มองมุมไหนก็สวยงามและปลอดภัยหายห่วง กับรั้วบ้าน

รั้ว ถือเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของบ้าน โดยเฉพาะบ้านเดี่ยว ซึ่งเป็นส่วนที่แสดงขอบเขตกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ทั้งยังเป็นเหมือนเกราะชั้นนอกที่ช่วยป้องกันอันตรายจากภายนอกให้กับสมาชิกในบ้านได้อีกด้วย การจะสร้างรั้ว นอกจากจะต้องดูเรื่องของมาตรฐานความมั่นคงแข็งแรง และปลอดภัยแล้ว ยังต้องคำนึงถึงกฎหมายควบคุมอาคาร ซึ่งมีข้อกำหนดต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องรั้ว และเจ้าของบ้านควรศึกษาไว้

เมื่อกล่าวถึงกำแพงหรือผนัง ในภาษาไทยมีความแตกต่างกันทั้งในรูป เสียง และความหมาย แต่เมื่อแปลเป็นภาษาอังกฤษ กลับใช้คำเดียวกันคือ wall ทั้งนี้ ต้องพิจารณาตำแหน่งหน้าที่ประกอบเพิ่มเติมเพื่อจำกัดความว่าเป็นกำแพงหรือผนัง
ในทางนิรุกติศาสตร์ คำว่า Wall ในภาษาอังกฤษนั้น มาจากภาษาละติน Vallum หมายถึง “…ผนังดินหรือปราการดินขนาดยาวเป็นแถวเป็นแนวต่อเนื่องเพื่อปักเขต หรือเนินดินที่ใช้กั้นหรือล้อมรอบเพื่อกำหนดขอบเขต หรือป้อมปราการ…” ในขณะที่คำว่า Murus ในภาษาละติน หมายถึง กำแพงหิน เช่น กำแพงเมืองจีน
จึงเป็นเรื่องแปลกที่ในภาษาอังกฤษ Wall กลับถูกใช้ทั้งในความหมายของกำแพงและผนัง ซึ่งในภาษาอื่นๆ มีคำสำหรับเรียกที่แตกต่างกัน เช่น ในภาษาเยอรมัน Wand และ Mauer หรือในภาษาสเปน Pared และ Muro

ต้นไม้ริม รั้ว บ้าน นอกจากสวยงาม ยังปลูกไว้กันขโมยได้ด้วย
ต้นไม้ริม รั้ว บ้าน นอกจากสวยงาม ยังปลูกไว้กันขโมยได้ด้วย

ตำแหน่งและหน้าที่ กำแพงหรือผนัง ?

กำแพงคือสิ่งก่อสร้างที่อยู่รอบนอกอาคาร ทำหน้าที่ล้อมรอบสิ่งปลูกสร้าง ไม่ว่าจะเป็น บ้าน ปราสาท อาคาร ตึก และอื่นๆ เพื่อป้องกัน เช่น ความปลอดภัยจากการโจรกรรม ภัยจากธรรมชาติ ภัยจากสงคราม เพื่อกำหนดพื้นที่ เช่น กำแพงหมู่บ้านจัดสรร
ผนังก็เป็นโครงสร้างหนึ่งที่ใช้ในการกำหนดแบ่งพื้นที่ ทั้งเพื่อแบ่งหน้าที่การใช้งานและกั้นพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน เช่น เพื่อความเป็นส่วนตัว หรือเพื่อความปลอดภัย ความแตกต่างระหว่างกำแพงกับผนังอย่างง่ายๆ ก็คือ กำแพงเป็นสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ภายนอกอาคาร และผนังคือส่วนที่แบ่งกั้นพื้นที่ด้านในอาคารนั่นเอง
กำแพงสามารถแบ่งได้หลายประเภท อาทิ กำแพงป้อมปราการ กำแพงป้องกันอัคคีภัย กำแพงกั้นน้ำ กำแพงปักปันเขตแดน

