สืบชู้สาว เรื่องง่าย ๆ และ สืบธุรกิจ นักสืบเอกชน

หากต้องการหาคนหายกับนักสืบเอกชน ขั้นตอนการเตรียมเอกสาร

แนวทาง ขั้นตอน สำหรับในการ แจ้งเหตุคนหาย รวมทั้ง การเตรียมเอกสาร การแจ้งความ คนหาย หมายถึง การเข้าหาตำรวจ เพื่อแจ้งเหตุ กรณีคนหาย กับพนักงานที่มีหน้าที่สอบสวน เพื่อลงรายงาน บันที่กประจำวัน ไว้เพื่อเป็นหลักฐานรวมทั้ง เพื่อเป็นการดำเนิน ตามขั้นตอน สำหรับการค้น ของะเบียบการตำรวจ เกี่ยวกับคดี เรื่อง คนหาย พลัดหลง ต่อไป

ข้อแนะนำก่อนการไปแจ้งความคนหายที่สถานีตำรวจ
ครอบครัวคนหาย จะต้องตรวจสอบข้อมูล ให้ชัดเจนก่อน เพื่อเป็นการยืนยันว่า คนหาย ได้หายออกจากบ้านจริง ๆ โดยไม่มีกรณีสงสัยว่า ติดธุระ หรือ ไปที่อื่น ซึ่งเป็นเหตุ ทำให้กลับบ้านผิดเวลา ควรตรวจสอบ จากเพื่อนสนิท หรือ คนที่คิดว่า จะทราบความเคลื่อนไหว ของผู้หาย เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะขาดการติดต่อไป นักสืบ
ควรตรวจสอบทรัพย์สิน ของมีค่า หรือ สิ่งของสำคัญ ของผู้หาย ว่า ได้มีการนำติดตัว ไปด้วยหรือไม่ ตรวจสอบว่า มีการเก็บเสื้อผ้า หรือ ทิ้งหลักฐานอื่น ๆ ไว้หรือไม่ เช่น จดหมายสั่งลา ฯลฯ เพื่อเป็นข้อมูล และ พยานหลักฐาน ในการยืนยันว่า ผู้หาย ไปหายออกจากบ้านไปจริง ๆ
ควรเรียงลำดับ เหตุการณ์ ทั้งหมด ที่เกิดขึ้น ก่อนการหายไป และ เหตุการณ์ นักสืบ ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง กับการหายไป โดยทางครอบครัว อาจจะเขียนลำดับเหตุการณ์ ลงในกระดาษ เพื่อจะได้ง่าย ต่อการเรียงลำดับ เหตุการณ์ อย่างเป็นขั้นเป็นตอน และ จะได้เห็นภาพอย่างชัดเจน

ขั้นตอนการแจ้งความคนหายที่สถานีตำรวจ
เข้าพบพนักสอบสวน เพื่อบอกเล่ารายละเอียด และ สอบปากคำ ผู้แจ้ง เกี่ยวกับข้อมูล ของคนหาย
เสมียนประจำวัน จะลงบันทึกประจำวัน
พนักงานสอบสวน จะทำการมอบสำเนา บันทึกประจำวัน ให้แก่ผู้แจ้ง (ในกรณีที่ พนักงานสอบสวน ไม่ได้มอบ สำเนาบันทึกประจำวันให้ ผู้แจ้งความ ต้องร้องขอ)
ขอชื่อ และ หมายเลขโทรศัพท์มือถือ ของพนักงานสอบสวน ที่รับแจ้งความไว้ด้วย สำหรับการประสานงาน เพื่อสอบถาม ความคืบหน้า
กรณีตำรวจไม่มอบสำเนาบันทึกประจำวัน

การแจ้งความ คนหาย ในทุก ๆ กรณี ไม่ว่าจะมีความเกี่ยวเนื่อง กับคดีอาญา ด้วยหรือไม่ พนักงานสอบสวน ที่รับแจ้งความ มีหน้าที่ จะต้องส่งมอบ ให้สำเนาบันทึกประจำวัน เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน กับผู้แจ้งด้วยทุก ๆ ครั้ง ผู้แจ้งความ จึงมีสิทธิ์ ในการเรียกรับ สำเนาบันทึกการแจ้งความ ด้วยทุกครั้ง

