อาชีพนักสืบ

งานนักสืบในปัจจุบันรายได้นักสืบ เงินเดือนสำหรับงานนักสืบ

รายได้นักสืบ นักสืบ ส่วนใหญ่ทำงานให้กับกองกำลังตำรวจโดยมองหาหลักฐานในที่เกิดเหตุเพื่อให้ผู้กระทำผิดสามารถถูกลงโทษได้ อื่น ๆ ที่เรียกว่านักสืบเอกชนทำงานให้กับหน่วยงานเอกชนหรือลูกค้าเอกชน ในขณะที่ทั้งสองเกี่ยวข้องกับงานนักสืบนักสืบเอกชนและผู้ตรวจสอบทางอาญารายงานเงินเดือนที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญนักสืบคืออะไร

รายได้นักสืบ
รายได้นักสืบ นักสืบตำรวจ
ตำรวจนักสืบบางครั้งเรียกว่าผู้ตรวจสอบความผิดทางอาญาเริ่มอาชีพของพวกเขาในฐานะเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนจนกว่าจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นนักสืบ ตัวเลขที่เผยแพร่โดยสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ (BLS) ระบุว่านักสืบตำรวจได้รับเงินเดือนประจำปีเฉลี่ย $ 77,860 ณ เดือนพฤษภาคม 2012 นักสืบที่ทำงานให้กับหน่วยงานตำรวจท้องที่ได้รับค่าเฉลี่ย $ 64,610 นักสืบตำรวจของรัฐเฉลี่ย $ 58,460 ต่อปีและผู้ที่ทำงานโดยรัฐบาลกลางรายงานเงินเดือนโดยเฉลี่ยที่ $ 100,290 ต่อปี

รายได้นักสืบ นักสืบเอกชน
นักสืบเอกชนให้บริการที่หลากหลายแก่ธุรกิจและลูกค้าเช่นการพยายามค้นหาบุคคลที่หายไปการสืบสวนการละเมิดกฎหรือทำการตรวจสอบการเฝ้าระวังและการตรวจสอบประวัติ จากข้อมูลของ BLS ณ เดือนพฤษภาคม 2012 เงินเดือนเฉลี่ยของนักสืบเอกชนคือ $ 50,780 ซึ่งน้อยกว่าเงินเดือนโดยเฉลี่ยของนักสืบตำรวจ ประมาณครึ่งหนึ่งทำงานให้กับ บริษัท ตรวจสอบและรักษาความปลอดภัยเอกชนโดยมีรายรับเฉลี่ย $ 46,700 ต่อปี บริษัท ในอุตสาหกรรมบางแห่งใช้นักสืบส่วนตัวของตนเองและจ่ายให้เฉลี่ยสูงกว่า $ 70,000 ต่อปี อุตสาหกรรมเหล่านี้รวมถึงบริการให้คำปรึกษา บริษัท พลังงานไฟฟ้าและผู้ผลิตการบินและอวกาศ

ข้อเท็จจริงที่ว่ากฎหมายนักสืบเอกชนไม่ได้ถูกตราขึ้นในทุกโอกาสนั้นถูกวิพากษ์วิจารณ์ ถือเป็นข้อบกพร่องอย่างยิ่งที่กฎหมายฉบับนี้ไม่มีผลบังคับใช้ในขณะที่อาชีพนักสืบเอกชนกำลังพัฒนาในด้านหนึ่ง ความต้องการบริการติดตามและวิจัยนักสืบเอกชนเพิ่มขึ้น และความต้องการนักสืบเอกชนรายใหม่เกิดขึ้นทุกวัน ในปีพ.ศ. 1994 ได้มีการหารือและ ยอมรับร่างกฎหมาย ฉบับแรก ในรั ฐสภา แต่ ไม่ได้รับ การอนุมั ติ จากประธานาธิบดี ในขณะนั้น น่าเสียดาย ที่ร่างดังกล่าวไม่มี โอกาสได้อภิปราย ในสภาอีก

หนึ่งในกิจกรรมแรกของสมาคมนักสืบ ที่ปรึกษาและนักวิจัยเอกชน ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2006 และเริ่มดำเนินการทันที คือ การพิจารณา และดำเนินการร่างกฎหมาย ฉบับนี้ ในการศึกษา เหล่านี้ นักสืบเอกชน บิลออกมาแล้ว อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าสมาคม จะพยายามอย่างเต็ม ที่แล้ว ก็ตาม ร่างนี้ยังไม่ได้ ประกาศใช้

การไม่มีกฎหมายนักสืบเอกชนเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาอาชีพนี้ต่อไป เพราะทั้งคุณสมบัติของนักสืบเอกชนและผู้ช่วยวิจัยเอกชนที่จะเข้าสู่อาชีพนี้ไม่ได้รับการกำหนดหรือหลักการทำงานและหลักการของวิชาชีพนี้ นอกจากนี้ ยังไม่ได้กำหนดจัดตั้งและหลักการทำงานของสำนักงานนักสืบเอกชนและสถาบันวิจัยเอกชน ที่สำคัญกว่านั้น ไม่มีพื้นฐานสำหรับวิธีการตรวจสอบและควบคุมบริษัทเหล่านี้ให้อยู่ภายใต้การควบคุม

ในแง่กฎหมาย ความไม่แน่นอนทั้งหมดเหล่านี้ครอบคลุมอยู่ในกรอบของข้อบังคับทางกฎหมายอื่นๆ ที่มีอยู่ ซึ่งเหมาะสำหรับอาชีพนักสืบเอกชน กิจกรรมนักสืบเอกชนพยายามที่จะดำเนินการภายใต้กรอบของกฎหมายการค้า กฎหมายภาระผูกพัน กฎหมายแพ่ง กฎหมายอาญา และกฎระเบียบทางกฎหมายอื่น ๆ โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ บริษัทนักสืบเอกชนมืออาชีพและสถาบันวิจัยเอกชนที่พยายามทำงานอย่างถูกต้องให้บริการตามระเบียบจริยธรรมและระเบียบการทำงานด้านอาชีพนักสืบที่จัดทำและเผยแพร่โดยสมาคม

โดยธรรมชาติแล้ว จะไม่มีการจัดองค์กรภายในสุญญากาศทางกฎหมาย การขาดสิ่งนี้ทำให้เกิดการขาดภาษีสำหรับค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บสำหรับบริการที่ได้รับ ไม่มีกำหนดค่าธรรมเนียมสำหรับบริการนักสืบเอกชน

บริษัทนักสืบเอกชนและสถาบันสืบสวนเอกชนทุกแห่งกำหนดค่าธรรมเนียมที่พวกเขาต้องการ โดยขึ้นอยู่กับขนาด ความแข็งแกร่งในแง่ของบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิค ภาพลักษณ์ในตลาด โอกาสในการแข่งขัน และความแพร่หลายทั่วประเทศ หรือจะกำหนดโดยการเจรจาร่วมกับบุคคลหรือองค์กรที่ขอใช้บริการ ทำให้ยากสำหรับบริษัทขนาดเล็กโดยเฉพาะในการแข่งขัน

เกณฑ์อื่นๆ ที่มีผลต่อค่าธรรมเนียมที่ขอ ได้แก่ ประเภท ลักษณะ ขอบเขต เงื่อนไขการให้บริการ พื้นที่ที่ต้องติดตามหรือสอบสวน จำนวนวันที่รับบริการ และจำนวนนักสืบเอกชนและนักสืบเอกชนที่จะได้รับมอบหมาย การเรียน