เรื่องรั้วกับกฎหมาย

สิ่งสำคัญที่เจ้าของบ้าน ต้องรู้ไว้คือ การก่อสร้างรั้วไม่สามารถสร้างได้ตามที่ต้องการ เพราะต้องศึกษาข้อกำหนดต่างๆ เพื่อให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักกฎหมาย โดยมีข้อกำหนดไว้ในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ดังนี้อาคาร หมายถึง บ้าน อาคารพาณิชย์ โรงแรม ตลาด ห้างสรรพสินค้า อุโมงค์ ท่าจอดเรือ ศาสนสถาน คลังสินค้า โรงงาน ภัตตาคาร สำนักงาน รวมถึงสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ที่บุคคลสามารถเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้

● อาคารยังมีความหมายรวมถึง รั้ว กำแพง หรือประตู ที่สร้างขึ้นติดต่อหรือใกล้เคียงกับที่สาธารณะ หรือให้บุคคลทั่วไปใช้สอย

● รั้ว กำแพง หรือประตูที่มีความสูง 10 เมตรขึ้นไป ที่กั้นระหว่างที่ดินเอกชนกับเอกชนด้วยกัน ก็ถือเป็นอาคารด้วยเช่นกัน

● สิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่ถือเป็นอาคารตามรายละเอียดดังกล่าว เมื่อจะทำการก่อสร้างจะต้องมีการขออนุญาตก่อสร้างก่อน จึงจะสามารถดำเนินการได้

แต่หากเป็นรั้วที่ก่อสร้างเพื่อกั้นแบ่งเขตระหว่างที่ดินเอกชนกับเอกชนด้วยกันเอง และมีความสูงไม่เกิน 10 เมตร ถือว่าไม่เข้าข่ายเป็นอาคาร และไม่อยู่ในข้อบังคับของกฎหมายควบคุมอาคาร การก่อสร้างจึงไม่ต้องขออนุญาติก่อสร้าง และหากมีกรณีพิพาทกันก็ให้เป็นไปตามข้อตกลงของทั้ง 2 ฝ่าย

 

หลักการสร้างรั้ว

การสร้างรั้วบ้าน นอกจากการขออนุญาตก่อสร้างตามกฎหมายควบคุมอาคารแล้วยังมีหลักการสร้างรั้วที่ถูกต้องเพื่อให้ให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมาเช่น การสร้างรั้วล้ำเขตที่ดิน และสร้างรั้วสูงเกินไปจากที่กฎหมายกำหนด ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

● รั้วที่อยู่มุมถนนสาธารณะซึ่งมีความกว้างตั้งแต่ 3 เมตรขึ้นไป และมีมุมหักน้อยกว่า 135 องศา เมื่อก่อสร้างต้องมีการปาดมุมรั้วโดยให้ส่วนที่ปาดมุมมีระยะไม่น้อยกว่า 4 เมตร และทำมุมกับแนวถนนสาธารณะ เป็นมุมเท่าๆ กัน

● รั้วที่สร้างขึ้นโดยมีพื้นที่ติดต่อหรือห่างจากถนนสาธารณะน้อยกว่าความสูงของรั้ว ให้ก่อสร้างได้สูงไม่เกิน 3 เมตร เหนือระดับทางเท้าหรือถนนสาธารณะ แต่หากความสูงไม่เป็นไปตามที่ผ่อนผันไว้ การสร้างรั้วจะต้องมีระยะถอยร่น จากถนนสาธารณะ โดยในเขตกรุงเทพมหานคร มีข้อกำหนดคือหากถนนสาธารณะกว้างน้อยกว่า 6 เมตร ความสูงรั้วในด้านที่ยอมให้สร้างชิดเขตถนนสาธารณะจะถูกจำกัดให้มีความสูงได้ไม่เกิน 2 เมตรเท่านั้น

