อาชีพนักสืบ

งานนักสืบในปัจจุบันรายได้นักสืบ เงินเดือนสำหรับงานนักสืบ

รายได้นักสืบ นักสืบ ส่วนใหญ่ทำงานให้กับกองกำลังตำรวจโดยมองหาหลักฐานในที่เกิดเหตุเพื่อให้ผู้กระทำผิดสามารถถูกลงโทษได้ อื่น ๆ ที่เรียกว่านักสืบเอกชนทำงานให้กับหน่วยงานเอกชนหรือลูกค้าเอกชน ในขณะที่ทั้งสองเกี่ยวข้องกับงานนักสืบนักสืบเอกชนและผู้ตรวจสอบทางอาญารายงานเงินเดือนที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญนักสืบคืออะไร

รายได้นักสืบ
รายได้นักสืบ นักสืบตำรวจ
ตำรวจนักสืบบางครั้งเรียกว่าผู้ตรวจสอบความผิดทางอาญาเริ่มอาชีพของพวกเขาในฐานะเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนจนกว่าจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นนักสืบ ตัวเลขที่เผยแพร่โดยสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ (BLS) ระบุว่านักสืบตำรวจได้รับเงินเดือนประจำปีเฉลี่ย $ 77,860 ณ เดือนพฤษภาคม 2012 นักสืบที่ทำงานให้กับหน่วยงานตำรวจท้องที่ได้รับค่าเฉลี่ย $ 64,610 นักสืบตำรวจของรัฐเฉลี่ย $ 58,460 ต่อปีและผู้ที่ทำงานโดยรัฐบาลกลางรายงานเงินเดือนโดยเฉลี่ยที่ $ 100,290 ต่อปี

รายได้นักสืบ นักสืบเอกชน
นักสืบเอกชนให้บริการที่หลากหลายแก่ธุรกิจและลูกค้าเช่นการพยายามค้นหาบุคคลที่หายไปการสืบสวนการละเมิดกฎหรือทำการตรวจสอบการเฝ้าระวังและการตรวจสอบประวัติ จากข้อมูลของ BLS ณ เดือนพฤษภาคม 2012 เงินเดือนเฉลี่ยของนักสืบเอกชนคือ $ 50,780 ซึ่งน้อยกว่าเงินเดือนโดยเฉลี่ยของนักสืบตำรวจ ประมาณครึ่งหนึ่งทำงานให้กับ บริษัท ตรวจสอบและรักษาความปลอดภัยเอกชนโดยมีรายรับเฉลี่ย $ 46,700 ต่อปี บริษัท ในอุตสาหกรรมบางแห่งใช้นักสืบส่วนตัวของตนเองและจ่ายให้เฉลี่ยสูงกว่า $ 70,000 ต่อปี อุตสาหกรรมเหล่านี้รวมถึงบริการให้คำปรึกษา บริษัท พลังงานไฟฟ้าและผู้ผลิตการบินและอวกาศ

ข้อเท็จจริงที่ว่ากฎหมายนักสืบเอกชนไม่ได้ถูกตราขึ้นในทุกโอกาสนั้นถูกวิพากษ์วิจารณ์ ถือเป็นข้อบกพร่องอย่างยิ่งที่กฎหมายฉบับนี้ไม่มีผลบังคับใช้ในขณะที่อาชีพนักสืบเอกชนกำลังพัฒนาในด้านหนึ่ง ความต้องการบริการติดตามและวิจัยนักสืบเอกชนเพิ่มขึ้น และความต้องการนักสืบเอกชนรายใหม่เกิดขึ้นทุกวัน ในปีพ.ศ. 1994 ได้มีการหารือและ ยอมรับร่างกฎหมาย ฉบับแรก ในรั ฐสภา แต่ ไม่ได้รับ การอนุมั ติ จากประธานาธิบดี ในขณะนั้น น่าเสียดาย ที่ร่างดังกล่าวไม่มี โอกาสได้อภิปราย ในสภาอีก

หนึ่งในกิจกรรมแรกของสมาคมนักสืบ ที่ปรึกษาและนักวิจัยเอกชน ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2006 และเริ่มดำเนินการทันที คือ การพิจารณา และดำเนินการร่างกฎหมาย ฉบับนี้ ในการศึกษา เหล่านี้ นักสืบเอกชน บิลออกมาแล้ว อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าสมาคม จะพยายามอย่างเต็ม ที่แล้ว ก็ตาม ร่างนี้ยังไม่ได้ ประกาศใช้

การไม่มีกฎหมายนักสืบเอกชนเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาอาชีพนี้ต่อไป เพราะทั้งคุณสมบัติของนักสืบเอกชนและผู้ช่วยวิจัยเอกชนที่จะเข้าสู่อาชีพนี้ไม่ได้รับการกำหนดหรือหลักการทำงานและหลักการของวิชาชีพนี้ นอกจากนี้ ยังไม่ได้กำหนดจัดตั้งและหลักการทำงานของสำนักงานนักสืบเอกชนและสถาบันวิจัยเอกชน ที่สำคัญกว่านั้น ไม่มีพื้นฐานสำหรับวิธีการตรวจสอบและควบคุมบริษัทเหล่านี้ให้อยู่ภายใต้การควบคุม

ในแง่กฎหมาย ความไม่แน่นอนทั้งหมดเหล่านี้ครอบคลุมอยู่ในกรอบของข้อบังคับทางกฎหมายอื่นๆ ที่มีอยู่ ซึ่งเหมาะสำหรับอาชีพนักสืบเอกชน กิจกรรมนักสืบเอกชนพยายามที่จะดำเนินการภายใต้กรอบของกฎหมายการค้า กฎหมายภาระผูกพัน กฎหมายแพ่ง กฎหมายอาญา และกฎระเบียบทางกฎหมายอื่น ๆ โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ บริษัทนักสืบเอกชนมืออาชีพและสถาบันวิจัยเอกชนที่พยายามทำงานอย่างถูกต้องให้บริการตามระเบียบจริยธรรมและระเบียบการทำงานด้านอาชีพนักสืบที่จัดทำและเผยแพร่โดยสมาคม

โดยธรรมชาติแล้ว จะไม่มีการจัดองค์กรภายในสุญญากาศทางกฎหมาย การขาดสิ่งนี้ทำให้เกิดการขาดภาษีสำหรับค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บสำหรับบริการที่ได้รับ ไม่มีกำหนดค่าธรรมเนียมสำหรับบริการนักสืบเอกชน

บริษัทนักสืบเอกชนและสถาบันสืบสวนเอกชนทุกแห่งกำหนดค่าธรรมเนียมที่พวกเขาต้องการ โดยขึ้นอยู่กับขนาด ความแข็งแกร่งในแง่ของบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิค ภาพลักษณ์ในตลาด โอกาสในการแข่งขัน และความแพร่หลายทั่วประเทศ หรือจะกำหนดโดยการเจรจาร่วมกับบุคคลหรือองค์กรที่ขอใช้บริการ ทำให้ยากสำหรับบริษัทขนาดเล็กโดยเฉพาะในการแข่งขัน

เกณฑ์อื่นๆ ที่มีผลต่อค่าธรรมเนียมที่ขอ ได้แก่ ประเภท ลักษณะ ขอบเขต เงื่อนไขการให้บริการ พื้นที่ที่ต้องติดตามหรือสอบสวน จำนวนวันที่รับบริการ และจำนวนนักสืบเอกชนและนักสืบเอกชนที่จะได้รับมอบหมาย การเรียน

รูปแบบการจ่ายภูมิภาค
โดยทั่วไปแล้วตำรวจนักสืบที่ทำงานในตะวันตกและตะวันออกเฉียงเหนือมีแนวโน้มที่จะได้รับเงินมากที่สุดในขณะที่ผู้ที่อยู่ในตะวันออกเฉียงใต้ได้รับค่าตอบแทนต่ำที่สุด ทั่วประเทศค่าเฉลี่ยสำหรับนักสืบตำรวจอยู่ในระดับต่ำจาก $ 49,530 ในอาร์คันซอถึงระดับสูงของ $ 115,230 ใน District of Columbia ในขณะที่ค่าจ้างเฉลี่ยของนักสืบเอกชนไม่เป็นไปตามรูปแบบของภูมิภาคที่ชัดเจน รัฐที่มีค่าตอบแทนต่ำที่สุดคือเซาท์ดาโกตาซึ่งนักสืบเอกชนมีค่าเฉลี่ย $ 33,720 ต่อปี นักสืบเอกชนในรัฐวอชิงตันได้รับมากที่สุดโดยเฉลี่ย $ 70,510

งาน Outlook
ผ่าน 2020 นั้น BLS คาดว่าจะมีการสร้างงานใหม่ 3,500 ขึ้นสำหรับนักสืบตำรวจและงานใหม่ 7,100 ที่จะสร้างขึ้นสำหรับนักสืบเอกชน นักสืบ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถคาดหวังการแข่งขันจากเพื่อนเจ้าหน้าที่ที่ปรารถนาจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นตำแหน่งนักสืบที่ จำกัด นักสืบเอกชนที่ต้องการควรคาดหวังการแข่งขันสำหรับงานโดยเฉพาะจากอดีตตำรวจและบุคลากรทางทหารซึ่งมักได้รับการพิจารณาที่ดีสำหรับตำแหน่งนักสืบเอกชน

ข้อมูลเงินเดือน สำหรับนักสืบและนักสืบเอกชน
นักสืบและนักสืบเอกชนได้รับเงินเดือนประจำปีเฉลี่ยอยู่ที่ $ 48,190 ใน 2016 ตามที่สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ ในระดับต่ำสุด นักสืบเอกชน และผู้ตรวจสอบได้รับเงินเดือนเปอร์เซ็นต์ 25th ที่ $ 35,710 ซึ่งหมายถึงเปอร์เซ็นต์ 75 ที่ได้รับมากกว่าจำนวนนี้ เงินเดือนเปอร์เซ็นไทล์ที่ 75th คือ $ 66,300 ซึ่งหมายถึงเปอร์เซ็นต์ 25 ที่ได้รับมากขึ้น ใน 2016 คน 41,400 ถูกจ้างงานในสหรัฐอเมริกาในฐานะนักสืบและนักสืบเอกชน

สืบชู้สาว
คือ การสืบหาหลักฐานในเชิงลึก เกี่ยวกับสามีภรรยาไปมีกิ๊กจนต้องทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อจะยุติในเรื่องครอบครัว การหาหลักฐานนั้นเป็น ภาพนิ่ง วิดีโอ อื่นๆเพื่อยื่นฟ้องชู้ ฟ้องหย่า ลักษณะไปอยู่ หรือ เข้าโรงแรม รีสอร์ท อพาร์ทเมนท์ กินอยู่กันแบบเปิดเผย หรือไม่เปิดเผยแสดงถึงการมีกิ๊กของคนสองคน การทำงานเรามีดุลพินิจในการรับจ้างสืบว่าเราควร ทำอย่างไรแบบไหน เพื้อที่จะปลอดภัยมนการสืบ อย่าเร่งนักสืบ อย่าพยายามโทรจิกนักสืบตลอดเวลา ให้เวลาเราได้ทำงานเต็มที่ คุ้มค่าราคาเงินจ้าง
เวลาในการสืบนั้นเน้นไม่เกิน 1 เดือน เพราะเราไม่แน่ชัดเลยว่าการสืบนั้นจะราบรื้น หรือมีอุปสรรคใดบ้าง เราต้องช่วยกันปกปิดความลับให้เราด้วยเดี๋ยวเป้าหมายรู้เข้าพวกเราจะทำงานลำบาก เราต้องช่วยกัน ส่งสิกให้ผู้ประสานทราบได้ยิ่งดี การทำงานจะได้เร็วขึ้นอีกหลายเปอร์เซ็นต์ ราคา ตามที่ตกลงและพอใจทั้งสองฝ่าย ทำงานใช้เวลาประมาณ 10-30วัน ทำการ แล้วแต่ความยากง่าย

ก่อนจ้างนักสืบ นักสืบเอกชน รับจ้างสืบ รายได้นักสืบ
ก่อนจ้างนักสืบ นักสืบเอกชน รับจ้างสืบ รายได้นักสืบ

หลักฐานที่ได้ในการ เป็น ภาพนิ่ง วิดีโอ อื่นๆ ตามที่ทางผู้จ้างแจ้งมา

หลักฐานพวกนี้เอาไปทำอะไรได้บ้าง?
1.เอาไปฟ้องชู้
2.เอาไปฟ้องหย่ า
3.เอา ไปร้องเรียน ผู้บัง คับบัญช า
4.ต่อรอ ง

การแยกมือที่สาม
คือ การสร้า ง สถ าการณ์ ให้ แตกคอ กันโดยทีม แยกเข้า ไปปฏิสัมพันธ์ โดยวิธีการหนึ่ง วิธีการใด อาจจะใช้ทีมแยกมากกว่า 3-4 คนในการเข้าพบปะพูดคุยกับเป้าหมาย และต้องหาวิธีเข้าในขั้นตอนนี้ต้องใช้การตามดูพฤติกรรมไปพร้อมกัน จะได้รู้การเคลือนไหวและจะได้เข้าทางได้ง่ายขี้ การทำแยกมือที่สามนั้นทำอยู่ทั้งหมด 5 สเตป เริ่มตั้งแต่ง่ายไปหายาก และจนกว่าจะกันจนเข้าทางแล้วค่อยๆแทรกเป็นระยะ จะไม่มีผลกระทบต่อผู้ว่าจ้างใดๆเลยเราเอง ใช้เวลาในการทำ1-6 เดือน ไม่มีผลกระทบ ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องทะเลาะกัน เดี๋ยวทีมแยกจัดให้ชุดใหญ่ตามสเตป 5 สเตป โดยไม่กระทบต่อผู้จ้าง ราคา ตามที่ตกลงกันพอใจทั้งสองฝ่าย เรากล้าเปิดเผยราคาในการว่าจ้างทำงานสํานักงานนักสืบ

รับปรึกษาได้ว่าจะให้สืบเรื่องอะไร ทำทุกที่ในประเทศไทย ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคใต้ ภาคตะวันออก สืบทุกประเภท

สืบทรัพย์สิน
คือ การสืบหาทรัพย์สินของบุคคลเป้าหมายที่ต้องการทราบว่ามีทรัพย์สินอะไรบ้าง สังหาริมทรัพย์ และอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ
การสืบคนหาย
ที่มีการใช้โทรศัพท์ติดต่อกันได้แต่ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน พิกัดไหน ในโลกนี้
สืบทุจริต
คือ การสืบการทุจริตของพนักงานทั่วไป ทุกระดับชั้น ทั้งภาครัฐ และเอกชน หาหลักฐานเป็นภาพถ่ายเพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไปตามที่ผู้ว่าจ้างต้องการ
สืบคู่แข่งทางการค้าละเมิดลิขสิทธิ์
คือ การสืบเสาะแสวงหา แหล่ง ที่มา ผลิต ดัดแปลง แก้ไข ละเมิดสินค้าผู้อื่นโดยใช้ตราของผู้อื่น
สืบพิกัดมือถือ
คือ การหาหพิกัดมือถือที่เปิดอยู่ว่าอยู่พิกัดใด เช็คมือถือย้อนหลังคือ การเช็คย้อนหลัง ระบบเติมเงิน ได้ 1 เดือน ระบบรายเดือน ได้ 3 เดือน พิจารณาเป็นรายๆไป
สืบหารถหาย
คือ รถหายลักษณะเหมือนการหนีไฟแนนท์ ยืมกันไปใช้ ยืมขับ แล้วหายไป หรือ ผู้ซื้อไม่ได้ขับผู้ขับไม่ได้ซื้อ มีที่มาที่ไป เอาไปใช้ประมาณนี้ มีตัวตน (รถที่หายโดยการขโมยไม่รับครับ)
สืบหาหลักฐานในเชิงลึก
คือ การหาพยาน ปากเอก พยานบุคคล พยานเอสาร พยานอ้างอิงที่ใช้ในชั้นศาลที่ได้มาแล้วไม่พอในการฟ้องดำเนินคดีทั้งการโทรเข้า-ออก ของมือถือ ทรัพย์สิน อื่นๆ

การเป็นนักสืบ

แนวทางการเป็นนักสืบ ต้องมีความรู้และต้องจบการเรียนสาขาอะไรมาบ้าง

การเป็นนักสืบ ต้องมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องอะไรบ้าง ?
การที่จะประกอบอาชีพนักสืบนั้น ในมุมมองความคิดเห็นของผู้เขียนเองคิดว่า นักสืบ ต้องมีความรู้ ความสามารถ มากพอ ๆ กับตำรวจเลยทีเดียว แต่อาจไม่ได้ลงลึก ขนาดนั้น โดยสามารถสรุปได้คร่าว ๆ ดังนี้

ความรู้ เกี่ยวกับการสืบหา ข้อเท็จจริง

โดยเมื่อได้ข้อมูล มาแล้ว ยังไม่ควรด่วนสรุป ว่าเป็นข้อมูลจริง ให้หาข้อสนับสนุนอื่น ๆ มาเพิ่มเติมด้วย
การคิดเชิงวิพากย์
หูตาไว รู้จักสังเกต
ต้องรู้จักวิธีแก้ไข ปัญหาเฉพาะหน้า เพราะเรื่องบางเรื่อง อาจเกิดขึ้น โดยไม่ทันตั้งตัว
ต้องมีทักษะการสื่อสาร และการเจรจาค่อนข้างสูง
ส่วนมากผู้ที่จ้างวานนักสืบ มักให้สืบคดีความ หรือ เรื่องที่ไม่สามารถหาข้อสรุปได้, คดีที่หาผู้ต้องสงสัยเพื่อหมายจับกุม หรือแม้กระทั่ง การขอให้ตรวจสอบข้อมูล เพื่อค้นหาข้อเท็จจริง เป็นต้น ตัวอย่างการจ้างวานนักสืบ มีดังนี้

1. สืบประวัติบุคคล
2. สืบหาที่อยู่บุคคล
3. สืบทรัพย์สิน ลูกหนี้ ตามคำพิพากษา
4. สืบติดตามพฤติกรรมบุคคล ชู้สาว
5. สืบหาพยานหลักฐานในการฟ้องคดี
6. สืบบุคคลตามหมายจับ
7. สืบประวัติ ฐานะและทรัพย์สิน ก่อนสมรส
8. สืบเกี่ยวกับทะเบียนรถ ก่อนซื้อขาย หรือ ชนแล้วหนี
9. สืบฐานะ และทรัพย์สินของหุ้นส่วนทางธุรกิจ
10. สืบหาบุคคลผู้พลัดพราก

นอกจากนี้ อาชีพนักสืบ ยังสามารถ รับงานเกี่ยวกับ การตรวจสอบ สถานะทางทะเบียนราษฎร์ ของบุคคล บิดา มารดา บุตรและคู่สมรส เป็นผู้ช่วยทวงหนี้ ก็สามารถทำได้ เพราะนักสืบ ต้องสืบ ข้อมูลการติดต่อ ของคนในครอบครัว ที่เป็นหนี้ เพื่อช่วยผู้จ้างวาน ทวงหนี้ได้ หรือสามารถรับงาน ด้านเอก สารทางกฎหมาย สัญญาทางแพ่ง นิติกรรมต่าง ๆ ก็ได้