รูปแบบการจ่ายภูมิภาค
โดยทั่วไปแล้วตำรวจนักสืบที่ทำงานในตะวันตกและตะวันออกเฉียงเหนือมีแนวโน้มที่จะได้รับเงินมากที่สุดในขณะที่ผู้ที่อยู่ในตะวันออกเฉียงใต้ได้รับค่าตอบแทนต่ำที่สุด ทั่วประเทศค่าเฉลี่ยสำหรับนักสืบตำรวจอยู่ในระดับต่ำจาก $ 49,530 ในอาร์คันซอถึงระดับสูงของ $ 115,230 ใน District of Columbia ในขณะที่ค่าจ้างเฉลี่ยของนักสืบเอกชนไม่เป็นไปตามรูปแบบของภูมิภาคที่ชัดเจน รัฐที่มีค่าตอบแทนต่ำที่สุดคือเซาท์ดาโกตาซึ่งนักสืบเอกชนมีค่าเฉลี่ย $ 33,720 ต่อปี นักสืบเอกชนในรัฐวอชิงตันได้รับมากที่สุดโดยเฉลี่ย $ 70,510

งาน Outlook
ผ่าน 2020 นั้น BLS คาดว่าจะมีการสร้างงานใหม่ 3,500 ขึ้นสำหรับนักสืบตำรวจและงานใหม่ 7,100 ที่จะสร้างขึ้นสำหรับนักสืบเอกชน นักสืบ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถคาดหวังการแข่งขันจากเพื่อนเจ้าหน้าที่ที่ปรารถนาจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นตำแหน่งนักสืบที่ จำกัด นักสืบเอกชนที่ต้องการควรคาดหวังการแข่งขันสำหรับงานโดยเฉพาะจากอดีตตำรวจและบุคลากรทางทหารซึ่งมักได้รับการพิจารณาที่ดีสำหรับตำแหน่งนักสืบเอกชน

ข้อมูลเงินเดือน สำหรับนักสืบและนักสืบเอกชน
นักสืบและนักสืบเอกชนได้รับเงินเดือนประจำปีเฉลี่ยอยู่ที่ $ 48,190 ใน 2016 ตามที่สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ ในระดับต่ำสุด นักสืบเอกชน และผู้ตรวจสอบได้รับเงินเดือนเปอร์เซ็นต์ 25th ที่ $ 35,710 ซึ่งหมายถึงเปอร์เซ็นต์ 75 ที่ได้รับมากกว่าจำนวนนี้ เงินเดือนเปอร์เซ็นไทล์ที่ 75th คือ $ 66,300 ซึ่งหมายถึงเปอร์เซ็นต์ 25 ที่ได้รับมากขึ้น ใน 2016 คน 41,400 ถูกจ้างงานในสหรัฐอเมริกาในฐานะนักสืบและนักสืบเอกชน

สืบชู้สาว
คือ การสืบหาหลักฐานในเชิงลึก เกี่ยวกับสามีภรรยาไปมีกิ๊กจนต้องทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อจะยุติในเรื่องครอบครัว การหาหลักฐานนั้นเป็น ภาพนิ่ง วิดีโอ อื่นๆเพื่อยื่นฟ้องชู้ ฟ้องหย่า ลักษณะไปอยู่ หรือ เข้าโรงแรม รีสอร์ท อพาร์ทเมนท์ กินอยู่กันแบบเปิดเผย หรือไม่เปิดเผยแสดงถึงการมีกิ๊กของคนสองคน การทำงานเรามีดุลพินิจในการรับจ้างสืบว่าเราควร ทำอย่างไรแบบไหน เพื้อที่จะปลอดภัยมนการสืบ อย่าเร่งนักสืบ อย่าพยายามโทรจิกนักสืบตลอดเวลา ให้เวลาเราได้ทำงานเต็มที่ คุ้มค่าราคาเงินจ้าง
เวลาในการสืบนั้นเน้นไม่เกิน 1 เดือน เพราะเราไม่แน่ชัดเลยว่าการสืบนั้นจะราบรื้น หรือมีอุปสรรคใดบ้าง เราต้องช่วยกันปกปิดความลับให้เราด้วยเดี๋ยวเป้าหมายรู้เข้าพวกเราจะทำงานลำบาก เราต้องช่วยกัน ส่งสิกให้ผู้ประสานทราบได้ยิ่งดี การทำงานจะได้เร็วขึ้นอีกหลายเปอร์เซ็นต์ ราคา ตามที่ตกลงและพอใจทั้งสองฝ่าย ทำงานใช้เวลาประมาณ 10-30วัน ทำการ แล้วแต่ความยากง่าย

ก่อนจ้างนักสืบ นักสืบเอกชน รับจ้างสืบ รายได้นักสืบ
ก่อนจ้างนักสืบ นักสืบเอกชน รับจ้างสืบ รายได้นักสืบ

หลักฐานที่ได้ในการ เป็น ภาพนิ่ง วิดีโอ อื่นๆ ตามที่ทางผู้จ้างแจ้งมา

หลักฐานพวกนี้เอาไปทำอะไรได้บ้าง?
1.เอาไปฟ้องชู้
2.เอาไปฟ้องหย่ า
3.เอา ไปร้องเรียน ผู้บัง คับบัญช า
4.ต่อรอ ง

การแยกมือที่สาม
คือ การสร้า ง สถ าการณ์ ให้ แตกคอ กันโดยทีม แยกเข้า ไปปฏิสัมพันธ์ โดยวิธีการหนึ่ง วิธีการใด อาจจะใช้ทีมแยกมากกว่า 3-4 คนในการเข้าพบปะพูดคุยกับเป้าหมาย และต้องหาวิธีเข้าในขั้นตอนนี้ต้องใช้การตามดูพฤติกรรมไปพร้อมกัน จะได้รู้การเคลือนไหวและจะได้เข้าทางได้ง่ายขี้ การทำแยกมือที่สามนั้นทำอยู่ทั้งหมด 5 สเตป เริ่มตั้งแต่ง่ายไปหายาก และจนกว่าจะกันจนเข้าทางแล้วค่อยๆแทรกเป็นระยะ จะไม่มีผลกระทบต่อผู้ว่าจ้างใดๆเลยเราเอง ใช้เวลาในการทำ1-6 เดือน ไม่มีผลกระทบ ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องทะเลาะกัน เดี๋ยวทีมแยกจัดให้ชุดใหญ่ตามสเตป 5 สเตป โดยไม่กระทบต่อผู้จ้าง ราคา ตามที่ตกลงกันพอใจทั้งสองฝ่าย เรากล้าเปิดเผยราคาในการว่าจ้างทำงานสํานักงานนักสืบ

รับปรึกษาได้ว่าจะให้สืบเรื่องอะไร ทำทุกที่ในประเทศไทย ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคใต้ ภาคตะวันออก สืบทุกประเภท

สืบทรัพย์สิน
คือ การสืบหาทรัพย์สินของบุคคลเป้าหมายที่ต้องการทราบว่ามีทรัพย์สินอะไรบ้าง สังหาริมทรัพย์ และอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ
การสืบคนหาย
ที่มีการใช้โทรศัพท์ติดต่อกันได้แต่ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน พิกัดไหน ในโลกนี้
สืบทุจริต
คือ การสืบการทุจริตของพนักงานทั่วไป ทุกระดับชั้น ทั้งภาครัฐ และเอกชน หาหลักฐานเป็นภาพถ่ายเพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไปตามที่ผู้ว่าจ้างต้องการ
สืบคู่แข่งทางการค้าละเมิดลิขสิทธิ์
คือ การสืบเสาะแสวงหา แหล่ง ที่มา ผลิต ดัดแปลง แก้ไข ละเมิดสินค้าผู้อื่นโดยใช้ตราของผู้อื่น
สืบพิกัดมือถือ
คือ การหาหพิกัดมือถือที่เปิดอยู่ว่าอยู่พิกัดใด เช็คมือถือย้อนหลังคือ การเช็คย้อนหลัง ระบบเติมเงิน ได้ 1 เดือน ระบบรายเดือน ได้ 3 เดือน พิจารณาเป็นรายๆไป
สืบหารถหาย
คือ รถหายลักษณะเหมือนการหนีไฟแนนท์ ยืมกันไปใช้ ยืมขับ แล้วหายไป หรือ ผู้ซื้อไม่ได้ขับผู้ขับไม่ได้ซื้อ มีที่มาที่ไป เอาไปใช้ประมาณนี้ มีตัวตน (รถที่หายโดยการขโมยไม่รับครับ)
สืบหาหลักฐานในเชิงลึก
คือ การหาพยาน ปากเอก พยานบุคคล พยานเอสาร พยานอ้างอิงที่ใช้ในชั้นศาลที่ได้มาแล้วไม่พอในการฟ้องดำเนินคดีทั้งการโทรเข้า-ออก ของมือถือ ทรัพย์สิน อื่นๆ

