อาชีพนักสืบ

งานนักสืบในปัจจุบันรายได้นักสืบ เงินเดือนสำหรับงานนักสืบ

รายได้นักสืบ นักสืบ ส่วนใหญ่ทำงานให้กับกองกำลังตำรวจโดยมองหาหลักฐานในที่เกิดเหตุเพื่อให้ผู้กระทำผิดสามารถถูกลงโทษได้ อื่น ๆ ที่เรียกว่านักสืบเอกชนทำงานให้กับหน่วยงานเอกชนหรือลูกค้าเอกชน ในขณะที่ทั้งสองเกี่ยวข้องกับงานนักสืบนักสืบเอกชนและผู้ตรวจสอบทางอาญารายงานเงินเดือนที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญนักสืบคืออะไร

รายได้นักสืบ
รายได้นักสืบ นักสืบตำรวจ
ตำรวจนักสืบบางครั้งเรียกว่าผู้ตรวจสอบความผิดทางอาญาเริ่มอาชีพของพวกเขาในฐานะเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนจนกว่าจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นนักสืบ ตัวเลขที่เผยแพร่โดยสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ (BLS) ระบุว่านักสืบตำรวจได้รับเงินเดือนประจำปีเฉลี่ย $ 77,860 ณ เดือนพฤษภาคม 2012 นักสืบที่ทำงานให้กับหน่วยงานตำรวจท้องที่ได้รับค่าเฉลี่ย $ 64,610 นักสืบตำรวจของรัฐเฉลี่ย $ 58,460 ต่อปีและผู้ที่ทำงานโดยรัฐบาลกลางรายงานเงินเดือนโดยเฉลี่ยที่ $ 100,290 ต่อปี

รายได้นักสืบ นักสืบเอกชน
นักสืบเอกชนให้บริการที่หลากหลายแก่ธุรกิจและลูกค้าเช่นการพยายามค้นหาบุคคลที่หายไปการสืบสวนการละเมิดกฎหรือทำการตรวจสอบการเฝ้าระวังและการตรวจสอบประวัติ จากข้อมูลของ BLS ณ เดือนพฤษภาคม 2012 เงินเดือนเฉลี่ยของนักสืบเอกชนคือ $ 50,780 ซึ่งน้อยกว่าเงินเดือนโดยเฉลี่ยของนักสืบตำรวจ ประมาณครึ่งหนึ่งทำงานให้กับ บริษัท ตรวจสอบและรักษาความปลอดภัยเอกชนโดยมีรายรับเฉลี่ย $ 46,700 ต่อปี บริษัท ในอุตสาหกรรมบางแห่งใช้นักสืบส่วนตัวของตนเองและจ่ายให้เฉลี่ยสูงกว่า $ 70,000 ต่อปี อุตสาหกรรมเหล่านี้รวมถึงบริการให้คำปรึกษา บริษัท พลังงานไฟฟ้าและผู้ผลิตการบินและอวกาศ

ข้อเท็จจริงที่ว่ากฎหมายนักสืบเอกชนไม่ได้ถูกตราขึ้นในทุกโอกาสนั้นถูกวิพากษ์วิจารณ์ ถือเป็นข้อบกพร่องอย่างยิ่งที่กฎหมายฉบับนี้ไม่มีผลบังคับใช้ในขณะที่อาชีพนักสืบเอกชนกำลังพัฒนาในด้านหนึ่ง ความต้องการบริการติดตามและวิจัยนักสืบเอกชนเพิ่มขึ้น และความต้องการนักสืบเอกชนรายใหม่เกิดขึ้นทุกวัน ในปีพ.ศ. 1994 ได้มีการหารือและ ยอมรับร่างกฎหมาย ฉบับแรก ในรั ฐสภา แต่ ไม่ได้รับ การอนุมั ติ จากประธานาธิบดี ในขณะนั้น น่าเสียดาย ที่ร่างดังกล่าวไม่มี โอกาสได้อภิปราย ในสภาอีก

หนึ่งในกิจกรรมแรกของสมาคมนักสืบ ที่ปรึกษาและนักวิจัยเอกชน ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2006 และเริ่มดำเนินการทันที คือ การพิจารณา และดำเนินการร่างกฎหมาย ฉบับนี้ ในการศึกษา เหล่านี้ นักสืบเอกชน บิลออกมาแล้ว อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าสมาคม จะพยายามอย่างเต็ม ที่แล้ว ก็ตาม ร่างนี้ยังไม่ได้ ประกาศใช้

การไม่มีกฎหมายนักสืบเอกชนเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาอาชีพนี้ต่อไป เพราะทั้งคุณสมบัติของนักสืบเอกชนและผู้ช่วยวิจัยเอกชนที่จะเข้าสู่อาชีพนี้ไม่ได้รับการกำหนดหรือหลักการทำงานและหลักการของวิชาชีพนี้ นอกจากนี้ ยังไม่ได้กำหนดจัดตั้งและหลักการทำงานของสำนักงานนักสืบเอกชนและสถาบันวิจัยเอกชน ที่สำคัญกว่านั้น ไม่มีพื้นฐานสำหรับวิธีการตรวจสอบและควบคุมบริษัทเหล่านี้ให้อยู่ภายใต้การควบคุม

ในแง่กฎหมาย ความไม่แน่นอนทั้งหมดเหล่านี้ครอบคลุมอยู่ในกรอบของข้อบังคับทางกฎหมายอื่นๆ ที่มีอยู่ ซึ่งเหมาะสำหรับอาชีพนักสืบเอกชน กิจกรรมนักสืบเอกชนพยายามที่จะดำเนินการภายใต้กรอบของกฎหมายการค้า กฎหมายภาระผูกพัน กฎหมายแพ่ง กฎหมายอาญา และกฎระเบียบทางกฎหมายอื่น ๆ โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ บริษัทนักสืบเอกชนมืออาชีพและสถาบันวิจัยเอกชนที่พยายามทำงานอย่างถูกต้องให้บริการตามระเบียบจริยธรรมและระเบียบการทำงานด้านอาชีพนักสืบที่จัดทำและเผยแพร่โดยสมาคม

โดยธรรมชาติแล้ว จะไม่มีการจัดองค์กรภายในสุญญากาศทางกฎหมาย การขาดสิ่งนี้ทำให้เกิดการขาดภาษีสำหรับค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บสำหรับบริการที่ได้รับ ไม่มีกำหนดค่าธรรมเนียมสำหรับบริการนักสืบเอกชน

บริษัทนักสืบเอกชนและสถาบันสืบสวนเอกชนทุกแห่งกำหนดค่าธรรมเนียมที่พวกเขาต้องการ โดยขึ้นอยู่กับขนาด ความแข็งแกร่งในแง่ของบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิค ภาพลักษณ์ในตลาด โอกาสในการแข่งขัน และความแพร่หลายทั่วประเทศ หรือจะกำหนดโดยการเจรจาร่วมกับบุคคลหรือองค์กรที่ขอใช้บริการ ทำให้ยากสำหรับบริษัทขนาดเล็กโดยเฉพาะในการแข่งขัน

