สืบชู้สาว เรื่องง่าย ๆ และ สืบธุรกิจ นักสืบเอกชน

หากต้องการหาคนหายกับนักสืบเอกชน ขั้นตอนการเตรียมเอกสาร

แนวทาง ขั้นตอน สำหรับในการ แจ้งเหตุคนหาย รวมทั้ง การเตรียมเอกสาร การแจ้งความ คนหาย หมายถึง การเข้าหาตำรวจ เพื่อแจ้งเหตุ กรณีคนหาย กับพนักงานที่มีหน้าที่สอบสวน เพื่อลงรายงาน บันที่กประจำวัน ไว้เพื่อเป็นหลักฐานรวมทั้ง เพื่อเป็นการดำเนิน ตามขั้นตอน สำหรับการค้น ของะเบียบการตำรวจ เกี่ยวกับคดี เรื่อง คนหาย พลัดหลง ต่อไป

ข้อแนะนำก่อนการไปแจ้งความคนหายที่สถานีตำรวจ
ครอบครัวคนหาย จะต้องตรวจสอบข้อมูล ให้ชัดเจนก่อน เพื่อเป็นการยืนยันว่า คนหาย ได้หายออกจากบ้านจริง ๆ โดยไม่มีกรณีสงสัยว่า ติดธุระ หรือ ไปที่อื่น ซึ่งเป็นเหตุ ทำให้กลับบ้านผิดเวลา ควรตรวจสอบ จากเพื่อนสนิท หรือ คนที่คิดว่า จะทราบความเคลื่อนไหว ของผู้หาย เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะขาดการติดต่อไป นักสืบ
ควรตรวจสอบทรัพย์สิน ของมีค่า หรือ สิ่งของสำคัญ ของผู้หาย ว่า ได้มีการนำติดตัว ไปด้วยหรือไม่ ตรวจสอบว่า มีการเก็บเสื้อผ้า หรือ ทิ้งหลักฐานอื่น ๆ ไว้หรือไม่ เช่น จดหมายสั่งลา ฯลฯ เพื่อเป็นข้อมูล และ พยานหลักฐาน ในการยืนยันว่า ผู้หาย ไปหายออกจากบ้านไปจริง ๆ
ควรเรียงลำดับ เหตุการณ์ ทั้งหมด ที่เกิดขึ้น ก่อนการหายไป และ เหตุการณ์ นักสืบ ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง กับการหายไป โดยทางครอบครัว อาจจะเขียนลำดับเหตุการณ์ ลงในกระดาษ เพื่อจะได้ง่าย ต่อการเรียงลำดับ เหตุการณ์ อย่างเป็นขั้นเป็นตอน และ จะได้เห็นภาพอย่างชัดเจน

ขั้นตอนการแจ้งความคนหายที่สถานีตำรวจ
เข้าพบพนักสอบสวน เพื่อบอกเล่ารายละเอียด และ สอบปากคำ ผู้แจ้ง เกี่ยวกับข้อมูล ของคนหาย
เสมียนประจำวัน จะลงบันทึกประจำวัน
พนักงานสอบสวน จะทำการมอบสำเนา บันทึกประจำวัน ให้แก่ผู้แจ้ง (ในกรณีที่ พนักงานสอบสวน ไม่ได้มอบ สำเนาบันทึกประจำวันให้ ผู้แจ้งความ ต้องร้องขอ)
ขอชื่อ และ หมายเลขโทรศัพท์มือถือ ของพนักงานสอบสวน ที่รับแจ้งความไว้ด้วย สำหรับการประสานงาน เพื่อสอบถาม ความคืบหน้า
กรณีตำรวจไม่มอบสำเนาบันทึกประจำวัน

การแจ้งความ คนหาย ในทุก ๆ กรณี ไม่ว่าจะมีความเกี่ยวเนื่อง กับคดีอาญา ด้วยหรือไม่ พนักงานสอบสวน ที่รับแจ้งความ มีหน้าที่ จะต้องส่งมอบ ให้สำเนาบันทึกประจำวัน เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน กับผู้แจ้งด้วยทุก ๆ ครั้ง ผู้แจ้งความ จึงมีสิทธิ์ ในการเรียกรับ สำเนาบันทึกการแจ้งความ ด้วยทุกครั้ง

หากผู้แจ้งความไม่ได้รับสะดวกในการแจ้งความคนหาย ผู้แจ้งควรไปดำเนินการร้องทุกข์กับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในระดับรองผู้กำกับการขึ้นไปในสถานีตำรวจนั้นๆ เพื่อให้ได้รับความสะดวกในการแจ้งความ

แจ้งความคนหายที่สถานีตำรวจไหนได้บ้าง
สถานีตำรวจท้องที่ ที่เกิดเหตุ หรือ ท้องที่ ที่พบผู้หาย ครั้งสุดท้าย
สถานีตำรวจท้องที่ ภูมิลำเนาของผู้หาย
สถานีตำรวจทุกแห่ง ที่คาดว่าผู้หาย จะอยู่ในท้องที่ ดังกล่าว
สถานีตำรวจท้องที่ซึ่ง เป็นภูมิลำเนา ของครอบครัวผู้หาย
ระยะเวลาที่สามารถแจ้งความคนหายได้ แจ้งเหตุคนหาย
ระยะเวลาที่สามารถแจ้งความคนหายได้ แจ้งเหตุคนหาย

ระยะเวลาที่สามารถแจ้งความคนหายได้ แจ้งเหตุคนหาย
ปัญหาที่ครอบครัวคนหาย มักจะพบเสมอ ในการแจ้งความ คนหาย ที่สถานีตำรวจ คือ การที่เจ้าหน้าที่ จะปฏิเสธการรับแจ้งความ โดยอ้างเหตุผลว่า คนหาย ยังหายไป ไม่ถึง 24 ชั่วโมง จึงไม่สามารถ รับแจ้งความ ดังกล่าวไว้ได้ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ อาจจะใช้ดุลพินิจ ในการไม่รับแจ้งความได้

ในกรณีที่ ไม่สมควรแก่เหตุ เช่น การกลับบ้านคลาดเคลื่อน จากเวลาปกติ ที่เคยกลับ เพียง 2 ถึง 3 ชั่วโมง ยังไม่มีเหตุผลเพียงพอ ที่จะรับแจ้งความ เนื่องจาก ผู้หายอาจจะติดธุระ หรือไม่ก็อาจจะมีเหตุจำเป็น เรื่องอื่น ๆ จึงทำให้กลับบ้านล่าช้ากว่าเวลาปกติ เป็นต้น

ดังนั้น การแจ้งความคนหาย จึงสามารถแจ้งได้ตลอดเวลา ไม่จำเป็นจะต้องรอให้คนหาย ครบ 24 ชั่วโมง แต่อย่างใด อีกทั้ง ถ้าหากเป็นเคส กรณีเร่งด่วน เช่น เด็ก คนชรา หรือ ผู้ป่วย ที่มีอาการทางสมอง ได้หายออกจากบ้านไป สามารถเข้าแจ้งความ ได้ทันที เพื่อขอความช่วยเหลือ จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้อย่างทันท่วงที

บุคคลที่มีสิทธิ์ไปแจ้งความคนหาย
บุคคลที่มีสิทธิ์ ในการแจ้งความคนหาย ที่สถานีตำรวจ ตามระเบียบการ ตำรวจ เกี่ยวกับคดี เรื่องคนหาย พลัดหลง และประมวลวิธี พิจารณา ความอาญา คือ บุคคล ดังต่อไปนี้

– ผู้บุพการี ได้แก่ บิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยาย
– ผู้สืบสันดาน ได้แก่ ลูก หลาน เหลน
– ผู้แทนโดยชอบธรรม หรือ ผู้อนุบาล ของผู้เยาว์ หรือ ผู้ไร้ความสามารถ
– สามี ภรรยา ที่จดทะเบียนสมรส กันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
– บุคคลอื่น ๆ อาจจะไปแจ้งความคนหายได้ เช่น นายจ้าง หรือ ผู้ที่ดูแลบุคคลนั้นอยู่ เป็นต้น
หมายเหตุ : กรณีคนหาย มาเรียน หรือ ทำงาน ในจังหวัดอื่น ๆ ตามลำพัง เพื่อน หรือ นายจ้าง ของผู้หาย ควรแจ้งให้ทางครอบครัว ของผู้หาย รับทราบ เพื่อให้ครอบครัว ของผู้หาย ไปเข้าแจ้งความ ที่สถานีตำรวจ ในภูมิลำเนา ของผู้หาย

เอกสารที่ต้องเตรียมไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ

เอกสารของผู้แจ้ง

– บัตรประจำตัวประชาชน หรือ
– บัตรประจำตัวข้าราชการ หรือ
– หนังสือเดินทาง (กรณีเป็นชาวต่างชาติ)
– สำเนาทะเบียนบ้าน

เอกสารเกี่ยวกับคนหาย

– สำเนาบัตนประจำตัวประชาชน
– สำเนาทะเบียนบ้าน
– ภาพถ่ายคนหาย (ภาพที่ถ่ายไว้ล่าสุด , สามารถมองเห็นหน้าตาได้ชัดเจน)
– ใบสำคัญทางราชการอื่น ๆ (ถ้ามี)

กฎหมายทวงหนี้

กฎหมายการทวงหนี้อย่างไรบ้างข้อควรรู้ เจ้าหนี้และลูกหนี้

รวมเรื่องที่คุณควรรู้ สำหรับเจ้าหนี้ ลูกหนี้ เกี่ยวกับ กฎหมายการทวงหนี้ เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ นั้นไม่เข้าใคร ออกใคร มักจะสร้างปัญหาวุ่นวายใจ ให้กับใครหลาย ๆ คน โดยเฉพาะ เรื่องของการยืมเงิน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเจ้าหนี้ หรือฝ่ายลูกหนี้ก็ตาม หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่ทำการชำระหนี้ ตามกำหนด และตามที่ได้ตกลง ผ่อนปรนกันไม่ได้ ก็มักจะเกิดการทวงหนี้ ตามมานั่นเอง

ซึ่งกฎระเบียบ และรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการทวงหนี้นั้น ได้ถูกกำหนดไว้ในกฎหมายทวงหนี้ ถือเป็นเรื่องที่ ลูกหนี้ และเจ้าหนี้ ควรรู้ไว้ การทวงหนี้ ไม่ได้หมายถึง การทวงหนี้ระหว่างบุคคล เพียงเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงหนี้อื่น ๆ ด้วย เช่น หนี้ธนาคาร หนี้บัตรเครดิต หนี้ผ่อนชำระรถยนต์ เงินกู้ ฯลฯ แม้กระทั่ง การเล่นการพนัน ก็ถือได้ว่า เป็นหนี้อีกรูปแบบหนึ่ง รับทวงหนี้

