ครบรอบ 7 ปี ATM เออรัก..เออเร่อ สงครามระหว่างคู่รัก ที่มีศักดิ์ศรีเป็นเดิมพัน


ย้อนกลับไปในวันนี้เมื่อ 7 ปีที่แล้ว (19 กุมภาพันธ์ 2555) ภาพยนตร์ โรแมนติกคอเมดี้ ATM เออรัก..เออเร่อ ฝีมือการกำกับ ของ เมษ ธราธร เข้าฉาย เป็นวันแรก และทันทีที่เข้าฉายหนังก็สร้างกระแสเสียงฮาจนโกยรายได้ในระดับปรากฏการณ์ไปกว่า 152.5 ล้านบาท ส่งให้ ATM เออรัก..เออเร่อ เคยขึ้นแท่นในทำเนียบภาพยนตร์ไทยที่ทำรายได้ตลอดกาล ในอันดับที่ 6 (ปัจจุบันตกไปอยู่ในอันดับที่ 11)

นอกจากนี้หนังเคยครองตำแหน่งภาพยนตร์ที่ทำรายได้มากที่สุดของ GTH (ก่อนหน้าที่ค่ายจะเกิดการเปลี่ยนแปลงและเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น GDH 559 ในปี 2559) ก่อนจะถูกโค่นแชมป์ลงโดยภาพยนตร์ พี่มาก..พระโขนง (2556)     

เรื่องราวใน ATM เออรัก..เออเร่อ เริ่มต้นขึ้นจากศึกแห่งศักดิ์ศรีภายในธนาคารสัญชาติญี่ปุ่น JNBC ซึ่งมีกฎบังคับข้อสำคัญว่า ‘พนักงานจะมีความสัมพันธ์เกินเลยมากกว่าเพื่อนร่วมงานไม่ได้’ เพราะอาจจะเอื้อให้เกิดโอกาสในการทุจริตในองค์กร

แต่กฎย่อมมีไว้แหก เพราะสุดท้ายไม่อาจหักห้ามความรักของ จิ๊บ (รับบทโดย ไอซ์-ปรีชญา พงษ์ธนานิกร) และเสือ (รับบทโดย เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี) ซึ่งแอบคบกันลับ ๆ มาเป็นระยะเวลา 5 ปีแล้ว โดยที่ไม่มีใครระแคะระคาย

แต่แล้วก็เกิดจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อตู้ ATM ของบริษัทเกิด ‘เออเร่อ’ ง่ายเงินผิดออกไป 130,000 บาท และจากจุดเริ่มต้นนั้นเองที่นำพามาซึ่งภารกิจพ่วงกติกาการแข่งขันระหว่างคู่รักแบบสุดป่วน นั่นคือ ‘ถ้าใครแพ้จะต้องลาออกจากบริษัท!’ แล้วยอมให้อีกฝ่ายกลายเป็นช้างเท้าหน้าของครอบครัวหลังจากแต่งงาน…เจอถ้ากติกาแบบนี้แล้วใครกันจะยอมได้! 

ATM เออรัก..เออเร่อ เต็มไปด้วยมุกโรแมนติกและสถานการณ์เรียกเสียงฮา โดยเฉพาะคาแรกเตอร์ของ ‘นางเอก’ ที่ทั้งสวย ฉลาด และแสบสัน จนส่งให้นางเอกหน้าใหม่อย่าง ไอซ์-ปรีชญา พงษ์ธนานิกร แจ้งเกิดแบบเต็มตัว

ATM เออรัก..เออเร่อ

นอกจากบทภาพยนตร์และฝีมือกำกับมุกของ เมษ ธราธร ที่ยอดเยี่ยม แต่อีกกุญแจแห่งความสำเร็จที่ถือเป็นเสน่ห์สำคัญของหนังคือ ‘เคมี’ ของนักแสดงนำและนักแสดงสมทบ อย่าง โจ๊ก โซคูล, เผือก-พงศธร จงวิลาส, ป๊อบ-ปองกูล สืบซึ้ง, แจ๊ค แฟนฉัน, เอิร์ธ-ธวัช พรรัตนประเสริฐ, ฝน-ศนันธฉัตร ธนพัฒน์พิศาล, พุทธชาด พงศ์สุชาติ และแอนนา ชวนชื่น ที่ทำให้ความโรแมนติกและมุกสร้างเสียงหัวเราะนั้นเขย่าออกมาลงตัว

