เพราะห่วงนะเลยต้องมาบอก!! ต้นเหตุของนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ

0 Comments

อาการของ โรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะ
ลักษณะอาการของ โรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะ นั้น จะขึ้นอยู่กับขนาดของนิ่ว และตำแหน่งที่นิ่วนั้นอุดอยู่ รวมถึง นิ่วนั้นอุดทางเดินปัสสาวะมากน้อยเพียงใด หากอาการอยู่ในช่วงระยะแรก ร่างกายของเราอาจขับก้อนนิ่วออกมา ได้เองทางปัสสาวะ ซึ่งจะพบตะกอนเหมือนก้อนกรวดเล็กๆ ปนออกมาพร้อมกับปัสสาวะ แต่เมื่อใดก็ตามที่ก้อนนิ่ว มีขนาดใหญ่ขึ้นจะมีการอุดตันที่มากขึ้น ก่อให้เกิดการเสียดสี ส่งผลสู่การบาดเจ็บ มีเลือดออก ทำให้ปัสสาวะมีสีแดงขึ้น จากเลือดหรือบางกรณีมีสีเหมือนน้ำล้างเนื้อ
1.อาการปวด จากนิ่วอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ โดยอาจมีอาการปวดบริเวณบั้นเอว หรือ บริเวณท้องขึ้นอยู่กับตำแหน่งนิ่ว
2.มีปัสสาวะแสบ ขัด และปัสสาวะลำบาก
3.มีปัสสาวะเป็นเลือด พบได้ถึงร้อน 80-90 ของผู้ป่วย
4.ปัสสาวะขุ่นเป็นผลคล้ายชอล์ก เนื่องจาก การตกตะกอนของสารที่เป็นส่วนประกอบของนิ่ว
5.การติดเชื้อ การอุดกั้น ของนิ่วทำให้ปัสสาวะคั่งค้าง ในระบบทางเดินปัสสาวะ ทำให้เกิดการติดเชื้อ มีไข้ หากมีอาการมาก อาจพบปัสสาวะขุ่นมีหนองปนและกลิ่นเหม็น
6.ปัสสาวะไม่ออก กรณีที่เป็นนิ่วบริเวณท่อปัสสาวะ
7.ไม่มีน้ำปัสสาวะ กรณีที่มีภาวะอุดตันของไต อย่างรุนแรงทั้งสองข้าง
8.อาการแทรกซ้อน เช่น อาการคลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร และท้องอืด
*อาการของนิ่วในไต หรือท่อไต >> มีจะลักษณะอาการปวดตรงบริเวณเอวด้านหลังที่เป็นตำแหน่งของไต เวลาที่ก้อนนิ่ว หลุดมาอยู่ในท่อไต ผู้ป่วยจะมีอาการปวดชนิดที่รุนแรงมาก เหงื่อตก และเกิดเป็นพักๆ บางรายปัสสาวะอาจมีเลือดหรือเป็นสีน้ำล้างเนื้อร่วมด้วย แต่ถ้านิ่วลงมาอุดบริเวณที่ท่อไตต่อกับกระเพาะปัสสาวะ ผู้ป่วยจะมีอาการระคายเคืองเวลาปัสสาวะ อยากปัสสาวะ แต่ปัสสาวะขัด หากปล่อยให้เป็นนิ่วไปนานๆ โดยมิได้รับการรักษา จะทำให้ไตเกิดการบาดเจ็บเรื้อรัง ส่งผลให้ไตมีรูปร่าง และทำงานผิดปกติมากยิ่งขึ้น ซึ่งนำไปสู่ภาวะไตวายในที่สุด
*อาการของนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ >> ปัสสาวะขัด สะดุด ไม่สะดวก ถ่ายเจ็บ บางครั้งออกกะปริดกะปรอย หรือออกเป็นหยดขุ่นๆ หรือสีขาวเหมือนมีผงแป้ง บางครั้งมีเลือดหรือเป็นสีน้ำล้างเนื้อ นอกจากนี้อาจมีสิ่งที่คล้ายกรวดทรายปะปน มากับปัสสาวะได้ ทั้งนี้ถ้านิ่วไปอุดท่อทางเดินปัสสาวะก็จะทำให้เกิดการอยากถ่ายปัสสาวะอยู่เสมอ แต่ไม่สามารถถ่ายได้ออก
การรักษา โรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ
ปัจจุบันมีการรักษาหลายวิธี โดยแพทย์จะพิจารณาโดยอาศัยข้อมูลเรื่องชนิดและขนาดของนิ่ว ตำแหน่งของนิ่ว ความแข็งของนิ่ว ไตบวมมากหรือน้อย การอักเสบของไต พิจารณาแล้ววิเคราะห์เลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม ในแต่ละราย บางท่านอาจจะเหมาะสมที่จะรักษาด้วยการสลายนิ่ว แต่บางท่านไม่เหมาะสมที่จะสลายนิ่ว อาจรักษาได้ด้วยวิธีอื่นๆ เริ่มจาก
1.การรักษาตามอาการ กรณีนิ่วมีขนาดเล็ก กว่า 4 มม. โดยจะแนะนำให้คนไข้ดื่มน้ำมากๆ เพื่อให้นิ่วหลุดออกเองและตามผลอย่างสม่ำเสมอ
2.การรักษาทางยา เหมาะในรายที่เป็นนิ่วขนาดเล็กในไตหรือท่อไต ลักษณะกลม เรียบ มีอาการปวดไตน้อย ไม่อักเสบรุนแรง
3.การเจาะเพื่อดูดเอานิ่วอออกหรือการสลายนิ่ว ซึ่งเป็นวิธีรักษานิ่วที่ไม่ต้องผ่าตัดสำหรับผู้ป่วยที่นิ่วมีขนาดไม่เกิด 2 ซม.
**การรักษาด้วยการสลายนิ่วด้วยเครื่อง SHOCKWAVE เหมาะสำหรับนิ่วในไต หรือ ท่อไตขนาดปานกลาง โตไม่เกิน 2 เซนติเมตร
4.การผ่าตัด ได้แก่การผ่าตัดแบบเปิดแผล หรือการผ่าตัดโดยวิธีการส่องกล้อง วิธีการเหมาะสำหรับนิ่วที่มีขนาดใหญ่ เช่น นิ่วในท่อไตที่ติดแน่น นิ่วเขากวางในไต รวมไปถึงผู้ป่วยที่มีอาการอักเสบรุนแรง ซึ่งต้องรีบขจัดนิ่วออก ผู้ป่วยที่มีไตเสื่อมมากแล้ว เป็นต้น
**การรักษาด้วยการใช้กล้องส่อง เข้าไปคีบ ขบ กรอนิ่ว เหมาะสำหรับนิ่วในกระเพาะปัสสาวะและท่อไต ผู้ป่วยไม่มีแผลผ่าตัด สามารถสอดกล้องเข้าไปตามท่อปัสสาวะได้เลย**
ทั้งแพทย์และ ผู้ป่วยจะต้องปรึกษา และเลือกวิธีการต่าง ๆ เหล่านี้ ร่วมกัน เพื่อจะได้เข้าใจถึงเหตุผลที่แพทย์เลือกวิธีนั้นๆ ในการรักษา อ่านเพิ่มเติม