ความเสี่ยงและข้อที่ควรปฏิบัติของอาชีพนี้
จริง ๆ แล้ว อาชีพนักสืบ นี้มีความเสี่ยงที่สูงมาก เพราะต้องใช้กลยุทธ์ วิธีพูด วิธีคิด และวิธีการหาคำตอบ หาข้อเท็จจริงที่แยบยล บางกรณีอาจมีการลงพื้นจริง ไปแฝงตัวอยู่ร่วมกับคนร้าย ซึ่งถ้าประมาท ก็เสี่ยงถึงชีวิต ได้ ดังนั้น การเป็นนักสืบ ต้องตระหนักถึง สิ่งดังต่อไปนี้ ก็มาก เพื่อการดำรงอาชีพ ที่ยาวนานต่อไป

บันทึกเรื่องราว และพยายามเก็บหลักฐาน
ไม่บิดเบือนความจริง
เอาตัวรอดได้ แม้ในสถานการณ์คับขัน
ซื่อสัตย์ ต่อการทำงาน เมื่อจบงาน ก็ควรจบการเก็บข้อมูล ทุกอย่าง หรือ ไม่นำข้อมูล ของผู้จ้างวาน ไปเผยแพร่

6 สาขาวิชาสอนทักษะการเป็น ” นักสืบมืออาชีพ “
เวลาดูการ์ตูนหรือซีรีส์ น้อง ๆ เคยสงสัยกันมั้ยว่า นักสืบมืออาชีพ ที่คอยไขคดี หรือสืบหาข้อมูล มาให้นายจ้าง หรืออัยการเนี่ย เขาต้องเรียนอะไร ถึงจะมีความรู้ ด้านนี้ และมาทำอาชีพนี้ได้ วันนี้พี่ ๆ ออนดีมานด์รวม 6 สาขาวิชาสอนทักษะการเป็น “นักสืบมืออาชีพ” มาให้ มาดูกันว่าจะมีสาขาไหน คณะไหนบ้าง

นิติศาสตร์
แน่นอนว่า อาชีพนักสืบ จำเป็นต้องรู้เรื่องกฎหมาย เพื่อประกอบ การสืบสวนคดีต่าง ๆ แล้วแต่ผู้ว่าจ้าง เมื่อรู้กฎหมาย ก็จะรู้ถึงข้อบังคับต่าง ๆ ว่าสิ่งไหนสามารถทำได้ และไม่ได้ รวมไปถึงสามารถ รู้ว่าคดี ที่สืบอยู่ ผู้ที่เราตามสืบมีความผิด หรือเป็นผู้บริสุทธิ์ตามกฎหมายกันแน่

คณะนิติศาสตร์ ในไทยเปิดสอนในหลายมหาวิทยาลัย ถ้าน้องๆ อยากจะเป็นนักสืบ พกความรู้ด้านนี้ติดตัวเป็นพื้นฐานสู่อาชีพนักสืบได้แน่นอน

จิตวิทยา
อีกหนึ่งทักษะของนักสืบที่ควรมีคือ การเข้าใจความคิด จิตใจ และพฤติกรรมของคน ที่แตกต่างกัน เพื่อหาแรงจูงใจ และคาดการณ์ถึงพฤติกรรม ผู้ที่เรากำลังตามสืบอยู่ ว่าเขาจะไปไหน กินอะไร คิดอะไร ติดต่อใคร ถ้ามีทักษะนี้มีแต้มต่อแน่นอนน

คณะจิตวิทยา ก็เป็นอีกคณะที่เปิดสอนอย่างแพร่หลาย บางที่เป็นหนึ่งสาขาที่อยู่ภายใต้คณะมนุษยศาสตร์ ศิลปศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ หรือสังคมศาสตร์

สังคมวิทยา และ มานุษยวิทยา
ทักษะการสอดแหนม ทำตัวกลมกลืนกับกลุ่มคนหรือสังคมนั้นๆ เป็นอีกหนึ่งทักษะที่นักสืบขาดไม่ได้ สาขานี้เรียกสั้นๆ ว่า “สังวิทฯ” เน้นการศึกษา ทั้งตัวมนุษย์ และสังคมความเป็นอยู่ ด้วยวิธีการเอาตัวเองเข้าไปมีส่วนร่วมคือไปใช้ชีวิต และสังเกตการณ์ เพื่อให้เข้าใจพฤติกรรมและความคิดของคน

คณะนี้มีเปิดสอนที่ธรรมศาสตร์ และเป็นสาขาที่อยู่ในคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ รวมถึงบางที่ก็อยู่ในคณะมนุษยศาสตร์ด้วย ต้องดูดีๆ น้า
วิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี

การสืบสวน บางกรณี จำเป็นต้อง ใช้ทักษะ ที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ทั้งความรู้ ความสามารถ ในการสังเกต และตั้งสมมติฐาน โดยการใช้หลักวิทยาศาตร์ คณะนี้ สามารถต่อยอด ไปสอบเป็นตำรวจ พิสูจน์หลักฐาน ซึ่งเป็นอาชีพ ที่ใช้ทักษะคล้ายคลึง กันได้

นักสืบชู้สาว นักสืบมืออาชีพ การเป็นนักสืบ
นักสืบชู้สาว นักสืบมืออาชีพ การเป็นนักสืบ

คนส่วนใหญ่ จะคิดว่าเรียนวิทยาศาตร์ จบมา เป็นได้แค่นักวิทยาศาสตร์ หรือเปล่า จริง ๆ แล้วการเรียนในคณะนี้ สามารถต่อยอด ไปได้หลายอาชีพมาก ๆ ทำให้มีเปิดสอน ในหลายมหาวิทยาลัย ทั่วประเทศ

นิติวิทยาศาสตร์
การสืบสวนด้วย หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เป็นอีกหนึ่งทักษะ ที่เกี่ยวข้องกับอาชีพนักสืบ นักสืบ คณะนี้เปิดสอนในระดับ ปริญญาโท เป็นการศึกษา เกี่ยวกับการพิสูจน์หลักฐาน ด้วยการนำความรู้ ทางวิทยาศาสตร์ ทุกสาขามาประยุกต์ใช้โดยเฉพาะ ทั้งการสืบสวนจากหลักฐาน ลายนิ้วมือ เลือด เส้นผม อสุจิ น้อง ๆ น่าจะเคยเห็นบ่อย ๆ ในซีรีส์ หรือการไขคดีดัง ๆ ที่ทำให้ตำรวจสามารถจับตัวคนร้ายได้

คณะนี้เปิดสอนอย่างแพร่หลายในหลายมหาวิทยาลัยทั้งในไทยและต่างประเทศ

อาชญาวิทยา
อาชีพนักสืบมีทั้งทำงานให้เอกชน และภาครัฐ ทำงานในหลายคดี ในส่วนของสาขานี้ จะพูดถึงการสืบสวน ในส่วนของคดีอาญา โดยเฉพาะ คือการศึกษาเกี่ยวกับ อาชญากรรมในแง่ต่าง ๆ ทั้งสาเหตุการเกิดอาชญากรรม ลักษณะ ประเภท และพฤติกรรมของอาชญากรด้วย ทำให้ต้องเรียนทั้งสังคมวิทยา จิตวิทยา มานุษยวิทยา และกฎหมาย เพื่อให้เข้าถึง “จิตใจของอาชญากร” ทำให้สามารถหาหลักฐานและไขคดีได้นั่นเอง

คณะ หลักสูตร และมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนทักษะความรู้ของการเป็นนักสืบ

สำหรับคนที่สนใจอยากเป็นนักสืบ ลองดูข้อมูลคณะ หลักสสูตรนักสืบ และมหาวิทยาลัยดังต่อไปนี้ดู

SCIENCE AND TECHNOLOGY หรือ มีคณะวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี

ในการเรียนคณะนี้มีการใช้วิทยาศาสตร์เข้ามามีส่วนร่วมกับการศึกษาเกี่ยวกับธรรมชาติ โดยใช้กระบวนการ วิธีการศึกษาค้นคว้า ที่ปฏิบัติได้โดยสังเกตการจากสิ่งต่าง ๆ รอบตัว เช่น การศึกษาถึงปัญหา หรือสิ่งที่เกิดขึ้นว่าเกิดจากอะไร พยายามเก็บหลักฐานของสาเหตุปัญหา ดังนั้นแล้วคณะนี้จึงเป็นคณะที่ทำให้ผู้เรียน ได้เรียนรู้ถึงการสังเกต และฝึกการตั้งสมมติฐานมากขึ้น

คณะนิติศาสตร์ ( FACULTY OF LAW )

เป็นที่ทราบกันดีว่า คณะนิติศาสตร์ มีการเรียนการสอนเกี่ยวกับข้อกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ ทั้งนี้ยังมีการฝึกทักษะความรู้ควบคู่กับการสืบสวน สอบสวนคดีต่าง ๆ โดยจุดมุ่งหมาย คือ ความยุติธรรม และการใช้กฎหมายในเชิงคุณธรรมด้วย

วิชานิติวิทยาศาสตร์

เป็นวิชาเลือกเสรี ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาทุกคนที่ไม่เรียนคณะวิทยาศาสตร์ หรือนิติศาสตร์  หลักสสูตรนักสืบ ได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้ทักษะการสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีความต่าง ๆ ซึ่งนิยามของคำว่า “นิติวิทยาศาสต์” คือ การนำความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์สาขาต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ในงานสืบสวนข้อเท็จจริงในคดีความ เช่น การตรวจพิสูจน์ DNA อย่างการตรวจหาลายนิ้วมือ หรือคราบเลือด เป็นต้น เพื่อนำมาใช้ในการรวบรวมพยานหลักฐานที่ถูกต้องสำหรับการติดตามหาตัวคนร้าย นอกจากนี้วิชานิติวิทยาศาสตร์ยังอนู่ในคณะ และสาขาของมหาวิทยาลัยอื่น ๆ นอกเหนือจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นอีกด้วย เช่น คณะนิติวิทยาศาสตร์ สำหรับป.โท แต่การศึกษาต่อจำ เป็นต้องจบในระดับปริญญา สายวิทยาศาสตร์ ทุกแขนงเท่านั้น

มหาวิทยาลัย ที่เปิดสอน ได้แก่

  • มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ธรรมศาสตร์ คณะสหเวชศาสตร์ ปริญญาโทสาขานิติวิทยาศาสตร์
  • หลักสูตรนิติวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
  • หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานิติวิทยาศาสตร์ ของภาควิขานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นต้น
  • คณะจิตวิทยา ( FACULTY OF PSYCHOLOGY ) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เป็นคณะที่เกี่ยวข้องกับการทำความเข้าใจ การศึกษาเรียนรู้จิตใจ  bangkok private investigator หรือความคิด และพฤติกรรมของมนุษย์ ควบคู่กับการใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เช่น กระบวนการการรับข้อมูลของมนุษย์ อารมณ์ บุคลิกภาพ พฤติกรรม และรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลต่าง ๆ

นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งสถาบันที่เกี่ยวกับการสอนสาขาอาชญาวิทยา (ระดับปริญญาโท)

บอกได้เลยว่าเป็นสาขาอาชญาวิทยา (ระดับปริญญาโท) ของสถาบันอาชญาวิทยา และการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต มีการรวมเอาศาสตร์ด้าน พฤติกรรมศาสตร์ จิตวิทยา มานุษยวิทยาสังคม และกฎหมายเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้เข้าใจถึงรูปแบบ สาเหตุ การเกิดอาชญากรรม และผลกระทบที่ตามมาได้อย่างแยบยล ใครอยากเป็นนักสืบและอยากเรียนด้านนี้ลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมกันอีก

 

ใครที่เคยฝันอยากเป็นนักสืบบ้าง แอดมินก็เคยอยากเป็นนักสืบนะตอนนี้ก็อยากเป็น แต่กลัวไม่มีคนจ้าง เพราะชอบดูชอบอ่านนิยายสืบสวนสอบสวน โคนัน เชอร์ล็อกโฮล์ม อะไรเทือกนี้ คงสนุกน่าดู แต่ก็ต้องทำใจไปตามระเบียบเพราะว่ากลัวความมืด กลัวความไม่รู้ สำหรับคนผู้ไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น แล้วคิดว่าการเป็นนักสืบเหมาะกับตัวเองที่สุด มาดูกันเลยว่าต้องเรียนที่ไหนกันบ้าง

1.คณะจิตวิทยา

เป็นคณะที่เกี่ยวข้องกับการเข้าใจ เรียนรู้ศึกษาจิตใจ ความคิด และพฤติกรรมของมนุษย์ ซึ่งเป็นการใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เช่น กระบวนการการรับข้อมูลของมนุษย์ อารมณ์ บุคลิกภาพ พฤติกรรม และรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลต่างๆ คนที่เรียนคณะนี้แล้วนั้นจะสามารถมองคนออกได้ มีความจำเป็นต่ออาชีพที่ต้องใช้คำพูดเพื่อโน้มน้าวใจผู้อื่น เข้าใจความคิด และจิตใจของผู้อื่น

2.คณะที่เกี่ยวข้องทางด้าน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชื่อคณะก็บอกแล้วว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ และมีเทคโนโลยีประกอบด้วย แน่นอนว่าคณะนี้จะต้องมีการใช้วิทยาศาสตร์มามีส่วนร่วมกับสิ่งที่เป็นธรรมชาติ โดยใช้วิธีการศึกษาค้นคว้า สังเกตการจากสิ่งต่างๆ รอบๆ ตัว เช่น สิ่งนี้ หรือปัญหานี้เกิดมาได้อย่างไร ฉะนั้นคณะนี้จึงเป็นคณะที่ทำให้ผู้เรียน ได้เรียนรู้ถึงการสังเกต การตั้งสมมติฐาน

3.คณะนิติศาสตร์

มีส่วนช่วยในเรื่องของกฎ ข้อห้าม ข้อบังคับต่างๆ ที่ควรรู้ ควบคู่กับการสืบสวนคดีต่างๆ ที่ต้องมีกฎเกณฑ์ไว้บ่งชี้ความผิด เพื่อการเอาผิดทางกฎหมาย ซึ่งการศึกษาทางกระบวนการนิติศาสตร์จะเน้นที่กระบวนการของกฎหมายว่า ผู้ที่เราตามหานั้น มีความผิด หรือมีความบริสุทธิ์ เพื่อต่อยอดการสืบสวนไปสู่จุดมุ่งหมาย คือ ความยุติธรรม จึงไม่ได้เน้นเฉพาะแค่ตัวบทกฎหมายเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์กฎหมายในเชิงคุณธรรมด้วย

4.คณะนิติวิทยาศาสตร์ (ระดับปริญญาโท)

คณะนี้ คือ คณะที่ส่งเสริมในเรื่องของการค้นคว้าวิจัย และพัฒนา เพื่อเป็นประโยชน์ต่อบุคลากรด้านการพิสูจน์หลักฐาน กระบวนการยุติธรรม การสืบสวนสอบสวนต่างๆ เนื่องจากต้องใช้ความเชี่ยวชาญทำให้คนที่สนใจจะเรียนต่อสายนี้จำเป็นต้องจบในระดับปริญญาสายวิทยาศาสตร์ทุกแขนงเท่านั้น จึงจะเข้าเรียนต่อได้

คณะเกี่ยวกับอาชีพนักสืบที่น่าเรียน
คณะเกี่ยวกับอาชีพนักสืบ ที่น่าสนใจมาก ๆ คณะแรกที่แอดอยากจะมาแนะนำ คือ คณะที่เกี่ยวข้อทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นคณะที่มีทักษะในเรื่องของการสังเกต การค้นคว้าต่าง ๆ หรือเป็นการตั้งข้อสมมติฐาน บอกเลยว่าก็เป็นอีกคณะที่จะนำพาให้เกี่ยวข้องกับนักสืบได้

คณะเกี่ยวกับอาชีพนักสืบ ที่น่าสนใจมาก ๆ คณะที่สองที่แอดอยากจะมาแนะนำ คือ CRIMINOLOGY หรือ สาขาอาชญาวิทยา เป็นสาขาที่เรียนในระดับปริญญาโท ที่เหมือนเป็นการรวมรวมคุณสมบัติของนักสือบไว้ ทั้งเรื่องของจิตวิทยา พฤติกรรมศาสตร์ กฎหมายต่าง ๆ ที่จะทำให้เราสามารถค้นหาในเรื่องของสาเหตุ ข้อสงสัย ต่าง ๆ บอกเลยว่าเป็นคณะที่น่าศึกษามาก และน่าสามารถนำพาเราไปสู่อาชีพหรืองานที่เกี่ยวข้องกับนักสือบ

คณะเกี่ยวกับอาชีพนักสืบ ที่น่าสนใจมาก ๆ คณะที่สามที่แอดอยากจะมาแนะนำ คือ คณะนิติวิทยาศาสตร์ เป็นคณะที่เรียนในระดับปริญญาโท ที่จะศึกษาเกี่ยวกับกระบวนการต่าง ๆ ทางกฎหมาย ที่จะสร้างผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของการสืบสวนสอบสวน ก็บอกเลยว่าน่าสนใจมาก ๆ

ทั้งหมดก็เป็น คณะเกี่ยวกับอาชีพนักสืบ ที่น่าสนใจมากๆ เป็นคณะที่เรียนจบแล้วสามารถที่จะต่อยอดหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชีพนักสืบ บอกเลยว่าน่าสนใจมาก ๆ ใครที่ชอบหรืออยากเรียนแนวนี้ บอกเลยว่าทั้งหมดนี้เป็นคณะที่น่าสนใจและท้าทายมาก ๆ

กฎหมายการทวงหนี้อย่างไรบ้างข้อควรรู้ เจ้าหนี้และลูกหนี้

รวมเรื่องที่คุณควรรู้ สำหรับเจ้าหนี้ ลูกหนี้ เกี่ยวกับ กฎหมายการทวงหนี้ เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ นั้นไม่เข้าใคร ออกใคร มักจะสร้างปัญหาวุ่นวายใจ ให้กับใครหลาย ๆ คน โดยเฉพาะ เรื่องของการยืมเงิน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเจ้าหนี้ หรือฝ่ายลูกหนี้ก็ตาม หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่ทำการชำระหนี้ ตามกำหนด และตามที่ได้ตกลง ผ่อนปรนกันไม่ได้ ก็มักจะเกิดการทวงหนี้ ตามมานั่นเอง

ซึ่งกฎระเบียบ และรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการทวงหนี้นั้น ได้ถูกกำหนดไว้ในกฎหมายทวงหนี้ ถือเป็นเรื่องที่ ลูกหนี้ และเจ้าหนี้ ควรรู้ไว้ การทวงหนี้ ไม่ได้หมายถึง การทวงหนี้ระหว่างบุคคล เพียงเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงหนี้อื่น ๆ ด้วย เช่น หนี้ธนาคาร หนี้บัตรเครดิต หนี้ผ่อนชำระรถยนต์ เงินกู้ ฯลฯ แม้กระทั่ง การเล่นการพนัน ก็ถือได้ว่า เป็นหนี้อีกรูปแบบหนึ่ง รับทวงหนี้