การเป็นนักสืบ

แนวทางการเป็นนักสืบ ต้องมีความรู้และต้องจบการเรียนสาขาอะไรมาบ้าง

การเป็นนักสืบ ต้องมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องอะไรบ้าง ?
การที่จะประกอบอาชีพนักสืบนั้น ในมุมมองความคิดเห็นของผู้เขียนเองคิดว่า นักสืบ ต้องมีความรู้ ความสามารถ มากพอ ๆ กับตำรวจเลยทีเดียว แต่อาจไม่ได้ลงลึก ขนาดนั้น โดยสามารถสรุปได้คร่าว ๆ ดังนี้

ความรู้ เกี่ยวกับการสืบหา ข้อเท็จจริง

โดยเมื่อได้ข้อมูล มาแล้ว ยังไม่ควรด่วนสรุป ว่าเป็นข้อมูลจริง ให้หาข้อสนับสนุนอื่น ๆ มาเพิ่มเติมด้วย
การคิดเชิงวิพากย์
หูตาไว รู้จักสังเกต
ต้องรู้จักวิธีแก้ไข ปัญหาเฉพาะหน้า เพราะเรื่องบางเรื่อง อาจเกิดขึ้น โดยไม่ทันตั้งตัว
ต้องมีทักษะการสื่อสาร และการเจรจาค่อนข้างสูง
ส่วนมากผู้ที่จ้างวานนักสืบ มักให้สืบคดีความ หรือ เรื่องที่ไม่สามารถหาข้อสรุปได้, คดีที่หาผู้ต้องสงสัยเพื่อหมายจับกุม หรือแม้กระทั่ง การขอให้ตรวจสอบข้อมูล เพื่อค้นหาข้อเท็จจริง เป็นต้น ตัวอย่างการจ้างวานนักสืบ มีดังนี้

1. สืบประวัติบุคคล
2. สืบหาที่อยู่บุคคล
3. สืบทรัพย์สิน ลูกหนี้ ตามคำพิพากษา
4. สืบติดตามพฤติกรรมบุคคล ชู้สาว
5. สืบหาพยานหลักฐานในการฟ้องคดี
6. สืบบุคคลตามหมายจับ
7. สืบประวัติ ฐานะและทรัพย์สิน ก่อนสมรส
8. สืบเกี่ยวกับทะเบียนรถ ก่อนซื้อขาย หรือ ชนแล้วหนี
9. สืบฐานะ และทรัพย์สินของหุ้นส่วนทางธุรกิจ
10. สืบหาบุคคลผู้พลัดพราก

นอกจากนี้ อาชีพนักสืบ ยังสามารถ รับงานเกี่ยวกับ การตรวจสอบ สถานะทางทะเบียนราษฎร์ ของบุคคล บิดา มารดา บุตรและคู่สมรส เป็นผู้ช่วยทวงหนี้ ก็สามารถทำได้ เพราะนักสืบ ต้องสืบ ข้อมูลการติดต่อ ของคนในครอบครัว ที่เป็นหนี้ เพื่อช่วยผู้จ้างวาน ทวงหนี้ได้ หรือสามารถรับงาน ด้านเอก สารทางกฎหมาย สัญญาทางแพ่ง นิติกรรมต่าง ๆ ก็ได้

ความเสี่ยงและข้อที่ควรปฏิบัติของอาชีพนี้
จริง ๆ แล้ว อาชีพนักสืบ นี้มีความเสี่ยงที่สูงมาก เพราะต้องใช้กลยุทธ์ วิธีพูด วิธีคิด และวิธีการหาคำตอบ หาข้อเท็จจริงที่แยบยล บางกรณีอาจมีการลงพื้นจริง ไปแฝงตัวอยู่ร่วมกับคนร้าย ซึ่งถ้าประมาท ก็เสี่ยงถึงชีวิต ได้ ดังนั้น การเป็นนักสืบ ต้องตระหนักถึง สิ่งดังต่อไปนี้ ก็มาก เพื่อการดำรงอาชีพ ที่ยาวนานต่อไป

บันทึกเรื่องราว และพยายามเก็บหลักฐาน
ไม่บิดเบือนความจริง
เอาตัวรอดได้ แม้ในสถานการณ์คับขัน
ซื่อสัตย์ ต่อการทำงาน เมื่อจบงาน ก็ควรจบการเก็บข้อมูล ทุกอย่าง หรือ ไม่นำข้อมูล ของผู้จ้างวาน ไปเผยแพร่

6 สาขาวิชาสอนทักษะการเป็น ” นักสืบมืออาชีพ “
เวลาดูการ์ตูนหรือซีรีส์ น้อง ๆ เคยสงสัยกันมั้ยว่า นักสืบมืออาชีพ ที่คอยไขคดี หรือสืบหาข้อมูล มาให้นายจ้าง หรืออัยการเนี่ย เขาต้องเรียนอะไร ถึงจะมีความรู้ ด้านนี้ และมาทำอาชีพนี้ได้ วันนี้พี่ ๆ ออนดีมานด์รวม 6 สาขาวิชาสอนทักษะการเป็น “นักสืบมืออาชีพ” มาให้ มาดูกันว่าจะมีสาขาไหน คณะไหนบ้าง

นิติศาสตร์
แน่นอนว่า อาชีพนักสืบ จำเป็นต้องรู้เรื่องกฎหมาย เพื่อประกอบ การสืบสวนคดีต่าง ๆ แล้วแต่ผู้ว่าจ้าง เมื่อรู้กฎหมาย ก็จะรู้ถึงข้อบังคับต่าง ๆ ว่าสิ่งไหนสามารถทำได้ และไม่ได้ รวมไปถึงสามารถ รู้ว่าคดี ที่สืบอยู่ ผู้ที่เราตามสืบมีความผิด หรือเป็นผู้บริสุทธิ์ตามกฎหมายกันแน่

คณะนิติศาสตร์ ในไทยเปิดสอนในหลายมหาวิทยาลัย ถ้าน้องๆ อยากจะเป็นนักสืบ พกความรู้ด้านนี้ติดตัวเป็นพื้นฐานสู่อาชีพนักสืบได้แน่นอน

จิตวิทยา
อีกหนึ่งทักษะของนักสืบที่ควรมีคือ การเข้าใจความคิด จิตใจ และพฤติกรรมของคน ที่แตกต่างกัน เพื่อหาแรงจูงใจ และคาดการณ์ถึงพฤติกรรม ผู้ที่เรากำลังตามสืบอยู่ ว่าเขาจะไปไหน กินอะไร คิดอะไร ติดต่อใคร ถ้ามีทักษะนี้มีแต้มต่อแน่นอนน

คณะจิตวิทยา ก็เป็นอีกคณะที่เปิดสอนอย่างแพร่หลาย บางที่เป็นหนึ่งสาขาที่อยู่ภายใต้คณะมนุษยศาสตร์ ศิลปศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ หรือสังคมศาสตร์