ป้ายกำกับ:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เพราะห่วงนะเลยต้องมาบอก!! ต้นเหตุของนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ

0 Comments

ปัจจุบัน โรคนิ่วเป็นปัญหาสาธารณสุขที่พบมากทั่วโลก และอุบัติการณ์ โรคนิ่วไต มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศไทยมีอุบัติการณ์ โรคนิ่วไต สูงมากโดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โรคนิ่วนั้นมีอยู่ด้วยกันสองชนิด คือ 1.นิ่วในถุงน้ำดี 2.นิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ
ได้แก่ นิ่วในท่อไต นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ นิ่วในไต และนิ่วในท่อปัสสาวะ ความแตกต่างของ 2 ชนิดนี้ คือ ส่วนประกอบ สาเหตุ รวมทั้งการดูแลรักษา แต่ที่เรียกว่านิ่วเหมือนกัน เพราะเพราะลักษณะที่เห็น คือ เป็นก้อนคล้ายหินเหมือนกัน ดังนั้นเมื่อเอ่ยชื่อว่า นิ่ว คุณต้องรู้ก่อนว่า เป็นนิ่วที่ไหน
นิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ การมีนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะจะส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ได้ เช่น การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ ส่งผลให้การทำงานของไตเสื่อมลง และอาจร้ายแรงจนถึงเกิดภาวะไตวายเรื้อรังและโรคไตระยะสุดท้าย ซึ่งทำให้ถึงแก่ชีวิตได้

รู้หรือไม่ว่า !! โรคนิ่วไตมีอุบัติการณ์การเป็นนิ่วซ้ำสูงมาก
โรคนิ่วนั้นมักเริ่มต้นเกิดในไต และต่อมาเลื่อนตำแหน่งไปยังกรวยไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะ หากนิ่วมีขนาดเล็กก็จะสามารถหลุดออกเองได้ ในช่วงเวลาที่ผู้ป่วยปัสสาวะ แต่ถ้านิ่วมีขนาดใหญ่ก็จะไปอุดตันตามตำแหน่งต่างๆ

สาเหตุของโรคนิ่ว เกิดจากหลายปัจจัย อาทิ ทางด้านสิ่งแวดล้อม เมแทบอลิซึมพันธุกรรม วิถีการดำเนินชีวิต และอุปนิสัยการกินอาหารของตัวผู้ป่วยเอง
8 ตัวการร้ายก่อเกิดโรคนิ่ว
1.กรรมพันธุ์ >> โรคหลายชนิดที่มีการถ่ายทอดทางพันธุกรรม และมีผลต่อการเกิดนิ่งทางเดินปัสสาวะ
2.อายุ >> พบมากในกลุ่มวัยทำงาน อายุ 40 – 60 ปี
3.เพศ >> พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง 2-3 เท่า
4.อาหาร >> ชนิดและปริมาณอาหารมีผลต่อการขับสารบางชนิดออกมาในปัสสาวะที่มีทั้งสารก่อให้เกิดนิ่งและสารยับยั้งการเกิดนิ่ว นิ่วเกิดได้อย่างไร !! นิ่วเกิดจาก “สารก่อนิ่ว” ที่มีอยู่ในปัสสาวะของเรา ได้แก่ แคลเซียม ฟอสเฟต ยูเรต ออกซาเลต ในภาวะที่มีปริมาณผิดปกติและสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยสาร เหล่านี้จะรวมตัวกัน กระทั้งกลายเป็นก้อนผลึกแข็ง เมื่อสะสมนานวันเข้าก็มีขนาดใหญ่ขึ้น และกลายเป็นก้อนนิ่ว ที่เข้าไปอุดตันที่บริเวณต่างๆ ของระบบทางเดินปัสสาวะ สารที่ป้องกันการก่อให้เกิดผลึกในปัสสาวะเรียกว่า “สารยับยั้งนิ่ว” ที่สำคัญได้แก่ ซิเทรต โพแทสเซียม และแมกนีเซียม
5.ปริมาณน้ำที่ดื่ม>> เป็นปัจจัยสำคัญของการเกิดนิ่ว ทางปัสสาวะ ถ้าดื่มน้ำน้อยกว่า 2 ลิตร/วัน โอกาสการนิ่วจะสูงขึ้น
6.ยาที่รับประทานบางชนิด
7.ภาวะติดเชื่อในระบบทางเดินปัสสาวะ อ่านเพิ่มเติม

ป้ายกำกับ:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เรื่องล่าสุด

คลังเก็บ

หมวดหมู่

เรื่องที่น่าสนใจ