หากผู้แจ้งความไม่ได้รับสะดวกในการแจ้งความคนหาย ผู้แจ้งควรไปดำเนินการร้องทุกข์กับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในระดับรองผู้กำกับการขึ้นไปในสถานีตำรวจนั้นๆ เพื่อให้ได้รับความสะดวกในการแจ้งความ

แจ้งความคนหายที่สถานีตำรวจไหนได้บ้าง
สถานีตำรวจท้องที่ ที่เกิดเหตุ หรือ ท้องที่ ที่พบผู้หาย ครั้งสุดท้าย
สถานีตำรวจท้องที่ ภูมิลำเนาของผู้หาย
สถานีตำรวจทุกแห่ง ที่คาดว่าผู้หาย จะอยู่ในท้องที่ ดังกล่าว
สถานีตำรวจท้องที่ซึ่ง เป็นภูมิลำเนา ของครอบครัวผู้หาย
ระยะเวลาที่สามารถแจ้งความคนหายได้ แจ้งเหตุคนหาย
ระยะเวลาที่สามารถแจ้งความคนหายได้ แจ้งเหตุคนหาย

ระยะเวลาที่สามารถแจ้งความคนหายได้ แจ้งเหตุคนหาย
ปัญหาที่ครอบครัวคนหาย มักจะพบเสมอ ในการแจ้งความ คนหาย ที่สถานีตำรวจ คือ การที่เจ้าหน้าที่ จะปฏิเสธการรับแจ้งความ โดยอ้างเหตุผลว่า คนหาย ยังหายไป ไม่ถึง 24 ชั่วโมง จึงไม่สามารถ รับแจ้งความ ดังกล่าวไว้ได้ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ อาจจะใช้ดุลพินิจ ในการไม่รับแจ้งความได้

ในกรณีที่ ไม่สมควรแก่เหตุ เช่น การกลับบ้านคลาดเคลื่อน จากเวลาปกติ ที่เคยกลับ เพียง 2 ถึง 3 ชั่วโมง ยังไม่มีเหตุผลเพียงพอ ที่จะรับแจ้งความ เนื่องจาก ผู้หายอาจจะติดธุระ หรือไม่ก็อาจจะมีเหตุจำเป็น เรื่องอื่น ๆ จึงทำให้กลับบ้านล่าช้ากว่าเวลาปกติ เป็นต้น

ดังนั้น การแจ้งความคนหาย จึงสามารถแจ้งได้ตลอดเวลา ไม่จำเป็นจะต้องรอให้คนหาย ครบ 24 ชั่วโมง แต่อย่างใด อีกทั้ง ถ้าหากเป็นเคส กรณีเร่งด่วน เช่น เด็ก คนชรา หรือ ผู้ป่วย ที่มีอาการทางสมอง ได้หายออกจากบ้านไป สามารถเข้าแจ้งความ ได้ทันที เพื่อขอความช่วยเหลือ จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้อย่างทันท่วงที

บุคคลที่มีสิทธิ์ไปแจ้งความคนหาย
บุคคลที่มีสิทธิ์ ในการแจ้งความคนหาย ที่สถานีตำรวจ ตามระเบียบการ ตำรวจ เกี่ยวกับคดี เรื่องคนหาย พลัดหลง และประมวลวิธี พิจารณา ความอาญา คือ บุคคล ดังต่อไปนี้

– ผู้บุพการี ได้แก่ บิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยาย
– ผู้สืบสันดาน ได้แก่ ลูก หลาน เหลน
– ผู้แทนโดยชอบธรรม หรือ ผู้อนุบาล ของผู้เยาว์ หรือ ผู้ไร้ความสามารถ
– สามี ภรรยา ที่จดทะเบียนสมรส กันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
– บุคคลอื่น ๆ อาจจะไปแจ้งความคนหายได้ เช่น นายจ้าง หรือ ผู้ที่ดูแลบุคคลนั้นอยู่ เป็นต้น
หมายเหตุ : กรณีคนหาย มาเรียน หรือ ทำงาน ในจังหวัดอื่น ๆ ตามลำพัง เพื่อน หรือ นายจ้าง ของผู้หาย ควรแจ้งให้ทางครอบครัว ของผู้หาย รับทราบ เพื่อให้ครอบครัว ของผู้หาย ไปเข้าแจ้งความ ที่สถานีตำรวจ ในภูมิลำเนา ของผู้หาย