สังคมวิทยา และ มานุษยวิทยา
ทักษะการสอดแหนม ทำตัวกลมกลืนกับกลุ่มคนหรือสังคมนั้นๆ เป็นอีกหนึ่งทักษะที่นักสืบขาดไม่ได้ สาขานี้เรียกสั้นๆ ว่า “สังวิทฯ” เน้นการศึกษา ทั้งตัวมนุษย์ และสังคมความเป็นอยู่ ด้วยวิธีการเอาตัวเองเข้าไปมีส่วนร่วมคือไปใช้ชีวิต และสังเกตการณ์ เพื่อให้เข้าใจพฤติกรรมและความคิดของคน

คณะนี้มีเปิดสอนที่ธรรมศาสตร์ และเป็นสาขาที่อยู่ในคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ รวมถึงบางที่ก็อยู่ในคณะมนุษยศาสตร์ด้วย ต้องดูดีๆ น้า
วิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี

การสืบสวน บางกรณี จำเป็นต้อง ใช้ทักษะ ที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ทั้งความรู้ ความสามารถ ในการสังเกต และตั้งสมมติฐาน โดยการใช้หลักวิทยาศาตร์ คณะนี้ สามารถต่อยอด ไปสอบเป็นตำรวจ พิสูจน์หลักฐาน ซึ่งเป็นอาชีพ ที่ใช้ทักษะคล้ายคลึง กันได้

นักสืบชู้สาว นักสืบมืออาชีพ การเป็นนักสืบ
นักสืบชู้สาว นักสืบมืออาชีพ การเป็นนักสืบ

คนส่วนใหญ่ จะคิดว่าเรียนวิทยาศาตร์ จบมา เป็นได้แค่นักวิทยาศาสตร์ หรือเปล่า จริง ๆ แล้วการเรียนในคณะนี้ สามารถต่อยอด ไปได้หลายอาชีพมาก ๆ ทำให้มีเปิดสอน ในหลายมหาวิทยาลัย ทั่วประเทศ

นิติวิทยาศาสตร์
การสืบสวนด้วย หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เป็นอีกหนึ่งทักษะ ที่เกี่ยวข้องกับอาชีพนักสืบ นักสืบ คณะนี้เปิดสอนในระดับ ปริญญาโท เป็นการศึกษา เกี่ยวกับการพิสูจน์หลักฐาน ด้วยการนำความรู้ ทางวิทยาศาสตร์ ทุกสาขามาประยุกต์ใช้โดยเฉพาะ ทั้งการสืบสวนจากหลักฐาน ลายนิ้วมือ เลือด เส้นผม อสุจิ น้อง ๆ น่าจะเคยเห็นบ่อย ๆ ในซีรีส์ หรือการไขคดีดัง ๆ ที่ทำให้ตำรวจสามารถจับตัวคนร้ายได้

คณะนี้เปิดสอนอย่างแพร่หลายในหลายมหาวิทยาลัยทั้งในไทยและต่างประเทศ

อาชญาวิทยา
อาชีพนักสืบมีทั้งทำงานให้เอกชน และภาครัฐ ทำงานในหลายคดี ในส่วนของสาขานี้ จะพูดถึงการสืบสวน ในส่วนของคดีอาญา โดยเฉพาะ คือการศึกษาเกี่ยวกับ อาชญากรรมในแง่ต่าง ๆ ทั้งสาเหตุการเกิดอาชญากรรม ลักษณะ ประเภท และพฤติกรรมของอาชญากรด้วย ทำให้ต้องเรียนทั้งสังคมวิทยา จิตวิทยา มานุษยวิทยา และกฎหมาย เพื่อให้เข้าถึง “จิตใจของอาชญากร” ทำให้สามารถหาหลักฐานและไขคดีได้นั่นเอง

คณะ หลักสูตร และมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนทักษะความรู้ของการเป็นนักสืบ

สำหรับคนที่สนใจอยากเป็นนักสืบ ลองดูข้อมูลคณะ หลักสสูตรนักสืบ และมหาวิทยาลัยดังต่อไปนี้ดู

SCIENCE AND TECHNOLOGY หรือ มีคณะวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี

ในการเรียนคณะนี้มีการใช้วิทยาศาสตร์เข้ามามีส่วนร่วมกับการศึกษาเกี่ยวกับธรรมชาติ โดยใช้กระบวนการ วิธีการศึกษาค้นคว้า ที่ปฏิบัติได้โดยสังเกตการจากสิ่งต่าง ๆ รอบตัว เช่น การศึกษาถึงปัญหา หรือสิ่งที่เกิดขึ้นว่าเกิดจากอะไร พยายามเก็บหลักฐานของสาเหตุปัญหา ดังนั้นแล้วคณะนี้จึงเป็นคณะที่ทำให้ผู้เรียน ได้เรียนรู้ถึงการสังเกต และฝึกการตั้งสมมติฐานมากขึ้น

คณะนิติศาสตร์ ( FACULTY OF LAW )

เป็นที่ทราบกันดีว่า คณะนิติศาสตร์ มีการเรียนการสอนเกี่ยวกับข้อกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ ทั้งนี้ยังมีการฝึกทักษะความรู้ควบคู่กับการสืบสวน สอบสวนคดีต่าง ๆ โดยจุดมุ่งหมาย คือ ความยุติธรรม และการใช้กฎหมายในเชิงคุณธรรมด้วย

วิชานิติวิทยาศาสตร์

เป็นวิชาเลือกเสรี ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาทุกคนที่ไม่เรียนคณะวิทยาศาสตร์ หรือนิติศาสตร์  หลักสสูตรนักสืบ ได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้ทักษะการสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีความต่าง ๆ ซึ่งนิยามของคำว่า “นิติวิทยาศาสต์” คือ การนำความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์สาขาต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ในงานสืบสวนข้อเท็จจริงในคดีความ เช่น การตรวจพิสูจน์ DNA อย่างการตรวจหาลายนิ้วมือ หรือคราบเลือด เป็นต้น เพื่อนำมาใช้ในการรวบรวมพยานหลักฐานที่ถูกต้องสำหรับการติดตามหาตัวคนร้าย นอกจากนี้วิชานิติวิทยาศาสตร์ยังอนู่ในคณะ และสาขาของมหาวิทยาลัยอื่น ๆ นอกเหนือจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นอีกด้วย เช่น คณะนิติวิทยาศาสตร์ สำหรับป.โท แต่การศึกษาต่อจำ เป็นต้องจบในระดับปริญญา สายวิทยาศาสตร์ ทุกแขนงเท่านั้น

มหาวิทยาลัย ที่เปิดสอน ได้แก่

  • มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ธรรมศาสตร์ คณะสหเวชศาสตร์ ปริญญาโทสาขานิติวิทยาศาสตร์
  • หลักสูตรนิติวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
  • หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานิติวิทยาศาสตร์ ของภาควิขานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นต้น
  • คณะจิตวิทยา ( FACULTY OF PSYCHOLOGY ) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เป็นคณะที่เกี่ยวข้องกับการทำความเข้าใจ การศึกษาเรียนรู้จิตใจ  bangkok private investigator หรือความคิด และพฤติกรรมของมนุษย์ ควบคู่กับการใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เช่น กระบวนการการรับข้อมูลของมนุษย์ อารมณ์ บุคลิกภาพ พฤติกรรม และรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลต่าง ๆ

นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งสถาบันที่เกี่ยวกับการสอนสาขาอาชญาวิทยา (ระดับปริญญาโท)