● การสร้างรั้วจะต้องไม่สร้างเกินเขตที่ดินของตนเอง ซึ่งเขตที่ดินในที่นี้มีความหมายรวมถึงพื้นที่ทั้งใต้ดินและบนอากาศ ดังนั้นการสร้างรั้วจึงนิยมทำฐานรากรั้วด้วยฐานรากตีนเป็ด และติดตั้งตัวเสารั้วไม่ให้เอียงล้ำแนวที่ดินที่มีอยู่

● การสร้างรั้วกั้นแนวเขตที่ดินระหว่างเอกชนกับเอกชนด้วยกัน หากตกลงกันได้ก็สามารถสร้างรั้วกั้นโดยให้เส้นเขตที่ดินอยู่กึ่งกลางรั้วได้

เรื่องรั้วควรรู้

● กรณีที่รั้วบ้านที่ไม่ได้ใช้ร่วมกับผู้อื่นมีการล้ม และเป็นการล้มเอง ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายกับทรัพย์สินหรือร่างกายผู้อื่น เจ้าของที่ดินจะต้องรับผิดชอบค่าเสียหาย แต่หากรั้วถูกทำให้ล้มโดยบุคคลอื่น ผู้เป็นต้นเหตุจะต้องรับผิดชอบค่าเสียหาย

● กรณีที่รั้วบ้านซึ่งถูกใช้งานร่วมกัน และมีเจ้าของร่วม หากมีการพังหรือล้มเองจะถือเป็นความรับผิดชอบร่วมกันทั้ง 2 ฝ่าย แต่ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเป็นคนทำพัง ฝ่ายนั้นต้องรับผิดชอบค่าเสียหาย

1. รั้วที่ดิน รั้วบ้าน ต้องไม่ล้ำเขตที่ดิน

รั้วที่ดิน รั้วบ้าน ต้องไม่ล้ำเขตที่ดิน เขตที่ดินในที่นี้คือทั้งใต้ดินและบนอากาศ ดังนั้นทั้งโครงสร้างฐานราก และส่วนต่างๆของรั้วต้องไม่เกินเขตที่ดิน จึงนิยมทำฐานรากรั้วด้วยฐานรากตีนเป็ด และการตั้งเสารั้วไม่เอียงล้ำแนวที่ดิน หากพบเห็นรีบแจ้งและเจรจากับเจ้าของที่ดิน แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้ให้แจ้งเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินในพื้นที่นั้นๆ  สำหรับกรณีการทำรั้วร่วมกันกับเพื่อนบ้าน จะใช้ฐานรากปกติโดยวางโครงสร้างรั้วไว้กึ่งกลางเส้นแบ่งที่ดิน โดยรับผิดชอบค่าก่อสร้างและการดูแลรักษาร่วมกัน

2. กฎหมายเรื่อง รั้วที่ดิน รั้วบ้าน

รั้วที่ดิน รั้วบ้าน หรือกำแพงที่สร้างติดกับถนนหรือทางสาธารณะ

รั้วนั้นจะสร้างได้สูงไม่เกิน 3 เมตร โดยวัดจากระดับทางเท้าหรือถนนสาธารณะ แต่ถ้าสูงเกินกว่า 3 เมตร ต้องเว้นระยะห่างจากเขตที่ดินไม่น้อยกว่าความสูงของรั้ว

รั้วหรือกำแพงหัวมุมถนน

รั้วหรือกำแพงที่อยู่มุมถนนสาธารณะ ซึ่งถนนกว้างตั้งแต่ 3 เมตรขึ้นไป และมีมุมหักน้อยกว่า 135 องศา ต้องปาดมุมให้มีระยะไม่น้อยกว่า 4 เมตร และทำมุมกับแนวถนนสาธารณะเป็นมุมเท่าๆ กัน ดังนั้นหากใครจะซื้อที่ดินหัวมุมถนนลักษณะดังกล่าว จะต้องเสียที่ดินส่วนมุมนั้นไป

3. สร้างรั้วต้องขออนุญาต

รั้วถือเป็นสิ่งปลูกสร้าง กรณีสร้างรั้วติดกับถนนหรือที่ดินสาธารณะ ต้องทำการขออนุญาต แต่กรณีสร้างรั้วติดกับที่ดินเอกชนอย่างรั้วข้างบ้าน ไม่จำเป็นต้องขออนุญาต