เอกสารที่ต้องเตรียมไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ

เอกสารของผู้แจ้ง

– บัตรประจำตัวประชาชน หรือ
– บัตรประจำตัวข้าราชการ หรือ
– หนังสือเดินทาง (กรณีเป็นชาวต่างชาติ)
– สำเนาทะเบียนบ้าน

เอกสารเกี่ยวกับคนหาย

– สำเนาบัตนประจำตัวประชาชน
– สำเนาทะเบียนบ้าน
– ภาพถ่ายคนหาย (ภาพที่ถ่ายไว้ล่าสุด , สามารถมองเห็นหน้าตาได้ชัดเจน)
– ใบสำคัญทางราชการอื่น ๆ (ถ้ามี)

กฎหมายทวงหนี้

กฎหมายการทวงหนี้อย่างไรบ้างข้อควรรู้ เจ้าหนี้และลูกหนี้

รวมเรื่องที่คุณควรรู้ สำหรับเจ้าหนี้ ลูกหนี้ เกี่ยวกับ กฎหมายการทวงหนี้ เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ นั้นไม่เข้าใคร ออกใคร มักจะสร้างปัญหาวุ่นวายใจ ให้กับใครหลาย ๆ คน โดยเฉพาะ เรื่องของการยืมเงิน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเจ้าหนี้ หรือฝ่ายลูกหนี้ก็ตาม หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่ทำการชำระหนี้ ตามกำหนด และตามที่ได้ตกลง ผ่อนปรนกันไม่ได้ ก็มักจะเกิดการทวงหนี้ ตามมานั่นเอง

ซึ่งกฎระเบียบ และรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการทวงหนี้นั้น ได้ถูกกำหนดไว้ในกฎหมายทวงหนี้ ถือเป็นเรื่องที่ ลูกหนี้ และเจ้าหนี้ ควรรู้ไว้ การทวงหนี้ ไม่ได้หมายถึง การทวงหนี้ระหว่างบุคคล เพียงเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงหนี้อื่น ๆ ด้วย เช่น หนี้ธนาคาร หนี้บัตรเครดิต หนี้ผ่อนชำระรถยนต์ เงินกู้ ฯลฯ แม้กระทั่ง การเล่นการพนัน ก็ถือได้ว่า เป็นหนี้อีกรูปแบบหนึ่ง รับทวงหนี้

บ่อยครั้งที่ผ่านมา ได้มีเจ้าหนี้บางประเภท ที่มีการทวงถามหนี้ กับทางลูกหนี้ แบบละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ของลูกหนี้ โดยใช้ถ้อยคำ ที่เป็นความอย่างรุนแรง การคุกคาม โดยการขู่เข็ญ การใช้กำลังประทุษร้าย หรือการทำให้เสียชื่อเสียง รวมถึงการให้ข้อมูลเท็จ และการสร้างความเดือดร้อน รำคาญ ให้แก่บุคคลอื่น

ที่เรามักจะเห็นข่าว การทวงหนี้ด้วยวิธีที่รุนแรง และไม่เป็นธรรม หรือในกรณีที่เรา ต้องการจะทวงหนี้จากผู้อื่น และผู้อื่นจะมาทวงหนี้จากเรา จริง ๆ แล้วจำเป็นต้องดำเนิน ไปตามหลักของกฎหมาย การทวงหนี้ เพื่อไม่ให้ขัดต่อกฎหมาย โดยมีรายละเอียดต่าง ๆ ที่ควรรู้ไว้ ก่อนจะเป็นลูกหนี้ หรือเจ้าหนี้ มีดังนี้