บอกได้เลยว่าเป็นสาขาอาชญาวิทยา (ระดับปริญญาโท) ของสถาบันอาชญาวิทยา และการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต มีการรวมเอาศาสตร์ด้าน พฤติกรรมศาสตร์ จิตวิทยา มานุษยวิทยาสังคม และกฎหมายเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้เข้าใจถึงรูปแบบ สาเหตุ การเกิดอาชญากรรม และผลกระทบที่ตามมาได้อย่างแยบยล ใครอยากเป็นนักสืบและอยากเรียนด้านนี้ลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมกันอีก

 

ใครที่เคยฝันอยากเป็นนักสืบบ้าง แอดมินก็เคยอยากเป็นนักสืบนะตอนนี้ก็อยากเป็น แต่กลัวไม่มีคนจ้าง เพราะชอบดูชอบอ่านนิยายสืบสวนสอบสวน โคนัน เชอร์ล็อกโฮล์ม อะไรเทือกนี้ คงสนุกน่าดู แต่ก็ต้องทำใจไปตามระเบียบเพราะว่ากลัวความมืด กลัวความไม่รู้ สำหรับคนผู้ไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น แล้วคิดว่าการเป็นนักสืบเหมาะกับตัวเองที่สุด มาดูกันเลยว่าต้องเรียนที่ไหนกันบ้าง

1.คณะจิตวิทยา

เป็นคณะที่เกี่ยวข้องกับการเข้าใจ เรียนรู้ศึกษาจิตใจ ความคิด และพฤติกรรมของมนุษย์ ซึ่งเป็นการใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เช่น กระบวนการการรับข้อมูลของมนุษย์ อารมณ์ บุคลิกภาพ พฤติกรรม และรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลต่างๆ คนที่เรียนคณะนี้แล้วนั้นจะสามารถมองคนออกได้ มีความจำเป็นต่ออาชีพที่ต้องใช้คำพูดเพื่อโน้มน้าวใจผู้อื่น เข้าใจความคิด และจิตใจของผู้อื่น

2.คณะที่เกี่ยวข้องทางด้าน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชื่อคณะก็บอกแล้วว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ และมีเทคโนโลยีประกอบด้วย แน่นอนว่าคณะนี้จะต้องมีการใช้วิทยาศาสตร์มามีส่วนร่วมกับสิ่งที่เป็นธรรมชาติ โดยใช้วิธีการศึกษาค้นคว้า สังเกตการจากสิ่งต่างๆ รอบๆ ตัว เช่น สิ่งนี้ หรือปัญหานี้เกิดมาได้อย่างไร ฉะนั้นคณะนี้จึงเป็นคณะที่ทำให้ผู้เรียน ได้เรียนรู้ถึงการสังเกต การตั้งสมมติฐาน

3.คณะนิติศาสตร์

มีส่วนช่วยในเรื่องของกฎ ข้อห้าม ข้อบังคับต่างๆ ที่ควรรู้ ควบคู่กับการสืบสวนคดีต่างๆ ที่ต้องมีกฎเกณฑ์ไว้บ่งชี้ความผิด เพื่อการเอาผิดทางกฎหมาย ซึ่งการศึกษาทางกระบวนการนิติศาสตร์จะเน้นที่กระบวนการของกฎหมายว่า ผู้ที่เราตามหานั้น มีความผิด หรือมีความบริสุทธิ์ เพื่อต่อยอดการสืบสวนไปสู่จุดมุ่งหมาย คือ ความยุติธรรม จึงไม่ได้เน้นเฉพาะแค่ตัวบทกฎหมายเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์กฎหมายในเชิงคุณธรรมด้วย

4.คณะนิติวิทยาศาสตร์ (ระดับปริญญาโท)

คณะนี้ คือ คณะที่ส่งเสริมในเรื่องของการค้นคว้าวิจัย และพัฒนา เพื่อเป็นประโยชน์ต่อบุคลากรด้านการพิสูจน์หลักฐาน กระบวนการยุติธรรม การสืบสวนสอบสวนต่างๆ เนื่องจากต้องใช้ความเชี่ยวชาญทำให้คนที่สนใจจะเรียนต่อสายนี้จำเป็นต้องจบในระดับปริญญาสายวิทยาศาสตร์ทุกแขนงเท่านั้น จึงจะเข้าเรียนต่อได้

คณะเกี่ยวกับอาชีพนักสืบที่น่าเรียน
คณะเกี่ยวกับอาชีพนักสืบ ที่น่าสนใจมาก ๆ คณะแรกที่แอดอยากจะมาแนะนำ คือ คณะที่เกี่ยวข้อทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นคณะที่มีทักษะในเรื่องของการสังเกต การค้นคว้าต่าง ๆ หรือเป็นการตั้งข้อสมมติฐาน บอกเลยว่าก็เป็นอีกคณะที่จะนำพาให้เกี่ยวข้องกับนักสืบได้

คณะเกี่ยวกับอาชีพนักสืบ ที่น่าสนใจมาก ๆ คณะที่สองที่แอดอยากจะมาแนะนำ คือ CRIMINOLOGY หรือ สาขาอาชญาวิทยา เป็นสาขาที่เรียนในระดับปริญญาโท ที่เหมือนเป็นการรวมรวมคุณสมบัติของนักสือบไว้ ทั้งเรื่องของจิตวิทยา พฤติกรรมศาสตร์ กฎหมายต่าง ๆ ที่จะทำให้เราสามารถค้นหาในเรื่องของสาเหตุ ข้อสงสัย ต่าง ๆ บอกเลยว่าเป็นคณะที่น่าศึกษามาก และน่าสามารถนำพาเราไปสู่อาชีพหรืองานที่เกี่ยวข้องกับนักสือบ

คณะเกี่ยวกับอาชีพนักสืบ ที่น่าสนใจมาก ๆ คณะที่สามที่แอดอยากจะมาแนะนำ คือ คณะนิติวิทยาศาสตร์ เป็นคณะที่เรียนในระดับปริญญาโท ที่จะศึกษาเกี่ยวกับกระบวนการต่าง ๆ ทางกฎหมาย ที่จะสร้างผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของการสืบสวนสอบสวน ก็บอกเลยว่าน่าสนใจมาก ๆ

ทั้งหมดก็เป็น คณะเกี่ยวกับอาชีพนักสืบ ที่น่าสนใจมากๆ เป็นคณะที่เรียนจบแล้วสามารถที่จะต่อยอดหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชีพนักสืบ บอกเลยว่าน่าสนใจมาก ๆ ใครที่ชอบหรืออยากเรียนแนวนี้ บอกเลยว่าทั้งหมดนี้เป็นคณะที่น่าสนใจและท้าทายมาก ๆ

กฎหมายการทวงหนี้อย่างไรบ้างข้อควรรู้ เจ้าหนี้และลูกหนี้

รวมเรื่องที่คุณควรรู้ สำหรับเจ้าหนี้ ลูกหนี้ เกี่ยวกับ กฎหมายการทวงหนี้ เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ นั้นไม่เข้าใคร ออกใคร มักจะสร้างปัญหาวุ่นวายใจ ให้กับใครหลาย ๆ คน โดยเฉพาะ เรื่องของการยืมเงิน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเจ้าหนี้ หรือฝ่ายลูกหนี้ก็ตาม หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่ทำการชำระหนี้ ตามกำหนด และตามที่ได้ตกลง ผ่อนปรนกันไม่ได้ ก็มักจะเกิดการทวงหนี้ ตามมานั่นเอง

ซึ่งกฎระเบียบ และรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการทวงหนี้นั้น ได้ถูกกำหนดไว้ในกฎหมายทวงหนี้ ถือเป็นเรื่องที่ ลูกหนี้ และเจ้าหนี้ ควรรู้ไว้ การทวงหนี้ ไม่ได้หมายถึง การทวงหนี้ระหว่างบุคคล เพียงเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงหนี้อื่น ๆ ด้วย เช่น หนี้ธนาคาร หนี้บัตรเครดิต หนี้ผ่อนชำระรถยนต์ เงินกู้ ฯลฯ แม้กระทั่ง การเล่นการพนัน ก็ถือได้ว่า เป็นหนี้อีกรูปแบบหนึ่ง รับทวงหนี้