บ่อยครั้งที่ผ่านมา ได้มีเจ้าหนี้บางประเภท ที่มีการทวงถามหนี้ กับทางลูกหนี้ แบบละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ของลูกหนี้ โดยใช้ถ้อยคำ ที่เป็นความอย่างรุนแรง การคุกคาม โดยการขู่เข็ญ การใช้กำลังประทุษร้าย หรือการทำให้เสียชื่อเสียง รวมถึงการให้ข้อมูลเท็จ และการสร้างความเดือดร้อน รำคาญ ให้แก่บุคคลอื่น

ที่เรามักจะเห็นข่าว การทวงหนี้ด้วยวิธีที่รุนแรง และไม่เป็นธรรม หรือในกรณีที่เรา ต้องการจะทวงหนี้จากผู้อื่น และผู้อื่นจะมาทวงหนี้จากเรา จริง ๆ แล้วจำเป็นต้องดำเนิน ไปตามหลักของกฎหมาย การทวงหนี้ เพื่อไม่ให้ขัดต่อกฎหมาย โดยมีรายละเอียดต่าง ๆ ที่ควรรู้ไว้ ก่อนจะเป็นลูกหนี้ หรือเจ้าหนี้ มีดังนี้

รายละเอียดการทวงหนี้
1. ความหมายของ “ลูกหนี้” และ “ผู้ทวงถามหนี้”
ลูกหนี้ คือ บุคคลธรรมดา ที่เป็นลูกหนี้ รวมไปถึง ผู้ค้ำประกัน ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาด้วยเช่นกัน
ผู้ทวงถามหนี้ คือ เจ้าหนี้ เป็นผู้ที่ให้สินเชื่อ ผู้ประกอบธุรกิจ ตามกฎหมายว่าด้วย การคุ้มครองผู้บริโภค ผู้ที่จัดให้มีการเล่นการพนัน เป็นปกติธุระ ตามกฎหมายว่าด้วย การพนัน และเจ้าหนี้อื่น ๆ ไม่ว่าหนี้ดังกล่าวนั้น จะเป็นหนี้ ที่ว่าชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่ก็ตาม
หมายเหตุ : ผู้ทวงถามหนี้ หรือเจ้าหนี้ ไม่จำเป็นจะต้องเป็นบุคคลเท่านั้น สามารถเป็น ตัวแทนของนิติบุคคล ในนามของ บริษัทสินเชื่อ , ประกัน , ธนาคาร หรืออื่น ๆ ก็ได้เช่นกัน

2. ยืมเงินจำนวนเท่าไร จึงจะต้องทำหนังสือกู้ยืมเงิน
หากมีการยืมเงิน ตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไป สามารถทำหนังสือ สัญญากู้ยืมได้ โดยจะต้องมีการลงลายมือชื่อ ทั้งเจ้าหนี้ และลูกหนี้ด้วย ซึ่งถ้าหากเกิดผิดสัญญาการชำระหนี้ ก็สามารถนำไปฟ้องร้องได้

3. ยืมเงินผ่านช่องทางออนไลน์ (แชท facebook line) สามารถใช้เป็นหลักฐานฟ้องได้ไหม
การทักขอยืมเงินผ่านช่องทางออนไลน์ แชทเฟส (facebook) หรือแชทไลน์ (line) สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐาน ในการฟ้องร้องได้ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีการทำ หนังสือกู้ยืมเงิน เป็นลายลักษณ์อักษรก็ตาม

4. ถ้าโทรศัพท์ไปทวงหนี้ แต่ลูกหนี้ไม่ได้รับสาย ถือเป็นการทวงหนี้แล้วหรือยัง
หากผู้ทวงถามหนี้ ได้มีการโทรศัพท์ไปหาลูกหนี้ แต่ทางลูกหนี้ ไม่ได้รับสาย หรือกดวางสาย ก่อนจะมีการพูดคุย ถือว่าไม่นับเป็นการทวงหนี้
หากทางผู้ทวงถามหนี้ โทรไปหาลูกหนี้ ลูกหนี้รับสาย แต่มีการพูดคุยกันเรื่องอื่น ที่ไม่ใช่การทวงหนี้ ถือว่าไม่นับเป็นการทวงหนี้
หากผู้ทวงถามหนี้ ทักไปสอบถาม ทางช่องทางออนไลน์ (แชท) แต่ลูกหนี้ ยังไม่ได้เปิดอ่าน ถือว่าไม่นับเป็นการทวงหนี้
หากผู้ทวงถามหนี้นั้น ทักไปสอบถาม ทางช่องทางออนไลน์ (แชท) ลูกหนี้เปิดอ่านข้อความ แต่ไม่ตอบ ถือว่าเป็นการทวงหนี้แล้ว

5. เจ้าหนี้ สามารถทวงหนี้ได้วันละกี่ครั้ง
กฎหมายทวงหนี้ใหม่ ได้กำหนดไว้ว่า ให้เจ้าหนี้ สามารถทวงหนี้ ได้ไม่เกินวันละ 1 ครั้ง หากฝ่าฝืน จะมีความผิด โดนโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท แต่ในกรณีที่เพื่อนยืมเงินเพื่อน ทวงหนี้กันเกินวันละ 1 ครั้ง ถือว่าไม่มีความผิด นักสืบเอกชน

6. “เวลาทวงถามหนี้” ควรทวงหนี้เวลาไหน
วันจันทร์ – ศุกร์ เวลาทวงหนี้ สามารถทวงได้ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 20.00 น.
วันเสาร์ – อาทิตย์ , วันหยุดราชการ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ สามารถทวงหนี้ได้ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 18.00 น.
หมายเหตุ : หากเจ้าหนี้ ฝ่าฝืนเวลาทวงหนี้ มีโทษปรับ 100,000 บาท และต้องทวงหนี้ กับลูกหนี้เท่านั้น หากไปทวงหนี้กับคนอื่น ถือว่าผิดกฎหมาย จะมีโทษจำคุก 1 ปี หรือปรับสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท

กฎหมายคืออะไร  กฎหมายการทวงหนี้
กฎหมายคืออะไร กฎหมายการทวงหนี้

7. การทวงหนี้แบบใด ที่ทางเจ้าหนี้ หรือผู้ทวงถามหนี้ ไม่ควรทำ โดยเด็ดขาด
– ห้ามพูดจาดูหมิ่น
– ห้ามประจาน
– ห้ามข่มขู่
– ห้ามใช้ความรุนแรง
– ห้ามทำร้ายร่างกาย
– ห้ามทำลายทรัพย์สิน ของลูกหนี้ ให้เกิดความเสียหาย
– ห้ามเปิดเผย เรื่องหนี้ของลูกหนี้ ต่อผู้อื่นที่ไม่มีความเกี่ยวข้อง
– ห้ามส่งเอกสาร ที่มีการเปิดผนึก ทางไปรษณีย์ ที่แสดงให้เห็นว่า เป็นจดหมายการทวงถามหนี้ อย่างชัดเจน นักสืบ
– หากทวงถามหนี้อย่างไม่เป็นธรรม

ถ้าหากทวงถามหนี้ โดยไม่เป็นไปตามขั้นตอน ที่กฎหมายได้บัญญัติไว้ ฝ่ายลูกหนี้ สามารถไปแจ้งความ ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ และผู้ทวงถามหนี้ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1-5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท – 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

8. ลักษณะการทวงถามหนี้ ที่ไม่เป็นธรรม

การเรียกเก็บค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่เกินกว่าอัตรา ที่คณะกรรมการกำหนด การเสนอ หรือจูงใจให้ลูกหนี้ ออกเช็ค ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่า ทางลูกหนี้ อยู่ในฐานะ ที่ไม่สามารถ ชำระหนี้ได้ มาตรา 13 พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ.2558

ซึ่งการฝ่าฝืนมาตรา 13 (2) มีโทษทางอาญา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับตามาตรา 39 นักสืบ

นักสืบ

เจาะลึกการเป็นสายสืบคุณภาพ ใครสนใจ ศึกษาข้อมูล

ข้อควรทราบ เกี่ยวกับ กระบวนการ เป็น สายลับ เจาะลึก อาชีพสายสืบ ถ้าหากคุณปรารถณา ที่จะเป็นสายลับ เนื่องจากถูกใจ ติดตาม ความเจริญ ที่น่าเร้าใจ ในข้อบังคับ รวมทั้ง กฎระเบียบ คุณอาจ จำเป็นจะต้อง สำรวจความจริง ก่อนจะก้าว ไปด้านหน้า การที่จะ เป็นสายลับ บางทีอาจ เกิดเรื่อง ที่น่าระที่กใจ แต่ว่าก็จำเป็นต้อง แลกเปลี่ยนกับการ ทำงานมาก มีความทรหดอดทน

และ ใช้เวลานาน หลายชั่วโมง ในการติดตาม โอกาส ในการขาย และ รอการพัฒนา นักสืบ มีสองประเภทหลัก ๆ ได้แก่ นักสืบตำรวจ และ นักสืบเรื่องส่วนตัว หากคุณต้องการ ทราบว่า คุณมีคุณสมบัติ ที่เพียงพอ จะเป็นนักสืบหรือไม่ ให้ทำตามขั้นตอน ดังต่อไปนี้

เจาะลึกการเป็นสายสืบคุณภาพ
เจาะลึกการเป็นสายสืบคุณภาพ

ข้อควรรู้ เกี่ยวกับวิธีการเป็นนักสืบ
1.ตอบโจทย์ความต้องการ ทางการศึกษา
ถ้าคุณ อยากเป็นสายลับ การมีวุฒิบัตร ม.ปลาย หรือ GED เป็น กฎระเบียบ อย่างต่ำ สำหรับ ทั้งสองชนิด แม้กระนั้นหากคุณ ศึกษาต่อ ในระดับที่ถือว่าสูง แลก็เรียนจบ กับผู้ที่มาร่วมงน หรือ แม้กระทั้ง ระดับปริญญาตรี ในสาขาที่เกี่ยวพัน กับงานตำรวจ

เช่น กระบวนการยุติธรรม ทางอาญา กฎหมายอาญา อาชญวิทยามนุษยสัมพันธ์ การพิจารณาคดี นิติวิทยาศาสตร์ รัฐศาสตร์ และ วิธีพิจารณาความอาญา แล้วคุณ จะทำให้ตัวเอง เป็นผู้สมัคร ที่ต้องการมาก ยิ่งขึ้น หลายหน่วยงาน ต้องการหลักสูตร ระดับวิทยาลัย หรือ ระดับวิทยาลัย