รายละเอียดการทวงหนี้
1. ความหมายของ “ลูกหนี้” และ “ผู้ทวงถามหนี้”
ลูกหนี้ คือ บุคคลธรรมดา ที่เป็นลูกหนี้ รวมไปถึง ผู้ค้ำประกัน ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาด้วยเช่นกัน
ผู้ทวงถามหนี้ คือ เจ้าหนี้ เป็นผู้ที่ให้สินเชื่อ ผู้ประกอบธุรกิจ ตามกฎหมายว่าด้วย การคุ้มครองผู้บริโภค ผู้ที่จัดให้มีการเล่นการพนัน เป็นปกติธุระ ตามกฎหมายว่าด้วย การพนัน และเจ้าหนี้อื่น ๆ ไม่ว่าหนี้ดังกล่าวนั้น จะเป็นหนี้ ที่ว่าชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่ก็ตาม
หมายเหตุ : ผู้ทวงถามหนี้ หรือเจ้าหนี้ ไม่จำเป็นจะต้องเป็นบุคคลเท่านั้น สามารถเป็น ตัวแทนของนิติบุคคล ในนามของ บริษัทสินเชื่อ , ประกัน , ธนาคาร หรืออื่น ๆ ก็ได้เช่นกัน

2. ยืมเงินจำนวนเท่าไร จึงจะต้องทำหนังสือกู้ยืมเงิน
หากมีการยืมเงิน ตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไป สามารถทำหนังสือ สัญญากู้ยืมได้ โดยจะต้องมีการลงลายมือชื่อ ทั้งเจ้าหนี้ และลูกหนี้ด้วย ซึ่งถ้าหากเกิดผิดสัญญาการชำระหนี้ ก็สามารถนำไปฟ้องร้องได้

3. ยืมเงินผ่านช่องทางออนไลน์ (แชท facebook line) สามารถใช้เป็นหลักฐานฟ้องได้ไหม
การทักขอยืมเงินผ่านช่องทางออนไลน์ แชทเฟส (facebook) หรือแชทไลน์ (line) สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐาน ในการฟ้องร้องได้ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีการทำ หนังสือกู้ยืมเงิน เป็นลายลักษณ์อักษรก็ตาม

4. ถ้าโทรศัพท์ไปทวงหนี้ แต่ลูกหนี้ไม่ได้รับสาย ถือเป็นการทวงหนี้แล้วหรือยัง
หากผู้ทวงถามหนี้ ได้มีการโทรศัพท์ไปหาลูกหนี้ แต่ทางลูกหนี้ ไม่ได้รับสาย หรือกดวางสาย ก่อนจะมีการพูดคุย ถือว่าไม่นับเป็นการทวงหนี้
หากทางผู้ทวงถามหนี้ โทรไปหาลูกหนี้ ลูกหนี้รับสาย แต่มีการพูดคุยกันเรื่องอื่น ที่ไม่ใช่การทวงหนี้ ถือว่าไม่นับเป็นการทวงหนี้
หากผู้ทวงถามหนี้ ทักไปสอบถาม ทางช่องทางออนไลน์ (แชท) แต่ลูกหนี้ ยังไม่ได้เปิดอ่าน ถือว่าไม่นับเป็นการทวงหนี้
หากผู้ทวงถามหนี้นั้น ทักไปสอบถาม ทางช่องทางออนไลน์ (แชท) ลูกหนี้เปิดอ่านข้อความ แต่ไม่ตอบ ถือว่าเป็นการทวงหนี้แล้ว

5. เจ้าหนี้ สามารถทวงหนี้ได้วันละกี่ครั้ง
กฎหมายทวงหนี้ใหม่ ได้กำหนดไว้ว่า ให้เจ้าหนี้ สามารถทวงหนี้ ได้ไม่เกินวันละ 1 ครั้ง หากฝ่าฝืน จะมีความผิด โดนโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท แต่ในกรณีที่เพื่อนยืมเงินเพื่อน ทวงหนี้กันเกินวันละ 1 ครั้ง ถือว่าไม่มีความผิด นักสืบเอกชน

6. “เวลาทวงถามหนี้” ควรทวงหนี้เวลาไหน
วันจันทร์ – ศุกร์ เวลาทวงหนี้ สามารถทวงได้ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 20.00 น.
วันเสาร์ – อาทิตย์ , วันหยุดราชการ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ สามารถทวงหนี้ได้ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 18.00 น.
หมายเหตุ : หากเจ้าหนี้ ฝ่าฝืนเวลาทวงหนี้ มีโทษปรับ 100,000 บาท และต้องทวงหนี้ กับลูกหนี้เท่านั้น หากไปทวงหนี้กับคนอื่น ถือว่าผิดกฎหมาย จะมีโทษจำคุก 1 ปี หรือปรับสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท

กฎหมายคืออะไร  กฎหมายการทวงหนี้
กฎหมายคืออะไร กฎหมายการทวงหนี้

7. การทวงหนี้แบบใด ที่ทางเจ้าหนี้ หรือผู้ทวงถามหนี้ ไม่ควรทำ โดยเด็ดขาด
– ห้ามพูดจาดูหมิ่น
– ห้ามประจาน
– ห้ามข่มขู่
– ห้ามใช้ความรุนแรง
– ห้ามทำร้ายร่างกาย
– ห้ามทำลายทรัพย์สิน ของลูกหนี้ ให้เกิดความเสียหาย
– ห้ามเปิดเผย เรื่องหนี้ของลูกหนี้ ต่อผู้อื่นที่ไม่มีความเกี่ยวข้อง
– ห้ามส่งเอกสาร ที่มีการเปิดผนึก ทางไปรษณีย์ ที่แสดงให้เห็นว่า เป็นจดหมายการทวงถามหนี้ อย่างชัดเจน นักสืบ
– หากทวงถามหนี้อย่างไม่เป็นธรรม

ถ้าหากทวงถามหนี้ โดยไม่เป็นไปตามขั้นตอน ที่กฎหมายได้บัญญัติไว้ ฝ่ายลูกหนี้ สามารถไปแจ้งความ ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ และผู้ทวงถามหนี้ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1-5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท – 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

8. ลักษณะการทวงถามหนี้ ที่ไม่เป็นธรรม

การเรียกเก็บค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่เกินกว่าอัตรา ที่คณะกรรมการกำหนด การเสนอ หรือจูงใจให้ลูกหนี้ ออกเช็ค ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่า ทางลูกหนี้ อยู่ในฐานะ ที่ไม่สามารถ ชำระหนี้ได้ มาตรา 13 พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ.2558

ซึ่งการฝ่าฝืนมาตรา 13 (2) มีโทษทางอาญา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับตามาตรา 39 นักสืบ

นักสืบ

เจาะลึกการเป็นสายสืบคุณภาพ ใครสนใจ ศึกษาข้อมูล

ข้อควรทราบ เกี่ยวกับ กระบวนการ เป็น สายลับ เจาะลึก อาชีพสายสืบ ถ้าหากคุณปรารถณา ที่จะเป็นสายลับ เนื่องจากถูกใจ ติดตาม ความเจริญ ที่น่าเร้าใจ ในข้อบังคับ รวมทั้ง กฎระเบียบ คุณอาจ จำเป็นจะต้อง สำรวจความจริง ก่อนจะก้าว ไปด้านหน้า การที่จะ เป็นสายลับ บางทีอาจ เกิดเรื่อง ที่น่าระที่กใจ แต่ว่าก็จำเป็นต้อง แลกเปลี่ยนกับการ ทำงานมาก มีความทรหดอดทน

และ ใช้เวลานาน หลายชั่วโมง ในการติดตาม โอกาส ในการขาย และ รอการพัฒนา นักสืบ มีสองประเภทหลัก ๆ ได้แก่ นักสืบตำรวจ และ นักสืบเรื่องส่วนตัว หากคุณต้องการ ทราบว่า คุณมีคุณสมบัติ ที่เพียงพอ จะเป็นนักสืบหรือไม่ ให้ทำตามขั้นตอน ดังต่อไปนี้

เจาะลึกการเป็นสายสืบคุณภาพ
เจาะลึกการเป็นสายสืบคุณภาพ

ข้อควรรู้ เกี่ยวกับวิธีการเป็นนักสืบ
1.ตอบโจทย์ความต้องการ ทางการศึกษา
ถ้าคุณ อยากเป็นสายลับ การมีวุฒิบัตร ม.ปลาย หรือ GED เป็น กฎระเบียบ อย่างต่ำ สำหรับ ทั้งสองชนิด แม้กระนั้นหากคุณ ศึกษาต่อ ในระดับที่ถือว่าสูง แลก็เรียนจบ กับผู้ที่มาร่วมงน หรือ แม้กระทั้ง ระดับปริญญาตรี ในสาขาที่เกี่ยวพัน กับงานตำรวจ