บ่อยครั้งที่ผ่านมา ได้มีเจ้าหนี้บางประเภท ที่มีการทวงถามหนี้ กับทางลูกหนี้ แบบละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ของลูกหนี้ โดยใช้ถ้อยคำ ที่เป็นความอย่างรุนแรง การคุกคาม โดยการขู่เข็ญ การใช้กำลังประทุษร้าย หรือการทำให้เสียชื่อเสียง รวมถึงการให้ข้อมูลเท็จ และการสร้างความเดือดร้อน รำคาญ ให้แก่บุคคลอื่น

ที่เรามักจะเห็นข่าว การทวงหนี้ด้วยวิธีที่รุนแรง และไม่เป็นธรรม หรือในกรณีที่เรา ต้องการจะทวงหนี้จากผู้อื่น และผู้อื่นจะมาทวงหนี้จากเรา จริง ๆ แล้วจำเป็นต้องดำเนิน ไปตามหลักของกฎหมาย การทวงหนี้ เพื่อไม่ให้ขัดต่อกฎหมาย โดยมีรายละเอียดต่าง ๆ ที่ควรรู้ไว้ ก่อนจะเป็นลูกหนี้ หรือเจ้าหนี้ มีดังนี้

รายละเอียดการทวงหนี้
1. ความหมายของ “ลูกหนี้” และ “ผู้ทวงถามหนี้”
ลูกหนี้ คือ บุคคลธรรมดา ที่เป็นลูกหนี้ รวมไปถึง ผู้ค้ำประกัน ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาด้วยเช่นกัน
ผู้ทวงถามหนี้ คือ เจ้าหนี้ เป็นผู้ที่ให้สินเชื่อ ผู้ประกอบธุรกิจ ตามกฎหมายว่าด้วย การคุ้มครองผู้บริโภค ผู้ที่จัดให้มีการเล่นการพนัน เป็นปกติธุระ ตามกฎหมายว่าด้วย การพนัน และเจ้าหนี้อื่น ๆ ไม่ว่าหนี้ดังกล่าวนั้น จะเป็นหนี้ ที่ว่าชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่ก็ตาม
หมายเหตุ : ผู้ทวงถามหนี้ หรือเจ้าหนี้ ไม่จำเป็นจะต้องเป็นบุคคลเท่านั้น สามารถเป็น ตัวแทนของนิติบุคคล ในนามของ บริษัทสินเชื่อ , ประกัน , ธนาคาร หรืออื่น ๆ ก็ได้เช่นกัน

2. ยืมเงินจำนวนเท่าไร จึงจะต้องทำหนังสือกู้ยืมเงิน
หากมีการยืมเงิน ตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไป สามารถทำหนังสือ สัญญากู้ยืมได้ โดยจะต้องมีการลงลายมือชื่อ ทั้งเจ้าหนี้ และลูกหนี้ด้วย ซึ่งถ้าหากเกิดผิดสัญญาการชำระหนี้ ก็สามารถนำไปฟ้องร้องได้

3. ยืมเงินผ่านช่องทางออนไลน์ (แชท facebook line) สามารถใช้เป็นหลักฐานฟ้องได้ไหม
การทักขอยืมเงินผ่านช่องทางออนไลน์ แชทเฟส (facebook) หรือแชทไลน์ (line) สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐาน ในการฟ้องร้องได้ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีการทำ หนังสือกู้ยืมเงิน เป็นลายลักษณ์อักษรก็ตาม

การจัดบ้านให้น่าอยู่

ไอเดียจัดบ้านให้น่าอยู่ในช่วงปีใหม่ ช่วยผ่อนคลายความเครียดจากปัญญาสังคม

การจัดบ้าน ก็ต้องใส่ความรู้สึกเหมือนกัน เพราะการสร้าง ผลงานศิลปะชิ้นหนึ่ง เป็น การนำความฝัน และความชอบมา ตกแต่งให้บ้านมีสไตล์ ในแบบที่เป็นตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น เฟอร์นิเจอร์ การจัดวางของ โทนสีของบ้าน เพราะว่าบ้านจะเป็นสถานที่ที่เมื่อคุณกลับมาแล้ว จะได้รับความผ่อนคลาย ลดอาการเหนื่อยล้าทั้งหมดจากการทำงาน เป็น Happy Lifeในฝันเอาไว้

เทคนิคจัดบ้านให้น่าอยู่

การจัดบ้าน ต้องใช้ศาสตร์และศิลป์ เช่น ทิศทางลม การรับแสง จับคู่โทนสีให้แมทกัน แล้วเทคนิคเหล่านี้ไม่ได้ยากอย่างที่คิด โดยขั้นแรกหากคุณยังไม่รู้ว่าจะตกแต่งบ้านโทนไหน ให้ลองไปดูโซนตกแต่งห้องโชว์ เพราะการดีไซน์บ้านต้องเข้าไปเห็นไปสัมผัสจริงๆ รับรู้ถึงความรู้สึกบ้านสไตล์นี้ ว่าจะเป็นแบบที่ฝันเอาไว้หรือเปล่า และดูลักษณะของเฟอร์นิเจอร์ที่ตกแต่งเอาไว้ เมื่อนำมาปรับกับที่บ้านจะได้ง่ายขึ้น

โดยเทคนิคต่อไปนี้จะทำให้บ้านของคุณน่าอยู่ไม่ยากอย่างที่คิด

1. เปิดหน้าต่างรับแสงและลมจากธรรมชาติ

แสง เป็นสิ่งสำคัญที่สร้างบรรยากาศในบ้านให้น่าอยู่ เพราะแสงจะช่วยถ่ายเทอากาศ เข้าสู่บ้าน ซึ่งบ้านที่มีลมพัดผ่านตลอด จะทำให้รู้สึกถึงความผ่อนคลาย เหมือนอยู่ใกล้กับธรรมชาติ ยิ่งถ้าเฟอร์นิเจอร์ไม้ หรือโทนน้ำตาล จะได้บ้านสไตล์มินิมอลเหมือนอยู่ญี่ปุ่น

พื้นที่ในบ้านควรมีหน้าต่าง หรือประตูกว้างๆ สร้างความรู้สึกปลอดโปร่ง โล่งสบาย เสมือนไม่มีอะไรมาขวางกั้น เป็นอิสระในความคิดและความรู้สึก

2. ปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียวในบ้าน

การมีต้นไม้ในบ้าน ช่วยให้รู้สึกสบาย อบอุ่น เหมือนอยู่ใกล้กับแหล่งธรรมชาติ และสีเขียวเป็นสีโทนเย็น สร้างความผ่อนคลายให้กับคนที่เห็น ซึ่งตำแหน่งของต้นไม้ มีหลายสัดส่วนยอดฮิต เช่น อยู่ตรงห้องรับแขก  หน้าต่างบันได บนโต๊ะเขียนหนังสือ หรือจะตกแต่งสวนหย่อมเล็กๆ เพิ่มเติมก็ทำให้บ้านอากาศดีขึ้น อาจจะมีอ่างเลี้ยงปลาเล็กๆ หรือน้ำพลุจิ๋ว เป็นมุมร่มรื่นของบ้านก็จะช่วยให้บ้านน่าอยู่มากขึ้น

3. สะอาดและปลอดโปร่ง

ความสะอาดเป็นพื้นฐานของบ้านที่น่าอยู่ เพราะจะช่วยสร้างความสบายใจ และยังปลอดภัยต่อสิ่งสกปรกที่มากับฝุ่นให้กับสมาชิกในบ้านอีก แต่คำว่าสะอาดนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของฝุ่นละอองเท่านั้น ยังเป็นเรื่องของการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้เป็นระเบียบ หรือข้าวของต่างๆ ที่ควรอยู่ในตำแหน่งที่จัดไว้

ให้บ้านน่าอยู่ การจัดบ้าน
ให้บ้านน่าอยู่ การจัดบ้าน

แนะนำว่าให้เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีพื้นที่เก็บเยอะ เวลาบ้านมีของจะได้มีพื้นที่เก็บ นอกจากความสวยงามแล้ว ยังช่วยให้บ้านกว้างขึ้นอีกด้วย

4. สร้างกลิ่นหอมภายในบ้าน

กลิ่น เป็นอีกสัมผัสที่ช่วยผ่อนคลายอารมณ์สมาชิกใน้บ้านได้อย่างดี เพราะกลิ่นสามารถบำบัดอารมณ์เศร้า เหงา เสียใจ ได้ ซึ่งจุดที่แนะนำคือ ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ เพราะเป็นจุดที่อาศัยบ่อยและมีเรื่องมากมายให้คิด โดยเครื่องหอมที่ได้รับความนิยมสำหรับใช้ในบ้านจะเป็นพวกเครื่องพ่นไอน้ำอโรม่า ก้านไม้หอม ฯลฯ

5. โทนสีเพิ่มความสบายตา

โทนสีคือสิ่งสำคัญมากสำหรับการตกแต่งบ้าน เพราะสีมีผลต่อความรู้สึกทางสายตา เช่น สีดำจะทำให้บ้านดูอึดอัด แคบลง ในขณะที่สีสดใสหรือโทนอบอุ่น จะช่วยให้บ้านกว้างขึ้น น่าอยู่ขึ้น

ซึ่งการแต่งบ้านนั้น คือ การใช้เฉดสี สร้างอารมณ์ เช่น ถ้าบ้านโทนน้ำตาล การเลือกเฟอร์นิเจอร์สีเนื้อไม้ จะช่วยให้บ้านดูมีสไตล์ หรือ ถ้าทำเฟอร์นิเจอร์สีเขียวมาตกแต่ง จะทำให้ บ้านเรียบหรูขึ้น นอกจากนี้ การตกแต่งโทนสีบ้าน เป็นการบอกลักษณะตัวตน ของเจ้าบ้านอีกด้วย

6. การสร้างมุมสบาย ๆ ของคุณเองภายในบ้าน

เชื่อว่าทุกคนต่างก็มีมุมโปรดภายในบ้านจะเป็นห้องนอนหรือห้องนั่งเล่นก็ได้ ฉะนั้นคุณควรจัดโซนพื้นสบายของตัวคุณเองซักจุดที่สามารถเอนตัวลงผ่อนคลายได้อย่างเต็มที่หลังจากเหนื่อยจากการทำงานมาตลอดทั้งวัน เช่น โซฟานุ่มๆ หน้าทีวี มุมที่นั่งสำหรับอ่านหนังสือ ฯลฯ

สไตล์ตกแต่งบ้านที่กำลังได้รับความนิยม

พูดถึงการตกแต่งไปแล้ว มาดูสไตล์การตกแต่งบ้านที่ได้รับความนิยมมากในปีนี้ ซึ่งแต่ละแบบมีเอกลักษณ์โดดเด่นที่บ่งบอกถึงอารมณ์เจ้าของบ้านอย่างชัดเจน

  • Minimal Style

แนวมินิมอล ได้รับความนิยมในปีนี้มาก และเป็นสไตล์ที่มักถูก ตกแต่งที่บ้านคอนโด โทนสี คือ ครีมน้ำตาล ครีมเหลือง โทนน้ำตาลอุ่น สีส่วนใหญ่จะให้ความรู้สึกเงียบสงบ ยิ่งถ้ามีแสงเข้ามาตัดกับเฟอร์นิเจอร์ จะยิ่งมีความมินิมอล แต่ ยังมีความรู้สึกที่ ทันสมัยอยู่ เฟอร์นิเจอร์ ส่วนใหญ่จะ เป็น เนื้อไม้ หรือ โทนสีขาว เน้นดีไซน์ ที่เรียบ สะอาดตา ทำให้ บ้านมี กลิ่นความญี่ปุ่นเข้ามาผสม

  • Modern Luxury

ความโมเดิร์นหรูหรา เป็นสไตล์ ตกแต่งคอนโดที่สาว ๆ ชื่อชอบ อย่างมาก โดย ความหรูหรานี้เต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่มีดีไซน์โดดเด่นหรือจะเป็นดีไซน์ยุโรป เพื่อสื่อถึงความโมเดิร์น หรูหรา ทันสมัย เช่น ลายหินอ่อน ผ้าขนสัตว์ หรือ ใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ เป็นวัสดุโลหะ มีความมันวาว ช่วยให้บ้านหรูหรา มากขึ้น โทนสีเป็นได้ทั้งโทนสีเงิน สีทอง หรือสีที่คุณชอบได้เพราะสีเงินจะแมทกับสีอื่นได้ง่าย

Loft

บ้านสไตล์นี้สื่อถึงความลึกลับน่าค้นหาโทนสีจะมีความเข้มคือสีดำ เทาเข้ม กำแพงบ้านก็จะปล่อยเป็นสีปูนเปลือย ใช้โครงสร้างเหล็กในการตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์จะไม่เยอะเท่าไหร่ เน้นดีไซน์เหลี่ยม สไตล์ลอฟต์นี้นอกจากนิยมตกแต่งบ้านและคอนโดแล้ว ยังรวมถึงบาร์หรือร้านอาหารด้วย

การจะตกแต่งบ้านให้น่าอยู่และมีดีไซน์สวยในแบบที่ต้องการ ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดเพราะ

ร้านเฟอร์นิเจอร์ดังๆ ของประเทศจะมีพื้นที่โชว์ตกแต่งบ้านในสไตล์ต่างๆ ไว้แล้ว เพื่อเป็นไอเดีย

สำหรับคนซื้อบ้าน ทำให้มีสินค้ามากมายรอคุณไปจับจองเป็นเจ้าของหรือหากต้องการซื้อเฟอร์นิเจอร์เพิ่มเพื่อตกแต่ง แต่งบน้อย เพื่อการตกแต่งบ้านให้คุณได้ดีไซน์บ้านในฝันแบบที่ใจต้องการ

ถึงแม้ภาวะโลกร้อนเป็นภาวะที่ทุกคนได้ยินกันบ่อยจนเป็นภาวะวิกฤติที่ทำห้รู้สึกปกติกันไปแล้ว แต่ถ้าสังเกตดีๆ จะพบว่ามีหน่วยงานใหญ่หลายบริษัทที่ให้ความสำคัญกับภาวะโลกร้อนกันจริงจังมากขึ้น อย่างเซเว่นอีเลเว่นที่ได้จัดทำโครงการลดวันละถุงคุณทำได้ โดยโครงการประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ได้รับความร่วมมือจากคนส่วนใหญ่

ในประเทศ ที่เลือกงดรับถุงเมื่อซื้อของภายในร้าน ทำให้ลดถุงพลาสติกไปแล้วเกือบ 600 ล้านถุง รวมถึงคนรุ่นใหม่เองที่เริ่มให้ความสนใจกับสิ่งใกล้ตัวให้มิตรกับธรรมชาติและที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคงไม่พ้นบ้าน Eco House รูปแบบบ้านประหยัดพลังงาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การตกแต่งที่มากับเฟอร์นิเจอที่จำเป็นเท่านั้น เพราะเน้นที่ประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก จนเกิดเป็นเทรนด์แต่งบ้านสไตล์ Minimal ที่เป็นเทรนด์ดังในปี 2019 นี้

ทำความรู้จัก “บ้านรักษ์โลก”

บ้านรักษ์โลก หรือเรียกว่าบ้าน Eco House ซึ่งชื่อก็บอกตรงตัวว่า Eco ย่อมาจากคำว่า Ecology แปลว่าสิ่งแวดล้อม โดยออกแบบภายใต้แนวคิด ประหยัดเงิน ประหยัดพลังงาน ทำให้ได้รูปแบบบ้านที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและดีต่อใจผู้อยู่อาศัยด้วยเพราะราคาบ้านอยู่ที่ 1 – 2 ล้านเท่านั้น เพราะเน้นประโยชน์การใช้สอยอย่างแท้จริงโดยเลือกใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ รองรับผู้สูงอายุในอนาคต เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมทั้งในปัจจุบันและอนาคต

เหมาะกับอากาศประเทศไทย

ถึงแม้อากาศในประเทศไทยจะร้อนเพียงไหน แต่เราสามารถปรับให้บ้านเย็นน่าอยู่ขึ้นได้ โดยใช้คอนเซปต์บ้านรักษ์โลก เพราะเป็นการเพิ่มความเย็นภายในบ้านตั้งแต่วัสดุ ของตกแต่ง ทิศทางลมของบ้าน ทำให้บ้านอากศดีขึ้นเหมือนอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ซึ่งจุดเด่นของบ้านรักษ์โลกที่เหมาะกับอากาศไทยคือ

  • วัสดุที่ประหยัดพลังงาน

ทางโครงการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตร ไม่ทำลายระบบนิเวศน์ต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติทุกครั้งที่อาศัยอยู่ในบ้าน

  • เฟอร์นิเจอร์เป็นแบบ Eco Design 

นอกจากเฟอร์นิเจอร์จะเป็นแบบ Eco Design แล้วยังให้ความสำคัญเรื่องประโยชน์ใช้สอยเป็นหลักมากกว่าความสวยงาม เพื่อให้ของตกแต่งภายในบ้านถูกใช้งานจริงๆ

  • ทิศของบ้านรับกับทิศทางลม

หากอากาศภายในบ้านดี ก็ทำให้บ้านน่าอยู่มากขึ้น รวมถึงประหยัดค่าไฟลงได้เยอะ เพราะไม่ต้องเปิดแอร์ทั้งวัน ทำให้รู้สึกเต็มอิ่มกับอากาศธรรมชาติจริงๆ

เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ

อีกสิ่งที่เป็นจุดเด่นของบ้านรักษ์โลกคือการเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติเพราะใช้วัสดุที่ย่อยสลายได้ ไม่ทำลายระบบนิเวศน์ โดยเฉพาะพื้นที่ของบ้านที่เป็นแบบ Open Air เช่น ห้องนั่งเล่น ที่ใช้สนามหญ้าเป็นจุดสร้างโอโซนดีๆ ในบ้าน หรือถ้ามาในสไตล์บาหลีเล็กน้อยที่ห้องน้ำจะเป็นแบบ Open Air ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ร่วมกับธรรมชาติ และวัสดุที่ใช้ก็รักษาสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกัน โดยบ้านรักษ์โลกจะเน้นที่ประโยชน์ใช้สอยมากที่สุด ทำให้บ้านปลอดโปร่งโล่งสบาย

ทุกส่วนในบ้านถูกออกแบบให้มีหน้าที่อย่างคุ้มค่าที่สุด ทำให้ราคาของบ้านรักษ์โลกดีต่อใจราคาไม่แพง คุ้มค่าและได้อิ่มเอมไปกับอากาศท่ามกลางธรรมชาติอีกด้วย

ประหยัดเงิน ประหยัดพลังงาน

เนื่องจากคอนเซปต์ของบ้านรักษ์โลกคือเรื่องประโยชน์ใช้สอยที่จำเป็นและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้อากาศภายในบ้านก็เกิดจากลมธรรมชาติเช่นเดียวกัน ตัวบ้านจึงคำนึงถึงเรื่องทิศทางลมเพื่อให้ลมผ่านเข้ามาในตัวบ้าน รวมถึงแสงแดดที่สาดส่องในอุณหภูมิที่กำลังพอดี ไม่หันเข้าแดดมากเกินไปจนบ้านร้อน แต่สัมผัสได้ถึงความโล่งสบาย บ้านเย็นน่าอยู่อาศัย อากาศปลอดโปร่งตลอดตัวบ้าน

