แยกความแตกต่างของอาการได้อย่างไร ?


อาการคนท้อง ไม่ว่าจะเป็น อาการคนท้องระยะแรก หรืออาการก่อนมี ประจำเดือน อาการหลักของทั้งสองภาวะนี้มีลักษณะคล้ายกัน แต่ก็มีรายละเอียดบางอย่างที่แตกต่างกัน ดังนี้

ตั้งครรภ์

คัดเต้านม

อาการคัดเต้านมมีสาเหตุมาจากฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้เต้านมตึง ขยายขนาดใหญ่ขึ้น หนาขึ้น หนักขึ้น เมื่อสัมผัสโดนจะรู้สึกเจ็บหรือไม่สบายตัว สำหรับวิธีสังเกตความแตกต่าง คือ ระยะเวลา อาการคัดเต้านมที่เกิดจากการตั้งครรภ์อาจเกิดขึ้นหลังเริ่มตั้งครรภ์ราว 1-2 สัปดาห์และอาจเป็นติดต่อกัน 3 เดือน ซึ่งนานกว่าอาการ PMS

ปวดท้อง

ความแตกต่างของอาการปวดท้องของสองกลุ่มอาการนี้ คือ ตำแหน่งที่เกิดอาการปวด อาการปวดท้องประจำเดือนจะอยู่บริเวณหน้าท้องและหลังส่วนล่างมักจะหายไปเมื่อหมดประจำเดือน ส่วนอาการคนท้องระยะแรกจะปวดบริเวณท้องน้อยกับหลังส่วนล่าง และมักจะปวดในระดับที่ไม่รุนแรง อย่างไรก็ตาม อาการปวดท้องในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ในผู้ที่มีประวัติแท้งบุตรอาจเป็นสัญญาณอันตรายได้ ดังนั้น หากพบอาการดังกล่าว ร่วมกับการมีเลือดหรือของเหลวออกทางช่องคลอด ควรไปพบแพทย์ทันที

อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย

การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนส่งผลต่อสมองและอารมณ์ได้เช่นกัน หากเป็นการเปลี่ยนแปลงอารมณ์ในช่วงก่อนมีประจำเดือนมักจะเป็นความรู้สึกหงุดหงิด อารมณ์เสีย วิตกกังวล หรือรู้สึกเศร้าเป็นส่วนใหญ่ โดยอาจเกิดในช่วง 1-2 วัน ก่อนมีประจำเดือน และหายไปเมื่อประจำเดือนหมด ส่วนผู้ที่ตั้งครรภ์อาจมีอารมณ์อ่อนไหวง่ายกว่าปกติ ทั้งความรู้สึกทางบวกและทางลบ อย่างหัวเราะง่าย ตื่นเต้นง่าย เศร้าง่าย และร้องไห้ง่าย คุณแม่บางคนอาจเป็นต่อเนื่องกันจนกระทั่งคลอด แต่อารมณ์ด้านลบที่มากเกินไปอาจส่งผลต่อทั้งผู้ที่ตั้งครรภ์และไม่ได้ตั้งครรภ์ ดังนั้น หากรู้สึกเศร้า วิตกกังวล หรือมีอารมณ์ด้านลบอื่น ๆ ติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์ ควรไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการวินิจฉัย ในเบื้องต้น การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอและการออกกำลังกายอย่างเหมาะสมอาจบรรเทาอาการเหล่านี้ได้

อยากอาหาร

ผู้ที่มีอาการ PMS อาจมีความอยากอาหารมากกว่าปกติ จึงอาจส่งผลให้รับประทานมากขึ้นและมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ ส่วนใหญ่มักจะเป็นอาหารประเภทแป้ง ของหวาน หรือของที่มีรสเค็มจัด ส่วนผู้ที่มีอาการของคนท้องระยะแรกอาจมีอาการอยากอาหารที่ต่างไปจากชีวิตประจำวันหรือชอบอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งมากเป็นพิเศษ อย่างของดองหรือของที่มีกลิ่นเฉพาะตัว คุณแม่บางคนอาจมีความรู้สึกอยากรับประทานสิ่งของที่ไม่ใช่อาหารหรือเป็นอาหารที่ไม่มีประโยชน์ อย่างน้ำแข็ง ดิน เศษเหล็ก หรือเศษไม้ อาหารเหล่านี้เรียกว่า Pica หากพบสัญญาณเหล่านี้ ควรไปพบแพทย์ทันที

เหนื่อยล้า อ่อนเพลีย

อาการก่อนมีประจำเดือนอาจส่งผลกระทบต่อการนอนหลับ ทำให้นอนไม่หลับหรือง่วงซึมตลอดเวลา แต่มักหายได้เองเมื่อประจำเดือนมา สำหรับคนท้องมักจะมีอาการเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ช่วง 3 เดือนแรกและอาจเป็นติดต่อกันจนกระทั่งคลอด ในเบื้องต้นคุณแม่อาจลองปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ อย่างการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่าอยู่เสมอ

นอกจากนี้ ทั้งสองภาวะยังอาจพบเลือดออกบริเวณอวัยวะเพศได้เช่นกัน สำหรับอาการ PMS ก็คือเลือดประจำเดือน ซึ่งอาจจะมีปริมาณเล็กน้อยในช่วงแรกและเพิ่มขึ้นหลังจากนั้น แต่สำหรับหญิงตั้งครรภ์ คือ สัญญาณการฝังตัวของไข่ที่ปฏิสนธิในเยื่อบุโพรงมดลูก โดยจะมีเลือดออกมาเล็กน้อยราว 1-3 วัน หรือที่เรียกกันว่าเลือดล้างหน้าเด็ก (Implantation Bleeding) ดังนั้น เพื่อไม่ให้สับสนระหว่างเลือดประจำเดือนกับเลือดล้างหน้าเด็ก การจดบันทึกเกี่ยวกับวันตกไข่ อย่างจำนวนวันที่ประจำเดือนมาและปริมาณของประจำเดือน หรืออาการอื่น ๆ ก็อาจช่วยให้แยกอาการตั้งครรภ์กับ PMS ได้ง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตาม อาการคนท้องระยะแรกและ PMS อาจเหมือนหรือแตกต่างกันก็ได้ หากสังเกตอาการแล้วไม่ได้ผลหรือรู้สึกไม่แน่ใจ อาจลองใช้ที่ตรวจครรภ์ที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปเพื่อตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง และไม่ควรละเลยอาการที่เกิดขึ้น เพราะหากเป็นการตั้งครรภ์ การสังเกตอาการเหล่านี้จะช่วยให้คุณแม่ดูแลใส่ใจตนเองและลูกน้อยในครรภ์ได้อย่างเหมาะสม ซึ่งจะส่งผลถึงพัฒนาการ ความแข็งแรง และความปลอดภัยของทารก

+ There are no comments

Add yours