– ค้นหาหลักสูตร ปริญญา ที่มีส่วนประกอบ ของการฝึกงาน ซึ่ง จะทำให้คุณ ได้รับประสบการณ์ ในชีวิตจริง มากยิ่งขึ้น
– ในขณะที่คุณ กำลังให้ความรู้ ตัวเอง ดูว่าคุณสามารถ หาภาษา ต่างประเทศ ที่มีประโยชน์ สำหรับชุมชน ของคุณ ได้หรือไม่ เช่น ภาษาสเปน การรู้ภาษาต่างประเทศ เป็นทรัพย์สิน ที่สำคัญ สำหรับหน่วยงาน ในเมือง และ หน่วยงานของรัฐบาลกลาง เป็นจำนวนมาก และ สิ่งนี้ จะช่วยให้คุณ เป็นผู้สมัคร ที่ต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคุณอาศัยอยู่ ในพื้นที่ ที่มักใช้ ภาษาที่สอง

อาชีพสายสืบ  ที่จะเป็นสายลับ
คุณนักสืบ สายลับ เจาะลึก อาชีพสายสืบ

เจาะลึกการเป็น สายสืบคุณภาพ
เจาะลึกการเป็นสายสืบคุณภาพ ใครสนใจ ศึกษาข้อมูลได้ที่นี่เลย

ข้อควรทราบ เกี่ยวกับ กระบวนการ เป็น สายลับ เจาะลึก อาชีพสายสืบ ถ้าหากคุณปรารถณา ที่จะเป็นสายลับ เนื่องจากถูกใจ ติดตาม ความเจริญ ที่น่าเร้าใจ ในข้อบังคับ รวมทั้ง กฎระเบียบ คุณอาจ จำเป็นจะต้อง สำรวจความจริง ก่อนจะก้าว ไปด้านหน้า การที่จะ เป็นสายลับ บางทีอาจ เกิดเรื่อง ที่น่าระที่กใจ แต่ว่าก็จำเป็นต้อง แลกเปลี่ยนกับการ ทำงานมาก มีความทรหดอดทน

และ ใช้เวลานาน หลายชั่วโมง ในการติดตาม โอกาส ในการขาย และ รอการพัฒนา นักสืบ มีสองประเภทหลัก ๆ ได้แก่ นักสืบตำรวจ และ นักสืบเรื่องส่วนตัว หากคุณต้องการ ทราบว่า คุณมีคุณสมบัติ ที่เพียงพอ จะเป็นนักสืบหรือไม่ ให้ทำตามขั้นตอน ดังต่อไปนี้

– การได้รับปริญญา ในวิทยาลัย หรือ ปริญญาตรี จะทำให้คุณ มีเงินเดือน ขั้นเริ่มต้น ที่สูงขึ้นกว่าปกติ

2. มีอายุอย่างน้อย 21 ปี
นี่เป็นข้อกำหนด อีกประการหนึ่ง ในทั้งสองรัฐ ดังนั้น คุณจะไม่สามารถ เป็นนักสืบได้ เมื่อคุณ ออกจากโรงเรียน มัธยมปลาย ในขณะที่ คุณกำลัง รออายุ 21 ปี คุณจะได้รับประโยชน์ จากการฝึกอบรม ที่เกี่ยวข้อง หรือ การศึกษาระดับสูง

3. ตรงตามข้อกำหนด ทางกายภาพ
เมื่อคุณสมัคร เป็นนักสืบ คุณจะต้อง ผ่านการตรวจร่างกาย เพื่อแสดงว่า คุณมีการมองเห็นที่ดี การได้ยิน มีความแข็งแรง และ มีความว่องไว

4. มีบันทึกที่สะอาด
หากคุณ มีความเชื่อมั่น ทางอาญา คุณอาจถูกตัดสิทธิ์ คุณอาจถูกขอให้ เข้ารับการทดสอบ เครื่องจับเท็จ และ ผ่านการสัมภาษณ์หลาย ๆ ครั้ง ดังนั้น โปรดตรวจสอบ ให้แน่ใจว่า คุณซื่อสัตย์ เกี่ยวกับ อดีตของคุณ

5. มีใบขับขี่
คุณจำเป็น ที่จะต้องมี ใบขับขี่ เพื่อเป็นนักสืบ

6.มีคุณสมบัติ ที่คุณต้องการ เพื่อเป็นนักสืบที่ดี
แม้ว่า คุณจะสามารถ พัฒนา คุณสมบัติเหล่านี้ ได้ตลอดอาชีพ การงาน แต่การเริ่มต้น ด้วยคุณสมบัติ ที่ทำให้คุณสมบูรณ์แบบ สำหรับงานนั้น สามารถเพิ่มโอกาส ในการประสบ ความสำเร็จได้ คุณสมบัติบางประการ ที่สำคัญ ต่อความสำเร็จ ในการเป็นนักสืบ มีดังนี้

ความสามารถ ในการทำงาน หลายอย่าง แม้ว่าคุณ จะมุ่งเน้นไปที่ ทีละกรณี แต่คุณ มักจะมีงานหลาย ๆ อย่าง และ เอกสาร มากมาย ที่ต้องทำภายในระยะเวลา อันสั้น ดังนั้น คุณต้องสามารถ จัดการกับงาน ที่หลากหลายได้ ในคราวเดียว
ทักษะการสื่อสาร ที่เหนือกว่า หากคุณต้องการ ตรวจสอบ อาชญากรรม อย่างสุดความสามารถ คุณจะต้อง สามารถพูดคุย กับผู้คน ได้อย่างสบายใจ แต่มั่นคง เพื่อให้แน่ใจว่า คุณจะได้รับข้อมูล ที่ดีที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้
มีทักษะ ในการเขียนที่ดี การเป็นนักสืบ ไม่ใช่แค่ การออกไปภาคสนาม การไล่ล่าความเร็วสูง และ การทำตามโอกาส ในการขาย ที่น่าตื่นเต้น จะต้องมีงานเขียน มากมาย ที่เกี่ยวข้อง และ คุณจะต้องรู้วิธี ที่ดีที่สุด ในการแสดงรายละเอียด เกี่ยวกับ เหตุการณ์ ผ่านการเขียน ที่กระชับ และ เข้าถึงได้
ความอดทน หากคุณต้องการ เป็นนักสืบที่ดี คุณจะไม่สามารถ หมกมุ่นอยู่กับ การไขคดี ได้ทันที นักสืบ อาจใช้เวลา นานหลายเดือน หรือ หลายปี เลยก็ว่าได้ ในการติดตาม ผู้นำ และ งานนักสืบ จำนวนมาก ของคุณ จะนำไปสู่ ทางตัน
การรับรู้ คุณต้องพัฒนา ความสามารถ ในการรับรายละเอียด ทั้งหมด ของสถานที่เกิดเหตุ และ คิดหาข้อมูล ในรูปแบบดั้งเดิม ที่จะช่วยให้คุณ เข้าใกล้การค้นหา วิธีแก้ปัญหา มากขึ้นอีกขั้น

ตกแต่งมุมหน้าบ้านให้ร่มรื่น การจัดสวนได้รับความสนใจค่อนข้างมาก

เทคนิคจัดสวน ให้สวยได้แม้ไม่มีเวลาดูแล

อย่างที่ทราบกันดีว่า การจัดสวน ให้สวยงามนั้น ไม่เพียงแต่ต้องรู้ขั้นตอน หรือเทคนิคในการจัดสรรพื้นที่เท่านั้น แต่เรายังจะต้องใช้เวลาในการดูแลสวนของเราหลังจัดเสร็จ ให้คงรูปแบบ รูปทรงตรงตามที่เราจัดไว้อยู่เสมอ ๆ ดังนั้น หากใครที่มีปัญหาในเรื่องของเวลาการดูแล ที่มีไม่มากพอ แต่ก็อยากมีสวนสวย ๆ ไว้ประดับบ้านแล้วล่ะก็ ทางเราขอแชร์ เทคนิคจัดสวน ให้สวยได้แม้ไม่มีเวลาดูแล ดังนี้

เลือกพันธุ์ไม้อึดทึกทน

เป็นเทคนิคแรกที่จะช่วยให้คุณสามารถจัดสวนได้ แม้จะไม่ค่อยมีเวลาดูแลมากก็ตาม ด้วยการเลือกพันธุ์ไม้ที่ทนต่อสภาพอากาศในประเทศได้เป็นอย่างดี มีความอึด ทึก และทน สามารถอยู่ได้นานโดยไม่ต้องรดน้ำบ่อยครั้ง โดยเน้นเลือกต้นไม้ที่ทนแดดเป็นหลัก เพราะอากาศเมืองไทนนั้นร้อน และอดดแรงเป็นอย่างมาก อาทิเช่น ต้นวาสนา ต้นอากาเว่ หรือจะเป็นไม้ดอกอย่าง ต้นแพรเซี่ยงไฮ้ ไม้พุ่มอย่าง หญ้าออสเตรเลีย ก็งดงาม เหมาะกับการนำมาตกแต่งสวยเป็นอย่างมาก

เลือกปูพื้นด้วยหินหรือหญ้าเทียม

เป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่จะช่วยประหยัดเวลาการดูแลสวนของเราได้เป็นอย่างมาก โดยการเลือกวัสดุปูพื้นสวนด้วยหญ้าเทียม หรือหิวกรวด สไตล์สวนหินนั่นเอง เพราะเราจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียเวลาในการกำจัดวัชพืชกับพื้นสวนของเรา ทั้งนี้เพื่อลดปัญหาการดูแลสวนให้มากขึ้น แนะนำให้เลือกปูพื้นด้วยผ้าคลุมวัชพืชก่อนที่จะลงหินกรวด หรือหญ้าเทียม ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้มีวัชพืชต่าง ๆ แซมขึ้นมาจากพื้นดินได้เลยนั่นเอง

ตกแต่งสวนด้วยอุปกรณ์

เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เหมาะสำหรับการจัดสวนแบบไม่มีเวลาดูแล ซึ่งจะช่วยลดเวลาการดูเหล่าต้นไม้นานาพันธุ์ของสวนเราได้ แถมยังเพิ่มความสวยงาม ตระกาลตาสำหรับสวนของเราได้อีกด้วย โดยการเพิ่มอุปกรณ์ตกแต่งสวนต่าง ๆ อย่าง น้ำพุ หรือของแต่งสวนหลากหลายรูปแบบ ที่เราสามารถตั้งทิ้งไว้ได้เลย โดยไม่ต้องมาคอยรดน้ำบ่อยครั้งอย่างต้นไม้นั่นเอง

เทคนิคที่จะช่วยให้สวนของคุณอยู่ทน อยู่ยาว พร้อมมอบความงดงาม และร่มรื่น ให้กับคุณและตัวบ้านได้อย่างแท้จริง แต่ถึงแม้เทคนิคที่ว่า จะเป็นเทคนิคที่ช่วยให้คุณไม่ต้องดูแลสวนมากมายเฉกเช่นสวนอื่น ๆ แต่คุณก็จำเป็นที่จะต้องใส่ใจ และมั่นหาเวลาในการดูแลบ้างเช่นกัน ไม่ควรปล่อยปะละเลย เพราะไม่อย่างงั้นสวนสวย ก็จะกลายเป็นสวนเสียได้เช่นกัน