การออกแบบบ้านโดยคำนึงทิศทางลมแบบนี้จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก ไม่กินไฟ เพราะที่บ้านมีอากาศที่ดีอยู่แล้ว เรียกว่าใช้ประโยชน์จากพลังงานทางธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ ช่วยลดพลังงาน ลดเงินที่ต้องจ่ายลงได้อีกด้วย

เน้นประโยชน์มากกว่าความสวยงาม

จุดเด่นของดีไซน์บ้านรักษ์โลกคือทุกมุมมีหน้าที่เป็นของตัวเอง เน้นประโยชน์ใช้สอยมากกว่าความสวยงาม ทำให้ทุกจุดของบ้านถูกใช้สอยอย่างคุ้มค่ามากที่สุด ถึงจะมีขนาดเล็กแต่ก็ครอบคลุมทุกกิจกรรมภายในบ้าน ทั้งมุมอาศัย มุมพักผ่อน แต่ถึงจะไม่โฟกัสเรื่องความสวยงาม ออกแบบบ้าน  แต่กลับโดดเด่นด้วยความเรียบง่ายและมีเสน่ห์เป็นของตัวเอง เช่นกลิ่นอายของเฟอร์นิเจอร์ไม้ รับกับแสงแดดที่สาดส่องเข้ามาในบ้าน เหมาะสำหรับการอ่านหนังสือในช่วงบ่าย

วิธีปรับบ้านให้เป็น Eco House 

การจะมีบ้านแนวคิด Eco House ไม่จำเป็นต้องซื้อใหม่เสมอไป เพราะสามารถปรับเป็นสไตล์บ้านรักษ์โลก โดยการจัดวางและตกแต่งที่ประหยัดพลังงานและจัดเต็มเรื่องประโยชน์ใช้สอย

  • ปรับโซนนั่งเล่นในบ้านให้รับลมจากธรรมชาติ

โซนนั่งเล่นเป็นอีกจุดที่ผู้อยู่อาศัยใช้เวลาอยู่ด้วยมาก ทำให้เต็มไปด้วยข้าวของหลายอย่าง การปรับโซนนี้ให้รับลม รับแสงแดด มีพื้นที่ให้อากาศถ่ายเทไปมา ก็ช่วยให้บ้านเป็นมิตรต่อสิ่งเวดล้อมได้

  • ปลูกต้นไม้ในบ้านให้เยอะขึ้นหรือจัดสวน

บ้าน Eco House คือบ้านที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้รู้สึกใกล้ชิดธรมชาติมากขึ้น การจัดสวนเล็กๆ ภายในบ้านก็ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยผ่อนคลายขึ้นกับบรรยากาศธรรมชาติที่สร้างขึ้นมา

  • จัดโซน Open air

โซน Open air ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้อยู่อาศัย ว่าอยากให้มุมไหนผ่อนคลายบ้าง เช่นมุมนั่งเล่น มุมอ่านหนังสือ หรือสร้างโซน Open air ขึ้นมาใหม่เพื่อเพิ่มพื้นที่ธรรมชาติภายในบ้าน

  • ติดฉนวนกันความร้อน

ฉนวนกันความร้อนทำให้ลดความร้อนภายในบ้านไปได้เยอะ ทำให้ลดปริมาณการใช้แอร์ต่อวันลง ซึ่งฉนวนกันความร้อนนี้ติดได้ทั้งเพดานหรือผนังเพดาน

ทำให้บ้านโล่ง

ตกแต่งด้วยผนังโปร่งแสง ทำให้มองเห็นวิวธรรมชาติจากด้านนอก

หลากหลายไอเดียมากมายทีเดียวสำหรับ การตกแต่งบ้าน ให้สวยน่าอยู่ สำหรับบ้านของใครที่เต็มไปด้วยบรรยากาศเดิมๆ หากคุณอยากจะปรับเปลี่ยนให้สวยน่าอยู่มากขึ้น โดยอาจปรับพื้นที่ให้โล่งโปร่งกว้างและดูหรูหราในตัวพร้อมกัน บอกเลยว่าไอเดียตกแต่งที่เรานำมาฝากกันนี้ ถือเป็นสุดยอดไอเดียเก๋ ๆ น่ารักที่เพียงหยิบจับของตกแต่งบางชิ้นมาวางตั้งหรือเพียงปรับเปลี่ยนตำแหน่งของเฟอร์นิเจอร์บางอย่างใหม่ รับรองว่าคุณจะได้พื้นที่อันกว้างสบายตาและน่าอยู่ยิ่งขึ้นแล้ว

หลากหลายไอเดียมากมายทีเดียวสำหรับการตกแต่งบ้านให้สวยน่าอยู่ สำหรับบ้านของใครที่เต็มไปด้วยบรรยากาศเดิมๆ หากคุณอยากจะปรับเปลี่ยนให้สวยน่าอยู่มากขึ้น โดยอาจปรับพื้นที่ให้โล่งโปร่งกว้างและดูหรูหราในตัวพร้อมกัน บอกเลย ว่าไอเดียตกแต่งที่เรานำมาฝากกันนี้ ถือเป็นสุดยอดไอเดียเก๋ๆ น่ารักที่เพียงหยิบจับของตกแต่งบางชิ้นมาวางตั้งหรือเพียงปรับเปลี่ยนตำแหน่งของเฟอร์นิเจอร์บางอย่างใหม่ รับรองว่าคุณจะได้พื้นที่อันกว้างสบายตาและน่าอยู่ยิ่งขึ้นแล้ว

ตกแต่งด้วยกระจกและของแต่งบ้านแบบใส

หากต้องการตกแต่งบ้านให้ออกมาในสไตล์รูปหราราวกับตกแต่งด้วยสีสันของเมทัลลิก บอกเลยไม่ยากอย่างที่คิด! เพียงคุณติดตั้งกระจกสักบานตรงผนังบ้าน สำหรับบนโต๊ะของห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่นก็เพียงเลือกใช้โต๊ะที่เป็นแก้วใสๆ หรือโลหะที่สะท้อนความมันวาว แจกันดอกไม้ใสๆ และเทียนสวยพร้อมจุดที่อยู่ในโหลแก้วเล็กๆ เพียงหยิบเอาของแต่งบ้านที่เป็นกระจกใสแบบนี้มาตั้งวางลงไป บ้านของคุณจะสวยทันตาในบรรยากาศที่แสนหรูหราราคาแพงได้ในทันทีเลยล่ะ

การตกแต่งบ้าน ไอเดียมากมายทีเดียวสำหรับ การตกแต่งบ้าน
การตกแต่งบ้าน ไอเดียมากมายทีเดียวสำหรับ การตกแต่งบ้าน

จัดมุมโปรดให้โดดเด่นติดหน้าต่างเพื่อมองวิวธรรมชาติได้อย่างทั่วถึง

หากห้องนั่งเล่นหรือพื้นที่ห้องรับแขกของบ้าน อยู่ในโซนอับทึบไร้แสงสว่างสาดส่อง ถ้าเช่นนั้น จะมัวอุดอู้ในจุดเดิมๆ กันอยู่ทำไม จุดใดของบ้านที่มีหน้าต่างและมีแสงสว่างสาดส่องถึงแบบนี้ นั่นคือจุดที่ควรจัดวางเป็นพื้นที่รับแขกหรือห้องนั่งเล่นมุมโปรดของบ้าน เพียงเท่านี้แค่คุณได้สัมผัสกับแสงสว่างที่จะทำให้บ้านโปร่งกว้างขึ้น อีกทั้งสีสันของแมกไม้ที่มองทะลุผ่านกระจกได้ ก็จะทำให้คุณได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศติดธรรมชาติซึ่งเป็นพื้นที่อันน่าภิรมย์ของบ้านอย่างเต็มอิ่มสุดๆ แล้ว

เลือกของตกแต่งแนวตั้งสูง จัดแต่งในสไตล์เรียบ ๆ แต่หรู

บ้านของเรา โดยเฉพาะในมุมของห้องรับแขกนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องนำข้าวของตกแต่งมากมายมาวางกองพะเนินเยอะจนดูรกรุงรังเสมอไปก็ได้ ยิ่งหากใครต้องการบรรยากาศบ้านที่หรูหรา โปร่งโล่งกว้างแลดูสบายตาด้วยแล้ว อันดับแรกให้เก็บข้าวของกระจุกกระจิกออกไปก่อน จากนั้นนำของตกแต่งแบบสูงยาวมาตั้ง เช่น ติดตั้งผ้ายาวแบบยาวสีสันของม่านก็รองรับตัดกันกับสีผนังหรือสีภายในห้องนั้นๆ รองลงมาก็คือโคมไฟตั้งพื้นแบบสูงยาว และอย่าลืมเสริมลูกเล่นด้วยเก้าอี้ขนสัตว์แบบเฟอร์นุ่มๆ ฟรุ้งฟริ้งสีอ่อนดูบ้าง รับรองจะช่วยเนรมิตบรรยากาศของบ้านให้น่าอยู่และสวยหรูสุดๆ เลยทีเดียว

บ้านของใครที่ยังตันกับการตกแต่งบ้านอยู่ ลองใช้ไอเดียการตกแต่งแบบนี้ดูบ้านสิ ไม่ว่าจะเป็นของตกแต่งบ้าน ตำแหน่งในการจัดวางหรืออื่นๆ รับรองบ้านของคุณจะโปร่งกว้าง หรูหราและสวยน่าอยู่ขึ้นแบบทันตาแน่นอน

บ้าน คือ ถิ่นที่อยู่อาศัยที่ให้ความอบอุ่นใจแก่ผู้อยู่อาศัย โดยคำว่าบ้านนั้นอาจมีความหมายที่รวมถึงอาคาร หรือห้องพักที่ใช้พักอาศัยด้วย ซึ่งการที่มีบ้านหนึ่งหลัง หรือไม่ว่าจะกี่หลังก็ตาม การจะออกแบบบ้านของเราให้น่าอยู่นั้นก็อาจจะต้องใช้กำลังทรัพย์ที่มากพอ ในการที่จะจัดหาอุปกรณ์ต่างๆ วัสดุ เฟอร์นิเจอร์ หรือของตกแต่งภายในบ้านเช่นกัน ซึ่งหากเรามีความคิดสร้างสรรค์ในการตกแต่ง ภายใน บ้านอยู่แล้วนั้น ก็ถือว่าเหมาะต่อการสร้างสรรค์ตัวบ้านได้เลย เพราะนอกจากจะไม่จำเป็นที่จะต้องลงทุน หรือลงทรัพย์ที่มากมาย เพื่อให้ผู้อื่นมาออกแบบตัวบ้านแทนเรา ซึ่งการตกแต่งบ้านให้น่าอยู่ สามารถจัดสรรได้โดยการมีไอเดียต่างๆ ดังนี้

1. ต้นไม้ใบเขียวสร้างความร่มรื่น

ซึ่งการตกแต่งบ้านได้ง่ายๆเลย นั้นก็คือการนำต้นไม้มาเป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่งห้อง ต้นไม้สีเขียวๆ หรือปลูกต้นกระบองเพชรใส่กระถางเล็กๆไว้ตามจุดต่างๆของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของห้องนั่งเล่น ห้องนอน หรือห้องรับแขกก็ตาม ก็จะช่วยทำให้บ้านดูสดใสขึ้น เพราะนอกจากต้นไม้จะช่วยฟอกอากาศให้บริสุทธิ์แล้ว ยังทำให้บริเวณบ้านมีบรรยากาศที่ร่มรื่น อีกทั้งส่งผลต่อเรื่องสุขภาพ ที่ทำให้สดชื่น รู้สึกดีและตัวบ้านเกิดความรู้สึกที่มีชีวิตชีวาดีได้ยิ่งขึ้น

2.เพิ่มของตกแต่งเล็กๆน้อยๆในบ้าน

ไม่เพียงแต่การมีต้นไม้ใบเขียวในบ้านแล้ว การมีของตกแต่งชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่ดูสะดุดตา หรือของที่ไม่จำเป็นจะต้องดูแลมากเท่าไหร่ นำมาวางคู่กับชั้นไม้เล็กๆ เช่น ตะกร้าหวาย กล่องดนตรีเล็กๆ หรือตัวตุ๊กตาน่ารักๆที่ทำจากไม้ ก็เป็นของตกแต่งที่ช่วยเสริมให้บรรยากาศของบ้านมีความอบอุ่น สบายตาและดูธรรมชาติ

3. เลือกสีเฟอร์นิเจอร์ให้บ้านอบอุ่น

หากพื้นบ้านของเราเป็นสีโทนอุ่น เช่น สีน้ำตาล สีไม้ สีขาวไข่ การเลือกสีเฟอร์นิเจอร์นั้นก็เป็นส่วนสำคัญ ที่จะคอยช่วยให้เกิดความอบอุ่นภายในบ้าน โดยหากเราเลือกสีโทนเดียวกัน ก็จะมีความดึงดูดแสง ทำให้สบายตาต่อคนในบ้าน หรือหากเราเลือกใช้สีที่ตัดกับสีพื้น ก็จะทำให้เกิดความสะดุดและแปลกตา ซึ่งทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความชอบและความคิดสร้างสรรค์ของผู้เป็นเจ้าของบ้านได้เลย ว่าชอบสีสันแบบใด ซึ่งการที่เราจัดให้มีสีโทนดียวกับพื้น ก็จะทำให้บ้านเรามีความอบอุ่นและอยู่สบายมากขึ้น

4. การเพิ่มแสงในที่มืด

หากตัวบ้านของเรามีที่มืดค่อนข้างจะเยอะ หรือมุมที่เป็นหลืบ อับ เราควรจะจัดแสงภายในบ้านให้เกิดความสบายตา และการใช้ชีวิตที่สะดวกด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมีแสงสว่างที่เพียงพอต่อห้องทุกๆห้อง หากเป็นห้องนั่งเล่น ซึ่งอาจจะเพิ่มเติมแสงได้โดยการ มีโคมไฟยาวสักหนึ่งตัว หรือ หากเป็นห้องทำงาน ก็อาจจะเพิ่มเติมโคมไฟตรงโต๊ะทำงานเล็กๆสักหนึ่งตัว ก็จะทำให้ห้องหรือมุมต่างๆภายในบ้านเกิดความน่ารัก อบอุ่น และน่าอยู่มากยิ่งขึ้น

5. เพิ่มพื้นที่ในบ้านให้ตกแต่งได้

โดยปัญหาหนึ่งของการอยากจะตกแต่งบ้านเลยคือ พื้นที่ภายในบ้านไม่เพียงพอ ซึ่งทั้งนี้มาดูกันก่อนเลยว่า เพราะอะไรทำไมบ้านเราจึงไม่มีพื้นที่พอต่อการตกแต่ง หรือการที่มีของสะสมที่มากเกินไป ทำให้บ้านไม่เหลือพื้นที่เพียงพอ โดยการที่เราเก็บของสะสมหรือสิ่งของที่เป็นของมรดกตกทอดไว้นั้นเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นเลย เพราะนอกจากที่ทำให้ตัวบ้านรกแล้ว ยังทำให้ไปจำกัดพื้นที่ในการตกแต่งบ้าน ดังนั้นหากเราลองเปลี่ยนความคิด นำเอาสิ่งเก่าๆที่ไม่จำเป็นออกไป หรือหากเสียดายของสิ่งนั้น ก็สามารถนำไปบริจาคให้กับผู้อื่นที่ต้องการได้ ดังนั้นเรามาเพิ่มพื้นที่ในการตกแต่งบ้านให้น่าอยู่ เพื่อตัวเราเองและก็เพื่อคนในบ้านของเราด้วยเช่นกัน

จากไอเดียการตกแต่งบ้านง่ายๆเหล่านี้ ก็อาจจะช่วยให้เกิดจุดประกายในการตกแต่งบ้านขึ้นมา ไม่มากก็น้อยแล้ว การตกแต่งบ้านไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด ดังนั้นเพื่อเติมเต็มบรรยากาศของบ้านที่ดีแล้ว เพียงเราเริ่มลงมือเล็กๆน้อยๆ จากมุมในบ้านไปสู่นอกบ้าน เพียงเท่านี้ก็จะทำให้บ้านมีบรรยากาศผ่อนคลาย ชวนให้จิตใจเราสงบและอบอุ่นยิ่งขึ้น

5 ไอเดียการแต่งบ้านให้ดูหรูหรา แบบง่าย ๆ

1. กระจก : โดยปกติแล้ว เรามักจะใช้กระจกเงาในการตกแต่งห้องน้ำ หรือห้องต่าง ๆ อยู่แล้ว เพื่อช่วยทำให้บ้านหรือพื้นที่ดูกว้างกว่าที่เป็นจริงได้ แถมยังช่วยในการเพิ่มแสงสว่าง และเมื่อสะท้อนกับแสงไฟนุ่มๆ หรือแสงแดดอ่อน ๆ ก็จะเกิดมิติวับวับ ช่วยสร้างความหรูหราได้เป็นอย่างดี ยิ่งถ้าคุณได้เลือกติดกระจกที่มีดีไซน์เก๋ ๆ ด้วย ก็จะยิ่งทำให้บ้านดูมีรสนิยมมากขึ้น

2. เมทัลลิก : ช่วยสร้างมิติวิบวับได้เช่นเดียวกับกระจก แต่จะมีเสน่ห์เพิ่มตรงสีสัน ไม่ว่าสีทอง ทองแดง หรือสีเงิน ที่ต่างก็ช่วยให้บ้านดูมีเสน่ห์สดใสแบบหรูหรา โดยคุณอาจเลือกใช้เป็นโคมไฟเมทัลลิก โต๊ะเก้าอี้เมทัลลิก หรือเป็นของตกแต่งชิ้นเล็ก ๆ อย่างตุ๊กตาเมทัลลิกก็ได้ แต่ข้อจำกัดของการใช้เมทัลลิคคือหากนำมาตกแต่งมากเกินไปก็อาจทำให้บ้านดูเยอะมากกว่า แต่งบ้านสไตล์หรูหรา ได้ ดังนั้นเราจึงต้องดูดี ๆ อย่างให้มันมากไป

3. โคมไฟระย้าคริสตัล : อีกหนึ่งเฟอร์นิเจอร์ที่ทำให้การแต่งบ้านสไตล์หรูดูสวยงามโดดเด่นขึ้น เพราะนอกจากที่จะให้ความสว่างแล้วยังเสริมให้เกิดความวิบวับภายในบ้านนั้นดูหรูหราน่าอยู่ขึ้นไปอีก โดยขนาดของโคมไฟระย้านั้นจะต้องไม่ใหญ่กว่าพื้นที่ เพื่อไม่ให้ดูเด่นเกินไป หรือหากว่าต้องให้เป็นที่สะดุดตาก็สามารถเลือกใช้ขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อยได้เช่นกัน