และจากความสำเร็จของภาพยนตร์ ยังส่งให้เกิดเวอร์ชันซีรีส์ในชื่อ ATM 2 คู่เวอร์..เออเร่อ..เออรัก โดยออกอากาศทางช่องจีทีเอชออนแอร์ ในปี 2556 พร้อมด้วยทีมนักแสดงนำที่เคยเรียกเสียงฮามาแล้วจากเวอร์ชันภาพยนตร์ อย่าง เต๋อ ฉันทวิชช์, ไอซ์ ปรีชญา, เผือก พงศธร และ โจ๊ก กรภพ ฯลฯ

ภาพยนตร์ ATM เออรักเออเร่อ หนังไทยอารมณ์ดีจากการกำกับของ เมษ ธราธร เรื่องราวความรักลับ ๆ ของหนุ่มสาวธนาคารคู่หนึ่งกับภารกิจวุ่น ๆ ตามล่าหาเงินที่หายไปจากตู้เอทีเอ็ม

ธนาคาร JNBC มีกฎเหล็กในการทำงานว่าห้ามให้พนักงานในบริษัทเป็นแฟนกันเนื่องจากผลสำรวจเห็นว่าพนักงานในบริษัทหากมีความสัมพันธ์กันลึกซึ้งอาจจะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลงเพราะไม่สามารถที่จะแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวได้และอีกนัยหนึ่งคืออาจมีการทุจริตหรือเอื้ออำนวยประโยชน์ให้กันในทางอ้อม จนกระทั่งวันหนึ่ง จิ๊บ ( ไอซ์ ปรีชญา ) ซึ่งทำหน้าที่เป็นหัวหน้าแผนกได้จับได้ว่ามีพนักงานในบริษัทแอบคบหากันจึงได้เรียกมาคุยแล้วจัดการเรื่องราวในทันที พอเรื่องนี้แดงขึ้นมาก็เดือดร้อนถึง เสือ (เต๋อ ฉันทวิทย์) หนึ่งในพนักงานธนาคาร ที่ได้แอบคบกันแบบลับ ๆ อยู่แล้วกับจิ๊บ ทำให้ทั้งคู่ต่างตัดสินใจที่จะจัดการกับปัญหานี้อย่างต่าง ๆ นา ๆ ทางออกที่ดีที่สุดคือต้องมีคนใดคนหนึ่งลาออกแต่ต่างฝ่ายต่างก็ไม่ยอม
ปัญหาเรื่องหัวใจยังไม่จบดีปัญหาใหญ่ก็ตามมาทันทีเมื่อมีการแจ้งว่าธนาคารที่สาขา ชลบุรี มีการจ่ายเงินเกินจากเครื่องไปเป็นจำนวนกว่า 130,000 บาท ดูหนังออนไลน์ฟรี เนื่องจากพนักงานตั้งค่าเครื่องผิดเรื่องนี้ก็เดือดร้อนมาถึงจิ๊บที่ต้องจัดการแก้ไขปัญหาเหล่านี้โดยจิ๊บได้รับคำสั่งจากหัวหน้าให้ตามเงินกลับมาให้ได้ภายใน 2 อาทิตย์ หากทำไม่ได้ก็จะได้รับโบนัส แต่จิ๊บก็พลิกวิกฤตเป็นโอกาสโดยหลอกเสือว่าจะต้องไปทำเรื่องนี้ที่ต่างจังหวัด 2 คนกับลูกหัวหน้าของเธอเสือเลยรีบรับอาสาทำเรื่องนี้ให้โดยทำสัญญากันว่าหากเสือสามารถที่จะนำเงินกลับมาได้จิ๊บต้องเป็นฝ่ายลาออกจากธนาคาร จิ๊บยินดีรับข้อเสนอนั้นและก็ดีใจอยู่ภายใน เมื่อเสือได้รับภารกิจนั้นมาซึ่งมันกลายเป็นงานหนักของเขาเข้าแล้วเพราะข้อมูลใด ๆ ก็ไม่มี ภาพจากกล้องก็ใช่ไม่ได้แถมโปรแกรมของตู้ เอทีเอ็มก็เออเร่อไม่สามารถแสดงเวลาของคนที่มากดเงินได้เลย

จิ๊บผู้ทีรู้เรื่องราวทั้งหมดนี้อยู่แล้วได้แต่ซะใจและก็ยังคอยติดตามการทำงานของแฟนหนุ่มตลอดเวลาแถมยังคอยที่จะขัดขวางเสือไม่ให้งานนี้สำเร็จเพื่อที่ตนจะได้ไม่ต้องเป็นคนลาออก จากคู่รักกลับต้องมากลายเป็นคู่แข่งเพื่อที่จะตามหาตัวผู้โชคดีจากตู้เอทีเอ็มแห่งนี้