ไอเดียการจัดสวนหน้าบ้าน เล็ก ๆ ในงบแบบประหยัดสบายกระเป๋า

บ้านจัดสรรที่ขายในปัจจุบันถือว่ามีราคาค่อนข้างสูงจึงทำให้คนส่วนใหญ่จึงมักนิยมซื้อบ้านในแบบสไตล์คอนโดหรือบ้านแบบทาวน์เฮ้าท์กันเสียมากกว่า แต่บ้านในลักษณะแบบคอนโดและทาวน์เฮ้าส์อาจจะไม่สามารถจัดสวนได้ในแบบที่เราต้องการ แถมพอจัดออกมาแล้วก็อาจจะดูรกจนทำให้มีพื้นที่ใช้สอยที่น้อยลง วันนี้เราจึงนำไอเดีย การจัด สวนหน้าบ้านเล็ก ๆ เพื่อเอาใจคนที่มีบริเวณพื้นที่บ้านแบบจำกัดว่าแต่จะมีอะไรบ้างเรามาชมไปพร้อม ๆ กันเลย

การจัดสวนหน้าบ้าน เทคนิคจัดสวน
การจัดสวนหน้าบ้าน เทคนิคจัดสวน

1.การจัดสวนขนาดเล็ก สำหรับบ้านใครที่มีพื้นแคบ ๆ อาจจะลองหาไม้แคระแบบจิ๋วมาใส่กระถางปลูกดู จากนั้นก็จัดบริเวณโดยรอบด้วยหินกรวดขนาดต่าง ๆ ก็จะทำให้เราได้พื้นที่สีเขียวที่ดูน่ามองแถมการจัดสวรแบบนี้ยังดูเป็นระเบียบเรียบร้อยอีกด้วยล่ะ

2.การจัดโดยใช้กระถางต้นไม้แบบแขวน สำหรับการจัดสวนแบบนี้ถือว่าเป็นจัดสวนในแบบสไตล์ที่ประหยัดสุด ๆ โดยเราอาจจะนำไม้ประดับแบบไม้แขวนอย่างต้นเดฟหรือเคราฤาษีมาปลูก ก็จะช่วยทำให้บริเวณบ้านของคุณดูร่มรื่นมากขึ้นอีกด้วย

3.สวนแนวตั้งแบบ Vertical Garden เป็นการจัดสวนที่นิยมอยู่ในปัจจุบันเลยก็ว่าได้ สำหรับการจัดสวนแบบนี้เราเพียงแค่นำ ต้นไม้ขนาดเล็กมาปลูกแนวตั้งต่อ ๆ กัน ก็จะช่วยให้เรามีสวนที่สวยงามแถมใช้บริเวณพื้นที่ไม่มากอีกด้วย

4.รั้วบ้านในแบบสไตล์ร่มรื่น สำหรับใครที่คิดไอเดียในการแต่งบ้านไม่ออกล่ะก็ ให้จัดสวนในสไตล์แบบนี้ดู โดยเรานำต้นไม้แบบพุ่มที่เราชื่นชอบมาตกแต่งบริเวณรั้วบ้าน จากนั้นก็ปลูกสนามหญ้าขนาดเล็ก ๆ ก็จะทำให้เราได้สวนในแบบที่ดูดีและไม่ซ้ำใครอีกด้วยล่ะ

5.การจัดสวนสำหรับบ้านแบบทาวเฮ้าท์ สำหรับคนที่มีพื้นที่น้อยอย่างบ้านเป็นแบบทาวเฮ้าส์สามารถนำไม้ระแนงมาต่อกันให้เป็นชั้นวางต้นไม้จากนั้นก็นำไม้ประดับที่เราชื่นขอบมาวางก็จะทำให้เราได้พื้นที่สีเขียวที่เมื่อมองดูแล้วรู้สึกสดชื่นอีกด้วย

6.ใช้ประโยชน์บริเวณข้างบ้านให้มีประโยชน์ โดยเราอาจจะ ปูพื้นด้วย กระเบื้องลานหิน พร้อมกับปูสนามหญ้า บริเวณรอบ ๆ จากนั้นก็นำไม้ประดับที่เราชื่นชอบมาปลูกตามมุมข้าง ๆ ของสวน ก็จะทำให้เราได้สวนที่ดูร่มรื่นและเหมาะกับการนั่งพักผ่อนอีกด้วย

สำหรับการ จัดสวนหน้าบ้านเล็ก ๆ ถือว่าเป็นการสวนที่ใช้งบประมาณไม่มากเราก็สามารถเนรมิตสวนในฝันได้ในแบบที่เราต้องการ อย่างไรก็ตามถ้าบ้านของเพื่อน ๆ คนไหนมีพื้นที่ไม่มากก็ลองนำไอเดียที่กล่าวไปข้างต้นไปลองปรับใช้ดู ซึ่งรับรอบว่าเพื่อน ๆ จะได้สวนที่มีความสวยงามและไม่เหมือนใครแน่นอน

แบบสวน /ร่างแบบสวน

สำหรับขั้นตอนนี้เพื่อนๆ ต้องชอบกันอย่างแน่นอน ซึ่งเป็นการหาแบบสวน และ ร่างแบบสวนที่เพื่อนๆ ต้องการ แต่แบบสวนที่เลือกนั้น ควรคำนึงถึงพื้นที่และต้นไม้ที่จะปลูกด้วย เพราะสวนแต่ละแบบก็ย่อมมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป อาทิ

  • สวนแบบไทย มักจะปลูกเป็นพันธุ์ไม้ของไทย ซึ่งอาจบริโภคได้ เช่น หมากพลู มะพร้าว มะม่วง แต่หากเน้นเรื่องความสวยงามก็จะใช้เป็น ไม้ประดับแบบไทยๆ ไม้ดัด และต้นไม้ที่มีกลิ่นหอม พร้อมตกแต่งด้วยภาชนะใช้สอยแบบไทยๆ อย่าง โอ่ง ตุ่มน้ำ เกวียน ล้อเกวียน เป็นต้น
  • สวนบ้าน จะเป็นแบบเรียบง่าย ที่เน้นในเรื่องความสวยงาม และความร่มรื่นเป็นหลัก เพื่อช่วยเพิ่มบรรยากาศภายในบ้านให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น
  • สวนหิน จะเน้นการประดับตกแต่งด้วยหินรูปแบบต่างๆ
  • สวนแขวนลอย สำหรับสวนประเภทนี้ ถือเป็นสวนที่ใช้พื้นที่ค่อนข้างน้อย ซึ่งเป็นสวนที่จัดสูงกว่าพื้น มักจะนำไปแขวนตกแต่งบริเวณต่างๆ ของบ้าน เช่น ขอบหน้าต่าง ศาลา ระเบียง เป็นต้น

5 เทคนิคลวงตา ให้สวนแคบ กลายเป็นสวนกว้าง

การจัดสวนในพื้นที่แคบให้ดูกว้างขึ้นไม่ใช่เรื่องยากเสมอไป โดยเฉพาะรูปแบบบ้านประเภททาวน์โฮม ที่ดูเผิน ๆ อาจทำให้รู้สึกว่าการตกแต่งสวนหน้าบ้านคงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก บอกเลยว่าคิดผิด เพราะต่อให้มีพื้นที่จำกัดแค่ไหนก็มีวิธีจัดสวนให้ดูกว้างขึ้นได้ ซึ่งการจัดสวนนอกจากช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้บ้านแล้ว ยังให้ความรู้สึกสดชื่นผ่อนคลายยามเหนื่อยล้าได้ดีอีกด้วย วันนี้เราจะพามาดูวิธีจัดสวนสำหรับบ้านที่มีพื้นที่จำกัดให้ดูกว้างขึ้นได้ง่าย ๆ ทั้งบ้านทาวน์โฮม บ้านเดี่ยวขนาดเล็ก รวมไปถึงตึกแถวก็สามารถนำไอเดียนี้ไปประยุกต์ใช้ได้

การจัดสวน ลวงตาด้วยสี

การเลือกใช้สีผนังสีอ่อน เป็นหนึ่งวิธีจัดสวนขนาดเล็ก ที่ทำให้ดูกว้างขึ้น ซึ่งการใช้สีอ่อนควรใช้สีที่ดูสว่าง อย่างสีขาว แต่หากกลัวสกปรกง่าย ลองเปลี่ยนมาใช้สีฟ้า เหลือง ม่วงหรือเทาแทน ก็ทำให้สวนดูกว้างเช่นกัน และหากปลูกต้นไม้ที่มีสีเขียวเอาไว้ด้านหน้าของสวน ก็จะยิ่งช่วยทำให้สวนดูโปร่งโล่งสบายตาและดูกว้างขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้สีเข้มบนผนังด้านใดด้านหนึ่งบนผนังก็จะให้ความรู้สึกว่าพื้นที่ลึกกว่าความเป็นจริงได้ด้วย

การจัดสวน ลวงตาด้วยการจัดวางองค์ประกอบ

วิธีจัดสวน ที่แคบให้ดูกว้างขึ้นต้องคำนึงถึงการจัดวางองค์ประกอบของสวนด้วย เพราะสวนที่มีขนาดเล็กไม่ควรที่จะมีต้นไม้มากเกินไป แต่ควรที่จะมีพื้นที่โล่งและเรียบที่สุด โดยการปลูกต้นไม้ชิดริมหรือจัดต้นไม้ให้อยู่บริเวณรอบ ๆ โดยพื้นที่ตรงกลางสามารถทำเป็นสนามหญ้า พื้นกรวด หรือปูอิฐก็ได้ เพื่อให้สะดวกต่อการใช้งานหรือพักผ่อน

เชื่อมต่อพื้นที่สวนและพื้นที่ในบ้าน

อีกหนึ่งวิธีจัดสวน ให้ดูกว้างคือการเชื่อมต่อพื้นที่ ด้วยการจัดวางมุมพักผ่อนในส่วนให้เชื่อมต่อออกมาจากบ้าน ก็สามารถทำให้พื้นที่ทั้งสองส่วนดูกว้างขึ้น โดยอาจทำเป็นลานเชื่อมออกมา ทำเป็นลานนั่งเล่น ปูด้วยไม้หรือพื้นแข็งก็ได้ มีหลังคาคลุมเพื่อป้องกันแดดหรือฝน และเพิ่มลูกเล่นด้วยการซ่อนไฟหรือปลูกต้นไม้ในจุดสำคัญ พร้อมกับนำเฟอร์นิเจอร์สนามมาวางหรือจะ built-in ขึ้นมาก็สวยไปอีกแบบ เพียงแค่นี้สวนที่ดูแคบของคุณก็จะดูกว้างขึ้นและน่าพักผ่อนขึ้นอีกด้วย