เกณฑ์อื่นๆ ที่มีผลต่อค่าธรรมเนียมที่ขอ ได้แก่ ประเภท ลักษณะ ขอบเขต เงื่อนไขการให้บริการ พื้นที่ที่ต้องติดตามหรือสอบสวน จำนวนวันที่รับบริการ และจำนวนนักสืบเอกชนและนักสืบเอกชนที่จะได้รับมอบหมาย การเรียน

รูปแบบการจ่ายภูมิภาค
โดยทั่วไปแล้วตำรวจนักสืบที่ทำงานในตะวันตกและตะวันออกเฉียงเหนือมีแนวโน้มที่จะได้รับเงินมากที่สุดในขณะที่ผู้ที่อยู่ในตะวันออกเฉียงใต้ได้รับค่าตอบแทนต่ำที่สุด ทั่วประเทศค่าเฉลี่ยสำหรับนักสืบตำรวจอยู่ในระดับต่ำจาก $ 49,530 ในอาร์คันซอถึงระดับสูงของ $ 115,230 ใน District of Columbia ในขณะที่ค่าจ้างเฉลี่ยของนักสืบเอกชนไม่เป็นไปตามรูปแบบของภูมิภาคที่ชัดเจน รัฐที่มีค่าตอบแทนต่ำที่สุดคือเซาท์ดาโกตาซึ่งนักสืบเอกชนมีค่าเฉลี่ย $ 33,720 ต่อปี นักสืบเอกชนในรัฐวอชิงตันได้รับมากที่สุดโดยเฉลี่ย $ 70,510

งาน Outlook
ผ่าน 2020 นั้น BLS คาดว่าจะมีการสร้างงานใหม่ 3,500 ขึ้นสำหรับนักสืบตำรวจและงานใหม่ 7,100 ที่จะสร้างขึ้นสำหรับนักสืบเอกชน นักสืบ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถคาดหวังการแข่งขันจากเพื่อนเจ้าหน้าที่ที่ปรารถนาจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นตำแหน่งนักสืบที่ จำกัด นักสืบเอกชนที่ต้องการควรคาดหวังการแข่งขันสำหรับงานโดยเฉพาะจากอดีตตำรวจและบุคลากรทางทหารซึ่งมักได้รับการพิจารณาที่ดีสำหรับตำแหน่งนักสืบเอกชน

ข้อมูลเงินเดือน สำหรับนักสืบและนักสืบเอกชน
นักสืบและนักสืบเอกชนได้รับเงินเดือนประจำปีเฉลี่ยอยู่ที่ $ 48,190 ใน 2016 ตามที่สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ ในระดับต่ำสุด นักสืบเอกชน และผู้ตรวจสอบได้รับเงินเดือนเปอร์เซ็นต์ 25th ที่ $ 35,710 ซึ่งหมายถึงเปอร์เซ็นต์ 75 ที่ได้รับมากกว่าจำนวนนี้ เงินเดือนเปอร์เซ็นไทล์ที่ 75th คือ $ 66,300 ซึ่งหมายถึงเปอร์เซ็นต์ 25 ที่ได้รับมากขึ้น ใน 2016 คน 41,400 ถูกจ้างงานในสหรัฐอเมริกาในฐานะนักสืบและนักสืบเอกชน

สืบชู้สาว
คือ การสืบหาหลักฐานในเชิงลึก เกี่ยวกับสามีภรรยาไปมีกิ๊กจนต้องทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อจะยุติในเรื่องครอบครัว การหาหลักฐานนั้นเป็น ภาพนิ่ง วิดีโอ อื่นๆเพื่อยื่นฟ้องชู้ ฟ้องหย่า ลักษณะไปอยู่ หรือ เข้าโรงแรม รีสอร์ท อพาร์ทเมนท์ กินอยู่กันแบบเปิดเผย หรือไม่เปิดเผยแสดงถึงการมีกิ๊กของคนสองคน การทำงานเรามีดุลพินิจในการรับจ้างสืบว่าเราควร ทำอย่างไรแบบไหน เพื้อที่จะปลอดภัยมนการสืบ อย่าเร่งนักสืบ อย่าพยายามโทรจิกนักสืบตลอดเวลา ให้เวลาเราได้ทำงานเต็มที่ คุ้มค่าราคาเงินจ้าง
เวลาในการสืบนั้นเน้นไม่เกิน 1 เดือน เพราะเราไม่แน่ชัดเลยว่าการสืบนั้นจะราบรื้น หรือมีอุปสรรคใดบ้าง เราต้องช่วยกันปกปิดความลับให้เราด้วยเดี๋ยวเป้าหมายรู้เข้าพวกเราจะทำงานลำบาก เราต้องช่วยกัน ส่งสิกให้ผู้ประสานทราบได้ยิ่งดี การทำงานจะได้เร็วขึ้นอีกหลายเปอร์เซ็นต์ ราคา ตามที่ตกลงและพอใจทั้งสองฝ่าย ทำงานใช้เวลาประมาณ 10-30วัน ทำการ แล้วแต่ความยากง่าย

ก่อนจ้างนักสืบ นักสืบเอกชน รับจ้างสืบ รายได้นักสืบ
ก่อนจ้างนักสืบ นักสืบเอกชน รับจ้างสืบ รายได้นักสืบ

หลักฐานที่ได้ในการ เป็น ภาพนิ่ง วิดีโอ อื่นๆ ตามที่ทางผู้จ้างแจ้งมา

หลักฐานพวกนี้เอาไปทำอะไรได้บ้าง?
1.เอาไปฟ้องชู้
2.เอาไปฟ้องหย่ า
3.เอา ไปร้องเรียน ผู้บัง คับบัญช า
4.ต่อรอ ง

การแยกมือที่สาม
คือ การสร้า ง สถ าการณ์ ให้ แตกคอ กันโดยทีม แยกเข้า ไปปฏิสัมพันธ์ โดยวิธีการหนึ่ง วิธีการใด อาจจะใช้ทีมแยกมากกว่า 3-4 คนในการเข้าพบปะพูดคุยกับเป้าหมาย และต้องหาวิธีเข้าในขั้นตอนนี้ต้องใช้การตามดูพฤติกรรมไปพร้อมกัน จะได้รู้การเคลือนไหวและจะได้เข้าทางได้ง่ายขี้ การทำแยกมือที่สามนั้นทำอยู่ทั้งหมด 5 สเตป เริ่มตั้งแต่ง่ายไปหายาก และจนกว่าจะกันจนเข้าทางแล้วค่อยๆแทรกเป็นระยะ จะไม่มีผลกระทบต่อผู้ว่าจ้างใดๆเลยเราเอง ใช้เวลาในการทำ1-6 เดือน ไม่มีผลกระทบ ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องทะเลาะกัน เดี๋ยวทีมแยกจัดให้ชุดใหญ่ตามสเตป 5 สเตป โดยไม่กระทบต่อผู้จ้าง ราคา ตามที่ตกลงกันพอใจทั้งสองฝ่าย เรากล้าเปิดเผยราคาในการว่าจ้างทำงานสํานักงานนักสืบ

รับปรึกษาได้ว่าจะให้สืบเรื่องอะไร ทำทุกที่ในประเทศไทย ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคใต้ ภาคตะวันออก สืบทุกประเภท