เช่น กระบวนการยุติธรรม ทางอาญา กฎหมายอาญา อาชญวิทยามนุษยสัมพันธ์ การพิจารณาคดี นิติวิทยาศาสตร์ รัฐศาสตร์ และ วิธีพิจารณาความอาญา แล้วคุณ จะทำให้ตัวเอง เป็นผู้สมัคร ที่ต้องการมาก ยิ่งขึ้น หลายหน่วยงาน ต้องการหลักสูตร ระดับวิทยาลัย หรือ ระดับวิทยาลัย

– ค้นหาหลักสูตร ปริญญา ที่มีส่วนประกอบ ของการฝึกงาน ซึ่ง จะทำให้คุณ ได้รับประสบการณ์ ในชีวิตจริง มากยิ่งขึ้น
– ในขณะที่คุณ กำลังให้ความรู้ ตัวเอง ดูว่าคุณสามารถ หาภาษา ต่างประเทศ ที่มีประโยชน์ สำหรับชุมชน ของคุณ ได้หรือไม่ เช่น ภาษาสเปน การรู้ภาษาต่างประเทศ เป็นทรัพย์สิน ที่สำคัญ สำหรับหน่วยงาน ในเมือง และ หน่วยงานของรัฐบาลกลาง เป็นจำนวนมาก และ สิ่งนี้ จะช่วยให้คุณ เป็นผู้สมัคร ที่ต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคุณอาศัยอยู่ ในพื้นที่ ที่มักใช้ ภาษาที่สอง

อาชีพสายสืบ  ที่จะเป็นสายลับ
คุณนักสืบ สายลับ เจาะลึก อาชีพสายสืบ

เจาะลึกการเป็น สายสืบคุณภาพ
เจาะลึกการเป็นสายสืบคุณภาพ ใครสนใจ ศึกษาข้อมูลได้ที่นี่เลย

ข้อควรทราบ เกี่ยวกับ กระบวนการ เป็น สายลับ เจาะลึก อาชีพสายสืบ ถ้าหากคุณปรารถณา ที่จะเป็นสายลับ เนื่องจากถูกใจ ติดตาม ความเจริญ ที่น่าเร้าใจ ในข้อบังคับ รวมทั้ง กฎระเบียบ คุณอาจ จำเป็นจะต้อง สำรวจความจริง ก่อนจะก้าว ไปด้านหน้า การที่จะ เป็นสายลับ บางทีอาจ เกิดเรื่อง ที่น่าระที่กใจ แต่ว่าก็จำเป็นต้อง แลกเปลี่ยนกับการ ทำงานมาก มีความทรหดอดทน

และ ใช้เวลานาน หลายชั่วโมง ในการติดตาม โอกาส ในการขาย และ รอการพัฒนา นักสืบ มีสองประเภทหลัก ๆ ได้แก่ นักสืบตำรวจ และ นักสืบเรื่องส่วนตัว หากคุณต้องการ ทราบว่า คุณมีคุณสมบัติ ที่เพียงพอ จะเป็นนักสืบหรือไม่ ให้ทำตามขั้นตอน ดังต่อไปนี้

– การได้รับปริญญา ในวิทยาลัย หรือ ปริญญาตรี จะทำให้คุณ มีเงินเดือน ขั้นเริ่มต้น ที่สูงขึ้นกว่าปกติ

2. มีอายุอย่างน้อย 21 ปี
นี่เป็นข้อกำหนด อีกประการหนึ่ง ในทั้งสองรัฐ ดังนั้น คุณจะไม่สามารถ เป็นนักสืบได้ เมื่อคุณ ออกจากโรงเรียน มัธยมปลาย ในขณะที่ คุณกำลัง รออายุ 21 ปี คุณจะได้รับประโยชน์ จากการฝึกอบรม ที่เกี่ยวข้อง หรือ การศึกษาระดับสูง

3. ตรงตามข้อกำหนด ทางกายภาพ
เมื่อคุณสมัคร เป็นนักสืบ คุณจะต้อง ผ่านการตรวจร่างกาย เพื่อแสดงว่า คุณมีการมองเห็นที่ดี การได้ยิน มีความแข็งแรง และ มีความว่องไว