ใช้กำแพงให้มีประโยชน์

วิธีจัดสวน อีกรูปแบบที่ง่ายและสวยงาม อีกทั้งช่วยเพิ่มมิติและลูกเล่นใหม่ ๆ ออกแบบภายใน ให้กับสวนที่บ้าน คือการเปลี่ยนกำแพงในสวนให้มีความสวยงาม ด้วยการนำกระถางต้นไม้มาแขวนบริเวณกำแพง หรือสร้างบล็อกรอบกำแพงแล้วนำต้นไม้มาจัดให้เป็นระเบียบ ก็จะได้สวนที่ดูสวยงามและยังทำให้ดูกว้างขึ้นอีกด้วย ซึ่งเหมาะกับบ้านทาวน์โฮมที่มีพื้นที่จำกัดในการตกแต่งสวน นอกจากช่วยประหยัดพื้นที่แล้ว การจัดสวนโดยการนำต้นไม้ไปแขวนบริเวณกำแพง ยังสามารถช่วยกรองความร้อนและช่วยให้บ้านร่มรื่นขึ้นอีกด้วย

เลือกต้นไม้เพื่อลวงตา

การจัดสวน ให้ดูดีและสวยงาม ต้องมีการกำหนดระยะของสิ่งปลูกสร้าง รวมไปถึงพรรณไม้ที่ช่วยสร้างหลอกตา ให้พื้นที่ที่แคบดูกว้างขึ้น ดังนั้นจึงควรปลูกต้นไม้เป็นแนวยาว เพื่อนำสายตาและทำให้สวนดูลึก โดยเลือกใช้พรรณไม้ที่เป็นไม้ยืนต้นที่มีขนาดเล็กรูปทรงชะลูด ตัดแต่งกิ่งให้เป็นพุ่มเฉพาะ ด้านบนสูง 2 เมตรขึ้นไปเพื่อเปิดระยะด้านบนให้ดู โปร่งตา ช่วยให้สวนดูโล่งสบายและให้ความรู้สึกที่ดูกว้างมากขึ้น

ลวงตา ด้วยวัสดุ

การเลือกใช้วัสดุที่หลากหลายเป็นการช่วยแบ่งพื้นที่ สร้างขอบเขตและสัดส่วนให้ดูกว้างขึ้น โดยเฉพาะวัสดุมันวาว อย่างกระจกใสและกระจกเงา จะช่วยหลอกสายตาให้สวนดูกว้างขึ้น โดยอาจใช้วิธีเปลี่ยนผนังห้องที่เชื่อมต่อกับสวนให้เป็นบานกระจกใส นอกจากทำให้ห้อง ๆ นั้นดูกว้างขึ้นแล้ว ยังทำให้สวนที่ดูแคบกว้างขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้การจัดสวนโดยใช้หินเข้ามาเป็นส่วนประกอบในการจัดสวนหน้าบ้าน จะช่วยเพิ่มความเป็นธรรมชาติ รวมถึงเพิ่มมิติให้กับบ้านและสวนหน้าบ้านได้มากขึ้นด้วย

เรียกได้ว่าการจัดสวนในพื้นที่แคบให้ดูกว้างขึ้น ก็เป็นศิลปะการแต่งบ้านอีกแขนงหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้ นอกจากจะเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้บริเวณบ้านแล้ว ยังเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับผู้อยู่อาศัยขณะพักผ่อนในสวน อีกทั้งยังช่วยให้บ้านน่าอยู่ ดูโปร่งสบายตา   มากขึ้น หวังว่าวิธีจัดสวนที่เรานำมาฝาก จะช่วยแก้ปัญหาให้สวนหน้าบ้านที่ดูแคบของคุณดูไม่น่าอึดอัดอีกต่อไป

แม้พื้นที่ข้างบ้านจะดูเล็กและมีลักษณะแคบยาว แต่เราก็สามารถจัดสรรให้เกิดพื้นที่สวนได้ง่าย โดยแบ่ง พื้นที่สำหรับพักผ่อนหรือนั่งเล่นไว้ในจุดที่เข้าออกได้ง่ายจากตัวบ้าน ซึ่งเป็นวิธีที่ทำให้เรารู้สึกว่าพื้นที่ภายในและภายนอกนั้นดูต่อเนื่องและมีมุมมองที่กว้างขึ้นด้วยการจัดวางพรรณไม้ ทั้งไม้ต้น ไม้พุ่ม รวมไปถึงไม้คลุมดิน ก็ควรไล่ระดับให้เกิดความต่อเนื่องกลมกลืน ไม่รู้สึกถูกบดบังสายตา ทำให้พื้นที่ที่มีอยู่ดูกว้างขึ้นด้วย

สวนในบ้าน

แนวคิดการออกแบบสวน ปี 2020 รับความนิยมสูง กับต้นไม้ที่สามารถฟอกอากาศได้ดี

วันนนี้มาพูดถึงกับการออกแบบ การออกแบบสวน ที่คำนึงถึงความเหมาะสม เรื่องของสภาพอากาศและปัจจัยอื่นๆ อีกมากมาย หากว่าคุณนั้นคิดที่จะมีสวน คุณเองก็ควรศึกษาให้ดี ว่าแบบสวนไหนบ้าง ที่จะเหมาะสมกับสไตล์คุณเอง อย่างเช่น หากคุณนั้นเป็นคนที่มีเวลาว่างน้อย คุณก็ควรจะเลือกการจัดสวน ที่มีต้นไม้แบบตระกลูเฟิร์น เป็นหลัก เพราะไม่จำเป็นต้องดูแล หรือรดน้ำบ่อย ก็สามารถอยู่รอดได้ แถมยังเป็นต้นไม้ ที่กำลังได้รับความนิยมสูง เพราะสามารถฟอกอากาศได้ดี

ต้นไม้ฟอกอากาศ ปลูกง่ายในบ้าน การออกแบบสวน  เพิ่มพื้นที่สีเขียว ดักจับฝุ่น PM 2.5

การปลูกต้นไม้ภายในบ้านหรือภายในคอนโดนั้น นอกจากจะเป็นการช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในบ้าน หรือภายในห้องแล้ว ยังช่วยดักจับฝุ่นละอองต่าง ๆ และยังช่วยฟอกอากาศด้วย โดยเฉพาะ 9 ต้นไม้ฟอกอากาศ ที่ปลูกง่าย ภายในบ้านคุณ

ในอากาศมีอะไรบ้างที่ไม่ส่งผลดีต่อร่างกาย

1. ฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5

2. สารระเหยจากเครื่องถ่ายเอกสารหรือเครื่องพิมพ์ ได้แก่ เบนซิน โทลูอีน และโอโซน

3. สารฟอร์มาลดีไฮด์ จากบ้านหรืออาคาร เช่น เฟอร์นิเจอร์ใหม่ ไม้อัด บอร์ด สี พลาสติก รวมถึงปูน

4. ก๊าซพิษต่าง ๆ เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ คาร์บอนมอนนอกไซด์ ไนโตรเจนออกไซด์

ต้นไม้ฟอกอากาศมีลักษณะอย่างไร

จากข้อมูลของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะนำว่า การปลูกต้นไม้เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการดักจับสารพิษในอากาศ และสามารถป้องกันฝุ่นละออง เพราะส่วนต่าง ๆ ของต้นไม้ โดยเฉพาะใบ สามารถช่วยดักฝุ่นได้ดี ซึ่งฝุ่นละอองที่ลอยอยู่บนอากาศจะผ่านต้นไม้ติดค้างอยู่บนผิวใบ

โดยพืชตระกูลสนจะช่วยดักจับฝุ่นได้ เพราะโครงสร้างของใบมีความละเอียดซับซ้อน แต่หากเป็นไม้เลื้อยจะดักจับฝุ่นได้มากกว่าไม้อื่น เพราะมีพื้นผิวใบมากกว่าต้นไม้อื่น ด้วยลักษณะใบที่เรียวเล็ก ชื้น หยาบ มีขน หรือผิวใบที่เหนียวจะทำให้ฝุ่นเกาะติดใบได้ดี ส่วนลำต้น กิ่งก้านที่มีโครงสร้างพันกันอย่างสลับซับซ้อนมีส่วนช่วยดักจับฝุ่นได้เช่นกัน

จัดสวนด้วยตัวเอง เพิ่มพื้นที่สีเขียว การออกแบบสวน
จัดสวนด้วยตัวเอง เพิ่มพื้นที่สีเขียว การออกแบบสวน

ต้นไม้ฟอกอากาศที่ควรปลูกในบริเวณบ้าน

ต้นไม้ที่ควรปลูกบริเวณบ้าน อาทิ ไทรเกาหลี คริสตินา โมก ตะขบ การเวก พวงครามออสเตรเลีย อโศกอินเดีย และสนฉัตร แต่ไม่ควรปลูกไม้ผลัดใบเพราะบางช่วงไม่มีใบดักจับฝุ่น ก่อนปลูกจึงต้องเลือกชนิดต้นไม้ให้เหมาะสมกับสภาพหรือบริเวณที่จะปลูก

ต้นไม้ฟอกอากาศที่ควรปลูกในบ้าน
สำหรับไม้ประดับภายในอาคารหรือในบ้านที่สามารถปลูกได้ง่าย ที่ช่วยฟอกอากาศและดูสารพิษ มีดังนี้

1. พลูด่าง
ต้นพลูด่าง เป็นต้นไม้ฟอกอากาศและเสริมสิริมงคล
พลูด่าง เป็นพืชไม้เลื้อยที่ปลูกง่ายมาก และใช้เวลาในการเจริญเติบโตไม่นาน ลำต้นทนทานต่อสภาพอากาศในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี ถือเป็นไม้มงคลที่นิยมปลูกในบ้านเพราะเชื่อว่าจะช่วยให้ชีวิตราบรื่นเป็นสุข มีคนมารักมีคนมาหลง
นอกจากนี้ยังสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 75% และยังสามารถคายก๊าซออกซิเจนในเวลากลางวัน ได้ถึง 100% จึงเหมาะสำหรับการนำมาปลูกภายในบ้านเป็นต้นไม้ฟอกอากาศชั้นดี
วิธีการดูแลรักษาพลูด่าง เนื่องจากพลูด่างปลูกได้หลายวิธีตามสายพันธุ์ แต่โดยรวมเป็นพืชที่ไม่ต้องการแสงมากนักจึงเหมาะกับการปลูกในอาคาร หากปลูกบนดินควรรดน้ำ 3 ครั้งต่อวัน หากปลูกในน้ำควรเปลี่ยนน้ำเดือนละครั้ง