สืบทรัพย์สิน
คือ การสืบหาทรัพย์สินของบุคคลเป้าหมายที่ต้องการทราบว่ามีทรัพย์สินอะไรบ้าง สังหาริมทรัพย์ และอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ
การสืบคนหาย
ที่มีการใช้โทรศัพท์ติดต่อกันได้แต่ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน พิกัดไหน ในโลกนี้
สืบทุจริต
คือ การสืบการทุจริตของพนักงานทั่วไป ทุกระดับชั้น ทั้งภาครัฐ และเอกชน หาหลักฐานเป็นภาพถ่ายเพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไปตามที่ผู้ว่าจ้างต้องการ
สืบคู่แข่งทางการค้าละเมิดลิขสิทธิ์
คือ การสืบเสาะแสวงหา แหล่ง ที่มา ผลิต ดัดแปลง แก้ไข ละเมิดสินค้าผู้อื่นโดยใช้ตราของผู้อื่น
สืบพิกัดมือถือ
คือ การหาหพิกัดมือถือที่เปิดอยู่ว่าอยู่พิกัดใด เช็คมือถือย้อนหลังคือ การเช็คย้อนหลัง ระบบเติมเงิน ได้ 1 เดือน ระบบรายเดือน ได้ 3 เดือน พิจารณาเป็นรายๆไป
สืบหารถหาย
คือ รถหายลักษณะเหมือนการหนีไฟแนนท์ ยืมกันไปใช้ ยืมขับ แล้วหายไป หรือ ผู้ซื้อไม่ได้ขับผู้ขับไม่ได้ซื้อ มีที่มาที่ไป เอาไปใช้ประมาณนี้ มีตัวตน (รถที่หายโดยการขโมยไม่รับครับ)
สืบหาหลักฐานในเชิงลึก
คือ การหาพยาน ปากเอก พยานบุคคล พยานเอสาร พยานอ้างอิงที่ใช้ในชั้นศาลที่ได้มาแล้วไม่พอในการฟ้องดำเนินคดีทั้งการโทรเข้า-ออก ของมือถือ ทรัพย์สิน อื่นๆ

คณะ หลักสูตร และมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนทักษะความรู้ของการเป็นนักสืบ

สำหรับคนที่สนใจอยากเป็นนักสืบ ลองดูข้อมูลคณะ หลักสสูตรนักสืบ และมหาวิทยาลัยดังต่อไปนี้ดู

SCIENCE AND TECHNOLOGY หรือ มีคณะวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี

ในการเรียนคณะนี้มีการใช้วิทยาศาสตร์เข้ามามีส่วนร่วมกับการศึกษาเกี่ยวกับธรรมชาติ โดยใช้กระบวนการ วิธีการศึกษาค้นคว้า ที่ปฏิบัติได้โดยสังเกตการจากสิ่งต่าง ๆ รอบตัว เช่น การศึกษาถึงปัญหา หรือสิ่งที่เกิดขึ้นว่าเกิดจากอะไร พยายามเก็บหลักฐานของสาเหตุปัญหา ดังนั้นแล้วคณะนี้จึงเป็นคณะที่ทำให้ผู้เรียน ได้เรียนรู้ถึงการสังเกต และฝึกการตั้งสมมติฐานมากขึ้น

คณะนิติศาสตร์ ( FACULTY OF LAW )

เป็นที่ทราบกันดีว่า คณะนิติศาสตร์ มีการเรียนการสอนเกี่ยวกับข้อกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ ทั้งนี้ยังมีการฝึกทักษะความรู้ควบคู่กับการสืบสวน สอบสวนคดีต่าง ๆ โดยจุดมุ่งหมาย คือ ความยุติธรรม และการใช้กฎหมายในเชิงคุณธรรมด้วย

วิชานิติวิทยาศาสตร์

เป็นวิชาเลือกเสรี ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาทุกคนที่ไม่เรียนคณะวิทยาศาสตร์ หรือนิติศาสตร์  หลักสสูตรนักสืบ ได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้ทักษะการสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีความต่าง ๆ ซึ่งนิยามของคำว่า “นิติวิทยาศาสต์” คือ การนำความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์สาขาต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ในงานสืบสวนข้อเท็จจริงในคดีความ เช่น การตรวจพิสูจน์ DNA อย่างการตรวจหาลายนิ้วมือ หรือคราบเลือด เป็นต้น เพื่อนำมาใช้ในการรวบรวมพยานหลักฐานที่ถูกต้องสำหรับการติดตามหาตัวคนร้าย นอกจากนี้วิชานิติวิทยาศาสตร์ยังอนู่ในคณะ และสาขาของมหาวิทยาลัยอื่น ๆ นอกเหนือจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นอีกด้วย เช่น คณะนิติวิทยาศาสตร์ สำหรับป.โท แต่การศึกษาต่อจำ เป็นต้องจบในระดับปริญญา สายวิทยาศาสตร์ ทุกแขนงเท่านั้น

มหาวิทยาลัย ที่เปิดสอน ได้แก่

  • มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ธรรมศาสตร์ คณะสหเวชศาสตร์ ปริญญาโทสาขานิติวิทยาศาสตร์
  • หลักสูตรนิติวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
  • หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานิติวิทยาศาสตร์ ของภาควิขานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นต้น
  • คณะจิตวิทยา ( FACULTY OF PSYCHOLOGY ) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เป็นคณะที่เกี่ยวข้องกับการทำความเข้าใจ การศึกษาเรียนรู้จิตใจ  bangkok private investigator หรือความคิด และพฤติกรรมของมนุษย์ ควบคู่กับการใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เช่น กระบวนการการรับข้อมูลของมนุษย์ อารมณ์ บุคลิกภาพ พฤติกรรม และรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลต่าง ๆ

นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งสถาบันที่เกี่ยวกับการสอนสาขาอาชญาวิทยา (ระดับปริญญาโท)

บอกได้เลยว่าเป็นสาขาอาชญาวิทยา (ระดับปริญญาโท) ของสถาบันอาชญาวิทยา และการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต มีการรวมเอาศาสตร์ด้าน พฤติกรรมศาสตร์ จิตวิทยา มานุษยวิทยาสังคม และกฎหมายเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้เข้าใจถึงรูปแบบ สาเหตุ การเกิดอาชญากรรม และผลกระทบที่ตามมาได้อย่างแยบยล ใครอยากเป็นนักสืบและอยากเรียนด้านนี้ลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมกันอีก

 

ใครที่เคยฝันอยากเป็นนักสืบบ้าง แอดมินก็เคยอยากเป็นนักสืบนะตอนนี้ก็อยากเป็น แต่กลัวไม่มีคนจ้าง เพราะชอบดูชอบอ่านนิยายสืบสวนสอบสวน โคนัน เชอร์ล็อกโฮล์ม อะไรเทือกนี้ คงสนุกน่าดู แต่ก็ต้องทำใจไปตามระเบียบเพราะว่ากลัวความมืด กลัวความไม่รู้ สำหรับคนผู้ไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น แล้วคิดว่าการเป็นนักสืบเหมาะกับตัวเองที่สุด มาดูกันเลยว่าต้องเรียนที่ไหนกันบ้าง

