนเพศต่ำ (Hypogonadism) เทสโทสเทอโรนคือฮอร์โมนเพศชาย มีส่วนช่วยในการผลิตอสุจิ ผู้ที่ประสบภาวะฮอร์โมนเพศต่ำจะมีระดับเทสโทสเทอโรนต่ำมาก ส่งผลให้ไม่สามารถผลิตอสุจิได้ตามปกติ และนำไปสู่ภาวะมีลูกยาก
      • ความผิดปกติของไฮโปทาลามัสและต่อมใต้สมอง ไฮโปทาลามัสและต่อมใต้สมองทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนที่ควบคุมการทำงานของอัณฑะ  หากไฮโปทาลามัสหรือต่อมใต้สมองถูกทำลาย หรือต่อมใต้สมองเกิดเนื้องอกจนผลิตโปรแลคตินออกมามากเกินไป ย่อมส่งผลให้ร่างกายผลิตอสุจิได้น้อย
      • ปัญหาสุขภาพและการใช้ยาอื่น ๆ ปัญหาสุขภาพอื่นสามารถส่งผลต่อระดับฮอร์โมนอันนำไปสู่ภาวะมีลูกยากได้ ได้แก่ เนื้องอกหรือเนื้อร้ายในต่อมใต้สมอง ภาวะ CAH (Congenital Adrenal Hyperplasia) อันเกิดจากความผิดปกติของต่อมหมวกไตฮอร์โมนเอสโตรเจนมากเกินไป กลุ่มอาการคุชชิง (Cushing Syndrome) กลุ่มอาการไคลน์เฟลเตอร์ (Klinefelter Syndrome) ซึ่งเป็นภาวะที่ผู้ชายมีโครโมโซมเพศหญิง หรือการใช้ยากลูโคคอร์ติคอยด์ (Glucocorticoids) เป็นเวลานาน
    • การทำหมัน ผู้ชายที่ไม่ต้องการมีลูกจะตัดสินใจทำหมัน โดยแพทย์จะผ่าและปิดท่อที่ลำเลียงอสุจิไปยังอัณฑะ ทำให้ไม่มีอสุจิสำหรับสืบพันธุ์
    • การใช้ยาและสารเสพติดอื่น ๆ ยารักษาโรคบางอย่างอาจก่อให้เกิดภาวะมีลูกยากได้ ดังนี้
      • ซัลฟาซาลาซีน (Sulfasalazine) ยานี้เป็นยาต้านอักเสบชนิดหนึ่ง ใช้รักษาโรคโครห์น (Cronh Disease) และโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ทั้งนี้ ซัลฟาซาลาซีนอาจลดจำนวนอสุจิได้ โดยร่างกายจะสามารถกลับมาผลิตจำนวนอสุจิได้เท่าเดิมหลังจากหยุดใช้ยาแล้ว
      • อนาโบลิคสเตียรอยด์ (Anabolic Steroids) ฮอร์โมนหรือสารกระตุ้นนี้จัดเป็นยาผิดกฎหมาย นำมาใช้สร้างกล้ามเนื้อและกระตุ้นร่างกายให้เล่นกีฬาได้ดีขึ้น ผู้ที่ใช้สารนี้ติดต่อกันเป็นเวลานานอาจทำให้จำนวนและสมรรถภาพการเคลื่อนตัวของอสุจิลดลง
    • เคมีบำบัด ผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาด้วยวิธีเคมีบำบัด อาจได้รับผลกระทบจากการใช้ยา ซึ่งส่งผลต่อการผลิตอสุจิ
    • สมุนไพรบางชนิด การใช้สมุนไพรเพื่อรักษาหรือบำรุงร่างกายสามารถก่อให้เกิดภาวะมีลูกยากได้ โดยสมุนไพรบางอย่าง เช่น เถาพระเจ้าฟ้าร้องหรือเหลย กง เถิง (Tripterygium Wilfordii) ซึ่งเป็นสมุนไพรจีนนั้น สามารถส่งผลต่อการผลิตอสุจิ รวมทั้งทำให้อัณฑะเล็กลง

นอกจากนี้ ภาวะมีลูกยากมีโอกาสเกิดขึ้นได้มากซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ โดยปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะนี้ได้สูงทั้งในผู้หญิงและผู้ชายนั้น ประกอบด้วย

  • อายุ ภาวะการเจริญพันธุ์ของผู้ชายและผู้หญิงจะค่อย ๆ เสื่อมลงไปตามอายุที่มากขึ้น โดยผู้หญิงที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไปจะเริ่มมีลูกยาก และเมื่ออายุ 37 ปีขึ้นไป สมรรถภาพในการตั้งครรภ์จะถดถอยอย่างรวดเร็ว เนื่องจากร่างกายผลิตไข่น้อยลง รวมทั้งอาจมีปัญหาสุขภาพที่ส่งผลต่อการเจริญพันธุ์ ส่วนผู้ชายที่อายุ 40 ปีขึ้นไป อาจมีลูกได้ยากกว่าผู้ชายที่อายุน้อยกว่า รวมทั้งอาจต้องใช้ยารักษาโรคบางอย่างที่ส่งผลให้มีลูกได้ยาก เช่น ยารักษาอาการทางจิต หรือยารักษามะเร็งบางชนิด
  • การใช้สารเสพติด ผู้หญิงที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากจะทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพครรภ์ได้ ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในกรณีที่วางแผนมีบุตร ส่วนผู้ชายอาจได้รับผลกระทบจากการดื่ม โดยจำนวนและสมรรถภาพในการเคลื่อนตัวของอสุจิจะลดลง รวมทั้งเสี่ยงเกิดความผิดปกติแต่กำเนิดแก่ทารกได้สูง ส่วนผู้ที่สูบบุหรี่หรือกัญชานั้น จะทำให้ผู้หญิงแท้งบ่อย ส่วนผู้ชายจะประสบภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศและจำนวนอสุจิลดลง
  • น้ำหนักตัว ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากหรือน้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐานเสี่ยงเกิดปัญหาการมีลูกได้ โดยผู้หญิงมีโอกาสมีลูกยากมากขึ้น ส่วนผู้ชายอาจมีจำนวนอสุจิน้อยลง
  • การออกกำลังกาย ผู้ที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย อาจทำให้เกิดภาวะอ้วน ซึ่งนำไปสู่ภาวะมีลูกยากได้ ทั้งนี้ ผู้ที่ออกกำลังกายหักโหมจนน้ำหนักตัวน้อยเกินไป จะทำให้ร่างกายไม่สามารถตกไข่ได้ตามปกติ