อ้างอิง : กฎกระทรวง ฉบับที่ 55  ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 (พ.ศ.2543)

ส่วนในการถมดิน ซึ่งมีความสูงต่างจากระดับที่ข้างเคัยงมาก ก็มีกฎหมายลูกเป็นกฎกระทรวง พ.ศ. 2543 สำหรับที่ดินที่ใหญ่กว่า 2,000 ตารางเมตรขึ้นไป มีการถมที่ดินสูงต่างจากที่ข้างเคียงเกิน 5 เมตร ต้องมีการยื่นแบบ รายการคำนวณ วุฒิวิศวกรเซ็นต์แบบ โดยมีแนวทาง 2 แนวทางคือ

เว้นระยะร่นเข้ามาที่ดินตั้งแต่ส่วนฐานของเนินดิน ไม่น้อยกว่าระยะความสูงของเนินดินที่จะถม หรือ
มีการป้องกันการพังทลายของดินหรือสิ่งปลูกสร้าง โดยผู้ได้รับการรับรองผู้ประกอบอาชีพวิศวกรรมควบคุมสาขาโยธา หรือก็คือสามารถทำกำแพงกันดินที่มีความแข็งแรง และระบบระบายน้ำไม่ให้เป็นที่เดือดร้อนของที่ดินข้างเคัยงได้
แต่ทั้งนี้ก็เป็นข้อกฎหมาย หากเกินความเดือดร้อนก็สามารถเจรจาผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ในเชิงการอยู่ร่วมกันจริงในพื้นที่

หากรั้วบ้านล้ม ใครจะรับผิดชอบ

  • กรณีเป็นรั้วของตัวเอง ถ้าล้มเองแล้วทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บหรือทรัพย์สินเสียหาย เจ้าของที่ดินจะเป็นผู้รับผิดชอบ แต่ถ้าถูกทำให้ล้ม เช่น การถมดินจากอีกฝั่ง ผู้เป็นต้นเหตุจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบการซ่อมแซม
  • กรณีเป็นรั้วร่วมซึ่งสร้างกึ่งกลางเขตที่ดินและเป็นเจ้าของร่วมกัน  ถ้าพังลงมาเองก็จะเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน แต่ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำให้พัง ฝ่ายนั้นก็เป็นผู้รับผิดชอบ

เรื่องรั้วบ้านกับเพื่อนบ้านข้างเคียงน่าจะเป็นปัญหาที่หลายๆคนอาจจะเคยปวดหัวกันมาบ้าง ยิ่งถ้ามีเรื่องกันถึงขั้นต้องฟ้องอะไรกันนี่อาจจะเสียเวลากันไปอีกเป็นปีเลยทีเดียว อย่ากระนั้นเลย Baania ขอพาคุณมารู้เรื่องเกี่ยวกฎหมายรั้วบ้านให้มากขึ้น ให้คุณกับเพื่อนบ้านของคุณเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันไปนานๆนะครับ

รั้วบ้านใครเป็นเจ้าของกันแน่ ?

ถ้าเป็น รั้วบ้าน ของบ้านจัดสรรจะมีระบุไว้ว่ารั้วบ้านถือเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมกันระหว่างบ้านข้างเคียงหรือรั้วข้างบ้าน รั้วจะถูกวางไว้กึ่งกลางระหว่างเส้นแบ่งที่ดิน ส่วนถ้าเป็นรั้วบ้านที่ไม่ใช่บ้านจัดสรรแล้วเราจะเข้าไปอยู่ใหม่อาจจะต้องเช็คจากหมุดที่ดินว่ารั้วนั้นอยู่กึ่งกลางที่ดินหรือไม่ ถ้ารั้วอยู่กึ่งกลางที่ดินก็จะถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมกัน ออกแบบบ้าน ถ้ารั้วนั้นอยู่ในเขตที่ดินของบ้านข้างเคียงทั้งหมด เราต้องสร้างรั้วขึ้นมาใหม่ในที่ดินของเราเท่านั้น จะไปใช้รั้วบ้านร่วมกับบ้านข้างเคียงไม่ได้ เพราะจะถือว่าเราไปใช้พื้นที่ล้ำเข้าไปในเขตที่ดินของบ้านข้างเคียง

