เทคนิคหยุดโยโย่ เอฟเฟกต์

0 Comments

คนลดน้ำหนักทุกคน กลัวการเกิด โยโย่ เอฟเฟกต์ ทั้งนั้น สาเหตุที่ทำให้ไม่สามารถรักษาตัวที่ลดได้ถาวร มาจากการเลือกวิธีการลดน้ำหนักที่ผิดวิธี และความไม่จริงจัง ลองเปลี่ยนให้สุด แล้วบอกลาโยโย่ เอฟเฟกต์ กันเถอะ

จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ปี 2557 ชี้ว่า คนไทย มีความชุกของโรคอ้วนสูงเป็นอันดับ 3 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งสาเหตุของการเกิดโรคอ้วนมักจะมาจากความไม่สมดุลของพลังงาน การที่ร่างกายได้รับพลังงานจากอาหารมากกว่าพลังงานที่ร่างกายจะใช้ออกได้หมด พลังงานส่วนที่เหลือจึงถูกสะสมในรูปของไขมันใต้ผิวหนัง สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เกิดความไม่สมดุลพลังงานจนทำให้เกิดความอ้วนพอสรุปได้มี 5 ปัจจัยได้แก่

ประเภทของอาหาร (Diet)
การเลือกกินอาหารไม่เพียงแต่จำกัดปริมาณ และพลังงานเท่านั้น แต่ควรเลือกประเภท และควบคุมสัดส่วนของสารอาหารที่ให้พลังงาน (คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน) ให้เหมาะสมด้วย

กิจกรรม (Activity)
พลังงานที่ร่างกายต้องการใช้ในแต่ละวันประกอบด้วย 3 ส่วนคือ

พลังงานที่ใช้ในการทำงานของอวัยวะของร่างกายขณะพัก หรืออัตราการเผาผลาญพื้นฐานในแต่ละวัน (Basal Metabolic Rate; BMR) ประมาณร้อยละ 60 – 65 ของการใช้พลังงานต่อวัน
พลังงานที่ใช้ในการเคลื่อนไหว และการออกแรงทำงาน หรืออัตราการเผาผลาญจากกิจกรรมในแต่ละวัน (Physical Activity; PA) คิดเป็นร้อยละ 25 – 35 ของการใช้พลังงานต่อวัน
พลังงานที่ใช้ในกระบวนการย่อยอาหาร หรืออัตราการผาผลาญจากการย่อยอาหารในแต่ละวัน (Thermic Effect of Food; TEF) ประมาณ ประมาณร้อยละ 5 – 10 ของการใช้พลังงานต่อวัน
นิสัยการรับประทานอาหาร (Meals)
การกินอาหารจุบจิบ การกินไม่เป็นเวลา การกินอาหารกลางคืน มีผลต่อการสะสมไขมันใต้ผิวหนัง และเพิ่มน้ำหนักตัวได้

การนอนหลับ (Sleep)
มีการศึกษาวิจัย รายงานถึงความสัมพันธ์ของคนที่นอนน้อย หรือนอนเพียงพอ แต่ไม่มีคุณภาพ ว่ามีความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน และโรคอ้วนได้ ชั่วโมงของการนอนที่ไม่เพียงพอ การนอนไม่ตรงเวลา หรือการนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพ มีผลให้ร่างกายสะสมไขมันมากขึ้น อ่านเพิ่มเติม

ป้ายกำกับ:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เรื่องล่าสุด

คลังเก็บ

หมวดหมู่

เรื่องที่น่าสนใจ