2. ลิ้นมังกร
ลิ้นมังกร อีกหนึ่งต้นไม้ฟอกอากาศที่ปลูกง่าย
ลิ้นมังกร หรืออีกชื่อหนึ่งคือหอกพระอินทร์ เป็นอีกหนึ่ง ไม้ประดับที่ปลูกและดูแลรักษาได้ง่าย รวมทั้งยังมีคุณประโยชน์หลากหลาย และมีความพิเศษกว่าต้นไม้พันธุ์อื่น เนื่องจากเป็นพืชที่คายก๊าซออกซิเจนในเวลากลางคืน แต่จะคายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในตอนกลางวัน จึงเหมาะสำหรับการปลูกในห้องนอน นอกจากนี้ยังเป็นต้นไม้ฟอกอากาศให้ปราศจากฝุ่นละลองอีกด้วย
วิธีการดูแลรักษาลิ้นมังกรนั้นง่ายมาก เพราะขึ้นชื่อเรื่องความทนทายาดเป็นอย่างมาก สามารถปลูกในพื้นที่ที่แดดแรงจัดได้ แต่ห้ามรดน้ำมากเกินไป อาจจะเพียงวันเว้นวัน และไม่ให้แฉะจนเกินไป เพราะอาจทำให้ต้นไม้ตายได้

3. ว่านหางจระเข้
ว่านหางจระเข้ นอกจากช่วยฟอกอากาศยังมีสรรพคุณหลากหลาย
ว่านหางจระเข้ ต้นไม้ฟอกอากาศ ไม้ประดับมากสรรพคุณที่นอกจากจะใช้ดูแลรักษาแผลผุพองได้ดีจนถึงใช้ประโยชน์ในเรื่องความสวยความงามแล้ว ยังเป็นไม้ประดับที่สามารถปลูกในห้องนอนได้เนื่องจากเป็นพืชที่คายก๊าซออกซิเจนในเวลากลางคืน นอกจากนี้ยังช่วยฟอกอากาศในบ้านให้ปราศจากฝุ่น รวมถึงมีประสิทธิภาพในการดูดสารพิษจำพวกฟอร์มาลดีไฮด์ ซึ่งพบในสารเคลือบต่าง ๆ ทั้งยาทาเล็บ ยาเคลือบเฟอร์นิเจอร์ และสีทาบ้าน
วิธีการดูแลรักษาว่านหางจระเข้ ควรตั้งในพื้นที่ที่มีแดดอย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อวัน ควรระวังเรื่องการรดน้ำปริมาณมากเกินไป และทำให้น้ำขัง เพราะจะทำให้ต้นเน่าและตายได้

4. เดหลี
เดหลี นอกจากจะมีดอกสวยงามแล้ว ยังเป็นต้นไม้ฟอกอากาศด้วย
ต้นเดหลีเป็นไม้ล้มลุก ที่มีจุดเด่นทั้งเรื่องกลิ่นหอมและยังมีดอกสวยงาม โดยต้นเดหลีเหมาะจะเป็นต้นไม้ฟอกอากาศที่นำมาปลูกในบ้านเนื่องจากมีความสามารถในการดูดซับสารพิษในบ้านได้ด้วย โดยช่วยดูดสารพิษประเภทกาว อะซิโตนซึ่งมีอยู่ในเครื่องสำอาง น้ำยาทาเล็บ น้ำยาลบคำผิด สารไตรคลอโรเอทีลีน ซึ่งมีอยู่ในเครื่องพิมพ์ เครื่องถ่ายเอกสาร เตาแก๊ส น้ำยาเคลือบเงาไม้ รวมทั้งเบนซินและฟอร์มาลดีไฮด์
วิธีการดูแลรักษาเดหลี ควรรดน้ำเป็นประจำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ให้เพียงหน้าดินชุ่ม ควรตั้งอยู่ในพื้นที่ที่แสงรำไร และอากาศไม่ร้อนมาก

5. กล้วยไม้
กล้วยไม้ ไม้ประดับยอดนิยมที่ช่วยฟอกอากาศภายในบ้าน
กล้วยไม้นอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามแล้ว ยังมีความพิเศษกว่าต้นไม้ชนิดอื่นตรงที่เป็นต้นไม้ฟอกอากาศด้วย โดยกล้วยไม้มีความสามารถในการดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถคายก๊าซออกซิเจนได้ในปริมาณมากในแต่ละวัน
โดยเฉพาะกล้วยไม้สกุลหวาย สามารถดูดไอระเหยจากสารเคมีจำพวกแอลกอฮอล์ อะซิโตน ฟอร์มาลดีไฮด์ และคลอโรฟอร์มจากอากาศได้ดีเป็นพิเศษด้วย
วิธีการดูแลรักษากล้วยไม้ ควรตั้งหรือแขวนไว้ในพื้นที่ที่มีแดดรำไร และรดน้ำเพียงวันละ 1 ครั้งก็เพียงพอ

6. เยอบีร่า
เยอบีร่า มีดอกสวยงาม และช่วยฟอกอากาศ
เยอบีร่าเป็นไม้ประดับที่มีขนาดเล็กและออกดอกสวยงาม เหมาะกับการนำมาประดับตกแต่งห้องต่าง ๆ  ออกแบบบ้าน ภายในบ้านหรือคอนโด ซึ่งนอกจากจะให้ความสวยงามแบบเฉพาะตัวแล้ว ยังเป็นต้นไม้ฟอกอากาศ ช่วยดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ทำให้อากาศสดชื่นตลอดวัน
วิธีการดูแลรักษาเยอบีร่า ทำได้ง่าย ๆ เพียงตั้งทิ้งไว้ในที่ที่มีแดด และรดน้ำปานกลาง อย่าให้แฉะจนเกินไป

7. เบญจมาศ
เบญจมาศ ไม้ดอกที่นอกจากจะใช้ประดับห้องแล้ว ยังช่วยฟอกอากาศด้วย
รู้หรือไม่ว่าเบญจมาศคือ ไม้ดอกที่มีความต้องการทางเศรษฐกิจมากที่สุดเป็นอันดับสองของโลก รองจากกุหลาบ เบญจมาศโดยเฉพาะส่วนของดอกจะมีรูปลักษ์ภายนอกและสีได้หลายแบบตามสายพันธุ์ จุดเด่นของเบญจมาศคือเป็นต้นไม้ฟอกอากาศที่เป็นมลพิษ อย่างกลิ่นจากสีทาบ้าน กาว พลาสติก และผงซักฟอก ให้กลายเป็นอากาศบริสุทธิ์ได้
วิธีการดูแลรักษาต้นเบญจมาศ แค่วางให้โดนแสงแดด เช่น ริมหน้าต่าง และหมั่นรดน้ำเป็นประจำ เนื่องจากเบญจมาศเป็นพืชที่ต้องการน้ำมาก เพราะใบมีการคายน้ำสูง

8. เสน่ห์จันทร์แดง
เสน่ห์จันทร์แดง ไม้มงคล ที่ช่วยฟอกอากาศด้วย
เสน่ห์จันทร์แดง ไม้ประดับที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงาม เนื่องจากมีใบเป็นรูปหัวใจ มีสีเขียวตัดกับสีแดงเข้มของก้านใบ มีความสามารถดีเยี่ยมในการเป็นต้นไม้ฟอกอากาศ โดยช่วยดูดสารพิษจำพวกแอมโมเนีย นอกจากนี้ยังเป็นไม้มงคลที่นิยมปลูกภายในบ้านเพื่อเสริมสิริมงคลในด้านของโชคแก่ผู้อยู่อาศัย
วิธีการดูแลรักษาเสน่ห์จันทร์แดง เนื่องจากเป็นพันธุ์ไม้ที่ไม่ค่อยทนทานจึงต้องประคบประหงมกันสักหน่อย โดยต้องให้ความชุ่มชื้นอยู่เสมอ และอย่าให้โดนแสงแดดมาก ควรใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกผสมน้ำรดเดือนละครั้ง

9. เศรษฐีเรือนใน
เศรษฐีเรือนใน อีกหนึ่งไม้มงคลที่ช่วยเรื่องฟอกอากาศภายในบ้าน
เศรษฐีเรือนในเป็นไม้ประดับที่มักนิยมปลูกในบ้านเนื่องจากเชื่อว่าเป็นสิริมงคล เสริมโชคลาภและป้องกันภัยให้กับผู้อยู่อาศัย นอกจากนี้ยังขึ้นชื่อเรื่องการเป็นต้นไม้ฟอกอากาศ โดยช่วยดูดสารพิษอย่างฟอร์มาลดีไฮด์ รวมถึงคาร์บอนมอนอกไซด์และไซลีน ซึ่งเป็นสารสำคัญในอุตสาหกรรมพลาสติกและใยสังเคราะห์ และพวกทินเนอร์ แลคเกอร์ กาว สีทาบ้าน ยาทาเล็บ และยาล้างเล็บ
วิธีการดูแลรักษาเศรษฐีเรือนใน ง่ายมาก เพราะเป็นพืชที่ขึ้นชื่อว่าดูแลรักษาง่าย แตกหน่อออกง่าย ขอเพียงตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ และรดน้ำพอประมาณอย่าให้น้ำขัง

ปัญหาจากต้นไม้ข้างบ้านรุกล้ำจัดการอย่างไร

ความเชื่อเดิม ๆ มักบอกกันว่าการปลูกต้นไม้ภายในห้องนอนเป็นอันตราย เนื่องจากในเวลากลางคืนต้นไม้ส่วนใหญ่จะคายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา แต่จริง ๆ แล้วปริมาณของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ต้นไม้ส่วนใหญ่คายออกมานั้นมีน้อยมาก เมื่อเทียบกับปริมาณที่มนุษย์หรือสัตว์เลี้ยงปล่อยออกมา

สวนส่วนใหญ่ที่แต่ละบ้านมีกัน

1.สวนในเมือง
ต่อให้ความจริงแล้ว บ้านคุณจะไม่มีแม้แต่สนานหญ้าก็ตาม ในเมืองอยากจะมีสวน คุณก็สามารถทำได้ เพียงแค่เริ่มจากการหากระถางสวยๆ และหาซื้อพันธุ์ดอกไม้หลายสีมาปลูก เท่านี้คุณก็สวยที่มีดอกไม้ล้อมรอบแล้ว เพิ่มชุดเฟอร์นิเจอร์สักหน่อย ก็จะกลายเป็นมุม ที่ทำให้คุณเพลินดเพลินกับธรรมชาติง่ายๆ ถึงแม้ว่าบ้านจะเป็นคอนโดสูงก็ตาม