4. ของแต่งบ้านที่มีความใส : ความใสของสิ่งของต่าง ๆ  นอกจากจะเพิ่มความหรูหราให้บ้านดูโปร่งแล้วยังสามารถเข้ากันกับเมทัลลิกได้ดี เช่น การใช้แจกันดอกไม้แบบใส การใช้โต๊ะกลางห้องนั่งเล่นที่มีท็อปใส แต่ตัดขอบ และมีขาเป็นเมทัลลิก หรือแม้แต่การกั้นพื้นที่ด้วยกระจกใสก็สามารถทำได้เช่นกัน

5. พรม : อีกหนึ่งของแต่งบ้านที่จะช่วยให้บ้านดูหรูหราขึ้นได้จริง  นอกจากความสวยงามของพรมแต่งบ้านแล้วข้อดีของมันคือยังป้องกันรอยขีดข่วนสำหรับคนที่กังวลว่าพื้นอันเงาวับจะเป็นรอย พรมจะเป็นอีกหนึ่งของแต่งบ้านที่ช่วยได้ แถมยังเพิ่มสัมผัสความอ่อนนุ่มให้เท้า ป้องกันการลื่นล้ม โดยอาจะเลือกพรมเข้ากับธีมสีห้อง อย่างพรมสีอ่อน จะทำให้ห้องดูกว้างสว่างสบายตา ดูหรูหราเข้ากับเฟอร์นิเจอร์ของตกแต่งบ้านที่มีความใสอีกด้วย

แสงธรรมชาติเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่สร้างให้พื้นที่ทางสถาปัตยกรรมนั้นแลดูมีชีวิตชีวาเสมอ บ่อยครั้งที่สถาปนิกหรือนักออกแบบเลือกที่จะสร้างช่องแสงให้ตกลงมาในตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ทั้งบรรยากาศที่อบอุ่นผ่อนคลายเกิดเป็นมุมมองทางธรรมชาติที่น่าสนใจ

ซึ่งนอกจากแสงธรรมชาติจากภายนอกที่สามารถสาดเข้ามาทางหน้าต่างและบานกระจกแล้วนั้น ช่องแสงบนหลังคา ก็เป็นอีกองค์ประกอบที่สามารถออกแบบได้โดยใช้วัสดุโปร่งแสง อย่างพื้นที่ต่อเติมส่วนข้างอาคารหรือหลังบ้าน หลังคาที่สามารถให้แสงอาทิตย์ส่องผ่านได้ก็เป็นที่นิยมเช่นเดียวกัน ด้วยความรู้สึกที่โปร่งโล่ง ไม่ทึบตัน อึดอัด วัสดุ หลังคาโปร่งแสง นั้นมีอยู่ด้วยกันมากมายหลายประเภท ถึงข้อเด่นข้อด้อยมีอะไรบ้างไปดูกัน

หนึ่งในวัสดุ หลังคาโปร่งแสง และโปร่งใสที่คล้ายกระจก ออกแบบบริเวณบ้าน  ซึ่งในปัจจุบันมีคุณสมบัติต้านทานความร้อนจากแสงแดดได้ถึง 50% เลยทีเดียว จึงเหมาะกับประเทศไทยเมืองแห่งแสงแดดอันร้อนแรงของเราเป็นอย่างยิ่ง มีข้อดีหลายประการโดยเฉพาะคุณสมบัติในการดัดโค้งให้เกิดความสวยงาม ตอบสนองต่องานออกแบบที่ต้องการแสดงถึงเส้นสายที่สบายตา แต่อาจจะมีราคาที่สูงอยู่บ้าง

ข้อเด่น

  • สามารถออกแบบให้ดูคล้ายกระจกได้ในน้ำหนักที่น้อยกว่า
  • ดัดโค้งได้ดี
  • เหลือง กรอบ แตก ช้ากว่า เมื่อเปรียบเทียบกับวัสดุพลาสติกชนิดอื่นๆ
  • ทนสภาวะอากาศได้ดี
  • มีการออกแบบให้กันความร้อนในตัววัสดุ

ข้อด้อย

  • ราคาสูง
  • เปราะกว่าโพลีคาร์บอเนต แต่ทนแรงกระแทกได้มากกว่ากระจกนิรภัย

โพลีคาร์บอเนต (แผ่นกลวง)

วัสดุยอดฮิตสำหรับงานต่อเติมกันสาด มีน้ำหนักเบาสามารถดัดโค้งได้เล็กน้อยติดตั้งได้ง่าย ถึงแม้จะเป็นแบบใสก็ยังคงมีเส้นของโครงสร้างวัสดุที่ทำให้มองขีดขวางทัศนียภาพในการมอง

ข้อเด่น

  • น้ำหนักเบา
  • ติดตั้งได้รวดเร็ว
  • ประหยัดโครงสร้าง

ข้อด้อย

  • โปร่งแสงแต่ไม่โปร่งใส
  • โอกาสน้ำเข้าซึ่งอาจก่อให้เกิดคราบและเชื้อรา
  • เสียงดังเวลาฝนตก
  • อายุการใช้งานสั้น

แผ่นโพลีคาร์บอเนต (แผ่นตัน)

วัสดุประเภทเดียวกับโพลีคาร์บอเนตแผ่นกลวง แต่มาในรูปแบบของแผ่นตันจึงทำให้เกิดแผ่นใสที่โปร่ง มองเห็นทะลุได้ มีข้อดีมากกว่าแผ่นหลังคาอะครีลิค แต่ทนทานกว่าซึ่งก็ต้องแลกมาด้วยน้ำหนักที่มากกว่าเช่นกัน

ข้อเด่น

  • ทนทาน
  • มีความยืดหยุ่นสูง
  • สามารถดัดโค้งได้
  • ไม่ลามและติดไฟ
  • เป็นฉนวนแต่ไม่เป็นสื่อไฟฟ้า

ข้อด้อย

  • ราคาสูง
  • มีน้ำหนักที่มาก
  • ถ้าใช้ความหนาที่น้อย(2-3 mm) อาจตกท้องช้างเกิดเป็นน้ำขังได้

หลังคากระจก

วัสดุดั้งเดิมสำหรับการทำหลังคาโปร่งแสง มีหลายประเภทไม่ว่าจะเป็นกระจกธรรมดา กระจกสี หรือกระจกขุ่นพ่นทรายที่ให้แสงนวลตา แต่ด้วยเป็นกระจกที่แม้จะแข็งแรงแต่ก็มีความเปราะด้วยเช่นกัน จึงต้องมีการเพิ่มคุณสมบัติลดการแตกเปราะด้วยการอบ Tempered หรือสอดฟิล์มนิรภัย Laminated จึงทำให้การใช้กระจกเป็นวัสดุมุงหลังคานั้นมีราคาที่สูงตามมา
ข้อเด่น

  • สวยงานออกแบบได้หลากหลาย
  • สามารถป้องกันความร้อนได้ด้วยการติดฟิลม์กันความร้อน
  • มีคุณสมบัติให้เลือกได้หลากหลาย

ข้อด้อย

  • ราคาสูง
  • มีน้ำหนักมาก
  • เปลืองค่าโครงสร้าง
  • หากใช้เป็นหลังคาอาจจะต้องใช้กระจกประเภท Tempered, Laminated หรือ Tempered Laminated เพื่อความปลอดภัย
สืบชู้สาว เรื่องง่าย ๆ และ สืบธุรกิจ นักสืบเอกชน

หากต้องการหาคนหายกับนักสืบเอกชน ขั้นตอนการเตรียมเอกสาร

แนวทาง ขั้นตอน สำหรับในการ แจ้งเหตุคนหาย รวมทั้ง การเตรียมเอกสาร การแจ้งความ คนหาย หมายถึง การเข้าหาตำรวจ เพื่อแจ้งเหตุ กรณีคนหาย กับพนักงานที่มีหน้าที่สอบสวน เพื่อลงรายงาน บันที่กประจำวัน ไว้เพื่อเป็นหลักฐานรวมทั้ง เพื่อเป็นการดำเนิน ตามขั้นตอน สำหรับการค้น ของะเบียบการตำรวจ เกี่ยวกับคดี เรื่อง คนหาย พลัดหลง ต่อไป

ข้อแนะนำก่อนการไปแจ้งความคนหายที่สถานีตำรวจ
ครอบครัวคนหาย จะต้องตรวจสอบข้อมูล ให้ชัดเจนก่อน เพื่อเป็นการยืนยันว่า คนหาย ได้หายออกจากบ้านจริง ๆ โดยไม่มีกรณีสงสัยว่า ติดธุระ หรือ ไปที่อื่น ซึ่งเป็นเหตุ ทำให้กลับบ้านผิดเวลา ควรตรวจสอบ จากเพื่อนสนิท หรือ คนที่คิดว่า จะทราบความเคลื่อนไหว ของผู้หาย เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะขาดการติดต่อไป นักสืบ
ควรตรวจสอบทรัพย์สิน ของมีค่า หรือ สิ่งของสำคัญ ของผู้หาย ว่า ได้มีการนำติดตัว ไปด้วยหรือไม่ ตรวจสอบว่า มีการเก็บเสื้อผ้า หรือ ทิ้งหลักฐานอื่น ๆ ไว้หรือไม่ เช่น จดหมายสั่งลา ฯลฯ เพื่อเป็นข้อมูล และ พยานหลักฐาน ในการยืนยันว่า ผู้หาย ไปหายออกจากบ้านไปจริง ๆ
ควรเรียงลำดับ เหตุการณ์ ทั้งหมด ที่เกิดขึ้น ก่อนการหายไป และ เหตุการณ์ นักสืบ ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง กับการหายไป โดยทางครอบครัว อาจจะเขียนลำดับเหตุการณ์ ลงในกระดาษ เพื่อจะได้ง่าย ต่อการเรียงลำดับ เหตุการณ์ อย่างเป็นขั้นเป็นตอน และ จะได้เห็นภาพอย่างชัดเจน

ขั้นตอนการแจ้งความคนหายที่สถานีตำรวจ
เข้าพบพนักสอบสวน เพื่อบอกเล่ารายละเอียด และ สอบปากคำ ผู้แจ้ง เกี่ยวกับข้อมูล ของคนหาย
เสมียนประจำวัน จะลงบันทึกประจำวัน
พนักงานสอบสวน จะทำการมอบสำเนา บันทึกประจำวัน ให้แก่ผู้แจ้ง (ในกรณีที่ พนักงานสอบสวน ไม่ได้มอบ สำเนาบันทึกประจำวันให้ ผู้แจ้งความ ต้องร้องขอ)
ขอชื่อ และ หมายเลขโทรศัพท์มือถือ ของพนักงานสอบสวน ที่รับแจ้งความไว้ด้วย สำหรับการประสานงาน เพื่อสอบถาม ความคืบหน้า
กรณีตำรวจไม่มอบสำเนาบันทึกประจำวัน

การแจ้งความ คนหาย ในทุก ๆ กรณี ไม่ว่าจะมีความเกี่ยวเนื่อง กับคดีอาญา ด้วยหรือไม่ พนักงานสอบสวน ที่รับแจ้งความ มีหน้าที่ จะต้องส่งมอบ ให้สำเนาบันทึกประจำวัน เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน กับผู้แจ้งด้วยทุก ๆ ครั้ง ผู้แจ้งความ จึงมีสิทธิ์ ในการเรียกรับ สำเนาบันทึกการแจ้งความ ด้วยทุกครั้ง

หากผู้แจ้งความไม่ได้รับสะดวกในการแจ้งความคนหาย ผู้แจ้งควรไปดำเนินการร้องทุกข์กับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในระดับรองผู้กำกับการขึ้นไปในสถานีตำรวจนั้นๆ เพื่อให้ได้รับความสะดวกในการแจ้งความ

แจ้งความคนหายที่สถานีตำรวจไหนได้บ้าง
สถานีตำรวจท้องที่ ที่เกิดเหตุ หรือ ท้องที่ ที่พบผู้หาย ครั้งสุดท้าย
สถานีตำรวจท้องที่ ภูมิลำเนาของผู้หาย
สถานีตำรวจทุกแห่ง ที่คาดว่าผู้หาย จะอยู่ในท้องที่ ดังกล่าว
สถานีตำรวจท้องที่ซึ่ง เป็นภูมิลำเนา ของครอบครัวผู้หาย
ระยะเวลาที่สามารถแจ้งความคนหายได้ แจ้งเหตุคนหาย
ระยะเวลาที่สามารถแจ้งความคนหายได้ แจ้งเหตุคนหาย

ระยะเวลาที่สามารถแจ้งความคนหายได้ แจ้งเหตุคนหาย
ปัญหาที่ครอบครัวคนหาย มักจะพบเสมอ ในการแจ้งความ คนหาย ที่สถานีตำรวจ คือ การที่เจ้าหน้าที่ จะปฏิเสธการรับแจ้งความ โดยอ้างเหตุผลว่า คนหาย ยังหายไป ไม่ถึง 24 ชั่วโมง จึงไม่สามารถ รับแจ้งความ ดังกล่าวไว้ได้ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ อาจจะใช้ดุลพินิจ ในการไม่รับแจ้งความได้

ในกรณีที่ ไม่สมควรแก่เหตุ เช่น การกลับบ้านคลาดเคลื่อน จากเวลาปกติ ที่เคยกลับ เพียง 2 ถึง 3 ชั่วโมง ยังไม่มีเหตุผลเพียงพอ ที่จะรับแจ้งความ เนื่องจาก ผู้หายอาจจะติดธุระ หรือไม่ก็อาจจะมีเหตุจำเป็น เรื่องอื่น ๆ จึงทำให้กลับบ้านล่าช้ากว่าเวลาปกติ เป็นต้น

ดังนั้น การแจ้งความคนหาย จึงสามารถแจ้งได้ตลอดเวลา ไม่จำเป็นจะต้องรอให้คนหาย ครบ 24 ชั่วโมง แต่อย่างใด อีกทั้ง ถ้าหากเป็นเคส กรณีเร่งด่วน เช่น เด็ก คนชรา หรือ ผู้ป่วย ที่มีอาการทางสมอง ได้หายออกจากบ้านไป สามารถเข้าแจ้งความ ได้ทันที เพื่อขอความช่วยเหลือ จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้อย่างทันท่วงที

บุคคลที่มีสิทธิ์ไปแจ้งความคนหาย
บุคคลที่มีสิทธิ์ ในการแจ้งความคนหาย ที่สถานีตำรวจ ตามระเบียบการ ตำรวจ เกี่ยวกับคดี เรื่องคนหาย พลัดหลง และประมวลวิธี พิจารณา ความอาญา คือ บุคคล ดังต่อไปนี้

– ผู้บุพการี ได้แก่ บิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยาย
– ผู้สืบสันดาน ได้แก่ ลูก หลาน เหลน
– ผู้แทนโดยชอบธรรม หรือ ผู้อนุบาล ของผู้เยาว์ หรือ ผู้ไร้ความสามารถ
– สามี ภรรยา ที่จดทะเบียนสมรส กันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
– บุคคลอื่น ๆ อาจจะไปแจ้งความคนหายได้ เช่น นายจ้าง หรือ ผู้ที่ดูแลบุคคลนั้นอยู่ เป็นต้น
หมายเหตุ : กรณีคนหาย มาเรียน หรือ ทำงาน ในจังหวัดอื่น ๆ ตามลำพัง เพื่อน หรือ นายจ้าง ของผู้หาย ควรแจ้งให้ทางครอบครัว ของผู้หาย รับทราบ เพื่อให้ครอบครัว ของผู้หาย ไปเข้าแจ้งความ ที่สถานีตำรวจ ในภูมิลำเนา ของผู้หาย

เอกสารที่ต้องเตรียมไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ

เอกสารของผู้แจ้ง

– บัตรประจำตัวประชาชน หรือ
– บัตรประจำตัวข้าราชการ หรือ
– หนังสือเดินทาง (กรณีเป็นชาวต่างชาติ)
– สำเนาทะเบียนบ้าน

เอกสารเกี่ยวกับคนหาย

– สำเนาบัตนประจำตัวประชาชน
– สำเนาทะเบียนบ้าน
– ภาพถ่ายคนหาย (ภาพที่ถ่ายไว้ล่าสุด , สามารถมองเห็นหน้าตาได้ชัดเจน)
– ใบสำคัญทางราชการอื่น ๆ (ถ้ามี)

กฎหมายทวงหนี้

กฎหมายการทวงหนี้อย่างไรบ้างข้อควรรู้ เจ้าหนี้และลูกหนี้

รวมเรื่องที่คุณควรรู้ สำหรับเจ้าหนี้ ลูกหนี้ เกี่ยวกับ กฎหมายการทวงหนี้ เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ นั้นไม่เข้าใคร ออกใคร มักจะสร้างปัญหาวุ่นวายใจ ให้กับใครหลาย ๆ คน โดยเฉพาะ เรื่องของการยืมเงิน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเจ้าหนี้ หรือฝ่ายลูกหนี้ก็ตาม หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่ทำการชำระหนี้ ตามกำหนด และตามที่ได้ตกลง ผ่อนปรนกันไม่ได้ ก็มักจะเกิดการทวงหนี้ ตามมานั่นเอง

ซึ่งกฎระเบียบ และรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการทวงหนี้นั้น ได้ถูกกำหนดไว้ในกฎหมายทวงหนี้ ถือเป็นเรื่องที่ ลูกหนี้ และเจ้าหนี้ ควรรู้ไว้ การทวงหนี้ ไม่ได้หมายถึง การทวงหนี้ระหว่างบุคคล เพียงเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงหนี้อื่น ๆ ด้วย เช่น หนี้ธนาคาร หนี้บัตรเครดิต หนี้ผ่อนชำระรถยนต์ เงินกู้ ฯลฯ แม้กระทั่ง การเล่นการพนัน ก็ถือได้ว่า เป็นหนี้อีกรูปแบบหนึ่ง รับทวงหนี้

บ่อยครั้งที่ผ่านมา ได้มีเจ้าหนี้บางประเภท ที่มีการทวงถามหนี้ กับทางลูกหนี้ แบบละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ของลูกหนี้ โดยใช้ถ้อยคำ ที่เป็นความอย่างรุนแรง การคุกคาม โดยการขู่เข็ญ การใช้กำลังประทุษร้าย หรือการทำให้เสียชื่อเสียง รวมถึงการให้ข้อมูลเท็จ และการสร้างความเดือดร้อน รำคาญ ให้แก่บุคคลอื่น

ที่เรามักจะเห็นข่าว การทวงหนี้ด้วยวิธีที่รุนแรง และไม่เป็นธรรม หรือในกรณีที่เรา ต้องการจะทวงหนี้จากผู้อื่น และผู้อื่นจะมาทวงหนี้จากเรา จริง ๆ แล้วจำเป็นต้องดำเนิน ไปตามหลักของกฎหมาย การทวงหนี้ เพื่อไม่ให้ขัดต่อกฎหมาย โดยมีรายละเอียดต่าง ๆ ที่ควรรู้ไว้ ก่อนจะเป็นลูกหนี้ หรือเจ้าหนี้ มีดังนี้