บ่อยครั้งที่ผ่านมา ได้มีเจ้าหนี้บางประเภท ที่มีการทวงถามหนี้ กับทางลูกหนี้ แบบละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ของลูกหนี้ โดยใช้ถ้อยคำ ที่เป็นความอย่างรุนแรง การคุกคาม โดยการขู่เข็ญ การใช้กำลังประทุษร้าย หรือการทำให้เสียชื่อเสียง รวมถึงการให้ข้อมูลเท็จ และการสร้างความเดือดร้อน รำคาญ ให้แก่บุคคลอื่น

ที่เรามักจะเห็นข่าว การทวงหนี้ด้วยวิธีที่รุนแรง และไม่เป็นธรรม หรือในกรณีที่เรา ต้องการจะทวงหนี้จากผู้อื่น และผู้อื่นจะมาทวงหนี้จากเรา จริง ๆ แล้วจำเป็นต้องดำเนิน ไปตามหลักของกฎหมาย การทวงหนี้ เพื่อไม่ให้ขัดต่อกฎหมาย โดยมีรายละเอียดต่าง ๆ ที่ควรรู้ไว้ ก่อนจะเป็นลูกหนี้ หรือเจ้าหนี้ มีดังนี้

รายละเอียดการทวงหนี้
1. ความหมายของ “ลูกหนี้” และ “ผู้ทวงถามหนี้”
ลูกหนี้ คือ บุคคลธรรมดา ที่เป็นลูกหนี้ รวมไปถึง ผู้ค้ำประกัน ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาด้วยเช่นกัน
ผู้ทวงถามหนี้ คือ เจ้าหนี้ เป็นผู้ที่ให้สินเชื่อ ผู้ประกอบธุรกิจ ตามกฎหมายว่าด้วย การคุ้มครองผู้บริโภค ผู้ที่จัดให้มีการเล่นการพนัน เป็นปกติธุระ ตามกฎหมายว่าด้วย การพนัน และเจ้าหนี้อื่น ๆ ไม่ว่าหนี้ดังกล่าวนั้น จะเป็นหนี้ ที่ว่าชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่ก็ตาม
หมายเหตุ : ผู้ทวงถามหนี้ หรือเจ้าหนี้ ไม่จำเป็นจะต้องเป็นบุคคลเท่านั้น สามารถเป็น ตัวแทนของนิติบุคคล ในนามของ บริษัทสินเชื่อ , ประกัน , ธนาคาร หรืออื่น ๆ ก็ได้เช่นกัน

2. ยืมเงินจำนวนเท่าไร จึงจะต้องทำหนังสือกู้ยืมเงิน
หากมีการยืมเงิน ตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไป สามารถทำหนังสือ สัญญากู้ยืมได้ โดยจะต้องมีการลงลายมือชื่อ ทั้งเจ้าหนี้ และลูกหนี้ด้วย ซึ่งถ้าหากเกิดผิดสัญญาการชำระหนี้ ก็สามารถนำไปฟ้องร้องได้

3. ยืมเงินผ่านช่องทางออนไลน์ (แชท facebook line) สามารถใช้เป็นหลักฐานฟ้องได้ไหม
การทักขอยืมเงินผ่านช่องทางออนไลน์ แชทเฟส (facebook) หรือแชทไลน์ (line) สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐาน ในการฟ้องร้องได้ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีการทำ หนังสือกู้ยืมเงิน เป็นลายลักษณ์อักษรก็ตาม

การจัดบ้านให้น่าอยู่

ไอเดียจัดบ้านให้น่าอยู่ในช่วงปีใหม่ ช่วยผ่อนคลายความเครียดจากปัญญาสังคม

การจัดบ้าน ก็ต้องใส่ความรู้สึกเหมือนกัน เพราะการสร้าง ผลงานศิลปะชิ้นหนึ่ง เป็น การนำความฝัน และความชอบมา ตกแต่งให้บ้านมีสไตล์ ในแบบที่เป็นตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น เฟอร์นิเจอร์ การจัดวางของ โทนสีของบ้าน เพราะว่าบ้านจะเป็นสถานที่ที่เมื่อคุณกลับมาแล้ว จะได้รับความผ่อนคลาย ลดอาการเหนื่อยล้าทั้งหมดจากการทำงาน เป็น Happy Lifeในฝันเอาไว้

เทคนิคจัดบ้านให้น่าอยู่

การจัดบ้าน ต้องใช้ศาสตร์และศิลป์ เช่น ทิศทางลม การรับแสง จับคู่โทนสีให้แมทกัน แล้วเทคนิคเหล่านี้ไม่ได้ยากอย่างที่คิด โดยขั้นแรกหากคุณยังไม่รู้ว่าจะตกแต่งบ้านโทนไหน ให้ลองไปดูโซนตกแต่งห้องโชว์ เพราะการดีไซน์บ้านต้องเข้าไปเห็นไปสัมผัสจริงๆ รับรู้ถึงความรู้สึกบ้านสไตล์นี้ ว่าจะเป็นแบบที่ฝันเอาไว้หรือเปล่า และดูลักษณะของเฟอร์นิเจอร์ที่ตกแต่งเอาไว้ เมื่อนำมาปรับกับที่บ้านจะได้ง่ายขึ้น

โดยเทคนิคต่อไปนี้จะทำให้บ้านของคุณน่าอยู่ไม่ยากอย่างที่คิด

1. เปิดหน้าต่างรับแสงและลมจากธรรมชาติ

แสง เป็นสิ่งสำคัญที่สร้างบรรยากาศในบ้านให้น่าอยู่ เพราะแสงจะช่วยถ่ายเทอากาศ เข้าสู่บ้าน ซึ่งบ้านที่มีลมพัดผ่านตลอด จะทำให้รู้สึกถึงความผ่อนคลาย เหมือนอยู่ใกล้กับธรรมชาติ ยิ่งถ้าเฟอร์นิเจอร์ไม้ หรือโทนน้ำตาล จะได้บ้านสไตล์มินิมอลเหมือนอยู่ญี่ปุ่น

พื้นที่ในบ้านควรมีหน้าต่าง หรือประตูกว้างๆ สร้างความรู้สึกปลอดโปร่ง โล่งสบาย เสมือนไม่มีอะไรมาขวางกั้น เป็นอิสระในความคิดและความรู้สึก

2. ปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียวในบ้าน

การมีต้นไม้ในบ้าน ช่วยให้รู้สึกสบาย อบอุ่น เหมือนอยู่ใกล้กับแหล่งธรรมชาติ และสีเขียวเป็นสีโทนเย็น สร้างความผ่อนคลายให้กับคนที่เห็น ซึ่งตำแหน่งของต้นไม้ มีหลายสัดส่วนยอดฮิต เช่น อยู่ตรงห้องรับแขก  หน้าต่างบันได บนโต๊ะเขียนหนังสือ หรือจะตกแต่งสวนหย่อมเล็กๆ เพิ่มเติมก็ทำให้บ้านอากาศดีขึ้น อาจจะมีอ่างเลี้ยงปลาเล็กๆ หรือน้ำพลุจิ๋ว เป็นมุมร่มรื่นของบ้านก็จะช่วยให้บ้านน่าอยู่มากขึ้น

3. สะอาดและปลอดโปร่ง

ความสะอาดเป็นพื้นฐานของบ้านที่น่าอยู่ เพราะจะช่วยสร้างความสบายใจ และยังปลอดภัยต่อสิ่งสกปรกที่มากับฝุ่นให้กับสมาชิกในบ้านอีก แต่คำว่าสะอาดนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของฝุ่นละอองเท่านั้น ยังเป็นเรื่องของการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้เป็นระเบียบ หรือข้าวของต่างๆ ที่ควรอยู่ในตำแหน่งที่จัดไว้