1.คณะจิตวิทยา

เป็นคณะที่เกี่ยวข้องกับการเข้าใจ เรียนรู้ศึกษาจิตใจ ความคิด และพฤติกรรมของมนุษย์ ซึ่งเป็นการใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เช่น กระบวนการการรับข้อมูลของมนุษย์ อารมณ์ บุคลิกภาพ พฤติกรรม และรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลต่างๆ คนที่เรียนคณะนี้แล้วนั้นจะสามารถมองคนออกได้ มีความจำเป็นต่ออาชีพที่ต้องใช้คำพูดเพื่อโน้มน้าวใจผู้อื่น เข้าใจความคิด และจิตใจของผู้อื่น

2.คณะที่เกี่ยวข้องทางด้าน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชื่อคณะก็บอกแล้วว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ และมีเทคโนโลยีประกอบด้วย แน่นอนว่าคณะนี้จะต้องมีการใช้วิทยาศาสตร์มามีส่วนร่วมกับสิ่งที่เป็นธรรมชาติ โดยใช้วิธีการศึกษาค้นคว้า สังเกตการจากสิ่งต่างๆ รอบๆ ตัว เช่น สิ่งนี้ หรือปัญหานี้เกิดมาได้อย่างไร ฉะนั้นคณะนี้จึงเป็นคณะที่ทำให้ผู้เรียน ได้เรียนรู้ถึงการสังเกต การตั้งสมมติฐาน

3.คณะนิติศาสตร์

มีส่วนช่วยในเรื่องของกฎ ข้อห้าม ข้อบังคับต่างๆ ที่ควรรู้ ควบคู่กับการสืบสวนคดีต่างๆ ที่ต้องมีกฎเกณฑ์ไว้บ่งชี้ความผิด เพื่อการเอาผิดทางกฎหมาย ซึ่งการศึกษาทางกระบวนการนิติศาสตร์จะเน้นที่กระบวนการของกฎหมายว่า ผู้ที่เราตามหานั้น มีความผิด หรือมีความบริสุทธิ์ เพื่อต่อยอดการสืบสวนไปสู่จุดมุ่งหมาย คือ ความยุติธรรม จึงไม่ได้เน้นเฉพาะแค่ตัวบทกฎหมายเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์กฎหมายในเชิงคุณธรรมด้วย

4.คณะนิติวิทยาศาสตร์ (ระดับปริญญาโท)

คณะนี้ คือ คณะที่ส่งเสริมในเรื่องของการค้นคว้าวิจัย และพัฒนา เพื่อเป็นประโยชน์ต่อบุคลากรด้านการพิสูจน์หลักฐาน กระบวนการยุติธรรม การสืบสวนสอบสวนต่างๆ เนื่องจากต้องใช้ความเชี่ยวชาญทำให้คนที่สนใจจะเรียนต่อสายนี้จำเป็นต้องจบในระดับปริญญาสายวิทยาศาสตร์ทุกแขนงเท่านั้น จึงจะเข้าเรียนต่อได้

คณะเกี่ยวกับอาชีพนักสืบที่น่าเรียน
คณะเกี่ยวกับอาชีพนักสืบ ที่น่าสนใจมาก ๆ คณะแรกที่แอดอยากจะมาแนะนำ คือ คณะที่เกี่ยวข้อทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นคณะที่มีทักษะในเรื่องของการสังเกต การค้นคว้าต่าง ๆ หรือเป็นการตั้งข้อสมมติฐาน บอกเลยว่าก็เป็นอีกคณะที่จะนำพาให้เกี่ยวข้องกับนักสืบได้

คณะเกี่ยวกับอาชีพนักสืบ ที่น่าสนใจมาก ๆ คณะที่สองที่แอดอยากจะมาแนะนำ คือ CRIMINOLOGY หรือ สาขาอาชญาวิทยา เป็นสาขาที่เรียนในระดับปริญญาโท ที่เหมือนเป็นการรวมรวมคุณสมบัติของนักสือบไว้ ทั้งเรื่องของจิตวิทยา พฤติกรรมศาสตร์ กฎหมายต่าง ๆ ที่จะทำให้เราสามารถค้นหาในเรื่องของสาเหตุ ข้อสงสัย ต่าง ๆ บอกเลยว่าเป็นคณะที่น่าศึกษามาก และน่าสามารถนำพาเราไปสู่อาชีพหรืองานที่เกี่ยวข้องกับนักสือบ

คณะเกี่ยวกับอาชีพนักสืบ ที่น่าสนใจมาก ๆ คณะที่สามที่แอดอยากจะมาแนะนำ คือ คณะนิติวิทยาศาสตร์ เป็นคณะที่เรียนในระดับปริญญาโท ที่จะศึกษาเกี่ยวกับกระบวนการต่าง ๆ ทางกฎหมาย ที่จะสร้างผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของการสืบสวนสอบสวน ก็บอกเลยว่าน่าสนใจมาก ๆ

ทั้งหมดก็เป็น คณะเกี่ยวกับอาชีพนักสืบ ที่น่าสนใจมากๆ เป็นคณะที่เรียนจบแล้วสามารถที่จะต่อยอดหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชีพนักสืบ บอกเลยว่าน่าสนใจมาก ๆ ใครที่ชอบหรืออยากเรียนแนวนี้ บอกเลยว่าทั้งหมดนี้เป็นคณะที่น่าสนใจและท้าทายมาก ๆ

กฎหมายการทวงหนี้อย่างไรบ้างข้อควรรู้ เจ้าหนี้และลูกหนี้

รวมเรื่องที่คุณควรรู้ สำหรับเจ้าหนี้ ลูกหนี้ เกี่ยวกับ กฎหมายการทวงหนี้ เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ นั้นไม่เข้าใคร ออกใคร มักจะสร้างปัญหาวุ่นวายใจ ให้กับใครหลาย ๆ คน โดยเฉพาะ เรื่องของการยืมเงิน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเจ้าหนี้ หรือฝ่ายลูกหนี้ก็ตาม หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่ทำการชำระหนี้ ตามกำหนด และตามที่ได้ตกลง ผ่อนปรนกันไม่ได้ ก็มักจะเกิดการทวงหนี้ ตามมานั่นเอง

ซึ่งกฎระเบียบ และรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการทวงหนี้นั้น ได้ถูกกำหนดไว้ในกฎหมายทวงหนี้ ถือเป็นเรื่องที่ ลูกหนี้ และเจ้าหนี้ ควรรู้ไว้ การทวงหนี้ ไม่ได้หมายถึง การทวงหนี้ระหว่างบุคคล เพียงเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงหนี้อื่น ๆ ด้วย เช่น หนี้ธนาคาร หนี้บัตรเครดิต หนี้ผ่อนชำระรถยนต์ เงินกู้ ฯลฯ แม้กระทั่ง การเล่นการพนัน ก็ถือได้ว่า เป็นหนี้อีกรูปแบบหนึ่ง รับทวงหนี้

บ่อยครั้งที่ผ่านมา ได้มีเจ้าหนี้บางประเภท ที่มีการทวงถามหนี้ กับทางลูกหนี้ แบบละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ของลูกหนี้ โดยใช้ถ้อยคำ ที่เป็นความอย่างรุนแรง การคุกคาม โดยการขู่เข็ญ การใช้กำลังประทุษร้าย หรือการทำให้เสียชื่อเสียง รวมถึงการให้ข้อมูลเท็จ และการสร้างความเดือดร้อน รำคาญ ให้แก่บุคคลอื่น