มือมืดที่ได้เงินไปก็ไม่ธรรมดา แป๊ด (แจ็ค เฉลิมพล) คนขับสองแถวจอมกะล่อนพาเสือไปปล่อยทิ้งไว้ถนนเปลี่ยวกลางทุ่งนา ในขณะที่ ปื๊ด (เอิร์ท ธวัช) คู่ซี้ไอ้แป๊ดถึงขั้นวางแผนฆ่าปิดปาก !!! เจ๊อั้ม (ตุ๊ยตุ่ย พุทธชาด) เจ้าของซักรีดฝีปากกล้านำเงินที่ได้มาถอยเครื่องซักผ้าจดหมดเกลี้ยง ก็อบ (น้ำฝน ศนันธฉัตร) ลูกสาวของเจ๊อั้มได้ตกหลุมรักเสือเข้าให้จึงร่วมมือเพื่อช่วยเสือ อีกทั้งจ่าแซม (แอนนา ชวนชื่น) ที่เลี้ยงจระเข้ไว้ในบ้านอีก ทันทีที่แต่ละคนรู้ชะตาชีวิตของตนเองในการถูกตามล่าของธนาคารต่างคนต่างก็งัดสารพักวิธีเพื่อหลีกเลี่ยงการทวงเงิน นั้นก็ยิ่งทำให้ภารกิจครั้งนี้วุ่นวายและสนุกสนานยิ่งขึ้น…

จากเนื้อหาของภาพยนตร์เรื่องนี้จะสังเกตได้ว่าเป็นภาพยนตร์ที่สามารถรับชมได้ทุกเพศทุกวัยเป็นเรื่องเบาสมองหากนำหลักในการวิจารณ์มาใช้ประกอบการพิจารณาก็สามารถจัดภาพยนตร์เรื่องนี้ให้อยู่ใน

แนวคิดของรูปแบบนิยม (Formal Criticism)

แนวคิดรูปแบบนี้จะวิเคราะห์เทคนิคใดเทคนิคหนึ่งเป็นพิเศษหรืออาจวิเคราะห์หลาย ๆ องค์ประกอบเทคนิคเชื่อมโยงกันโดยจะให้ความสำคัญในด้านการนำเสนอมากกว่าเนื้อหาของเรื่อง

เริ่มจาก สื่อที่นำมาวิจารณ์นี้เป็นในด้านของภาพยนตร์ เนื้อหาโดยรวมกล่าวถึงคู่รักในธนาคารกับภารกิจการตามล่าหาเงินที่หายไปแต่จะเป็นการนำเสนอเนื้อเรื่องแบบไม่เครียดเป็นการปฎิบัติภารกิจที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มมากกว่าและยังสอดแทรกแง่คิดในเรื่องของการทำงาน การใช้ชีวิตในสังคมพร้อมทั้งกับความซื่อสัตย์สุจริตในตนเอง ภาพยนตร์นี้ถูกถ่ายทอดเนื้อเรื่องจากตัวละครหลักไม่เพียงกี่ตัวเท่านั้นซึ่งง่ายต่อการจดจำของคนดูไม่ได้เป็นการเล่าเรื่องจากตัวละครใดตัวหนึ่งแต่เป็นการแสดงการดำเนินเรื่องไปโดยพร้อมๆกัน ลำดับเหตุการณ์ของเนื้อหาจะเป็นการเล่าเรื่องแบบตรงไปตรงมาและเล่าสลับอดีตกับปัจจุบันซึ่งการนำเสนอแบบนี้คนดูก็จะเข้าใจได้ง่ายว่าเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นนั้นมีจุดเริ่มต้นมาอย่างไรและทำไมถึงมาเป็นแบบนี้ได้ ก็จะทำให้คนดูมีอารมณ์ร่วมไปกับภาพยนตร์ด้วย
เทคนิคต่าง ๆ ที่ใช้ในการนำเสนอ เรื่องของขนาดภาพ (The Shots) มีการใช้ขนาดของภาพครบทุกองค์ประกอบ ภาพในระยะไกล ตัวอย่างเช่นภาพถ่ายของธนาคารนำเสนอออกมาเพื่อที่คนดูจะได้เห็นรายละเอียดในด้านกว้าง ๆ แต่คนดูก็ยังไม่รู้สึกผูกพันเท่าไหร่นัก ต่างจากภาพระยะใกล้ ตัวอย่างเช่นตอนที่เสือกับจิ๊บอยู่ด้วยกันสองต่อสองมองหน้ากันบนเตียงจะใช้ภาพถ่ายระยะใกล้ให้คนดูมีอารมณ์คล้อยตาม อาจจะจินตนาการไปได้เลยว่าตนเองเป็นตัวละครนั้นอยู่จะทำให้คนดูให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านั้นมากกว่าการถ่ายภาพระยะไกล แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของเรื่องราวในแต่ละตอนด้วย