4. มีบันทึกที่สะอาด
หากคุณ มีความเชื่อมั่น ทางอาญา คุณอาจถูกตัดสิทธิ์ คุณอาจถูกขอให้ เข้ารับการทดสอบ เครื่องจับเท็จ และ ผ่านการสัมภาษณ์หลาย ๆ ครั้ง ดังนั้น โปรดตรวจสอบ ให้แน่ใจว่า คุณซื่อสัตย์ เกี่ยวกับ อดีตของคุณ

5. มีใบขับขี่
คุณจำเป็น ที่จะต้องมี ใบขับขี่ เพื่อเป็นนักสืบ

6.มีคุณสมบัติ ที่คุณต้องการ เพื่อเป็นนักสืบที่ดี
แม้ว่า คุณจะสามารถ พัฒนา คุณสมบัติเหล่านี้ ได้ตลอดอาชีพ การงาน แต่การเริ่มต้น ด้วยคุณสมบัติ ที่ทำให้คุณสมบูรณ์แบบ สำหรับงานนั้น สามารถเพิ่มโอกาส ในการประสบ ความสำเร็จได้ คุณสมบัติบางประการ ที่สำคัญ ต่อความสำเร็จ ในการเป็นนักสืบ มีดังนี้

ความสามารถ ในการทำงาน หลายอย่าง แม้ว่าคุณ จะมุ่งเน้นไปที่ ทีละกรณี แต่คุณ มักจะมีงานหลาย ๆ อย่าง และ เอกสาร มากมาย ที่ต้องทำภายในระยะเวลา อันสั้น ดังนั้น คุณต้องสามารถ จัดการกับงาน ที่หลากหลายได้ ในคราวเดียว
ทักษะการสื่อสาร ที่เหนือกว่า หากคุณต้องการ ตรวจสอบ อาชญากรรม อย่างสุดความสามารถ คุณจะต้อง สามารถพูดคุย กับผู้คน ได้อย่างสบายใจ แต่มั่นคง เพื่อให้แน่ใจว่า คุณจะได้รับข้อมูล ที่ดีที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้
มีทักษะ ในการเขียนที่ดี การเป็นนักสืบ ไม่ใช่แค่ การออกไปภาคสนาม การไล่ล่าความเร็วสูง และ การทำตามโอกาส ในการขาย ที่น่าตื่นเต้น จะต้องมีงานเขียน มากมาย ที่เกี่ยวข้อง และ คุณจะต้องรู้วิธี ที่ดีที่สุด ในการแสดงรายละเอียด เกี่ยวกับ เหตุการณ์ ผ่านการเขียน ที่กระชับ และ เข้าถึงได้
ความอดทน หากคุณต้องการ เป็นนักสืบที่ดี คุณจะไม่สามารถ หมกมุ่นอยู่กับ การไขคดี ได้ทันที นักสืบ อาจใช้เวลา นานหลายเดือน หรือ หลายปี เลยก็ว่าได้ ในการติดตาม ผู้นำ และ งานนักสืบ จำนวนมาก ของคุณ จะนำไปสู่ ทางตัน
การรับรู้ คุณต้องพัฒนา ความสามารถ ในการรับรายละเอียด ทั้งหมด ของสถานที่เกิดเหตุ และ คิดหาข้อมูล ในรูปแบบดั้งเดิม ที่จะช่วยให้คุณ เข้าใกล้การค้นหา วิธีแก้ปัญหา มากขึ้นอีกขั้น

ติดตามพฤติกรรม

5 เครื่องมือสำคัญ ที่ช่วยให้นักสืบพิชิตภารกิจ ประจำนักสืบ

ในวันที่ดินฟ้าอากาศไม่เป็นใจ ท่ามกลางสังคมที่ผู้คนหลายเชื้อชาติกำลังเดินขวักไขว่ เดินไป เดินมา วนเวียน หลายคนกำลังตั้งหน้าตั้งตา ปฏิบัติภาระหน้าที่ ของตนเองอย่างขะมักเขม้น บางคนแสดงธาตุแท้และตัวตนของตัวเองออกมาอย่างไม่มีทีท่าหวาดกลัว เพราะเขายังไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกจับตามองในการกระทำ พฤติกรรม และคำพูดอยู่ทุกฝีก้าว

