แปรงฟันทุกวันทำไมฟันจึงผุ?


แปรงฟัน ทุกวันทำไมฟันจึงผุ?
คุณเคยมีคำถามคาใจไหมว่า ทำไมแปรงฟันทุกวัน แต่ก็ยังมีอาการเหล่านี้

สงสัยไหม? ไม่แปรงฟัน 1 สัปดาห์ จะเกิดอะไรขึ้น?

มีคราบเศษอาหารติดฟัน(ขี้ฟัน)ฟันผุ
มีหินปูน เหงือกอักเสบ
ไปพบทันตแพทย์ทีไร หมอก็บอกว่ายังแปรงฟันไม่ดี ก็เราแปรงวันละ 2 รอบ เช้า-เย็น แล้วนะ บางที 4 ครั้ง หลังอาหาร เช้า-กลางวัน-เย็น-ก่อนนอน เหมือนกินยาเลย มันต้องมีอะไรที่เราพลาดไปแน่ๆเลย… ใครรู้คำตอบ ช่วยบอกที

การทำฟันให้สะอาดนั้น ควรจะเริ่มต้นที่ว่า ต้องประกอบด้วย 2 ส่วน คือ การแปรงฟัน และการใช้ไหมขัดฟัน

การแปรงฟัน
การแปรงฟันก็มีรายละเอียดบางอย่างที่ควรรู้ คือ

ต้องมีระยะเวลาที่เหมาะสม คือ 2-3 นาที
ไม่ควรแปรงฟันทันทีหลังทานอาหารเปรี้ยว เช่น น้ำส้ม เพราะหลังทานอาหารเปรี้ยวผิวฟันจะอ่อนแอชั่วคราว ถ้าแปรงทันทีฟันจะสึกง่าย ควรแปรงฟันหลังจาก 20-30 นาทีไปแล้วจะดีกว่า
ถ้าไม่มีเวลามากนัก การแปรงฟันครั้งที่สำคัญที่สุดในแต่ละวันคือก่อนนอน เพราะช่วงตอนนอนปากจะปิด และน้ำลายจะไหลน้อยลง ถ้าช่องปากสกปรกเชื้อโรคก็จะเจริญเติบโตได้ดี ทำให้มีกลิ่นปากในตอนเช้า แต่ถ้าสะอาด ก็จะสะอาดนาน มีกลิ่นปากน้อย เพราะเราก็ไม่ได้กินอาหารตอนนอน ส่วนตอนเช้าถ้าเราแปรงแล้วไม่นานเราก็ต้องทานอาหาร ก็จะเริ่มสกปรกใหม่ เหมือนถังขยะ ถ้าเปิดเรื่อยๆจะไม่เหม็นมาก แต่ถ้าปิดฝาแล้วเปิดตอนเช้า คงนึกภาพออกว่าเหม็นเน่าแค่ไหน เอ ถ้าอย่างนั้นแปรงหลังอาหารทุกมื้อเลยดีไหม คำตอบคือสามารถทำได้ ถ้าไม่มีปัญหาว่าแปรงมากเกินไปจนทำให้เหงือกร่น คอฟันสึก ซึ่งในเด็กเล็กส่วนใหญ่จะไม่มีปัญหานี้ จึงสามารถทำได้ในเด็กเล็ก
แปรงฟันไม่ทั่วถึง บางทีเราแปรงฟันได้สะอาดมาก แต่ลืมบางบริเวณ เช่น ซี่สุดท้าย หรือด้านลิ้น
แปรงฟันในแต่ละบริเวณไม่เท่ากัน เช่น แปรงด้านแก้ม (ด้านนอก) 3 ครั้ง แต่แปรงด้านลิ้น (ด้านใน) 1 ครั้ง
การใช้ไหมขัดฟัน
การใช้ไหมขัดฟัน จะช่วยทำความสะอาดซอกฟัน ซึ่งการแปรงฟันเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำความสะอาดซอกฟันได้เพียงพอ แปรงฟันอย่างเดียวทำความสะอาดฟันได้แค่ประมาณ 60% บางคนบอกว่าทุ่มเทให้กับการแปรงฟันมาก ทำทุกวิถีทางแล้ว แต่ก็ยังมีปัญหา แต่อันที่จริงแล้ว ลืมใช้ไหมขัดฟัน เหมือนกับว่าเกาไม่ถูกที่คัน ปัญหาจึงยังมีต่อไป

ค่าความเป็นกรด-ด่างของน้ำลาย
ถ้าน้ำลายค่อนไปทางกรด (pH 6.1-6.3) ฟันจะผุง่าย เพราะเชื้อโรคที่ทำให้ฟันผุเจริญเติบโตได้ดีในสภาวะกรด แต่ต้องมีคราบเศษอาหารที่ติดฟันเป็นอาหารให้มันด้วยนะ พอมีคราบเศษอาหารที่ติดฟันเป็นอาหารเชื้อโรคก็จะผลิตกรดออกมามากขึ้น ทำให้มีการละลายแคลเซียมออกจากผิวฟัน ทำให้ฟันนิ่ม และผุในที่สุด