มุมกล้อง (The Angles) มีการใช้มุมกล้องระดับสายตาเป็นส่วนใหญ่ และมีการใช้มุมกล้องในรูปแบบSubjective ในตอนที่แฟนบอลต่างก็ที่จะแย่งกันไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มซึ่งใบหน้าของแต่ละคนแสดงความรู้สึกออกมาได้ชัดเจนทำให้ภาพที่ถ่ายทอดออกมานั้นสามารถดึงคนดูเหมือนเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นได้

การเคลื่อนไหวของกล้อง (Camera Movements) หลัก ๆ ของเรื่องจะมีการใช้กล้องแบบ Pan เพื่อรักษาการเคลื่อนไหวที่คงที่ของตัวละคร ใช้ Hand-held การใช้กล้องแบกบ่าอย่างอิสระจะไม่มีการจัดวางของกล้องมากนักซึ่งทำให้คนดูชิดใกล้กับตัวละครมากขึ้น แต่ก็มีการตั้งกล้องเป็นกล้องหลักอยู่กับที่เพื่อใช้การถ่ายทำภาพที่เป็นการนำเสนอเรื่องราวแบบนิ่งไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรมากมาย

องค์ประกอบภาพเพื่อสื่อความหมาย (Mise-en-Scence) จะนำเสนอในด้านของจุดเด่นเช่นตอนที่จิ๊บไปตามหาเจ๊อั้มที่ร้านซักรีดองค์ประกอบภาพแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเจ๊อั้มมีเครื่องซักผ้าใหม่เอี่ยมจำนวนหลายตัวมากซึ่งทำให้รู้ได้ทันทีว่าพึ่งซื้อมาทั้งที่ไม่อะไรเป็นตัวนำให้เห็นเลยว่าเจ๊อั้มมีฐานะที่สามารถจะซื้อเครื่องซักผ้าใหม่ได้พร้อมกันทีเดียว จุดรองในการเชื่อมเรื่องคือจำนวนผ้าที่มีมาให้ซักไม่ค่อยมากเท่าไหร่นัก จังหวะยังไม่ค่อยมีความสัมพันธ์ที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวที่งดงามเท่าไหร่นัก มีการใช้ความกลมกลืนและการตัดกันทางศิลป์อย่างเหมาะสม

การตัดต่อ การใช้เสียง การใช้แสงสี มีการตัดต่อที่ราบเรียบเกินไปในบางตอนยังไม่ค่อยเนียนเท่าไหร่นัก แสงและสีก็มีความเหมาะสมในระดับหนึ่งมีทั้งความนุ่มนวล สว่างเป็นส่วนใหญ่ให้ความสดใสมากกว่าการนำเสนอออกมาในรูปแบบของภาพแสงน้อยซึ่งจะให้อารมณ์เศร้าซึ่งในเรื่องนี้จะไม่มีเรื่องเศร้าเท่าไหร่นัก การใช้เสียงก็มีเสียงที่โดดเด่นอย่างชัดเจน เช่นตอนที่คนต่างก็แย่งแห่กันมากดเงินเสียงทุกคนตะโกนโหวกแหวกโวยวายต่างรีบวิ่งเข้ามาเพื่อที่จะแย่งกันกดเงินภาพยนตร์ใช้เสียงที่สื่อออกมาอย่างดังแสดงให้เห็นถึงความต้องการอย่างชัดเจน
ฉาก ส่วนใหญ่ก็มีไม่กี่ฉากคนดูจำได้หมดหลัก ๆ คือธนาคาร บ้านเรือนของคนที่ได้เงินไป บนรถเป็นต้นเป็นจะไม่ค่อยใช้ฉากที่ใช้เทคนิคพิเศษสร้างเท่าไหร่ ซึ่งข้อดีคือทำให้เห็นถึงความรู้สึกเป็นธรรมชาติ
ตัวแสดงแต่ละครของภาพยนตร์เรื่องนี้โดยพื้นฐานหลักเลยคือเป็นกลุ่มคนที่มีคาแรคเตอร์เป็นของตัวเองสูงเป็นคนที่อารมณ์ดีสนุกสนาน เมื่อมาเล่นภาพยนตร์ที่ไม่ต้องใช้อารมณ์มาก็ทำให้การทำงานง่ายขึ้นอีกทั้งเป็นภาพยนตร์ตลกเฮฮาอีกยิ่งทำให้การแสดงออกมาของอารมณ์ของนักแสดงแต่ละคนทำออกมาได้อย่างดีมาก แสดงได้สมจริงและชัดเจนสามารถทำให้คนดูเชื่อได้ว่าตัวตนเขาเป็นอย่างนั้นจริง ๆ เกิดการจับผิดน้อย