ที่เรามักจะเห็นข่าว การทวงหนี้ด้วยวิธีที่รุนแรง และไม่เป็นธรรม หรือในกรณีที่เรา ต้องการจะทวงหนี้จากผู้อื่น และผู้อื่นจะมาทวงหนี้จากเรา จริง ๆ แล้วจำเป็นต้องดำเนิน ไปตามหลักของกฎหมาย การทวงหนี้ เพื่อไม่ให้ขัดต่อกฎหมาย โดยมีรายละเอียดต่าง ๆ ที่ควรรู้ไว้ ก่อนจะเป็นลูกหนี้ หรือเจ้าหนี้ มีดังนี้

รายละเอียดการทวงหนี้
1. ความหมายของ “ลูกหนี้” และ “ผู้ทวงถามหนี้”
ลูกหนี้ คือ บุคคลธรรมดา ที่เป็นลูกหนี้ รวมไปถึง ผู้ค้ำประกัน ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาด้วยเช่นกัน
ผู้ทวงถามหนี้ คือ เจ้าหนี้ เป็นผู้ที่ให้สินเชื่อ ผู้ประกอบธุรกิจ ตามกฎหมายว่าด้วย การคุ้มครองผู้บริโภค ผู้ที่จัดให้มีการเล่นการพนัน เป็นปกติธุระ ตามกฎหมายว่าด้วย การพนัน และเจ้าหนี้อื่น ๆ ไม่ว่าหนี้ดังกล่าวนั้น จะเป็นหนี้ ที่ว่าชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่ก็ตาม
หมายเหตุ : ผู้ทวงถามหนี้ หรือเจ้าหนี้ ไม่จำเป็นจะต้องเป็นบุคคลเท่านั้น สามารถเป็น ตัวแทนของนิติบุคคล ในนามของ บริษัทสินเชื่อ , ประกัน , ธนาคาร หรืออื่น ๆ ก็ได้เช่นกัน

2. ยืมเงินจำนวนเท่าไร จึงจะต้องทำหนังสือกู้ยืมเงิน
หากมีการยืมเงิน ตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไป สามารถทำหนังสือ สัญญากู้ยืมได้ โดยจะต้องมีการลงลายมือชื่อ ทั้งเจ้าหนี้ และลูกหนี้ด้วย ซึ่งถ้าหากเกิดผิดสัญญาการชำระหนี้ ก็สามารถนำไปฟ้องร้องได้

3. ยืมเงินผ่านช่องทางออนไลน์ (แชท facebook line) สามารถใช้เป็นหลักฐานฟ้องได้ไหม
การทักขอยืมเงินผ่านช่องทางออนไลน์ แชทเฟส (facebook) หรือแชทไลน์ (line) สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐาน ในการฟ้องร้องได้ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีการทำ หนังสือกู้ยืมเงิน เป็นลายลักษณ์อักษรก็ตาม

สืบชู้สาว เรื่องง่าย ๆ และ สืบธุรกิจ นักสืบเอกชน

หากต้องการหาคนหายกับนักสืบเอกชน ขั้นตอนการเตรียมเอกสาร

แนวทาง ขั้นตอน สำหรับในการ แจ้งเหตุคนหาย รวมทั้ง การเตรียมเอกสาร การแจ้งความ คนหาย หมายถึง การเข้าหาตำรวจ เพื่อแจ้งเหตุ กรณีคนหาย กับพนักงานที่มีหน้าที่สอบสวน เพื่อลงรายงาน บันที่กประจำวัน ไว้เพื่อเป็นหลักฐานรวมทั้ง เพื่อเป็นการดำเนิน ตามขั้นตอน สำหรับการค้น ของะเบียบการตำรวจ เกี่ยวกับคดี เรื่อง คนหาย พลัดหลง ต่อไป

ข้อแนะนำก่อนการไปแจ้งความคนหายที่สถานีตำรวจ
ครอบครัวคนหาย จะต้องตรวจสอบข้อมูล ให้ชัดเจนก่อน เพื่อเป็นการยืนยันว่า คนหาย ได้หายออกจากบ้านจริง ๆ โดยไม่มีกรณีสงสัยว่า ติดธุระ หรือ ไปที่อื่น ซึ่งเป็นเหตุ ทำให้กลับบ้านผิดเวลา ควรตรวจสอบ จากเพื่อนสนิท หรือ คนที่คิดว่า จะทราบความเคลื่อนไหว ของผู้หาย เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะขาดการติดต่อไป นักสืบ
ควรตรวจสอบทรัพย์สิน ของมีค่า หรือ สิ่งของสำคัญ ของผู้หาย ว่า ได้มีการนำติดตัว ไปด้วยหรือไม่ ตรวจสอบว่า มีการเก็บเสื้อผ้า หรือ ทิ้งหลักฐานอื่น ๆ ไว้หรือไม่ เช่น จดหมายสั่งลา ฯลฯ เพื่อเป็นข้อมูล และ พยานหลักฐาน ในการยืนยันว่า ผู้หาย ไปหายออกจากบ้านไปจริง ๆ
ควรเรียงลำดับ เหตุการณ์ ทั้งหมด ที่เกิดขึ้น ก่อนการหายไป และ เหตุการณ์ นักสืบ ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง กับการหายไป โดยทางครอบครัว อาจจะเขียนลำดับเหตุการณ์ ลงในกระดาษ เพื่อจะได้ง่าย ต่อการเรียงลำดับ เหตุการณ์ อย่างเป็นขั้นเป็นตอน และ จะได้เห็นภาพอย่างชัดเจน

ขั้นตอนการแจ้งความคนหายที่สถานีตำรวจ
เข้าพบพนักสอบสวน เพื่อบอกเล่ารายละเอียด และ สอบปากคำ ผู้แจ้ง เกี่ยวกับข้อมูล ของคนหาย
เสมียนประจำวัน จะลงบันทึกประจำวัน
พนักงานสอบสวน จะทำการมอบสำเนา บันทึกประจำวัน ให้แก่ผู้แจ้ง (ในกรณีที่ พนักงานสอบสวน ไม่ได้มอบ สำเนาบันทึกประจำวันให้ ผู้แจ้งความ ต้องร้องขอ)
ขอชื่อ และ หมายเลขโทรศัพท์มือถือ ของพนักงานสอบสวน ที่รับแจ้งความไว้ด้วย สำหรับการประสานงาน เพื่อสอบถาม ความคืบหน้า
กรณีตำรวจไม่มอบสำเนาบันทึกประจำวัน

การแจ้งความ คนหาย ในทุก ๆ กรณี ไม่ว่าจะมีความเกี่ยวเนื่อง กับคดีอาญา ด้วยหรือไม่ พนักงานสอบสวน ที่รับแจ้งความ มีหน้าที่ จะต้องส่งมอบ ให้สำเนาบันทึกประจำวัน เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน กับผู้แจ้งด้วยทุก ๆ ครั้ง ผู้แจ้งความ จึงมีสิทธิ์ ในการเรียกรับ สำเนาบันทึกการแจ้งความ ด้วยทุกครั้ง