1. เครื่องดักฟัง

นับว่าเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญชิ้นหนึ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับอาชีพนักสืบ เนื่องจากในบางครั้งพวกเขาอาจพบเจอกับอุปสรรคที่ไม่สามารถนำตัวเองเข้าไปในพื้นที่ซึ่งมีข้อจำกัดต่างๆได้ ทำให้จำเป็นต้องแฝงกายเข้าไปในรูปแบบของอุปกรณ์นั่นเอง ในปัจจุบันเทคโนโลยีสามารถพัฒนาเครื่องดักฟังให้มีขนาดเล็ก พกพาง่าย ใช้งานสะดวก เพียงแค่เชื่อมต่อกับสัญญาณโทรศัพท์ก็สามารถรับฟังสัญญาณได้อย่างชัดเจน ติดตามพฤติกรรม อีกทั้งยังสามารถบันทึกเสียงการสนทนาไว้ในโทรศัพท์เพื่อเป็นหลักฐานได้อีกด้วย

2. GPS ติดตาม

อุปกรณ์ทันสมัยที่ทำให้นักสืบรุ่นใหม่ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือ GPS ติดตามนั่นเอง สืบเนื่องจากในปัจจุบันเทคโนโลยีได้ก้าวล้ำไปมาก การติดตามตัวบุคคลไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปหากเขาเปิดสัญญาณมือถือแล้วแชร์โลเคชั่นก็สามารถรับรู้ความเคลื่อนไหวต่างๆได้แล้ว แต่หากในกรณีที่ไม่มีการเปิดสัญญาณหรือไม่อนุญาตให้เข้าถึงการค้นหาตำแหน่ง อุปกรณ์ติดตามแบบออฟไลน์ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เหล่านักสืบนิยมใช้บริการนั่นเอง เพราะนอกจากจะมีราคาถูก กะทัดรัด พวกพาสะดวกแล้ว ยังสามารถเก็บซ่อนได้อย่างมิดชิดจนผู้ถูกติดตามไม่สามารถสังเกตเห็นความผิดปกติเลยก็ว่าได้

นักสืบ

3. กล้องถ่ายภาพและวิดีโอ

อุปกรณ์สุดคลาสสิก แต่ยังเป็นสิ่งยอดฮิตที่เหล่านักสืบขาดไม่ได้ เพียงแต่ในปัจจุบันอาจมีการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ให้ดูโฉบเฉี่ยว ทันสมัย นำออกมาใช้งานได้สะดวกมากขึ้น อาทิ กล้องถ่ายภาพและวิดีโอที่ติดมากับมือถือ หรือกล้องถ่ายภาพและวิดีโอขนาดเล็กที่มีสมรรถนะสูง ไม่เป็นเป้าสายตาสำหรับผู้คน เป็นต้น

4. อุปกรณ์และเครื่องมือช่างแบบพกพา

ในอดีตเราจะสังเกตเห็นนักสืบมักสวมเสื้อโค้ทใหญ่ๆ ภายในซ่อนอุปกรณ์ต่างๆที่จำเป็นไว้มากมาย แต่ในสมัยนี้วิทยาการต่างๆก้าวไกลไปมาก การพกพาเครื่องมือหรืออุปกรณ์ต่างๆจึงไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป นอกจากนี้ตัวอุปกรณ์ยังมีความทันสมัยถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับการใช้งานในหลากหลายรูปแบบอีกด้วย

5. โดรน หรือเครื่องถ่ายภาพทางอากาศ

ด้วยปัจจัยด้านราคาและข้อจำกัดทางข้อกฎหมาย โดรน อาจเป็นเครื่องมือลำดับสุดท้ายที่ได้รับความนิยมในหมู่นักสืบ ข้อดีของโดรนที่เหนือจากอุปกรณ์ประเภทอื่น คือมีทัศนะวิสัยกว้างไกล สามารถเข้าถึงเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ นอกจากนั้นยังสามารถทำการบันทึกภาพเพื่อเป็นหลักฐานได้อีกต่างหาก ทำให้โดรนเป็นอุปกรณ์สำคัญซึ่งหากใช้งานได้อย่างเหมาะสมกับสถานที่และโอกาสจะเกิดประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก และยังสามารถปิดภารกิจของบรรดานักสืบได้อย่างรวดเร็ว ไม่ยืดเยื้ออีกด้วย