ให้บ้านน่าอยู่ การจัดบ้าน
ให้บ้านน่าอยู่ การจัดบ้าน

แนะนำว่าให้เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีพื้นที่เก็บเยอะ เวลาบ้านมีของจะได้มีพื้นที่เก็บ นอกจากความสวยงามแล้ว ยังช่วยให้บ้านกว้างขึ้นอีกด้วย

4. สร้างกลิ่นหอมภายในบ้าน

กลิ่น เป็นอีกสัมผัสที่ช่วยผ่อนคลายอารมณ์สมาชิกใน้บ้านได้อย่างดี เพราะกลิ่นสามารถบำบัดอารมณ์เศร้า เหงา เสียใจ ได้ ซึ่งจุดที่แนะนำคือ ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ เพราะเป็นจุดที่อาศัยบ่อยและมีเรื่องมากมายให้คิด โดยเครื่องหอมที่ได้รับความนิยมสำหรับใช้ในบ้านจะเป็นพวกเครื่องพ่นไอน้ำอโรม่า ก้านไม้หอม ฯลฯ

5. โทนสีเพิ่มความสบายตา

โทนสีคือสิ่งสำคัญมากสำหรับการตกแต่งบ้าน เพราะสีมีผลต่อความรู้สึกทางสายตา เช่น สีดำจะทำให้บ้านดูอึดอัด แคบลง ในขณะที่สีสดใสหรือโทนอบอุ่น จะช่วยให้บ้านกว้างขึ้น น่าอยู่ขึ้น

ซึ่งการแต่งบ้านนั้น คือ การใช้เฉดสี สร้างอารมณ์ เช่น ถ้าบ้านโทนน้ำตาล การเลือกเฟอร์นิเจอร์สีเนื้อไม้ จะช่วยให้บ้านดูมีสไตล์ หรือ ถ้าทำเฟอร์นิเจอร์สีเขียวมาตกแต่ง จะทำให้ บ้านเรียบหรูขึ้น นอกจากนี้ การตกแต่งโทนสีบ้าน เป็นการบอกลักษณะตัวตน ของเจ้าบ้านอีกด้วย

6. การสร้างมุมสบาย ๆ ของคุณเองภายในบ้าน

เชื่อว่าทุกคนต่างก็มีมุมโปรดภายในบ้านจะเป็นห้องนอนหรือห้องนั่งเล่นก็ได้ ฉะนั้นคุณควรจัดโซนพื้นสบายของตัวคุณเองซักจุดที่สามารถเอนตัวลงผ่อนคลายได้อย่างเต็มที่หลังจากเหนื่อยจากการทำงานมาตลอดทั้งวัน เช่น โซฟานุ่มๆ หน้าทีวี มุมที่นั่งสำหรับอ่านหนังสือ ฯลฯ

สไตล์ตกแต่งบ้านที่กำลังได้รับความนิยม

พูดถึงการตกแต่งไปแล้ว มาดูสไตล์การตกแต่งบ้านที่ได้รับความนิยมมากในปีนี้ ซึ่งแต่ละแบบมีเอกลักษณ์โดดเด่นที่บ่งบอกถึงอารมณ์เจ้าของบ้านอย่างชัดเจน

  • Minimal Style

แนวมินิมอล ได้รับความนิยมในปีนี้มาก และเป็นสไตล์ที่มักถูก ตกแต่งที่บ้านคอนโด โทนสี คือ ครีมน้ำตาล ครีมเหลือง โทนน้ำตาลอุ่น สีส่วนใหญ่จะให้ความรู้สึกเงียบสงบ ยิ่งถ้ามีแสงเข้ามาตัดกับเฟอร์นิเจอร์ จะยิ่งมีความมินิมอล แต่ ยังมีความรู้สึกที่ ทันสมัยอยู่ เฟอร์นิเจอร์ ส่วนใหญ่จะ เป็น เนื้อไม้ หรือ โทนสีขาว เน้นดีไซน์ ที่เรียบ สะอาดตา ทำให้ บ้านมี กลิ่นความญี่ปุ่นเข้ามาผสม

  • Modern Luxury

ความโมเดิร์นหรูหรา เป็นสไตล์ ตกแต่งคอนโดที่สาว ๆ ชื่อชอบ อย่างมาก โดย ความหรูหรานี้เต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่มีดีไซน์โดดเด่นหรือจะเป็นดีไซน์ยุโรป เพื่อสื่อถึงความโมเดิร์น หรูหรา ทันสมัย เช่น ลายหินอ่อน ผ้าขนสัตว์ หรือ ใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ เป็นวัสดุโลหะ มีความมันวาว ช่วยให้บ้านหรูหรา มากขึ้น โทนสีเป็นได้ทั้งโทนสีเงิน สีทอง หรือสีที่คุณชอบได้เพราะสีเงินจะแมทกับสีอื่นได้ง่าย

Loft

บ้านสไตล์นี้สื่อถึงความลึกลับน่าค้นหาโทนสีจะมีความเข้มคือสีดำ เทาเข้ม กำแพงบ้านก็จะปล่อยเป็นสีปูนเปลือย ใช้โครงสร้างเหล็กในการตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์จะไม่เยอะเท่าไหร่ เน้นดีไซน์เหลี่ยม สไตล์ลอฟต์นี้นอกจากนิยมตกแต่งบ้านและคอนโดแล้ว ยังรวมถึงบาร์หรือร้านอาหารด้วย

การจะตกแต่งบ้านให้น่าอยู่และมีดีไซน์สวยในแบบที่ต้องการ ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดเพราะ

ร้านเฟอร์นิเจอร์ดังๆ ของประเทศจะมีพื้นที่โชว์ตกแต่งบ้านในสไตล์ต่างๆ ไว้แล้ว เพื่อเป็นไอเดีย

สำหรับคนซื้อบ้าน ทำให้มีสินค้ามากมายรอคุณไปจับจองเป็นเจ้าของหรือหากต้องการซื้อเฟอร์นิเจอร์เพิ่มเพื่อตกแต่ง แต่งบน้อย เพื่อการตกแต่งบ้านให้คุณได้ดีไซน์บ้านในฝันแบบที่ใจต้องการ

ถึงแม้ภาวะโลกร้อนเป็นภาวะที่ทุกคนได้ยินกันบ่อยจนเป็นภาวะวิกฤติที่ทำห้รู้สึกปกติกันไปแล้ว แต่ถ้าสังเกตดีๆ จะพบว่ามีหน่วยงานใหญ่หลายบริษัทที่ให้ความสำคัญกับภาวะโลกร้อนกันจริงจังมากขึ้น อย่างเซเว่นอีเลเว่นที่ได้จัดทำโครงการลดวันละถุงคุณทำได้ โดยโครงการประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ได้รับความร่วมมือจากคนส่วนใหญ่

ในประเทศ ที่เลือกงดรับถุงเมื่อซื้อของภายในร้าน ทำให้ลดถุงพลาสติกไปแล้วเกือบ 600 ล้านถุง รวมถึงคนรุ่นใหม่เองที่เริ่มให้ความสนใจกับสิ่งใกล้ตัวให้มิตรกับธรรมชาติและที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคงไม่พ้นบ้าน Eco House รูปแบบบ้านประหยัดพลังงาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การตกแต่งที่มากับเฟอร์นิเจอที่จำเป็นเท่านั้น เพราะเน้นที่ประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก จนเกิดเป็นเทรนด์แต่งบ้านสไตล์ Minimal ที่เป็นเทรนด์ดังในปี 2019 นี้