และจากการที่รั้วบ้านเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมกัน ทั้งสองบ้านต้องช่วยกันสร้าง ดูแล และออกค่าใช้จ่ายหากมีการซ่อมแซมรั้วคนละครึ่ง ทั้งนี้หากเราเข้าไปอยู่อาศัยใหม่และรั้วเดิมที่อยู่กึ่งกลางที่ดินถูกสร้างโดยบ้านข้างเคียงแล้ว เราอาจจะแสดงน้ำใจด้วยการขอซ่อมแซมรั้วเดิมโดยออกค่าใช้จ่ายให้ในครั้งนี้ เพราะเราไม่ได้ช่วยออกค่าสร้างรั้วให้ตั้งแต่แรกนั้นเอง

จะต่อเติมรั้วบ้านต้องต่อเติมอย่างไร?

ถ้าเป็นรั้วบ้านที่มีกรรมสิทธิ์ร่วมกัน เราจะมีสิทธิ์ต่อเติมรั้วได้ไม่เกินกึ่งกลางของรั้วเดิมตามแนวเขตที่ดิน ยกเว้นแต่จะมีการยินยอมจากบ้านข้างเคียงเป็นลายลักษณ์อักษรให้สามารถตั้งส่วนต่อเติมไว้กึ่งกลางของรั้วเดิมได้ โดยปกติก็ควรจะวางส่วนต่อเติมไว้บนทับหลังคานของรั้วเดิมหรือยึดกับผนังของรั้วฝั่งที่ดินของเรา ไม่ล้ำเกินกึ่งกลางของรั้ว หรือจะตั้งเสาใหม่หรือรั้วใหม่อีกชั้นอยู่ภายในเขตของที่ดินเราใหม่เลยก็ได้

อย่างไรก็ตามการทำรั้วบ้านที่ติดกับที่ดินข้างเคียง ควรมีการเอาแบบก่อสร้างไปพูดคุยกับบ้านข้างเคียงก่อน เพื่อลดปัญหาการทะเลาะเบาะแว้งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เพราะรั้วของเราอาจจะสร้างปัญหารั้วบ้านให้บ้านข้างเคียงและทำให้เราอาจโดนฟ้องได้หรือโดนสั่งให้รื้อส่วนต่อเติมทิ้ง เช่น การที่ไปก่อสร้างรั้วทึบสูงๆ อาจทำให้เกิดการบดบังทัศนวิสัย บดบังทิศทางลม บดบังแดดที่อาจทำให้หญ้าหรือต้นไม้บ้านเขาตายได้

เพื่อนบ้านจะต่อเติมรั้วต้องดูอะไรบ้าง?

ถ้าบ้านข้างเคียงมีการต่อเติมรั้วบ้าน ควรรีบคุยกับบ้านข้างเคียงก่อนและขอดูแบบรั้วบ้านคร่าวๆเพื่อดูรูปร่างหน้าตาของการต่อเติมและต้องตรวจสอบแบบรั้วว่าไม่มีส่วนที่ล้ำมายังเขตที่ดินของเรา ทั้งนี้ไม่ควรรอให้รั้วเสร็จแล้วค่อยบอก เพราะมักจะเกิดการทะเลาะกันจากการขอให้รื้อรั้วออก นอกจากนี้ควรเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียที่เกิดขึ้นหากมีการต่อเติมรั้ว เช่น เราอาจจะได้ความเป็นส่วนตัวที่เพิ่มมากขึ้นโดยที่เราไม่ต้องต่อเติมรั้วเอง หรือ ถ้าการต่อเติมรั้วมีการวางโครงสร้างไว้บนรั้วเดิมโดยใช้วัสดุที่มีน้ำหนักมากแล้วอาจจะทำให้รั้วเดิมทรุดได้ต้องรีบแจ้งให้บ้านข้างเคียงปรับแบบก่อน