2.สวนแบบแขวน
ไอเดียสุดฮิต สำหรับใครหลายคนที่ต้องการจะมีสวน แต่ไม่มีพื้นที่ในการปลูก ไอเดียการจัดสวนแบบแขวนก็ไม่ใช้เรื่องที่เลวร้ายเสมอไป การเลือกพันธ์ไม้สำหรับการจัดสวนนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องคิดให้มากกว่าปกติ เพราะว่าจะต้องเลือกที่มีน้ำหนักเบา ไม่ต้องดูแลรดน้ำบ่อยๆ หรือเป็นตระกูลต้มไม้ที่สามารถอยู่รอดได้เพียงการพรมน้ำเบาๆ เท่านั้น เพราะหากคุณมีไอเดียสวนแขวนอยู่ภายในบ้าน คงไม่มีใครอยากเช็ดพื้นที่เปียกจากการรดน้ำต้นไม้บ่อยๆแน่นอน

3.ง่ายๆแต่ดี
สำหรับใครที่กำลังมีความคิด อยากจัดสวนบนดาดฟ้า เพราะเบื่ออากาศแย่ๆในเมืองกรุง แต่ก็ไม่รู้ว่าต้องเริ่มจากตรงไหน ก็ลองเริ่มจาก ออกจากบ้าน ตรงไปที่ร้านดอกไม้ เลือกกระถางรูปทรงที่เราชอบ ซื้อดินที่เหมาะกับการเพราะปลูก สอบถามพันธุ์ไม้ที่เหมาะแก่การปลูกในเมือง บนดาดฟ้า แนะนำว่าให้เลือกแบบที่ไม่ต้องปลูกเอง หากเป็นคนที่มีเวลาว่างน้อย ก่อนจะกลับมาจัดมุมสวนเล็กๆ บนดาดฟ้าตามที่เราต้องการ เพิ่มเก้าอี้สักตัว หากระจกเก่าๆสักบานมาพิงไว้ เท่านี้ก็ได้สวนเก๋ๆ สำหรับพักผ่อนแล้ว

4.สวน หลังบ้าน แบบเอาท์ดอร์ หรือข้างนอก
พื้นที่ outdoor เปรียบเสมือนพื้นที่ดินเนอร์นอกบ้านดีๆนี้เอง แต่การจะจัดสวนให้เข้ากับพื้นที่ ก็ต้องมีการจัดมุมกันสักเล็กน้อย หากว่าคุณนั้นเป็นสายปาร์ตี้ปิ้งย่าง สิ่งที่ต้องคำนึงถึงก็คือ พื้นนั้นเอง เราขอแนะนำว่าให้เลือกพื้นที่เป็นกรวด ดีกว่าพื้นหญ้า เพราะป้องกันการเสียหายจากความร้อนจากถ่านเตาปิ้งย่างได้ คงไม่มีใครอยากจะปลูกหญ้าบ่อยๆหรอกนะ

5.การประดิษฐ์ขึ้นมาเอง กระป๋องเก่า
ประหยัดเงินในการปลูกต้นไม้ง่ายๆ โดยเปลี่ยนกระถางต้นไม้ เป็นกระป๋องเก่าๆที่ไม่ได้ใช้แทน นอกจากจะเพิ่มเสน่งห์แล้ว ก็ยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าของคุณได้อีกด้วย

6.ทางเดินในฝัน
เพิ่มความเพลิดเพิลนในสวนให้มากขึ้น ด้วยการสร้างทางเดินที่สวยงามขึ้นมา เพียงแค่มีกรวดและไม้ วางสลับการไปมา ทางเดินที่เคยดูจืดชืด ก็จะกลายเป็นทางเดินที่สวยงามทันที ตกแต่งด้านข้างทางเดิน ด้วยต้นไม้พุ่มเตี้ย หลากหลายสายพันธุ์ ก็สามารถเพิ่มเสน่งห์ของทางเดินได้

7.สวนเตี้ยยกระดับ
หากเรานึกถึงสวน ส่วนมากนั้นก็จะนึกถึงต้นไม้ที่ต้องปลูกกับพื้นดินอย่างแน่นอน แต่ครั้งนี้เราจะแวกมันออกไป เพราะว่าต้นไม้นั้นไม่จำเป็นต้องปลูกติดกับพื้นดินเสมอ เพราะว่าเราสามารถยกมันหนี้จากพื้นดินได้ แถมยังเป็นไอเดียดีๆสำหรับการจัดสวนอีกด้วย

8.แยกเป็นสัดส่วน
หลายคนนั้นชอบที่จะทานอาหารนอกบ้านมากกว่าในบ้าน แต่การจะนำชุดโต๊ะอาหารไม่ตั้งไว้กลางสวน ก็กลัวว่าพื้นหญ้าสวยๆนั้นจะพัง เราก็ขอแนะนำให้แยกโซน วิธีง่ายๆ ที่ทำให้การทานอาหารของคุณ ไม่ส่งผลกระทบต่อสวนน้อยแสนน่ารักของคุณ

9.เรียบแต่หรู
ถึงแม้ว่าจะเป็นการออกแบบสวยแบบง่ายๆ แต่พอมองแล้วมันก็ดูดี จนอยากลองไปทำตามเลยละ เพราะความจริงแล้วการจัดสวน นั้นไม่ตำเป็นต้องจ่ายเงินมากเกินความจำเป็น เพียงแค่เรารู้วิธีสวนแสนสวย ก็ไม่ได้แพงเสมอไป

10.สวนหิน
เพิ่มเสน่งห์ ของสวนต้นไม้ง่ายๆ ด้วยก้อนหิน เมหมือนการใส่ลูกเล่นเพิ่มเข้าไปในสวนด้วยก้อนหินก็ไม่เชิง เพราะการนำหินเข้ามามีส่วนร่วมในสวนด้วย ก็ทำให้สวนนั้นดูนาดึงดูดไปอีกแบบ แทนที่จะมองไปตรงจุดไหนก็เจอแต่ต้นไม้ ลองแซงหินเข้าไปในบ้างส่วน ก็จะสามารถทำให้สวนนั้นดูลื่นตามากกว่าเดิม

รั่วบ้าน

แบบรั้วบ้านสวย ๆ และ วิธีเลือกรั้ว ให้เหมาะกับบ้าน รั้วบ้านเป็นเหมือนปราการด่านแรก

นอกจากการตกแต่งและต่อเติม ตัวบ้าน ให้สวยงามแล้ว รั้วบ้าน ยังเป็นอีกจุดสำคัญที่เจ้าของบ้านไม่ควรมองข้าม เพราะรั้วบ้านเป็นเหมือนปราการด่านแรก ที่ใคร ๆ จะมองเห็น และเป็นตัวบ่งบอกภาพลักษณ์ของบ้านได้ก่อนส่วนอื่น ๆ ดังนั้นการเลือกแบบรั้วบ้านที่เหมาะสม จึงมีความสำคัญไม่แพ้การตกแต่งภายในเลยทีเดียว วันนี้กระปุกดอทคอมจึงขอนำเอาความรู้เกี่ยวกับรั้วบ้านและแบบรั้วบ้านสไตล์ต่าง ๆ มาฝากกัน ใครถูกใจแบบไหนก็คงต้องขึ้นอยู่กับงบประมาณและสไตล์ของคุณแล้ว

การเลือกแบบรั้วบ้าน

1. สไตล์ของบ้าน

สิ่งสำคัญของการเลือกแบบรั้วบ้าน คือควรเลือกให้เข้ากับสไตล์ของบ้าน และลักษณะของพื้นที่ เช่น บ้านสไตล์โมเดิร์น ก็ควรเลือกรั้วบ้านที่ดูทันสมัย เลือกสีสันเข้ากันได้กับตัวบ้าน รวมถึงตำแหน่งของการล้อมรั้วบ้าน และตำแหน่งของประตูเข้า-ออก เป็นต้น

2. บริเวณบ้าน

การเลือกรั้วบ้าน เรื่องพื้นที่รอบบ้านก็เป็นอีกเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ เพราะถ้าหากเลือกรั้วบ้านโดยไม่คำนึงถึงระยะห่างของพื้นที่ และความสมดุลกับ ตัวบ้าน แล้ว อาจทำให้อึดอัดหรือดูโล่งมากเกินไป เช่น หากบ้านมีพื้นที่แคบ ก็ควรเลือกรั้วบ้านที่ไม่ปิดทึบ มีระยะห่างระหว่างลาย หากมีพื้นที่กว้างก็สามารถเลือกประตูรั้วลายทึบได้ ออกแบบบริเวณบ้าน โดยไม่ควรเลือกแบบที่มีลายห่างกันเกินไปเพราะจะทำให้ดูโล่งและไม่มีจุดเด่น นอกจากนี้ยังควรกำหนดความสูงของรั้วให้เหมาะสมกับตัวบ้านด้วย โดยขนาด รั้วบ้านปกติจะสูงประมาณ 1.2–2 เมตร

3. สีสันและวัสดุ

การเลือกสีสันของรั้วบ้านให้เข้ากับสไตล์และสีของตัวบ้าน จะช่วยทำให้บ้านดูสวยทั้งจากภายนอกและภายใน กลมกลืนไปในทิศทางเดียวกัน เช่น ตัวบ้านสีขาว อาจจะเข้ากันได้ดีกับรั้วได้หลายสีสัน ไม่ว่าจะเป็นรั้วสีขาวแบบเดียวกับตัวบ้าน สีดำที่ทำให้บ้านดูขรึมมีพลัง สีฟ้าทำให้บ้านดูสดใสมีชีวิตชีวา สีเงินที่เข้าได้กับทุกยุคสมัย เป็นต้น ส่วนวัสดุที่นำมาใช้ในการทำรั้ว ก็ต้องเลือกที่เข้ากับบ้านด้วยเช่นกัน อย่างรั้วสเตนเลสจะเหมาะกับแนวโมเดิร์น รั้วอัลลอยให้ความหรูหรา หรือรั้วไม้ที่ดูคลาสสิก เป็นต้น

4. ส่วนประกอบอื่น ๆ

นอกจากประตูบ้านแล้ว รั้วบ้านส่วนที่เป็นกำแพง ก็อาจจะต้องเลือกวัสดุที่เหมาะสมเช่นกัน อาจจะสร้างรั้วกำแพงอิฐล้วน ๆ แล้วทาสีสันให้สวยงาม หรือจะผสมผสานระหว่างอิฐกับไม้ หรืออะลูมิเนียมก็ได้ เพื่อเพิ่มช่องว่างให้รั้วบ้านดูไม่ทึบอึดอัดจนเกินไป ทั้งนี้อาจจะใช้หินอ่อนมาทำเป็นรั้วบ้านด้วยก็ได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับรสนิยมและงบประมาณของแต่ละบ้าน

ได้รู้จักกับข้อมูลคร่าว ๆ ของรั้วบ้านกันไปแล้ว เราลองมาดูตัวอย่างแบบรั้วบ้านแต่ละชนิดที่น่าสนใจกันดีกว่า เผื่อจะปิ๊งไอเดียไปใช้กับรั้วบ้านของคุณบ้าง