หากผู้แจ้งความไม่ได้รับสะดวกในการแจ้งความคนหาย ผู้แจ้งควรไปดำเนินการร้องทุกข์กับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในระดับรองผู้กำกับการขึ้นไปในสถานีตำรวจนั้นๆ เพื่อให้ได้รับความสะดวกในการแจ้งความ

แจ้งความคนหายที่สถานีตำรวจไหนได้บ้าง
สถานีตำรวจท้องที่ ที่เกิดเหตุ หรือ ท้องที่ ที่พบผู้หาย ครั้งสุดท้าย
สถานีตำรวจท้องที่ ภูมิลำเนาของผู้หาย
สถานีตำรวจทุกแห่ง ที่คาดว่าผู้หาย จะอยู่ในท้องที่ ดังกล่าว
สถานีตำรวจท้องที่ซึ่ง เป็นภูมิลำเนา ของครอบครัวผู้หาย
ระยะเวลาที่สามารถแจ้งความคนหายได้ แจ้งเหตุคนหาย
ระยะเวลาที่สามารถแจ้งความคนหายได้ แจ้งเหตุคนหาย

ระยะเวลาที่สามารถแจ้งความคนหายได้ แจ้งเหตุคนหาย
ปัญหาที่ครอบครัวคนหาย มักจะพบเสมอ ในการแจ้งความ คนหาย ที่สถานีตำรวจ คือ การที่เจ้าหน้าที่ จะปฏิเสธการรับแจ้งความ โดยอ้างเหตุผลว่า คนหาย ยังหายไป ไม่ถึง 24 ชั่วโมง จึงไม่สามารถ รับแจ้งความ ดังกล่าวไว้ได้ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ อาจจะใช้ดุลพินิจ ในการไม่รับแจ้งความได้

ในกรณีที่ ไม่สมควรแก่เหตุ เช่น การกลับบ้านคลาดเคลื่อน จากเวลาปกติ ที่เคยกลับ เพียง 2 ถึง 3 ชั่วโมง ยังไม่มีเหตุผลเพียงพอ ที่จะรับแจ้งความ เนื่องจาก ผู้หายอาจจะติดธุระ หรือไม่ก็อาจจะมีเหตุจำเป็น เรื่องอื่น ๆ จึงทำให้กลับบ้านล่าช้ากว่าเวลาปกติ เป็นต้น

ดังนั้น การแจ้งความคนหาย จึงสามารถแจ้งได้ตลอดเวลา ไม่จำเป็นจะต้องรอให้คนหาย ครบ 24 ชั่วโมง แต่อย่างใด อีกทั้ง ถ้าหากเป็นเคส กรณีเร่งด่วน เช่น เด็ก คนชรา หรือ ผู้ป่วย ที่มีอาการทางสมอง ได้หายออกจากบ้านไป สามารถเข้าแจ้งความ ได้ทันที เพื่อขอความช่วยเหลือ จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้อย่างทันท่วงที

บุคคลที่มีสิทธิ์ไปแจ้งความคนหาย
บุคคลที่มีสิทธิ์ ในการแจ้งความคนหาย ที่สถานีตำรวจ ตามระเบียบการ ตำรวจ เกี่ยวกับคดี เรื่องคนหาย พลัดหลง และประมวลวิธี พิจารณา ความอาญา คือ บุคคล ดังต่อไปนี้

– ผู้บุพการี ได้แก่ บิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยาย
– ผู้สืบสันดาน ได้แก่ ลูก หลาน เหลน
– ผู้แทนโดยชอบธรรม หรือ ผู้อนุบาล ของผู้เยาว์ หรือ ผู้ไร้ความสามารถ
– สามี ภรรยา ที่จดทะเบียนสมรส กันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
– บุคคลอื่น ๆ อาจจะไปแจ้งความคนหายได้ เช่น นายจ้าง หรือ ผู้ที่ดูแลบุคคลนั้นอยู่ เป็นต้น
หมายเหตุ : กรณีคนหาย มาเรียน หรือ ทำงาน ในจังหวัดอื่น ๆ ตามลำพัง เพื่อน หรือ นายจ้าง ของผู้หาย ควรแจ้งให้ทางครอบครัว ของผู้หาย รับทราบ เพื่อให้ครอบครัว ของผู้หาย ไปเข้าแจ้งความ ที่สถานีตำรวจ ในภูมิลำเนา ของผู้หาย

เอกสารที่ต้องเตรียมไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ

เอกสารของผู้แจ้ง

– บัตรประจำตัวประชาชน หรือ
– บัตรประจำตัวข้าราชการ หรือ
– หนังสือเดินทาง (กรณีเป็นชาวต่างชาติ)
– สำเนาทะเบียนบ้าน

เอกสารเกี่ยวกับคนหาย

– สำเนาบัตนประจำตัวประชาชน
– สำเนาทะเบียนบ้าน
– ภาพถ่ายคนหาย (ภาพที่ถ่ายไว้ล่าสุด , สามารถมองเห็นหน้าตาได้ชัดเจน)
– ใบสำคัญทางราชการอื่น ๆ (ถ้ามี)

กฎหมายทวงหนี้

กฎหมายการทวงหนี้อย่างไรบ้างข้อควรรู้ เจ้าหนี้และลูกหนี้

รวมเรื่องที่คุณควรรู้ สำหรับเจ้าหนี้ ลูกหนี้ เกี่ยวกับ กฎหมายการทวงหนี้ เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ นั้นไม่เข้าใคร ออกใคร มักจะสร้างปัญหาวุ่นวายใจ ให้กับใครหลาย ๆ คน โดยเฉพาะ เรื่องของการยืมเงิน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเจ้าหนี้ หรือฝ่ายลูกหนี้ก็ตาม หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่ทำการชำระหนี้ ตามกำหนด และตามที่ได้ตกลง ผ่อนปรนกันไม่ได้ ก็มักจะเกิดการทวงหนี้ ตามมานั่นเอง

ซึ่งกฎระเบียบ และรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการทวงหนี้นั้น ได้ถูกกำหนดไว้ในกฎหมายทวงหนี้ ถือเป็นเรื่องที่ ลูกหนี้ และเจ้าหนี้ ควรรู้ไว้ การทวงหนี้ ไม่ได้หมายถึง การทวงหนี้ระหว่างบุคคล เพียงเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงหนี้อื่น ๆ ด้วย เช่น หนี้ธนาคาร หนี้บัตรเครดิต หนี้ผ่อนชำระรถยนต์ เงินกู้ ฯลฯ แม้กระทั่ง การเล่นการพนัน ก็ถือได้ว่า เป็นหนี้อีกรูปแบบหนึ่ง รับทวงหนี้

บ่อยครั้งที่ผ่านมา ได้มีเจ้าหนี้บางประเภท ที่มีการทวงถามหนี้ กับทางลูกหนี้ แบบละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ของลูกหนี้ โดยใช้ถ้อยคำ ที่เป็นความอย่างรุนแรง การคุกคาม โดยการขู่เข็ญ การใช้กำลังประทุษร้าย หรือการทำให้เสียชื่อเสียง รวมถึงการให้ข้อมูลเท็จ และการสร้างความเดือดร้อน รำคาญ ให้แก่บุคคลอื่น