รายละเอียดการทวงหนี้
1. ความหมายของ “ลูกหนี้” และ “ผู้ทวงถามหนี้”
ลูกหนี้ คือ บุคคลธรรมดา ที่เป็นลูกหนี้ รวมไปถึง ผู้ค้ำประกัน ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาด้วยเช่นกัน
ผู้ทวงถามหนี้ คือ เจ้าหนี้ เป็นผู้ที่ให้สินเชื่อ ผู้ประกอบธุรกิจ ตามกฎหมายว่าด้วย การคุ้มครองผู้บริโภค ผู้ที่จัดให้มีการเล่นการพนัน เป็นปกติธุระ ตามกฎหมายว่าด้วย การพนัน และเจ้าหนี้อื่น ๆ ไม่ว่าหนี้ดังกล่าวนั้น จะเป็นหนี้ ที่ว่าชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่ก็ตาม
หมายเหตุ : ผู้ทวงถามหนี้ หรือเจ้าหนี้ ไม่จำเป็นจะต้องเป็นบุคคลเท่านั้น สามารถเป็น ตัวแทนของนิติบุคคล ในนามของ บริษัทสินเชื่อ , ประกัน , ธนาคาร หรืออื่น ๆ ก็ได้เช่นกัน

2. ยืมเงินจำนวนเท่าไร จึงจะต้องทำหนังสือกู้ยืมเงิน
หากมีการยืมเงิน ตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไป สามารถทำหนังสือ สัญญากู้ยืมได้ โดยจะต้องมีการลงลายมือชื่อ ทั้งเจ้าหนี้ และลูกหนี้ด้วย ซึ่งถ้าหากเกิดผิดสัญญาการชำระหนี้ ก็สามารถนำไปฟ้องร้องได้

3. ยืมเงินผ่านช่องทางออนไลน์ (แชท facebook line) สามารถใช้เป็นหลักฐานฟ้องได้ไหม
การทักขอยืมเงินผ่านช่องทางออนไลน์ แชทเฟส (facebook) หรือแชทไลน์ (line) สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐาน ในการฟ้องร้องได้ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีการทำ หนังสือกู้ยืมเงิน เป็นลายลักษณ์อักษรก็ตาม

4. ถ้าโทรศัพท์ไปทวงหนี้ แต่ลูกหนี้ไม่ได้รับสาย ถือเป็นการทวงหนี้แล้วหรือยัง
หากผู้ทวงถามหนี้ ได้มีการโทรศัพท์ไปหาลูกหนี้ แต่ทางลูกหนี้ ไม่ได้รับสาย หรือกดวางสาย ก่อนจะมีการพูดคุย ถือว่าไม่นับเป็นการทวงหนี้
หากทางผู้ทวงถามหนี้ โทรไปหาลูกหนี้ ลูกหนี้รับสาย แต่มีการพูดคุยกันเรื่องอื่น ที่ไม่ใช่การทวงหนี้ ถือว่าไม่นับเป็นการทวงหนี้
หากผู้ทวงถามหนี้ ทักไปสอบถาม ทางช่องทางออนไลน์ (แชท) แต่ลูกหนี้ ยังไม่ได้เปิดอ่าน ถือว่าไม่นับเป็นการทวงหนี้
หากผู้ทวงถามหนี้นั้น ทักไปสอบถาม ทางช่องทางออนไลน์ (แชท) ลูกหนี้เปิดอ่านข้อความ แต่ไม่ตอบ ถือว่าเป็นการทวงหนี้แล้ว

5. เจ้าหนี้ สามารถทวงหนี้ได้วันละกี่ครั้ง
กฎหมายทวงหนี้ใหม่ ได้กำหนดไว้ว่า ให้เจ้าหนี้ สามารถทวงหนี้ ได้ไม่เกินวันละ 1 ครั้ง หากฝ่าฝืน จะมีความผิด โดนโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท แต่ในกรณีที่เพื่อนยืมเงินเพื่อน ทวงหนี้กันเกินวันละ 1 ครั้ง ถือว่าไม่มีความผิด นักสืบเอกชน

6. “เวลาทวงถามหนี้” ควรทวงหนี้เวลาไหน
วันจันทร์ – ศุกร์ เวลาทวงหนี้ สามารถทวงได้ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 20.00 น.
วันเสาร์ – อาทิตย์ , วันหยุดราชการ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ สามารถทวงหนี้ได้ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 18.00 น.
หมายเหตุ : หากเจ้าหนี้ ฝ่าฝืนเวลาทวงหนี้ มีโทษปรับ 100,000 บาท และต้องทวงหนี้ กับลูกหนี้เท่านั้น หากไปทวงหนี้กับคนอื่น ถือว่าผิดกฎหมาย จะมีโทษจำคุก 1 ปี หรือปรับสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท

กฎหมายคืออะไร  กฎหมายการทวงหนี้
กฎหมายคืออะไร กฎหมายการทวงหนี้

7. การทวงหนี้แบบใด ที่ทางเจ้าหนี้ หรือผู้ทวงถามหนี้ ไม่ควรทำ โดยเด็ดขาด
– ห้ามพูดจาดูหมิ่น
– ห้ามประจาน
– ห้ามข่มขู่
– ห้ามใช้ความรุนแรง
– ห้ามทำร้ายร่างกาย
– ห้ามทำลายทรัพย์สิน ของลูกหนี้ ให้เกิดความเสียหาย
– ห้ามเปิดเผย เรื่องหนี้ของลูกหนี้ ต่อผู้อื่นที่ไม่มีความเกี่ยวข้อง
– ห้ามส่งเอกสาร ที่มีการเปิดผนึก ทางไปรษณีย์ ที่แสดงให้เห็นว่า เป็นจดหมายการทวงถามหนี้ อย่างชัดเจน นักสืบ
– หากทวงถามหนี้อย่างไม่เป็นธรรม

ถ้าหากทวงถามหนี้ โดยไม่เป็นไปตามขั้นตอน ที่กฎหมายได้บัญญัติไว้ ฝ่ายลูกหนี้ สามารถไปแจ้งความ ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ และผู้ทวงถามหนี้ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1-5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท – 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

8. ลักษณะการทวงถามหนี้ ที่ไม่เป็นธรรม

การเรียกเก็บค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่เกินกว่าอัตรา ที่คณะกรรมการกำหนด การเสนอ หรือจูงใจให้ลูกหนี้ ออกเช็ค ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่า ทางลูกหนี้ อยู่ในฐานะ ที่ไม่สามารถ ชำระหนี้ได้ มาตรา 13 พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ.2558

ซึ่งการฝ่าฝืนมาตรา 13 (2) มีโทษทางอาญา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับตามาตรา 39 นักสืบ

นักสืบ

เจาะลึกการเป็นสายสืบคุณภาพ ใครสนใจ ศึกษาข้อมูล

ข้อควรทราบ เกี่ยวกับ กระบวนการ เป็น สายลับ เจาะลึก อาชีพสายสืบ ถ้าหากคุณปรารถณา ที่จะเป็นสายลับ เนื่องจากถูกใจ ติดตาม ความเจริญ ที่น่าเร้าใจ ในข้อบังคับ รวมทั้ง กฎระเบียบ คุณอาจ จำเป็นจะต้อง สำรวจความจริง ก่อนจะก้าว ไปด้านหน้า การที่จะ เป็นสายลับ บางทีอาจ เกิดเรื่อง ที่น่าระที่กใจ แต่ว่าก็จำเป็นต้อง แลกเปลี่ยนกับการ ทำงานมาก มีความทรหดอดทน

และ ใช้เวลานาน หลายชั่วโมง ในการติดตาม โอกาส ในการขาย และ รอการพัฒนา นักสืบ มีสองประเภทหลัก ๆ ได้แก่ นักสืบตำรวจ และ นักสืบเรื่องส่วนตัว หากคุณต้องการ ทราบว่า คุณมีคุณสมบัติ ที่เพียงพอ จะเป็นนักสืบหรือไม่ ให้ทำตามขั้นตอน ดังต่อไปนี้

เจาะลึกการเป็นสายสืบคุณภาพ
เจาะลึกการเป็นสายสืบคุณภาพ

ข้อควรรู้ เกี่ยวกับวิธีการเป็นนักสืบ
1.ตอบโจทย์ความต้องการ ทางการศึกษา
ถ้าคุณ อยากเป็นสายลับ การมีวุฒิบัตร ม.ปลาย หรือ GED เป็น กฎระเบียบ อย่างต่ำ สำหรับ ทั้งสองชนิด แม้กระนั้นหากคุณ ศึกษาต่อ ในระดับที่ถือว่าสูง แลก็เรียนจบ กับผู้ที่มาร่วมงน หรือ แม้กระทั้ง ระดับปริญญาตรี ในสาขาที่เกี่ยวพัน กับงานตำรวจ

เช่น กระบวนการยุติธรรม ทางอาญา กฎหมายอาญา อาชญวิทยามนุษยสัมพันธ์ การพิจารณาคดี นิติวิทยาศาสตร์ รัฐศาสตร์ และ วิธีพิจารณาความอาญา แล้วคุณ จะทำให้ตัวเอง เป็นผู้สมัคร ที่ต้องการมาก ยิ่งขึ้น หลายหน่วยงาน ต้องการหลักสูตร ระดับวิทยาลัย หรือ ระดับวิทยาลัย

– ค้นหาหลักสูตร ปริญญา ที่มีส่วนประกอบ ของการฝึกงาน ซึ่ง จะทำให้คุณ ได้รับประสบการณ์ ในชีวิตจริง มากยิ่งขึ้น
– ในขณะที่คุณ กำลังให้ความรู้ ตัวเอง ดูว่าคุณสามารถ หาภาษา ต่างประเทศ ที่มีประโยชน์ สำหรับชุมชน ของคุณ ได้หรือไม่ เช่น ภาษาสเปน การรู้ภาษาต่างประเทศ เป็นทรัพย์สิน ที่สำคัญ สำหรับหน่วยงาน ในเมือง และ หน่วยงานของรัฐบาลกลาง เป็นจำนวนมาก และ สิ่งนี้ จะช่วยให้คุณ เป็นผู้สมัคร ที่ต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคุณอาศัยอยู่ ในพื้นที่ ที่มักใช้ ภาษาที่สอง

อาชีพสายสืบ  ที่จะเป็นสายลับ
คุณนักสืบ สายลับ เจาะลึก อาชีพสายสืบ

เจาะลึกการเป็น สายสืบคุณภาพ
เจาะลึกการเป็นสายสืบคุณภาพ ใครสนใจ ศึกษาข้อมูลได้ที่นี่เลย

ข้อควรทราบ เกี่ยวกับ กระบวนการ เป็น สายลับ เจาะลึก อาชีพสายสืบ ถ้าหากคุณปรารถณา ที่จะเป็นสายลับ เนื่องจากถูกใจ ติดตาม ความเจริญ ที่น่าเร้าใจ ในข้อบังคับ รวมทั้ง กฎระเบียบ คุณอาจ จำเป็นจะต้อง สำรวจความจริง ก่อนจะก้าว ไปด้านหน้า การที่จะ เป็นสายลับ บางทีอาจ เกิดเรื่อง ที่น่าระที่กใจ แต่ว่าก็จำเป็นต้อง แลกเปลี่ยนกับการ ทำงานมาก มีความทรหดอดทน

และ ใช้เวลานาน หลายชั่วโมง ในการติดตาม โอกาส ในการขาย และ รอการพัฒนา นักสืบ มีสองประเภทหลัก ๆ ได้แก่ นักสืบตำรวจ และ นักสืบเรื่องส่วนตัว หากคุณต้องการ ทราบว่า คุณมีคุณสมบัติ ที่เพียงพอ จะเป็นนักสืบหรือไม่ ให้ทำตามขั้นตอน ดังต่อไปนี้

– การได้รับปริญญา ในวิทยาลัย หรือ ปริญญาตรี จะทำให้คุณ มีเงินเดือน ขั้นเริ่มต้น ที่สูงขึ้นกว่าปกติ

2. มีอายุอย่างน้อย 21 ปี
นี่เป็นข้อกำหนด อีกประการหนึ่ง ในทั้งสองรัฐ ดังนั้น คุณจะไม่สามารถ เป็นนักสืบได้ เมื่อคุณ ออกจากโรงเรียน มัธยมปลาย ในขณะที่ คุณกำลัง รออายุ 21 ปี คุณจะได้รับประโยชน์ จากการฝึกอบรม ที่เกี่ยวข้อง หรือ การศึกษาระดับสูง

3. ตรงตามข้อกำหนด ทางกายภาพ
เมื่อคุณสมัคร เป็นนักสืบ คุณจะต้อง ผ่านการตรวจร่างกาย เพื่อแสดงว่า คุณมีการมองเห็นที่ดี การได้ยิน มีความแข็งแรง และ มีความว่องไว

4. มีบันทึกที่สะอาด
หากคุณ มีความเชื่อมั่น ทางอาญา คุณอาจถูกตัดสิทธิ์ คุณอาจถูกขอให้ เข้ารับการทดสอบ เครื่องจับเท็จ และ ผ่านการสัมภาษณ์หลาย ๆ ครั้ง ดังนั้น โปรดตรวจสอบ ให้แน่ใจว่า คุณซื่อสัตย์ เกี่ยวกับ อดีตของคุณ

5. มีใบขับขี่
คุณจำเป็น ที่จะต้องมี ใบขับขี่ เพื่อเป็นนักสืบ

6.มีคุณสมบัติ ที่คุณต้องการ เพื่อเป็นนักสืบที่ดี
แม้ว่า คุณจะสามารถ พัฒนา คุณสมบัติเหล่านี้ ได้ตลอดอาชีพ การงาน แต่การเริ่มต้น ด้วยคุณสมบัติ ที่ทำให้คุณสมบูรณ์แบบ สำหรับงานนั้น สามารถเพิ่มโอกาส ในการประสบ ความสำเร็จได้ คุณสมบัติบางประการ ที่สำคัญ ต่อความสำเร็จ ในการเป็นนักสืบ มีดังนี้

ความสามารถ ในการทำงาน หลายอย่าง แม้ว่าคุณ จะมุ่งเน้นไปที่ ทีละกรณี แต่คุณ มักจะมีงานหลาย ๆ อย่าง และ เอกสาร มากมาย ที่ต้องทำภายในระยะเวลา อันสั้น ดังนั้น คุณต้องสามารถ จัดการกับงาน ที่หลากหลายได้ ในคราวเดียว
ทักษะการสื่อสาร ที่เหนือกว่า หากคุณต้องการ ตรวจสอบ อาชญากรรม อย่างสุดความสามารถ คุณจะต้อง สามารถพูดคุย กับผู้คน ได้อย่างสบายใจ แต่มั่นคง เพื่อให้แน่ใจว่า คุณจะได้รับข้อมูล ที่ดีที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้
มีทักษะ ในการเขียนที่ดี การเป็นนักสืบ ไม่ใช่แค่ การออกไปภาคสนาม การไล่ล่าความเร็วสูง และ การทำตามโอกาส ในการขาย ที่น่าตื่นเต้น จะต้องมีงานเขียน มากมาย ที่เกี่ยวข้อง และ คุณจะต้องรู้วิธี ที่ดีที่สุด ในการแสดงรายละเอียด เกี่ยวกับ เหตุการณ์ ผ่านการเขียน ที่กระชับ และ เข้าถึงได้
ความอดทน หากคุณต้องการ เป็นนักสืบที่ดี คุณจะไม่สามารถ หมกมุ่นอยู่กับ การไขคดี ได้ทันที นักสืบ อาจใช้เวลา นานหลายเดือน หรือ หลายปี เลยก็ว่าได้ ในการติดตาม ผู้นำ และ งานนักสืบ จำนวนมาก ของคุณ จะนำไปสู่ ทางตัน
การรับรู้ คุณต้องพัฒนา ความสามารถ ในการรับรายละเอียด ทั้งหมด ของสถานที่เกิดเหตุ และ คิดหาข้อมูล ในรูปแบบดั้งเดิม ที่จะช่วยให้คุณ เข้าใกล้การค้นหา วิธีแก้ปัญหา มากขึ้นอีกขั้น

ตกแต่งมุมหน้าบ้านให้ร่มรื่น การจัดสวนได้รับความสนใจค่อนข้างมาก

เทคนิคจัดสวน ให้สวยได้แม้ไม่มีเวลาดูแล

อย่างที่ทราบกันดีว่า การจัดสวน ให้สวยงามนั้น ไม่เพียงแต่ต้องรู้ขั้นตอน หรือเทคนิคในการจัดสรรพื้นที่เท่านั้น แต่เรายังจะต้องใช้เวลาในการดูแลสวนของเราหลังจัดเสร็จ ให้คงรูปแบบ รูปทรงตรงตามที่เราจัดไว้อยู่เสมอ ๆ ดังนั้น หากใครที่มีปัญหาในเรื่องของเวลาการดูแล ที่มีไม่มากพอ แต่ก็อยากมีสวนสวย ๆ ไว้ประดับบ้านแล้วล่ะก็ ทางเราขอแชร์ เทคนิคจัดสวน ให้สวยได้แม้ไม่มีเวลาดูแล ดังนี้

เลือกพันธุ์ไม้อึดทึกทน

เป็นเทคนิคแรกที่จะช่วยให้คุณสามารถจัดสวนได้ แม้จะไม่ค่อยมีเวลาดูแลมากก็ตาม ด้วยการเลือกพันธุ์ไม้ที่ทนต่อสภาพอากาศในประเทศได้เป็นอย่างดี มีความอึด ทึก และทน สามารถอยู่ได้นานโดยไม่ต้องรดน้ำบ่อยครั้ง โดยเน้นเลือกต้นไม้ที่ทนแดดเป็นหลัก เพราะอากาศเมืองไทนนั้นร้อน และอดดแรงเป็นอย่างมาก อาทิเช่น ต้นวาสนา ต้นอากาเว่ หรือจะเป็นไม้ดอกอย่าง ต้นแพรเซี่ยงไฮ้ ไม้พุ่มอย่าง หญ้าออสเตรเลีย ก็งดงาม เหมาะกับการนำมาตกแต่งสวยเป็นอย่างมาก

เลือกปูพื้นด้วยหินหรือหญ้าเทียม

เป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่จะช่วยประหยัดเวลาการดูแลสวนของเราได้เป็นอย่างมาก โดยการเลือกวัสดุปูพื้นสวนด้วยหญ้าเทียม หรือหิวกรวด สไตล์สวนหินนั่นเอง เพราะเราจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียเวลาในการกำจัดวัชพืชกับพื้นสวนของเรา ทั้งนี้เพื่อลดปัญหาการดูแลสวนให้มากขึ้น แนะนำให้เลือกปูพื้นด้วยผ้าคลุมวัชพืชก่อนที่จะลงหินกรวด หรือหญ้าเทียม ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้มีวัชพืชต่าง ๆ แซมขึ้นมาจากพื้นดินได้เลยนั่นเอง

ตกแต่งสวนด้วยอุปกรณ์

เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เหมาะสำหรับการจัดสวนแบบไม่มีเวลาดูแล ซึ่งจะช่วยลดเวลาการดูเหล่าต้นไม้นานาพันธุ์ของสวนเราได้ แถมยังเพิ่มความสวยงาม ตระกาลตาสำหรับสวนของเราได้อีกด้วย โดยการเพิ่มอุปกรณ์ตกแต่งสวนต่าง ๆ อย่าง น้ำพุ หรือของแต่งสวนหลากหลายรูปแบบ ที่เราสามารถตั้งทิ้งไว้ได้เลย โดยไม่ต้องมาคอยรดน้ำบ่อยครั้งอย่างต้นไม้นั่นเอง