ถ้าน้ำลายค่อนไปทางด่าง (pH 7-7.3) จะมีหินปูนง่าย เพราะในสภาวะด่างแคลเซียมในน้ำลาย ซึ่งปกติจะเข้าไปในผิวฟันทำให้ฟันแข็งแรง ก็จะตกตะกอนที่ขี้ฟัน กลายเป็นหินปูนแทน คนส่วนใหญ่มีหินปูนที่ฟันหน้าล่างมากที่สุด เพราะรูเปิดของท่อน้ำลายที่อยู่ใต้ลิ้น พุ่งตรงมาที่บริเวณนี้ จึงมักเกิดการตกตะกอนได้ง่ายในบริเวณนี้ก่อน หลังจากนั้นความเข้มข้นของแคลเซียมลดลง การตกตะกอนก็น้อยลง ยิ่งไม่ได้ใช้งานฟันหน้า (ฟันหน้าใช้ฉีก ตัดอาหาร) ก็ยิ่งมีหินปูนมากกว่าใช้งาน เนื่องจากการเคี้ยวข้าว(การใช้งาน)เป็นการทำความสะอาดฟันตามธรรมชาติอีกวิธีหนึ่ง (ถ้าใครเคยมีแผลในปาก ทำให้เคี้ยวข้างนั้นไม่ได้ จะรู้เลยว่าข้างที่ไม่ได้ใช้งานจะรู้สึกสกปรกกว่าข้างที่ใช้งานปกติ)

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าเราทำความสะอาดฟันได้ดี ไม่มีคราบเศษอาหารที่ติดฟันไม่ว่า pH ในปากจะเป็นเท่าใดก็ไม่มีปัญหาจ้า

การกินจุบจิบ
ทุกครั้งที่กินอาหาร ค่า pH จะลดลงเป็นกรด ทำให้มีการละลายของแคลเซียมออกจากผิวฟัน (Decalcification) แล้ว pH ก็จะค่อยๆเพิ่มจนถึงระดับปกติภายใน 1 ชั่วโมง แล้วแคลเซียมจากน้ำลายก็จะกลับเข้าไปสะสมที่ผิวฟัน (Recalcification) ตราบใดที่กระบวนการนี้สมดุล คือ ละลาย เท่ากับ สะสม ก็จะไม่มีปัญหา แต่ถ้าเสียสมดุล คือ ละลาย มากกว่า สะสม เป็นระยะเวลานานก็จะเกิดฟันผุ ดังนั้นถ้าใน 1 วัน เรากินอาหาร 3 มื้อ ก็จะเกิดเหตุการณ์นี้ 3 ครั้ง ถ้ากินจุบจิบ pH ยังไม่ทันจะเข้าสู่ระดับปกติ ก็กินอีก pH ก็ลดลง พอ pH เพิ่มจะเข้าสู่ระดับปกติ ก็กินอีก ทำให้ในปากมีสภาวะเป็นกรดตลอดเวลา ฟันก็จะผุได้ง่าย ดังนั้นถ้าชอบกินขนมก็กินหลังกินข้าวทันทีให้จบเป็นมื้อๆไปจะดีกว่านะจ๊ะ

แปรงสีฟันหมดประสิทธิภาพ
โดยเฉลี่ยควรเปลี่ยนแปรงทุก 3 เดือน ถึงแม้ว่าแปรงจะยังไม่บาน เพราะช่วงแรกขนแปรงจะมีความยืดหยุ่น (สปริงตัว) ได้ดี แต่พอนานไป จะเริ่มไม่มีความยืนหยุ่น ประสิทธิภาพการทำความสะอาดจะลดลง ถ้าเป็นคนช่างสังเกต จะรู้สึกได้เลยว่าแปรงฟันเหมือนเดิม แต่รู้สึกว่าไม่สะอาด ถ้าตรวจสอบดู อาจจะพบว่าแปรงสีฟันนี้ใช้มาเกิน 3 เดือนแล้วค่ะๆ
ไม่ควรเก็บแปรงในภาชนะปิด เพราะว่าความชื้นทำให้แบคทีเรียที่ขนแปรงเจริญได้ดีกว่า เก็บแปรงในที่ภาชนะเปิด มีอากาศถ่ายเทได้ดี
ไม่แปรงสวนทางกับเหงือก เพราะทำให้เหงือกร่น
อย่าลืมแปรงลิ้น ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียที่ลิ้น และช่วยลดกลิ่นปากได้เป็นอย่างดี
แปรงให้ครบทุกด้านของฟัน ด้านหน้า ด้านใน และด้านบดเคี้ยว ความข้นหนืดของน้ำลาย ปริมาณน้ำลาย ผลข้างเคียงของยาบางตัวจะทำให้น้ำลายน้อยลง การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
วิธีการแปรงฟัน
ก่อนที่จะพูดเรื่องวิธีการแปรงฟัน ขออธิบายลักษณะของเหงือกและฟันก่อน เหงือกแบ่งเป็น 2 ประเภท (Biotype) คือ

เหงือกหนา (Thick biotype) ส่วนใหญ่จะเห็นฟันเป็นรูปสี่เหลี่ยม สั้นๆ
เหงือกบาง (Thin biotype) ส่วนใหญ่จะเห็นฟันเป็นรูปสามเหลี่ยม ยาวๆ เหงือกประเภทนี้จะร่นง่าย พอเหงือกร่น รากฟันก็จะโผล่ รากฟันเป็นส่วนที่ไม่ค่อยแข็งแรง ก็จะสึกได้จากการแปรงฟัน

แทงบอลออนไลน์

+ There are no comments

Add yours