ภาพรวมหลัก ๆ ของการวิจารณ์ภาพยนตร์เรื่องนี้แบบรูปแบบนิยมก็เป็นไปในทิศทางบวกเพราะนักแสดงและทีมงานทุกคนล้วนเป็นมืออาชีพและมีประสบการณ์สูงทั้งนั้น

การวิจารณ์แนวคิดการสร้างอารมณ์ขัน

ภาพยนตร์เรื่อง ATM เออรักเออเร่อ สามารถจัดอยู่ได้ในกลุ่มของตลกโปกฮา (Farce) ใช้สถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อสร้างความตลกขำขันให้เกิดขึ้น มีการใช้ไหวพริบคำคมของตัวละครบางตัว เช่นการใช้คำคมภาษาของปี๊ดในการจีบก็อบที่ออกแนวเลี่ยน ๆ แต่ทำให้คนดูอมยิ้มได้ หรือการสวนกันทันควันของมุขของตัวละครแต่ละตัว

ความตลกก็มีความาสมจริงเพราะดังที่กล่าวแล้วว่าตัวละครแต่ละตัวในชิวิตจริงนั้นก็เป็นคนที่อารมณ์ดีเพราะฉะนั้นเมื่อเขาได้มาเล่นบทเรื่องราวที่ตลกเข้ากับตนเองจะไม่ทำให้เขาเกิดความรู้สึกฝืนหรือไม่ถนัด จังหวะในการแสดงเรื่องราวที่ตลกนั้นก็ปล่อยออกมาได้อย่างดีเยี่ยม เป็นภาพยนตร์ทีทำให้คนดูแทบไม่ได้มีจังหวะหยุดขำเลย ซึ่งนั้นก็แสดงให้เห็นว่าการนำเสนออารมณ์และเรื่องราวเหล่านั้นประสบความสำเร็จอย่างมาก จังหวะในการปล่อยมุขแต่ละมุขก็เหมาะสมกับสถานการณ์ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วแต่คนดูก็สามารถที่จะเข้าใจได้เพราะมุขที่แสดงออกมานั้นเป็นมุขเป็นภาษาที่เข้าได้ถึงคนในวงกว้าง สามารถตอบสนองคนดูได้ทุกเพศทุกช่วงอายุ

เรื่องราวความนำเสนอความคิดแบบมุขตลกนี้ก็ไม่มีอะไรที่ตายตัวมากนักส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นเพราะประสบการณ์และความสามารถเฉพาะตัวของนักแสดง แต่ต้องระวังไว้ว่าการปล่อยมุขหรือเรื่องราวที่ตลกนั้นควรจะอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสมไม่ออกนอกเรื่องจนเกินไปต้องจับจุดของคนดูให้ถูกว่าคนดูต้องการสิ่งไหนและเราจะสื่อออกมาได้ชัดเจนแค่ไหนหรือไม่อย่างไรแต่จุดประสงค์ของคนดูที่ชอบดูหนังตลกจะไม่มีอะไรมากมายจะไม่ค่อยคาดหวังกับเนื้อหาเท่าไหร่เพียงแค่ต้องการชมภาพยนตร์ที่สาระอาจจะมีไม่มากแต่สามารถให้อารมณ์ขันกับคนดูได้เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว นับว่าภาพยนตร์ที่มีเนื้อเรื่องที่ตลก อารมณ์ดี ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นที่นิยมของคนไทยอยู่แล้วส่วนใหญ่ผู้ที่ผลิตภาพยนตร์แนวนี้ก็มักประสบผลสำเร็จเป็นส่วนใหญ่ อย่างเช่นเรื่อง ATM เออรักเออเร่อ เป็นต้น

+ There are no comments

Add yours