ที่เรามักจะเห็นข่าว การทวงหนี้ด้วยวิธีที่รุนแรง และไม่เป็นธรรม หรือในกรณีที่เรา ต้องการจะทวงหนี้จากผู้อื่น และผู้อื่นจะมาทวงหนี้จากเรา จริง ๆ แล้วจำเป็นต้องดำเนิน ไปตามหลักของกฎหมาย การทวงหนี้ เพื่อไม่ให้ขัดต่อกฎหมาย โดยมีรายละเอียดต่าง ๆ ที่ควรรู้ไว้ ก่อนจะเป็นลูกหนี้ หรือเจ้าหนี้ มีดังนี้

รายละเอียดการทวงหนี้
1. ความหมายของ “ลูกหนี้” และ “ผู้ทวงถามหนี้”
ลูกหนี้ คือ บุคคลธรรมดา ที่เป็นลูกหนี้ รวมไปถึง ผู้ค้ำประกัน ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาด้วยเช่นกัน
ผู้ทวงถามหนี้ คือ เจ้าหนี้ เป็นผู้ที่ให้สินเชื่อ ผู้ประกอบธุรกิจ ตามกฎหมายว่าด้วย การคุ้มครองผู้บริโภค ผู้ที่จัดให้มีการเล่นการพนัน เป็นปกติธุระ ตามกฎหมายว่าด้วย การพนัน และเจ้าหนี้อื่น ๆ ไม่ว่าหนี้ดังกล่าวนั้น จะเป็นหนี้ ที่ว่าชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่ก็ตาม
หมายเหตุ : ผู้ทวงถามหนี้ หรือเจ้าหนี้ ไม่จำเป็นจะต้องเป็นบุคคลเท่านั้น สามารถเป็น ตัวแทนของนิติบุคคล ในนามของ บริษัทสินเชื่อ , ประกัน , ธนาคาร หรืออื่น ๆ ก็ได้เช่นกัน

2. ยืมเงินจำนวนเท่าไร จึงจะต้องทำหนังสือกู้ยืมเงิน
หากมีการยืมเงิน ตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไป สามารถทำหนังสือ สัญญากู้ยืมได้ โดยจะต้องมีการลงลายมือชื่อ ทั้งเจ้าหนี้ และลูกหนี้ด้วย ซึ่งถ้าหากเกิดผิดสัญญาการชำระหนี้ ก็สามารถนำไปฟ้องร้องได้

3. ยืมเงินผ่านช่องทางออนไลน์ (แชท facebook line) สามารถใช้เป็นหลักฐานฟ้องได้ไหม
การทักขอยืมเงินผ่านช่องทางออนไลน์ แชทเฟส (facebook) หรือแชทไลน์ (line) สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐาน ในการฟ้องร้องได้ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีการทำ หนังสือกู้ยืมเงิน เป็นลายลักษณ์อักษรก็ตาม

4. ถ้าโทรศัพท์ไปทวงหนี้ แต่ลูกหนี้ไม่ได้รับสาย ถือเป็นการทวงหนี้แล้วหรือยัง
หากผู้ทวงถามหนี้ ได้มีการโทรศัพท์ไปหาลูกหนี้ แต่ทางลูกหนี้ ไม่ได้รับสาย หรือกดวางสาย ก่อนจะมีการพูดคุย ถือว่าไม่นับเป็นการทวงหนี้
หากทางผู้ทวงถามหนี้ โทรไปหาลูกหนี้ ลูกหนี้รับสาย แต่มีการพูดคุยกันเรื่องอื่น ที่ไม่ใช่การทวงหนี้ ถือว่าไม่นับเป็นการทวงหนี้
หากผู้ทวงถามหนี้ ทักไปสอบถาม ทางช่องทางออนไลน์ (แชท) แต่ลูกหนี้ ยังไม่ได้เปิดอ่าน ถือว่าไม่นับเป็นการทวงหนี้
หากผู้ทวงถามหนี้นั้น ทักไปสอบถาม ทางช่องทางออนไลน์ (แชท) ลูกหนี้เปิดอ่านข้อความ แต่ไม่ตอบ ถือว่าเป็นการทวงหนี้แล้ว

5. เจ้าหนี้ สามารถทวงหนี้ได้วันละกี่ครั้ง
กฎหมายทวงหนี้ใหม่ ได้กำหนดไว้ว่า ให้เจ้าหนี้ สามารถทวงหนี้ ได้ไม่เกินวันละ 1 ครั้ง หากฝ่าฝืน จะมีความผิด โดนโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท แต่ในกรณีที่เพื่อนยืมเงินเพื่อน ทวงหนี้กันเกินวันละ 1 ครั้ง ถือว่าไม่มีความผิด นักสืบเอกชน

6. “เวลาทวงถามหนี้” ควรทวงหนี้เวลาไหน
วันจันทร์ – ศุกร์ เวลาทวงหนี้ สามารถทวงได้ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 20.00 น.
วันเสาร์ – อาทิตย์ , วันหยุดราชการ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ สามารถทวงหนี้ได้ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 18.00 น.
หมายเหตุ : หากเจ้าหนี้ ฝ่าฝืนเวลาทวงหนี้ มีโทษปรับ 100,000 บาท และต้องทวงหนี้ กับลูกหนี้เท่านั้น หากไปทวงหนี้กับคนอื่น ถือว่าผิดกฎหมาย จะมีโทษจำคุก 1 ปี หรือปรับสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท

กฎหมายคืออะไร  กฎหมายการทวงหนี้
กฎหมายคืออะไร กฎหมายการทวงหนี้

7. การทวงหนี้แบบใด ที่ทางเจ้าหนี้ หรือผู้ทวงถามหนี้ ไม่ควรทำ โดยเด็ดขาด
– ห้ามพูดจาดูหมิ่น
– ห้ามประจาน
– ห้ามข่มขู่
– ห้ามใช้ความรุนแรง
– ห้ามทำร้ายร่างกาย
– ห้ามทำลายทรัพย์สิน ของลูกหนี้ ให้เกิดความเสียหาย
– ห้ามเปิดเผย เรื่องหนี้ของลูกหนี้ ต่อผู้อื่นที่ไม่มีความเกี่ยวข้อง
– ห้ามส่งเอกสาร ที่มีการเปิดผนึก ทางไปรษณีย์ ที่แสดงให้เห็นว่า เป็นจดหมายการทวงถามหนี้ อย่างชัดเจน นักสืบ
– หากทวงถามหนี้อย่างไม่เป็นธรรม

ถ้าหากทวงถามหนี้ โดยไม่เป็นไปตามขั้นตอน ที่กฎหมายได้บัญญัติไว้ ฝ่ายลูกหนี้ สามารถไปแจ้งความ ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ และผู้ทวงถามหนี้ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1-5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท – 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

8. ลักษณะการทวงถามหนี้ ที่ไม่เป็นธรรม

การเรียกเก็บค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่เกินกว่าอัตรา ที่คณะกรรมการกำหนด การเสนอ หรือจูงใจให้ลูกหนี้ ออกเช็ค ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่า ทางลูกหนี้ อยู่ในฐานะ ที่ไม่สามารถ ชำระหนี้ได้ มาตรา 13 พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ.2558

ซึ่งการฝ่าฝืนมาตรา 13 (2) มีโทษทางอาญา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับตามาตรา 39 นักสืบ