อีกกรณีหนึ่งที่มักพบเจอกันคือการที่บ้านข้างเคียงต่อเติมอาคารเดิมมาชนกับรั้วบ้านเรา เช่น การต่อเติมครัวหลังบ้าน ตรงนี้ต้องดูที่กฎมายระยะร่นอาคาร โดยดูว่าส่วนต่อเติมนั้นหากมีหน้าต่างหรือช่องแสงต้องร่นระยะห่างอย่างน้อย 2 เมตรจากแนวเขตที่ดิน ถ้าไม่มีช่องแสงเป็นเพียงผนังทึบสามารถร่นระยะห่างเหลือ 50 เซนติเมตร อย่างไรก็ตามหากหากไม่มีช่องแสงเลยจะสามารถสร้างชิดเขตหรือรั้วได้แต่ต้องให้บ้านข้างเคียงเซ็นอนุญาตก่อน ทั้งนี้บล็อกแก้วก็จัดเป็นช่องแสงด้วยต้องร่นระยะห่าง 2 เมตร ซึ่งหากไม่เป็นไปตามกฎหมายก็สามารถร้องขอให้เทศบาลมาตรวจสอบและสั่งให้รื้อได้ ทั้งนี้หากจะอนุญาตให้เพื่อนบ้านต่อเติมมาชนรั้วบ้านเรา เราต้องดูว่าเมื่อต่อเติมเสร็จแล้วจะเกิดข้อเสียอะไรบ้าง เช่น น้ำฝนจากหลังคาจะหล่นมาที่บ้านเราหรือไม่หรือส่วนต่อเติมจะทำให้รั้วเดิมเกิดการชำรุดเสียหายหรือไม่ เป็นต้น

กฎหมายรั้วบ้านที่ควรรู้

กฎหมายรั้วบ้านมีอะไรบ้าง แล้วท่านควรจะทราบไว้ดังนี้

  • รั้วที่กั้นระหว่างที่ดินเอกชนกับที่สาธารณะ ต้องไม่มีส่วนใดล้ำออกไปในที่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นบนดิน เหนือดิน หรือใต้ดิน ดังนั้นอาจเลือกทำฐานรากเป็นแบบตีนเป็ดเพื่อไม่ให้ฐานรากไม่ล้ำไปยังที่สาธารณะ
  • รั้วที่สร้างชิดแนวที่ดินสาธารณะให้ก่อสร้างสูงได้ไม่เกิน 3 เมตร เหนือระดับทางเท้าหรือถนนสาธารณะ สำหรับเขตกรุงเทพฯ หากถนนสาธารณะกว้างน้อยกว่า 6 เมตร ให้ก่อสร้างสูงได้ไม่เกิน 2 เมตรเท่านั้น
  • รั้วกั้นระหว่างที่ดินเอกชนที่ติดกันและรั้วนั้นมีความสูงไม่ถึง 10 เมตร ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตก่อสร้าง เพราะไม่ถือเป็น “อาคาร” แต่หากรั้วนั้นมีความสูงถึง 10 เมตร ก็จะต้องยื่นขออนุญาตก่อสร้างเพราะเข้าข่ายเป็น “อาคาร”

ก็หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์กับทุกคนที่อาจกำลังมีปัญหารั้วบ้านและยังไม่เข้าใจ เรื่องกฎหมายรั้วบ้าน กันอยู่นะครับ ยังไงก็แนะนำให้พูดคุยกันดีๆ ด้วยเหตุและผล เพราะเราต้องอยู่กับเพื่อนบ้านกันไปอีกหลายๆ ปี ถ้าทะเลาะกันแล้วต้องมีปัญหาคงจะทำให้เราอยู่บ้านหลังนั้นได้อย่างไม่สบายใจเท่าไหร่