โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด มีวิธีการรักษาอย่างไร?


โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด มีวิธีการรักษาอย่างไร?

 แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่

  • 1. การรักษาด้วยยา (Medical Treatment) ได้แก่  กลุ่มยารักษาภาวะหัวใจล้มเหลว เพื่อควบคุมอาการทางหัวใจ เช่น ในกรณีที่มีผนังกั้นห้องหัวใจด้านล่างรั่ว (Ventricular Septal Defect) ซึ่งเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดที่พบบ่อยที่สุด
  • 2. การรักษาด้วยการผ่าตัด (Surgical Treatment) ในกรณีที่มีความผิดปกติ เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดเขียว หรือ การผ่าตัดปิดผนังกั้นห้องหัวใจด้านล่างที่รั่ว

+ There are no comments

Add yours

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด


โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด
เป็นโรคที่พบบ่อยในเด็ก ประเทศไทยพบประมาณ 5-8 คนจากเด็ก 1,000 คน โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดมีหลายชนิด แต่ละชนิดมีความแตกต่างกันทั้งด้านพยาธิสภาพ และอาการที่แสดง ดังนั้น การรักษาและดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้จึงต้องแตกต่างกันไปด้วย ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีพยาธิสภาพรุนแรง หากได้รับการวินิจฉัยล่าช้า อาจส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อน ซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตได้

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ส่วนใหญ่ยังไม่ทราบสาเหตุ แต่สันนิษฐานว่าเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น ความผิดปกติของพันธุกรรมขณะตั้งครรภ์ มีการติดเชื้อ การได้รับยาบางชนิด การใช้สารเสพติด การได้รับรังสี ตั้งครรภ์เมื่อมีอายุมาก และครอบครัวมีประวัติโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ชนิดของโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด แบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ 2 กลุ่ม
ชนิดเขียว เป็นอาการที่เกิดจากเลือดดำไหลเข้าสู่เส้นเลือดแดงที่ส่งไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ทำให้เด็กมีลักษณะผิวหนัง หรือกล้ามเนื้อเขียวคล้ำ มักพบอาการเขียวที่เด่นชัดในบริเวณปลายมือ ปลายเท้า ริมฝีปาก และใบหน้า
ชนิดไม่เขียว เป็นอาการที่เกิดจากร่างกายได้รับออกซิเจนที่ส่งมากับเลือดไม่เพียงพอ และหัวใจมีการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ได้น้อยลง ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงมากได้เหมือนคนปกติ ในวัยทารกจะมีอาการเหนื่อยง่ายขณะดูดนม เมื่อเด็กโตขึ้นจะมีอาการเหนื่อยง่ายเมื่อทำกิจกรรมหรือออกแรงทำสิ่งใดๆ หากมีการทำกิจกรรมที่หนักอย่างต่อเนื่องอาจทำให้ร่างกาย และสมองขาดออกซิเจน เป็นลมหมดสติได้ง่าย

อาการโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด
เริ่มจากไม่มีอาการจนถึงอาการรุนแรง อาการที่ผู้ปกครองควรสงสัยว่าบุตรหลานของท่านเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด คือ
เหนื่อยง่าย เมื่อเทียบกับเด็กปกติ
เมื่ออยู่ในวัยทารก พบว่าต้องใช้เวลาดูดนมนาน ดูดนมแล้วพักบ่อย หายใจเร็ว หายใจทางจมูก หรือซี่โครงบาน
สังเกตจากลิ้น เยื่อบุตา ริมฝีปาก ปลายมือ ปลายเท้าเป็นสีคล้ำ
ติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น เป็นหวัด หรือปอดบวมบ่อย
เด็กขาดการเจริญเติบโต หรือโตต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน
ลักษณะภายนอกผิดปกติ เช่น กลุ่มอาการดาวน์
หน้าอกผิดรูป ยุบ หรือโป่งมากผิดปกติ นิ้วปุ้ม อ่านเพิ่มเติม

+ There are no comments

Add yours