1. แบบรั้วไม้
รั้วบ้าน เกาะป้องกันภัยอันตราย เป็นการป้องกันผู้ไม่หวังดีเข้าบ้านอย่างง่ายดาย อีกทั้งยังเป็นตัวบ่งบอกถึงเขตดินแดน ความเป็นเจ้าของได้อย่างชัดเจนอีกด้วย หากเป็นยุคสมัยก่อน รั้วบ้านนิยมสร้างด้วยลวดโลหะ มีลักษณะเป็นลวดหนาม หรืออาจก่อเป็นกำแพงสูง แต่ปัจจุบัน รั้ว กลายเป็นของตกแต่งบ้านที่สามารถสร้างความสวยงาม สวยหรูให้กับบ้านได้อีกด้วย และ รั้วไม้ เป็นรั้วที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงเช่นกัน แต่หากจะใช้ไม้ธรรมดาทั่วไปนั้น อาจไม่เหมาะสมต่อสภาพภูมิอากาศ ฝนและแดด วันนี้ “บ้านไอเดีย” จึงนำไอเดียรั้วไม้ จากผลิตภัณฑ์ไม้คอนวูด ที่สามารถรองรับกับทุกสภาพอากาศ ทนแดดทนฝน ทนน้ำท่วม

รั้วต้นไม้ เป็นการตกแต่งเขตบ้านด้วยต้นไม้นานาพรรณ อาจใช้เป็นไม้พุ่ม ไม้ยืนต้น หรือไม้เลื้อย พืชผักสวนครัว เหมาะสำหรับคนที่ชอบความร่มรื่น และธรรมชาติ
ช่วยเพิ่มความสดชื่นเป็นธรรมชาติ สามารถนำผลิตผลจากต้นไม้มาใช้อุปโภคบริโภคได้ ลดค่าใช้จ่าย นับเป็นหนึ่งในรั้วบ้านแบบต่าง ๆ ราคาถูกที่คุ้มค่ามากทีเดียว
ดูแลรักษายาก และอาจช่วยในเรื่องของการป้องกันความปลอดภัยได้ไม่มากเท่าที่ควร
เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์มีพิษ และรั้วต้นไม้อาจสร้างปัญหารบกวนเพื่อนบ้าน จนเกิดการทะเลาะเยาะแว้งได้

2. แบบรั้วเหล็ก
รั้วเหล็กจะมีทั้งรูปแบบรั้วทึบ รั้วโปร่ง และรั้วเหล็กดัด วัสดุที่ใช้ คือ เหล็กที่ขึ้นรูปเป็นทรงต่าง ๆ หรือเหล็กดัดให้เป็นลวดลายต่าง ๆ ตามความต้องการ
ออกแบบได้หลากหลาย มีช่องว่าง ทำให้สามารถมองเห็นทัศนียภาพทั้งภายใน และภายนอกได้
รั้วเหล็กนั้น มักจะมีปัญหาเรื่อง มีน้ำหนักที่มากมาก อาจเกิดสนิมได้ง่าย

3. แบบรั้วอิฐ
รั้วปูน หรือกำแพงปูน เป็นรั้วที่ก่อขึ้นมาจากอิฐ หรือการใช้แผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป อาจเสริมความแข็งแรง ตกแต่งเพิ่มเติมโดยวิธีการต่าง ๆ เช่น ฉาบด้วยปูนแล้วขัดมัน หรือทาสี ตกแต่งด้วยหินรูปทรงต่าง ๆ เป็นต้น
ราคาถูก มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ มีลักษณะทึบ ให้ความรู้สึกแข็งแรง และปลอดภัย ตกแต่งได้หลากหลายรูปแบบ ให้ความรู้สึกสวยเรียบหรู แบบมินิมอลในราคาประหยัด
ขั้นตอนการก่อสร้าง ต้องใช้ช่างผู้ชำนาญมาช่วยดูแลความเรียบร้อย อีกทั้งมีน้ำหนักมากจำเป็นต้องทำฐานรากที่มั่นคง
ทำให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม บ้านดูทึบ และปิดกั้นลมที่จะพัดเข้ามาในบ้าน

4. แบบรั้วคอนกรีต
เติมแต่งเอกลักษณ์ให้บ้านด้วยรั้วคอนกรีตสำเร็จรูป
มีคำกล่าวว่า “คิ้วเป็นมงกุฎของใบหน้า” เพราะช่วยเติมความสมดุลให้ใบหน้าดูดี หากบนหน้าไม่มีคิ้วก็คงรู้สึกโล่งแปลก ๆ เช่นเดียวกับ “รั้วบ้าน” ที่นอกจากทำหน้าที่บอกขอบเขตส่วนตัวและเพิ่มความปลอดภัยแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นมงกุฎเติมเต็มให้บ้านลงตัวเช่นกัน ด้วยความที่รั้วอยู่ด้านหน้าใกล้ชิดสายตาคนภายนอกมากที่สุด จึงเป็นเสมือนการแนะนำตัวเองเบื้องต้น ให้ผู้คนได้รู้จักบุคลิกหรือรสนิยมของผู้อาศัย ในเนื้อหาชุดนี้ “บ้านไอเดีย” ขอหยิบไอเดียแบบรั้วบ้าน ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความเป็นธรรมชาติ และรั้วสไตล์โมเดิร์น

ลักษณะผิวเป็นหินกะเทาะ มีความคล้ายกับหินศิลาแลงแต่ก้อนเล็กกว่า และมีหลายสีให้เลือกมากกว่า รูปลักษณ์มีลักษณะเป็นก้อน ติดตั้งคล้ายการก่ออิฐ สามารถปรับได้ทุกขนาดพื้นที่ ติดตั้งง่ายและสะดวกรวดเร็วกว่าการก่ออิฐฉาบปูน พื้นผิวตัวก้อนที่ไม่สม่ำเสมอให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติ เหมาะกับบ้านที่ตกแต่งในสไตล์ธรรมชาติ

ลักษณะรั้วบ้าน แบบไหนช่วยเสริมฮวงจุ้ย
รั้วบ้าน และประตูต้องโปร่ง จะดีมากถ้าโปร่งได้ 50% ของบริเวณรั้ว หากรั้วเป็นกำแพงทึบ อาจใช้เป็นเสริมช่องลมด้านบน แต่ห้ามเจาะช่องที่กำแพงเพราะเชื่อว่าจะเก็บทรัพย์ไม่อยู่ ขาดความมั่นคง อีกทั้งขโมยยังมองเห็นภายในบ้านได้ง่าย
ประตูรั้วไม่ควรตรงกับประตูบ้าน หรือเสาไฟฟ้า และไม่ควรอยู่ใกล้กันจนเกินไป หากทำประตูรั้วตรงกับประตูบ้านไปแล้ว อาจใช้วิธีเติมเฉลียงหน้าบ้านเพื่อให้บัง และกักเก็บพลังงานไว้ และหากมีเสาไฟ อาจใช้วิธีปลูกต้นไม้ในบริเวณนั้น
ไม่ควรปล่อยรั้วบ้านให้สีซีด ควรทาสีให้ใหม่อยู่เสมอ และติดไฟให้สว่างในเวลากลางคืน
ประตูรั้วต้องไม่สูงกว่ากำแพง และหากมีประตู 2 ข้าง ประตูด้านซ้ายควรใหญ่กว่าด้านขวา ขนาดของกำแพงไม่สูง หรือต่ำเกินไป ( อยู่ในช่วง 1.4-2 เมตร )
หากมีประตูใหญ่ ไม่ควรสร้างประตูเล็กไว้ 2 ข้าง แต่ให้สร้างข้างเดียว คือ ด้านหันหน้าออกซ้ายมือ
การปลูกต้นไม้เป็นรั้วในทางฮวงจุ้ย ถือว่าเป็นสิ่งดี มีมงคล เนื่องจาก เป็นรั้วจากธรรมชาตินั่นเอง

กฎหมายรั้วบ้านที่ไม่ควรมองข้าม
เมื่อเราทราบข้อมูลสำหรับเลือกรั้วบ้าน จากวัสดุที่เหมาะสม มีลักษณะที่ดี และตรงกับสไตล์กับตัวเองแล้ว อย่าลืมให้ความสำคัญกับ “กฎหมายเกี่ยวกับรั้วบ้าน” ด้วย เพื่อป้องกันข้อพิพาทกับเพื่อนบ้าน ยื่นคำร้องขออนุญาตก่อสร้างบ้านที่สำนักงานเขตในพื้นที่ที่บ้านตั้งอยู่

รั้วบ้านต้องไม่ล้ำเขตแนวที่ดินที่เป็นของตน
ในการกำหนดเขตที่ดิน หมายถึง พื้นที่ใต้ดิน และบนอากาศ ดังนั้นการสร้างฐานรั้วใต้ดิน การตั้งเสารั้ว จึงไม่ควรเอียงล้ำแนวที่ดินของตนเองออกมา เพราะหากมีการฟ้องร้องจากเพื่อนบ้านเกิดขึ้น อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย แต่ถ้าในกรณีมีการสร้างรั้วร่วมกันกับเพื่อนบ้าน ให้แบ่งพื้นที่สำหรับสร้างรั้ว และออกค่าใช้จ่ายคนละครึ่ง
รั้วบ้านไม่ควรสูงเกิน 3 เมตร
ถ้ารั้วบ้านอยู่ติดทางสาธารณะ ต้องมีความสูงของรั้วบ้านไม่เกิน 3 เมตร หากต้องการสร้างให้สูงเกิน 3 เมตร จะต้องเว้นระยะห่างจากเขตที่ดินไม่น้อยกว่าความสูงของรั้วที่จะสร้าง
รั้วบ้านที่อยู่มุมถนนต้องมีมุมหัก 135 องศา
หากบ้านคุณตั้งอยู่บริเวณมุมถนนที่ความกว้างถนนมากกว่า 3 เมตรขึ้นไป ต้องปาดมุมให้มีระยะไม่น้อยกว่า 4 เมตร และมีมุมหักไม่เกิน 135 องศา ทำมุมกับแนวถนนสาธารณะเป็นมุมเท่า ๆ กัน
การขออนุญาตสร้างรั้วบ้าน
การสร้างรั้วบ้านติดกับถนน หรือพื้นที่สาธารณะ จะต้องขออนุญาตทุกครั้ง เนื่องจากรั้วบ้าน ถือว่าเป็นสิ่งปลูกสร้างอย่างหนึ่ง แต่ในกรณีที่สร้างรั้วกันระหว่างที่ดินส่วนบุคคล หรือที่ดินของเอกชนไม่จำเป็นต้องขออนุญาต