เทคนิคที่จะช่วยให้สวนของคุณอยู่ทน อยู่ยาว พร้อมมอบความงดงาม และร่มรื่น ให้กับคุณและตัวบ้านได้อย่างแท้จริง แต่ถึงแม้เทคนิคที่ว่า จะเป็นเทคนิคที่ช่วยให้คุณไม่ต้องดูแลสวนมากมายเฉกเช่นสวนอื่น ๆ แต่คุณก็จำเป็นที่จะต้องใส่ใจ และมั่นหาเวลาในการดูแลบ้างเช่นกัน ไม่ควรปล่อยปะละเลย เพราะไม่อย่างงั้นสวนสวย ก็จะกลายเป็นสวนเสียได้เช่นกัน

ไอเดียการจัดสวนหน้าบ้าน เล็ก ๆ ในงบแบบประหยัดสบายกระเป๋า

บ้านจัดสรรที่ขายในปัจจุบันถือว่ามีราคาค่อนข้างสูงจึงทำให้คนส่วนใหญ่จึงมักนิยมซื้อบ้านในแบบสไตล์คอนโดหรือบ้านแบบทาวน์เฮ้าท์กันเสียมากกว่า แต่บ้านในลักษณะแบบคอนโดและทาวน์เฮ้าส์อาจจะไม่สามารถจัดสวนได้ในแบบที่เราต้องการ แถมพอจัดออกมาแล้วก็อาจจะดูรกจนทำให้มีพื้นที่ใช้สอยที่น้อยลง วันนี้เราจึงนำไอเดีย การจัด สวนหน้าบ้านเล็ก ๆ เพื่อเอาใจคนที่มีบริเวณพื้นที่บ้านแบบจำกัดว่าแต่จะมีอะไรบ้างเรามาชมไปพร้อม ๆ กันเลย

การจัดสวนหน้าบ้าน เทคนิคจัดสวน
การจัดสวนหน้าบ้าน เทคนิคจัดสวน

1.การจัดสวนขนาดเล็ก สำหรับบ้านใครที่มีพื้นแคบ ๆ อาจจะลองหาไม้แคระแบบจิ๋วมาใส่กระถางปลูกดู จากนั้นก็จัดบริเวณโดยรอบด้วยหินกรวดขนาดต่าง ๆ ก็จะทำให้เราได้พื้นที่สีเขียวที่ดูน่ามองแถมการจัดสวรแบบนี้ยังดูเป็นระเบียบเรียบร้อยอีกด้วยล่ะ

2.การจัดโดยใช้กระถางต้นไม้แบบแขวน สำหรับการจัดสวนแบบนี้ถือว่าเป็นจัดสวนในแบบสไตล์ที่ประหยัดสุด ๆ โดยเราอาจจะนำไม้ประดับแบบไม้แขวนอย่างต้นเดฟหรือเคราฤาษีมาปลูก ก็จะช่วยทำให้บริเวณบ้านของคุณดูร่มรื่นมากขึ้นอีกด้วย

3.สวนแนวตั้งแบบ Vertical Garden เป็นการจัดสวนที่นิยมอยู่ในปัจจุบันเลยก็ว่าได้ สำหรับการจัดสวนแบบนี้เราเพียงแค่นำ ต้นไม้ขนาดเล็กมาปลูกแนวตั้งต่อ ๆ กัน ก็จะช่วยให้เรามีสวนที่สวยงามแถมใช้บริเวณพื้นที่ไม่มากอีกด้วย

4.รั้วบ้านในแบบสไตล์ร่มรื่น สำหรับใครที่คิดไอเดียในการแต่งบ้านไม่ออกล่ะก็ ให้จัดสวนในสไตล์แบบนี้ดู โดยเรานำต้นไม้แบบพุ่มที่เราชื่นชอบมาตกแต่งบริเวณรั้วบ้าน จากนั้นก็ปลูกสนามหญ้าขนาดเล็ก ๆ ก็จะทำให้เราได้สวนในแบบที่ดูดีและไม่ซ้ำใครอีกด้วยล่ะ

5.การจัดสวนสำหรับบ้านแบบทาวเฮ้าท์ สำหรับคนที่มีพื้นที่น้อยอย่างบ้านเป็นแบบทาวเฮ้าส์สามารถนำไม้ระแนงมาต่อกันให้เป็นชั้นวางต้นไม้จากนั้นก็นำไม้ประดับที่เราชื่นขอบมาวางก็จะทำให้เราได้พื้นที่สีเขียวที่เมื่อมองดูแล้วรู้สึกสดชื่นอีกด้วย

6.ใช้ประโยชน์บริเวณข้างบ้านให้มีประโยชน์ โดยเราอาจจะ ปูพื้นด้วย กระเบื้องลานหิน พร้อมกับปูสนามหญ้า บริเวณรอบ ๆ จากนั้นก็นำไม้ประดับที่เราชื่นชอบมาปลูกตามมุมข้าง ๆ ของสวน ก็จะทำให้เราได้สวนที่ดูร่มรื่นและเหมาะกับการนั่งพักผ่อนอีกด้วย

สำหรับการ จัดสวนหน้าบ้านเล็ก ๆ ถือว่าเป็นการสวนที่ใช้งบประมาณไม่มากเราก็สามารถเนรมิตสวนในฝันได้ในแบบที่เราต้องการ อย่างไรก็ตามถ้าบ้านของเพื่อน ๆ คนไหนมีพื้นที่ไม่มากก็ลองนำไอเดียที่กล่าวไปข้างต้นไปลองปรับใช้ดู ซึ่งรับรอบว่าเพื่อน ๆ จะได้สวนที่มีความสวยงามและไม่เหมือนใครแน่นอน

แบบสวน /ร่างแบบสวน

สำหรับขั้นตอนนี้เพื่อนๆ ต้องชอบกันอย่างแน่นอน ซึ่งเป็นการหาแบบสวน และ ร่างแบบสวนที่เพื่อนๆ ต้องการ แต่แบบสวนที่เลือกนั้น ควรคำนึงถึงพื้นที่และต้นไม้ที่จะปลูกด้วย เพราะสวนแต่ละแบบก็ย่อมมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป อาทิ

  • สวนแบบไทย มักจะปลูกเป็นพันธุ์ไม้ของไทย ซึ่งอาจบริโภคได้ เช่น หมากพลู มะพร้าว มะม่วง แต่หากเน้นเรื่องความสวยงามก็จะใช้เป็น ไม้ประดับแบบไทยๆ ไม้ดัด และต้นไม้ที่มีกลิ่นหอม พร้อมตกแต่งด้วยภาชนะใช้สอยแบบไทยๆ อย่าง โอ่ง ตุ่มน้ำ เกวียน ล้อเกวียน เป็นต้น
  • สวนบ้าน จะเป็นแบบเรียบง่าย ที่เน้นในเรื่องความสวยงาม และความร่มรื่นเป็นหลัก เพื่อช่วยเพิ่มบรรยากาศภายในบ้านให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น
  • สวนหิน จะเน้นการประดับตกแต่งด้วยหินรูปแบบต่างๆ
  • สวนแขวนลอย สำหรับสวนประเภทนี้ ถือเป็นสวนที่ใช้พื้นที่ค่อนข้างน้อย ซึ่งเป็นสวนที่จัดสูงกว่าพื้น มักจะนำไปแขวนตกแต่งบริเวณต่างๆ ของบ้าน เช่น ขอบหน้าต่าง ศาลา ระเบียง เป็นต้น

5 เทคนิคลวงตา ให้สวนแคบ กลายเป็นสวนกว้าง

การจัดสวนในพื้นที่แคบให้ดูกว้างขึ้นไม่ใช่เรื่องยากเสมอไป โดยเฉพาะรูปแบบบ้านประเภททาวน์โฮม ที่ดูเผิน ๆ อาจทำให้รู้สึกว่าการตกแต่งสวนหน้าบ้านคงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก บอกเลยว่าคิดผิด เพราะต่อให้มีพื้นที่จำกัดแค่ไหนก็มีวิธีจัดสวนให้ดูกว้างขึ้นได้ ซึ่งการจัดสวนนอกจากช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้บ้านแล้ว ยังให้ความรู้สึกสดชื่นผ่อนคลายยามเหนื่อยล้าได้ดีอีกด้วย วันนี้เราจะพามาดูวิธีจัดสวนสำหรับบ้านที่มีพื้นที่จำกัดให้ดูกว้างขึ้นได้ง่าย ๆ ทั้งบ้านทาวน์โฮม บ้านเดี่ยวขนาดเล็ก รวมไปถึงตึกแถวก็สามารถนำไอเดียนี้ไปประยุกต์ใช้ได้

การจัดสวน ลวงตาด้วยสี

การเลือกใช้สีผนังสีอ่อน เป็นหนึ่งวิธีจัดสวนขนาดเล็ก ที่ทำให้ดูกว้างขึ้น ซึ่งการใช้สีอ่อนควรใช้สีที่ดูสว่าง อย่างสีขาว แต่หากกลัวสกปรกง่าย ลองเปลี่ยนมาใช้สีฟ้า เหลือง ม่วงหรือเทาแทน ก็ทำให้สวนดูกว้างเช่นกัน และหากปลูกต้นไม้ที่มีสีเขียวเอาไว้ด้านหน้าของสวน ก็จะยิ่งช่วยทำให้สวนดูโปร่งโล่งสบายตาและดูกว้างขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้สีเข้มบนผนังด้านใดด้านหนึ่งบนผนังก็จะให้ความรู้สึกว่าพื้นที่ลึกกว่าความเป็นจริงได้ด้วย

การจัดสวน ลวงตาด้วยการจัดวางองค์ประกอบ

วิธีจัดสวน ที่แคบให้ดูกว้างขึ้นต้องคำนึงถึงการจัดวางองค์ประกอบของสวนด้วย เพราะสวนที่มีขนาดเล็กไม่ควรที่จะมีต้นไม้มากเกินไป แต่ควรที่จะมีพื้นที่โล่งและเรียบที่สุด โดยการปลูกต้นไม้ชิดริมหรือจัดต้นไม้ให้อยู่บริเวณรอบ ๆ โดยพื้นที่ตรงกลางสามารถทำเป็นสนามหญ้า พื้นกรวด หรือปูอิฐก็ได้ เพื่อให้สะดวกต่อการใช้งานหรือพักผ่อน

เชื่อมต่อพื้นที่สวนและพื้นที่ในบ้าน

อีกหนึ่งวิธีจัดสวน ให้ดูกว้างคือการเชื่อมต่อพื้นที่ ด้วยการจัดวางมุมพักผ่อนในส่วนให้เชื่อมต่อออกมาจากบ้าน ก็สามารถทำให้พื้นที่ทั้งสองส่วนดูกว้างขึ้น โดยอาจทำเป็นลานเชื่อมออกมา ทำเป็นลานนั่งเล่น ปูด้วยไม้หรือพื้นแข็งก็ได้ มีหลังคาคลุมเพื่อป้องกันแดดหรือฝน และเพิ่มลูกเล่นด้วยการซ่อนไฟหรือปลูกต้นไม้ในจุดสำคัญ พร้อมกับนำเฟอร์นิเจอร์สนามมาวางหรือจะ built-in ขึ้นมาก็สวยไปอีกแบบ เพียงแค่นี้สวนที่ดูแคบของคุณก็จะดูกว้างขึ้นและน่าพักผ่อนขึ้นอีกด้วย

ใช้กำแพงให้มีประโยชน์

วิธีจัดสวน อีกรูปแบบที่ง่ายและสวยงาม อีกทั้งช่วยเพิ่มมิติและลูกเล่นใหม่ ๆ ออกแบบภายใน ให้กับสวนที่บ้าน คือการเปลี่ยนกำแพงในสวนให้มีความสวยงาม ด้วยการนำกระถางต้นไม้มาแขวนบริเวณกำแพง หรือสร้างบล็อกรอบกำแพงแล้วนำต้นไม้มาจัดให้เป็นระเบียบ ก็จะได้สวนที่ดูสวยงามและยังทำให้ดูกว้างขึ้นอีกด้วย ซึ่งเหมาะกับบ้านทาวน์โฮมที่มีพื้นที่จำกัดในการตกแต่งสวน นอกจากช่วยประหยัดพื้นที่แล้ว การจัดสวนโดยการนำต้นไม้ไปแขวนบริเวณกำแพง ยังสามารถช่วยกรองความร้อนและช่วยให้บ้านร่มรื่นขึ้นอีกด้วย

เลือกต้นไม้เพื่อลวงตา

การจัดสวน ให้ดูดีและสวยงาม ต้องมีการกำหนดระยะของสิ่งปลูกสร้าง รวมไปถึงพรรณไม้ที่ช่วยสร้างหลอกตา ให้พื้นที่ที่แคบดูกว้างขึ้น ดังนั้นจึงควรปลูกต้นไม้เป็นแนวยาว เพื่อนำสายตาและทำให้สวนดูลึก โดยเลือกใช้พรรณไม้ที่เป็นไม้ยืนต้นที่มีขนาดเล็กรูปทรงชะลูด ตัดแต่งกิ่งให้เป็นพุ่มเฉพาะ ด้านบนสูง 2 เมตรขึ้นไปเพื่อเปิดระยะด้านบนให้ดู โปร่งตา ช่วยให้สวนดูโล่งสบายและให้ความรู้สึกที่ดูกว้างมากขึ้น

ลวงตา ด้วยวัสดุ

การเลือกใช้วัสดุที่หลากหลายเป็นการช่วยแบ่งพื้นที่ สร้างขอบเขตและสัดส่วนให้ดูกว้างขึ้น โดยเฉพาะวัสดุมันวาว อย่างกระจกใสและกระจกเงา จะช่วยหลอกสายตาให้สวนดูกว้างขึ้น โดยอาจใช้วิธีเปลี่ยนผนังห้องที่เชื่อมต่อกับสวนให้เป็นบานกระจกใส นอกจากทำให้ห้อง ๆ นั้นดูกว้างขึ้นแล้ว ยังทำให้สวนที่ดูแคบกว้างขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้การจัดสวนโดยใช้หินเข้ามาเป็นส่วนประกอบในการจัดสวนหน้าบ้าน จะช่วยเพิ่มความเป็นธรรมชาติ รวมถึงเพิ่มมิติให้กับบ้านและสวนหน้าบ้านได้มากขึ้นด้วย

เรียกได้ว่าการจัดสวนในพื้นที่แคบให้ดูกว้างขึ้น ก็เป็นศิลปะการแต่งบ้านอีกแขนงหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้ นอกจากจะเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้บริเวณบ้านแล้ว ยังเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับผู้อยู่อาศัยขณะพักผ่อนในสวน อีกทั้งยังช่วยให้บ้านน่าอยู่ ดูโปร่งสบายตา   มากขึ้น หวังว่าวิธีจัดสวนที่เรานำมาฝาก จะช่วยแก้ปัญหาให้สวนหน้าบ้านที่ดูแคบของคุณดูไม่น่าอึดอัดอีกต่อไป

แม้พื้นที่ข้างบ้านจะดูเล็กและมีลักษณะแคบยาว แต่เราก็สามารถจัดสรรให้เกิดพื้นที่สวนได้ง่าย โดยแบ่ง พื้นที่สำหรับพักผ่อนหรือนั่งเล่นไว้ในจุดที่เข้าออกได้ง่ายจากตัวบ้าน ซึ่งเป็นวิธีที่ทำให้เรารู้สึกว่าพื้นที่ภายในและภายนอกนั้นดูต่อเนื่องและมีมุมมองที่กว้างขึ้นด้วยการจัดวางพรรณไม้ ทั้งไม้ต้น ไม้พุ่ม รวมไปถึงไม้คลุมดิน ก็ควรไล่ระดับให้เกิดความต่อเนื่องกลมกลืน ไม่รู้สึกถูกบดบังสายตา ทำให้พื้นที่ที่มีอยู่ดูกว้างขึ้นด้วย

สวนในบ้าน

แนวคิดการออกแบบสวน ปี 2020 รับความนิยมสูง กับต้นไม้ที่สามารถฟอกอากาศได้ดี

วันนนี้มาพูดถึงกับการออกแบบ การออกแบบสวน ที่คำนึงถึงความเหมาะสม เรื่องของสภาพอากาศและปัจจัยอื่นๆ อีกมากมาย หากว่าคุณนั้นคิดที่จะมีสวน คุณเองก็ควรศึกษาให้ดี ว่าแบบสวนไหนบ้าง ที่จะเหมาะสมกับสไตล์คุณเอง อย่างเช่น หากคุณนั้นเป็นคนที่มีเวลาว่างน้อย คุณก็ควรจะเลือกการจัดสวน ที่มีต้นไม้แบบตระกลูเฟิร์น เป็นหลัก เพราะไม่จำเป็นต้องดูแล หรือรดน้ำบ่อย ก็สามารถอยู่รอดได้ แถมยังเป็นต้นไม้ ที่กำลังได้รับความนิยมสูง เพราะสามารถฟอกอากาศได้ดี

ต้นไม้ฟอกอากาศ ปลูกง่ายในบ้าน การออกแบบสวน  เพิ่มพื้นที่สีเขียว ดักจับฝุ่น PM 2.5

การปลูกต้นไม้ภายในบ้านหรือภายในคอนโดนั้น นอกจากจะเป็นการช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในบ้าน หรือภายในห้องแล้ว ยังช่วยดักจับฝุ่นละอองต่าง ๆ และยังช่วยฟอกอากาศด้วย โดยเฉพาะ 9 ต้นไม้ฟอกอากาศ ที่ปลูกง่าย ภายในบ้านคุณ

ในอากาศมีอะไรบ้างที่ไม่ส่งผลดีต่อร่างกาย

1. ฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5

2. สารระเหยจากเครื่องถ่ายเอกสารหรือเครื่องพิมพ์ ได้แก่ เบนซิน โทลูอีน และโอโซน

3. สารฟอร์มาลดีไฮด์ จากบ้านหรืออาคาร เช่น เฟอร์นิเจอร์ใหม่ ไม้อัด บอร์ด สี พลาสติก รวมถึงปูน

4. ก๊าซพิษต่าง ๆ เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ คาร์บอนมอนนอกไซด์ ไนโตรเจนออกไซด์

ต้นไม้ฟอกอากาศมีลักษณะอย่างไร

จากข้อมูลของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะนำว่า การปลูกต้นไม้เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการดักจับสารพิษในอากาศ และสามารถป้องกันฝุ่นละออง เพราะส่วนต่าง ๆ ของต้นไม้ โดยเฉพาะใบ สามารถช่วยดักฝุ่นได้ดี ซึ่งฝุ่นละอองที่ลอยอยู่บนอากาศจะผ่านต้นไม้ติดค้างอยู่บนผิวใบ