ทำความรู้จัก “บ้านรักษ์โลก”

บ้านรักษ์โลก หรือเรียกว่าบ้าน Eco House ซึ่งชื่อก็บอกตรงตัวว่า Eco ย่อมาจากคำว่า Ecology แปลว่าสิ่งแวดล้อม โดยออกแบบภายใต้แนวคิด ประหยัดเงิน ประหยัดพลังงาน ทำให้ได้รูปแบบบ้านที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและดีต่อใจผู้อยู่อาศัยด้วยเพราะราคาบ้านอยู่ที่ 1 – 2 ล้านเท่านั้น เพราะเน้นประโยชน์การใช้สอยอย่างแท้จริงโดยเลือกใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ รองรับผู้สูงอายุในอนาคต เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมทั้งในปัจจุบันและอนาคต

เหมาะกับอากาศประเทศไทย

ถึงแม้อากาศในประเทศไทยจะร้อนเพียงไหน แต่เราสามารถปรับให้บ้านเย็นน่าอยู่ขึ้นได้ โดยใช้คอนเซปต์บ้านรักษ์โลก เพราะเป็นการเพิ่มความเย็นภายในบ้านตั้งแต่วัสดุ ของตกแต่ง ทิศทางลมของบ้าน ทำให้บ้านอากศดีขึ้นเหมือนอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ซึ่งจุดเด่นของบ้านรักษ์โลกที่เหมาะกับอากาศไทยคือ

  • วัสดุที่ประหยัดพลังงาน

ทางโครงการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตร ไม่ทำลายระบบนิเวศน์ต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติทุกครั้งที่อาศัยอยู่ในบ้าน

  • เฟอร์นิเจอร์เป็นแบบ Eco Design 

นอกจากเฟอร์นิเจอร์จะเป็นแบบ Eco Design แล้วยังให้ความสำคัญเรื่องประโยชน์ใช้สอยเป็นหลักมากกว่าความสวยงาม เพื่อให้ของตกแต่งภายในบ้านถูกใช้งานจริงๆ

  • ทิศของบ้านรับกับทิศทางลม

หากอากาศภายในบ้านดี ก็ทำให้บ้านน่าอยู่มากขึ้น รวมถึงประหยัดค่าไฟลงได้เยอะ เพราะไม่ต้องเปิดแอร์ทั้งวัน ทำให้รู้สึกเต็มอิ่มกับอากาศธรรมชาติจริงๆ

เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ

อีกสิ่งที่เป็นจุดเด่นของบ้านรักษ์โลกคือการเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติเพราะใช้วัสดุที่ย่อยสลายได้ ไม่ทำลายระบบนิเวศน์ โดยเฉพาะพื้นที่ของบ้านที่เป็นแบบ Open Air เช่น ห้องนั่งเล่น ที่ใช้สนามหญ้าเป็นจุดสร้างโอโซนดีๆ ในบ้าน หรือถ้ามาในสไตล์บาหลีเล็กน้อยที่ห้องน้ำจะเป็นแบบ Open Air ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ร่วมกับธรรมชาติ และวัสดุที่ใช้ก็รักษาสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกัน โดยบ้านรักษ์โลกจะเน้นที่ประโยชน์ใช้สอยมากที่สุด ทำให้บ้านปลอดโปร่งโล่งสบาย

ทุกส่วนในบ้านถูกออกแบบให้มีหน้าที่อย่างคุ้มค่าที่สุด ทำให้ราคาของบ้านรักษ์โลกดีต่อใจราคาไม่แพง คุ้มค่าและได้อิ่มเอมไปกับอากาศท่ามกลางธรรมชาติอีกด้วย

ประหยัดเงิน ประหยัดพลังงาน

เนื่องจากคอนเซปต์ของบ้านรักษ์โลกคือเรื่องประโยชน์ใช้สอยที่จำเป็นและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้อากาศภายในบ้านก็เกิดจากลมธรรมชาติเช่นเดียวกัน ตัวบ้านจึงคำนึงถึงเรื่องทิศทางลมเพื่อให้ลมผ่านเข้ามาในตัวบ้าน รวมถึงแสงแดดที่สาดส่องในอุณหภูมิที่กำลังพอดี ไม่หันเข้าแดดมากเกินไปจนบ้านร้อน แต่สัมผัสได้ถึงความโล่งสบาย บ้านเย็นน่าอยู่อาศัย อากาศปลอดโปร่งตลอดตัวบ้าน

การออกแบบบ้านโดยคำนึงทิศทางลมแบบนี้จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก ไม่กินไฟ เพราะที่บ้านมีอากาศที่ดีอยู่แล้ว เรียกว่าใช้ประโยชน์จากพลังงานทางธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ ช่วยลดพลังงาน ลดเงินที่ต้องจ่ายลงได้อีกด้วย

เน้นประโยชน์มากกว่าความสวยงาม

จุดเด่นของดีไซน์บ้านรักษ์โลกคือทุกมุมมีหน้าที่เป็นของตัวเอง เน้นประโยชน์ใช้สอยมากกว่าความสวยงาม ทำให้ทุกจุดของบ้านถูกใช้สอยอย่างคุ้มค่ามากที่สุด ถึงจะมีขนาดเล็กแต่ก็ครอบคลุมทุกกิจกรรมภายในบ้าน ทั้งมุมอาศัย มุมพักผ่อน แต่ถึงจะไม่โฟกัสเรื่องความสวยงาม ออกแบบบ้าน  แต่กลับโดดเด่นด้วยความเรียบง่ายและมีเสน่ห์เป็นของตัวเอง เช่นกลิ่นอายของเฟอร์นิเจอร์ไม้ รับกับแสงแดดที่สาดส่องเข้ามาในบ้าน เหมาะสำหรับการอ่านหนังสือในช่วงบ่าย

วิธีปรับบ้านให้เป็น Eco House 

การจะมีบ้านแนวคิด Eco House ไม่จำเป็นต้องซื้อใหม่เสมอไป เพราะสามารถปรับเป็นสไตล์บ้านรักษ์โลก โดยการจัดวางและตกแต่งที่ประหยัดพลังงานและจัดเต็มเรื่องประโยชน์ใช้สอย

  • ปรับโซนนั่งเล่นในบ้านให้รับลมจากธรรมชาติ

โซนนั่งเล่นเป็นอีกจุดที่ผู้อยู่อาศัยใช้เวลาอยู่ด้วยมาก ทำให้เต็มไปด้วยข้าวของหลายอย่าง การปรับโซนนี้ให้รับลม รับแสงแดด มีพื้นที่ให้อากาศถ่ายเทไปมา ก็ช่วยให้บ้านเป็นมิตรต่อสิ่งเวดล้อมได้

  • ปลูกต้นไม้ในบ้านให้เยอะขึ้นหรือจัดสวน

บ้าน Eco House คือบ้านที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้รู้สึกใกล้ชิดธรมชาติมากขึ้น การจัดสวนเล็กๆ ภายในบ้านก็ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยผ่อนคลายขึ้นกับบรรยากาศธรรมชาติที่สร้างขึ้นมา

  • จัดโซน Open air

โซน Open air ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้อยู่อาศัย ว่าอยากให้มุมไหนผ่อนคลายบ้าง เช่นมุมนั่งเล่น มุมอ่านหนังสือ หรือสร้างโซน Open air ขึ้นมาใหม่เพื่อเพิ่มพื้นที่ธรรมชาติภายในบ้าน

  • ติดฉนวนกันความร้อน

ฉนวนกันความร้อนทำให้ลดความร้อนภายในบ้านไปได้เยอะ ทำให้ลดปริมาณการใช้แอร์ต่อวันลง ซึ่งฉนวนกันความร้อนนี้ติดได้ทั้งเพดานหรือผนังเพดาน