โดยพืชตระกูลสนจะช่วยดักจับฝุ่นได้ เพราะโครงสร้างของใบมีความละเอียดซับซ้อน แต่หากเป็นไม้เลื้อยจะดักจับฝุ่นได้มากกว่าไม้อื่น เพราะมีพื้นผิวใบมากกว่าต้นไม้อื่น ด้วยลักษณะใบที่เรียวเล็ก ชื้น หยาบ มีขน หรือผิวใบที่เหนียวจะทำให้ฝุ่นเกาะติดใบได้ดี ส่วนลำต้น กิ่งก้านที่มีโครงสร้างพันกันอย่างสลับซับซ้อนมีส่วนช่วยดักจับฝุ่นได้เช่นกัน

จัดสวนด้วยตัวเอง เพิ่มพื้นที่สีเขียว การออกแบบสวน
จัดสวนด้วยตัวเอง เพิ่มพื้นที่สีเขียว การออกแบบสวน

ต้นไม้ฟอกอากาศที่ควรปลูกในบริเวณบ้าน

ต้นไม้ที่ควรปลูกบริเวณบ้าน อาทิ ไทรเกาหลี คริสตินา โมก ตะขบ การเวก พวงครามออสเตรเลีย อโศกอินเดีย และสนฉัตร แต่ไม่ควรปลูกไม้ผลัดใบเพราะบางช่วงไม่มีใบดักจับฝุ่น ก่อนปลูกจึงต้องเลือกชนิดต้นไม้ให้เหมาะสมกับสภาพหรือบริเวณที่จะปลูก

ต้นไม้ฟอกอากาศที่ควรปลูกในบ้าน
สำหรับไม้ประดับภายในอาคารหรือในบ้านที่สามารถปลูกได้ง่าย ที่ช่วยฟอกอากาศและดูสารพิษ มีดังนี้

1. พลูด่าง
ต้นพลูด่าง เป็นต้นไม้ฟอกอากาศและเสริมสิริมงคล
พลูด่าง เป็นพืชไม้เลื้อยที่ปลูกง่ายมาก และใช้เวลาในการเจริญเติบโตไม่นาน ลำต้นทนทานต่อสภาพอากาศในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี ถือเป็นไม้มงคลที่นิยมปลูกในบ้านเพราะเชื่อว่าจะช่วยให้ชีวิตราบรื่นเป็นสุข มีคนมารักมีคนมาหลง
นอกจากนี้ยังสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 75% และยังสามารถคายก๊าซออกซิเจนในเวลากลางวัน ได้ถึง 100% จึงเหมาะสำหรับการนำมาปลูกภายในบ้านเป็นต้นไม้ฟอกอากาศชั้นดี
วิธีการดูแลรักษาพลูด่าง เนื่องจากพลูด่างปลูกได้หลายวิธีตามสายพันธุ์ แต่โดยรวมเป็นพืชที่ไม่ต้องการแสงมากนักจึงเหมาะกับการปลูกในอาคาร หากปลูกบนดินควรรดน้ำ 3 ครั้งต่อวัน หากปลูกในน้ำควรเปลี่ยนน้ำเดือนละครั้ง

2. ลิ้นมังกร
ลิ้นมังกร อีกหนึ่งต้นไม้ฟอกอากาศที่ปลูกง่าย
ลิ้นมังกร หรืออีกชื่อหนึ่งคือหอกพระอินทร์ เป็นอีกหนึ่ง ไม้ประดับที่ปลูกและดูแลรักษาได้ง่าย รวมทั้งยังมีคุณประโยชน์หลากหลาย และมีความพิเศษกว่าต้นไม้พันธุ์อื่น เนื่องจากเป็นพืชที่คายก๊าซออกซิเจนในเวลากลางคืน แต่จะคายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในตอนกลางวัน จึงเหมาะสำหรับการปลูกในห้องนอน นอกจากนี้ยังเป็นต้นไม้ฟอกอากาศให้ปราศจากฝุ่นละลองอีกด้วย
วิธีการดูแลรักษาลิ้นมังกรนั้นง่ายมาก เพราะขึ้นชื่อเรื่องความทนทายาดเป็นอย่างมาก สามารถปลูกในพื้นที่ที่แดดแรงจัดได้ แต่ห้ามรดน้ำมากเกินไป อาจจะเพียงวันเว้นวัน และไม่ให้แฉะจนเกินไป เพราะอาจทำให้ต้นไม้ตายได้

3. ว่านหางจระเข้
ว่านหางจระเข้ นอกจากช่วยฟอกอากาศยังมีสรรพคุณหลากหลาย
ว่านหางจระเข้ ต้นไม้ฟอกอากาศ ไม้ประดับมากสรรพคุณที่นอกจากจะใช้ดูแลรักษาแผลผุพองได้ดีจนถึงใช้ประโยชน์ในเรื่องความสวยความงามแล้ว ยังเป็นไม้ประดับที่สามารถปลูกในห้องนอนได้เนื่องจากเป็นพืชที่คายก๊าซออกซิเจนในเวลากลางคืน นอกจากนี้ยังช่วยฟอกอากาศในบ้านให้ปราศจากฝุ่น รวมถึงมีประสิทธิภาพในการดูดสารพิษจำพวกฟอร์มาลดีไฮด์ ซึ่งพบในสารเคลือบต่าง ๆ ทั้งยาทาเล็บ ยาเคลือบเฟอร์นิเจอร์ และสีทาบ้าน
วิธีการดูแลรักษาว่านหางจระเข้ ควรตั้งในพื้นที่ที่มีแดดอย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อวัน ควรระวังเรื่องการรดน้ำปริมาณมากเกินไป และทำให้น้ำขัง เพราะจะทำให้ต้นเน่าและตายได้

4. เดหลี
เดหลี นอกจากจะมีดอกสวยงามแล้ว ยังเป็นต้นไม้ฟอกอากาศด้วย
ต้นเดหลีเป็นไม้ล้มลุก ที่มีจุดเด่นทั้งเรื่องกลิ่นหอมและยังมีดอกสวยงาม โดยต้นเดหลีเหมาะจะเป็นต้นไม้ฟอกอากาศที่นำมาปลูกในบ้านเนื่องจากมีความสามารถในการดูดซับสารพิษในบ้านได้ด้วย โดยช่วยดูดสารพิษประเภทกาว อะซิโตนซึ่งมีอยู่ในเครื่องสำอาง น้ำยาทาเล็บ น้ำยาลบคำผิด สารไตรคลอโรเอทีลีน ซึ่งมีอยู่ในเครื่องพิมพ์ เครื่องถ่ายเอกสาร เตาแก๊ส น้ำยาเคลือบเงาไม้ รวมทั้งเบนซินและฟอร์มาลดีไฮด์
วิธีการดูแลรักษาเดหลี ควรรดน้ำเป็นประจำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ให้เพียงหน้าดินชุ่ม ควรตั้งอยู่ในพื้นที่ที่แสงรำไร และอากาศไม่ร้อนมาก

5. กล้วยไม้
กล้วยไม้ ไม้ประดับยอดนิยมที่ช่วยฟอกอากาศภายในบ้าน
กล้วยไม้นอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามแล้ว ยังมีความพิเศษกว่าต้นไม้ชนิดอื่นตรงที่เป็นต้นไม้ฟอกอากาศด้วย โดยกล้วยไม้มีความสามารถในการดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถคายก๊าซออกซิเจนได้ในปริมาณมากในแต่ละวัน
โดยเฉพาะกล้วยไม้สกุลหวาย สามารถดูดไอระเหยจากสารเคมีจำพวกแอลกอฮอล์ อะซิโตน ฟอร์มาลดีไฮด์ และคลอโรฟอร์มจากอากาศได้ดีเป็นพิเศษด้วย
วิธีการดูแลรักษากล้วยไม้ ควรตั้งหรือแขวนไว้ในพื้นที่ที่มีแดดรำไร และรดน้ำเพียงวันละ 1 ครั้งก็เพียงพอ

6. เยอบีร่า
เยอบีร่า มีดอกสวยงาม และช่วยฟอกอากาศ
เยอบีร่าเป็นไม้ประดับที่มีขนาดเล็กและออกดอกสวยงาม เหมาะกับการนำมาประดับตกแต่งห้องต่าง ๆ  ออกแบบบ้าน ภายในบ้านหรือคอนโด ซึ่งนอกจากจะให้ความสวยงามแบบเฉพาะตัวแล้ว ยังเป็นต้นไม้ฟอกอากาศ ช่วยดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ทำให้อากาศสดชื่นตลอดวัน
วิธีการดูแลรักษาเยอบีร่า ทำได้ง่าย ๆ เพียงตั้งทิ้งไว้ในที่ที่มีแดด และรดน้ำปานกลาง อย่าให้แฉะจนเกินไป

7. เบญจมาศ
เบญจมาศ ไม้ดอกที่นอกจากจะใช้ประดับห้องแล้ว ยังช่วยฟอกอากาศด้วย
รู้หรือไม่ว่าเบญจมาศคือ ไม้ดอกที่มีความต้องการทางเศรษฐกิจมากที่สุดเป็นอันดับสองของโลก รองจากกุหลาบ เบญจมาศโดยเฉพาะส่วนของดอกจะมีรูปลักษ์ภายนอกและสีได้หลายแบบตามสายพันธุ์ จุดเด่นของเบญจมาศคือเป็นต้นไม้ฟอกอากาศที่เป็นมลพิษ อย่างกลิ่นจากสีทาบ้าน กาว พลาสติก และผงซักฟอก ให้กลายเป็นอากาศบริสุทธิ์ได้
วิธีการดูแลรักษาต้นเบญจมาศ แค่วางให้โดนแสงแดด เช่น ริมหน้าต่าง และหมั่นรดน้ำเป็นประจำ เนื่องจากเบญจมาศเป็นพืชที่ต้องการน้ำมาก เพราะใบมีการคายน้ำสูง

8. เสน่ห์จันทร์แดง
เสน่ห์จันทร์แดง ไม้มงคล ที่ช่วยฟอกอากาศด้วย
เสน่ห์จันทร์แดง ไม้ประดับที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงาม เนื่องจากมีใบเป็นรูปหัวใจ มีสีเขียวตัดกับสีแดงเข้มของก้านใบ มีความสามารถดีเยี่ยมในการเป็นต้นไม้ฟอกอากาศ โดยช่วยดูดสารพิษจำพวกแอมโมเนีย นอกจากนี้ยังเป็นไม้มงคลที่นิยมปลูกภายในบ้านเพื่อเสริมสิริมงคลในด้านของโชคแก่ผู้อยู่อาศัย
วิธีการดูแลรักษาเสน่ห์จันทร์แดง เนื่องจากเป็นพันธุ์ไม้ที่ไม่ค่อยทนทานจึงต้องประคบประหงมกันสักหน่อย โดยต้องให้ความชุ่มชื้นอยู่เสมอ และอย่าให้โดนแสงแดดมาก ควรใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกผสมน้ำรดเดือนละครั้ง

9. เศรษฐีเรือนใน
เศรษฐีเรือนใน อีกหนึ่งไม้มงคลที่ช่วยเรื่องฟอกอากาศภายในบ้าน
เศรษฐีเรือนในเป็นไม้ประดับที่มักนิยมปลูกในบ้านเนื่องจากเชื่อว่าเป็นสิริมงคล เสริมโชคลาภและป้องกันภัยให้กับผู้อยู่อาศัย นอกจากนี้ยังขึ้นชื่อเรื่องการเป็นต้นไม้ฟอกอากาศ โดยช่วยดูดสารพิษอย่างฟอร์มาลดีไฮด์ รวมถึงคาร์บอนมอนอกไซด์และไซลีน ซึ่งเป็นสารสำคัญในอุตสาหกรรมพลาสติกและใยสังเคราะห์ และพวกทินเนอร์ แลคเกอร์ กาว สีทาบ้าน ยาทาเล็บ และยาล้างเล็บ
วิธีการดูแลรักษาเศรษฐีเรือนใน ง่ายมาก เพราะเป็นพืชที่ขึ้นชื่อว่าดูแลรักษาง่าย แตกหน่อออกง่าย ขอเพียงตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ และรดน้ำพอประมาณอย่าให้น้ำขัง

ปัญหาจากต้นไม้ข้างบ้านรุกล้ำจัดการอย่างไร

ความเชื่อเดิม ๆ มักบอกกันว่าการปลูกต้นไม้ภายในห้องนอนเป็นอันตราย เนื่องจากในเวลากลางคืนต้นไม้ส่วนใหญ่จะคายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา แต่จริง ๆ แล้วปริมาณของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ต้นไม้ส่วนใหญ่คายออกมานั้นมีน้อยมาก เมื่อเทียบกับปริมาณที่มนุษย์หรือสัตว์เลี้ยงปล่อยออกมา

สวนส่วนใหญ่ที่แต่ละบ้านมีกัน

1.สวนในเมือง
ต่อให้ความจริงแล้ว บ้านคุณจะไม่มีแม้แต่สนานหญ้าก็ตาม ในเมืองอยากจะมีสวน คุณก็สามารถทำได้ เพียงแค่เริ่มจากการหากระถางสวยๆ และหาซื้อพันธุ์ดอกไม้หลายสีมาปลูก เท่านี้คุณก็สวยที่มีดอกไม้ล้อมรอบแล้ว เพิ่มชุดเฟอร์นิเจอร์สักหน่อย ก็จะกลายเป็นมุม ที่ทำให้คุณเพลินดเพลินกับธรรมชาติง่ายๆ ถึงแม้ว่าบ้านจะเป็นคอนโดสูงก็ตาม

2.สวนแบบแขวน
ไอเดียสุดฮิต สำหรับใครหลายคนที่ต้องการจะมีสวน แต่ไม่มีพื้นที่ในการปลูก ไอเดียการจัดสวนแบบแขวนก็ไม่ใช้เรื่องที่เลวร้ายเสมอไป การเลือกพันธ์ไม้สำหรับการจัดสวนนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องคิดให้มากกว่าปกติ เพราะว่าจะต้องเลือกที่มีน้ำหนักเบา ไม่ต้องดูแลรดน้ำบ่อยๆ หรือเป็นตระกูลต้มไม้ที่สามารถอยู่รอดได้เพียงการพรมน้ำเบาๆ เท่านั้น เพราะหากคุณมีไอเดียสวนแขวนอยู่ภายในบ้าน คงไม่มีใครอยากเช็ดพื้นที่เปียกจากการรดน้ำต้นไม้บ่อยๆแน่นอน

3.ง่ายๆแต่ดี
สำหรับใครที่กำลังมีความคิด อยากจัดสวนบนดาดฟ้า เพราะเบื่ออากาศแย่ๆในเมืองกรุง แต่ก็ไม่รู้ว่าต้องเริ่มจากตรงไหน ก็ลองเริ่มจาก ออกจากบ้าน ตรงไปที่ร้านดอกไม้ เลือกกระถางรูปทรงที่เราชอบ ซื้อดินที่เหมาะกับการเพราะปลูก สอบถามพันธุ์ไม้ที่เหมาะแก่การปลูกในเมือง บนดาดฟ้า แนะนำว่าให้เลือกแบบที่ไม่ต้องปลูกเอง หากเป็นคนที่มีเวลาว่างน้อย ก่อนจะกลับมาจัดมุมสวนเล็กๆ บนดาดฟ้าตามที่เราต้องการ เพิ่มเก้าอี้สักตัว หากระจกเก่าๆสักบานมาพิงไว้ เท่านี้ก็ได้สวนเก๋ๆ สำหรับพักผ่อนแล้ว

4.สวน หลังบ้าน แบบเอาท์ดอร์ หรือข้างนอก
พื้นที่ outdoor เปรียบเสมือนพื้นที่ดินเนอร์นอกบ้านดีๆนี้เอง แต่การจะจัดสวนให้เข้ากับพื้นที่ ก็ต้องมีการจัดมุมกันสักเล็กน้อย หากว่าคุณนั้นเป็นสายปาร์ตี้ปิ้งย่าง สิ่งที่ต้องคำนึงถึงก็คือ พื้นนั้นเอง เราขอแนะนำว่าให้เลือกพื้นที่เป็นกรวด ดีกว่าพื้นหญ้า เพราะป้องกันการเสียหายจากความร้อนจากถ่านเตาปิ้งย่างได้ คงไม่มีใครอยากจะปลูกหญ้าบ่อยๆหรอกนะ

5.การประดิษฐ์ขึ้นมาเอง กระป๋องเก่า
ประหยัดเงินในการปลูกต้นไม้ง่ายๆ โดยเปลี่ยนกระถางต้นไม้ เป็นกระป๋องเก่าๆที่ไม่ได้ใช้แทน นอกจากจะเพิ่มเสน่งห์แล้ว ก็ยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าของคุณได้อีกด้วย

6.ทางเดินในฝัน
เพิ่มความเพลิดเพิลนในสวนให้มากขึ้น ด้วยการสร้างทางเดินที่สวยงามขึ้นมา เพียงแค่มีกรวดและไม้ วางสลับการไปมา ทางเดินที่เคยดูจืดชืด ก็จะกลายเป็นทางเดินที่สวยงามทันที ตกแต่งด้านข้างทางเดิน ด้วยต้นไม้พุ่มเตี้ย หลากหลายสายพันธุ์ ก็สามารถเพิ่มเสน่งห์ของทางเดินได้

7.สวนเตี้ยยกระดับ
หากเรานึกถึงสวน ส่วนมากนั้นก็จะนึกถึงต้นไม้ที่ต้องปลูกกับพื้นดินอย่างแน่นอน แต่ครั้งนี้เราจะแวกมันออกไป เพราะว่าต้นไม้นั้นไม่จำเป็นต้องปลูกติดกับพื้นดินเสมอ เพราะว่าเราสามารถยกมันหนี้จากพื้นดินได้ แถมยังเป็นไอเดียดีๆสำหรับการจัดสวนอีกด้วย

8.แยกเป็นสัดส่วน
หลายคนนั้นชอบที่จะทานอาหารนอกบ้านมากกว่าในบ้าน แต่การจะนำชุดโต๊ะอาหารไม่ตั้งไว้กลางสวน ก็กลัวว่าพื้นหญ้าสวยๆนั้นจะพัง เราก็ขอแนะนำให้แยกโซน วิธีง่ายๆ ที่ทำให้การทานอาหารของคุณ ไม่ส่งผลกระทบต่อสวนน้อยแสนน่ารักของคุณ

9.เรียบแต่หรู
ถึงแม้ว่าจะเป็นการออกแบบสวยแบบง่ายๆ แต่พอมองแล้วมันก็ดูดี จนอยากลองไปทำตามเลยละ เพราะความจริงแล้วการจัดสวน นั้นไม่ตำเป็นต้องจ่ายเงินมากเกินความจำเป็น เพียงแค่เรารู้วิธีสวนแสนสวย ก็ไม่ได้แพงเสมอไป

10.สวนหิน
เพิ่มเสน่งห์ ของสวนต้นไม้ง่ายๆ ด้วยก้อนหิน เมหมือนการใส่ลูกเล่นเพิ่มเข้าไปในสวนด้วยก้อนหินก็ไม่เชิง เพราะการนำหินเข้ามามีส่วนร่วมในสวนด้วย ก็ทำให้สวนนั้นดูนาดึงดูดไปอีกแบบ แทนที่จะมองไปตรงจุดไหนก็เจอแต่ต้นไม้ ลองแซงหินเข้าไปในบ้างส่วน ก็จะสามารถทำให้สวนนั้นดูลื่นตามากกว่าเดิม