นักสืบ

เจาะลึกการเป็นสายสืบคุณภาพ ใครสนใจ ศึกษาข้อมูล

ข้อควรทราบ เกี่ยวกับ กระบวนการ เป็น สายลับ เจาะลึก อาชีพสายสืบ ถ้าหากคุณปรารถณา ที่จะเป็นสายลับ เนื่องจากถูกใจ ติดตาม ความเจริญ ที่น่าเร้าใจ ในข้อบังคับ รวมทั้ง กฎระเบียบ คุณอาจ จำเป็นจะต้อง สำรวจความจริง ก่อนจะก้าว ไปด้านหน้า การที่จะ เป็นสายลับ บางทีอาจ เกิดเรื่อง ที่น่าระที่กใจ แต่ว่าก็จำเป็นต้อง แลกเปลี่ยนกับการ ทำงานมาก มีความทรหดอดทน

และ ใช้เวลานาน หลายชั่วโมง ในการติดตาม โอกาส ในการขาย และ รอการพัฒนา นักสืบ มีสองประเภทหลัก ๆ ได้แก่ นักสืบตำรวจ และ นักสืบเรื่องส่วนตัว หากคุณต้องการ ทราบว่า คุณมีคุณสมบัติ ที่เพียงพอ จะเป็นนักสืบหรือไม่ ให้ทำตามขั้นตอน ดังต่อไปนี้

เจาะลึกการเป็นสายสืบคุณภาพ
เจาะลึกการเป็นสายสืบคุณภาพ

ข้อควรรู้ เกี่ยวกับวิธีการเป็นนักสืบ
1.ตอบโจทย์ความต้องการ ทางการศึกษา
ถ้าคุณ อยากเป็นสายลับ การมีวุฒิบัตร ม.ปลาย หรือ GED เป็น กฎระเบียบ อย่างต่ำ สำหรับ ทั้งสองชนิด แม้กระนั้นหากคุณ ศึกษาต่อ ในระดับที่ถือว่าสูง แลก็เรียนจบ กับผู้ที่มาร่วมงน หรือ แม้กระทั้ง ระดับปริญญาตรี ในสาขาที่เกี่ยวพัน กับงานตำรวจ

เช่น กระบวนการยุติธรรม ทางอาญา กฎหมายอาญา อาชญวิทยามนุษยสัมพันธ์ การพิจารณาคดี นิติวิทยาศาสตร์ รัฐศาสตร์ และ วิธีพิจารณาความอาญา แล้วคุณ จะทำให้ตัวเอง เป็นผู้สมัคร ที่ต้องการมาก ยิ่งขึ้น หลายหน่วยงาน ต้องการหลักสูตร ระดับวิทยาลัย หรือ ระดับวิทยาลัย

– ค้นหาหลักสูตร ปริญญา ที่มีส่วนประกอบ ของการฝึกงาน ซึ่ง จะทำให้คุณ ได้รับประสบการณ์ ในชีวิตจริง มากยิ่งขึ้น
– ในขณะที่คุณ กำลังให้ความรู้ ตัวเอง ดูว่าคุณสามารถ หาภาษา ต่างประเทศ ที่มีประโยชน์ สำหรับชุมชน ของคุณ ได้หรือไม่ เช่น ภาษาสเปน การรู้ภาษาต่างประเทศ เป็นทรัพย์สิน ที่สำคัญ สำหรับหน่วยงาน ในเมือง และ หน่วยงานของรัฐบาลกลาง เป็นจำนวนมาก และ สิ่งนี้ จะช่วยให้คุณ เป็นผู้สมัคร ที่ต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคุณอาศัยอยู่ ในพื้นที่ ที่มักใช้ ภาษาที่สอง

อาชีพสายสืบ  ที่จะเป็นสายลับ
คุณนักสืบ สายลับ เจาะลึก อาชีพสายสืบ

เจาะลึกการเป็น สายสืบคุณภาพ
เจาะลึกการเป็นสายสืบคุณภาพ ใครสนใจ ศึกษาข้อมูลได้ที่นี่เลย

ข้อควรทราบ เกี่ยวกับ กระบวนการ เป็น สายลับ เจาะลึก อาชีพสายสืบ ถ้าหากคุณปรารถณา ที่จะเป็นสายลับ เนื่องจากถูกใจ ติดตาม ความเจริญ ที่น่าเร้าใจ ในข้อบังคับ รวมทั้ง กฎระเบียบ คุณอาจ จำเป็นจะต้อง สำรวจความจริง ก่อนจะก้าว ไปด้านหน้า การที่จะ เป็นสายลับ บางทีอาจ เกิดเรื่อง ที่น่าระที่กใจ แต่ว่าก็จำเป็นต้อง แลกเปลี่ยนกับการ ทำงานมาก มีความทรหดอดทน

และ ใช้เวลานาน หลายชั่วโมง ในการติดตาม โอกาส ในการขาย และ รอการพัฒนา นักสืบ มีสองประเภทหลัก ๆ ได้แก่ นักสืบตำรวจ และ นักสืบเรื่องส่วนตัว หากคุณต้องการ ทราบว่า คุณมีคุณสมบัติ ที่เพียงพอ จะเป็นนักสืบหรือไม่ ให้ทำตามขั้นตอน ดังต่อไปนี้

– การได้รับปริญญา ในวิทยาลัย หรือ ปริญญาตรี จะทำให้คุณ มีเงินเดือน ขั้นเริ่มต้น ที่สูงขึ้นกว่าปกติ

2. มีอายุอย่างน้อย 21 ปี
นี่เป็นข้อกำหนด อีกประการหนึ่ง ในทั้งสองรัฐ ดังนั้น คุณจะไม่สามารถ เป็นนักสืบได้ เมื่อคุณ ออกจากโรงเรียน มัธยมปลาย ในขณะที่ คุณกำลัง รออายุ 21 ปี คุณจะได้รับประโยชน์ จากการฝึกอบรม ที่เกี่ยวข้อง หรือ การศึกษาระดับสูง

3. ตรงตามข้อกำหนด ทางกายภาพ
เมื่อคุณสมัคร เป็นนักสืบ คุณจะต้อง ผ่านการตรวจร่างกาย เพื่อแสดงว่า คุณมีการมองเห็นที่ดี การได้ยิน มีความแข็งแรง และ มีความว่องไว

4. มีบันทึกที่สะอาด
หากคุณ มีความเชื่อมั่น ทางอาญา คุณอาจถูกตัดสิทธิ์ คุณอาจถูกขอให้ เข้ารับการทดสอบ เครื่องจับเท็จ และ ผ่านการสัมภาษณ์หลาย ๆ ครั้ง ดังนั้น โปรดตรวจสอบ ให้แน่ใจว่า คุณซื่อสัตย์ เกี่ยวกับ อดีตของคุณ

5. มีใบขับขี่
คุณจำเป็น ที่จะต้องมี ใบขับขี่ เพื่อเป็นนักสืบ

6.มีคุณสมบัติ ที่คุณต้องการ เพื่อเป็นนักสืบที่ดี
แม้ว่า คุณจะสามารถ พัฒนา คุณสมบัติเหล่านี้ ได้ตลอดอาชีพ การงาน แต่การเริ่มต้น ด้วยคุณสมบัติ ที่ทำให้คุณสมบูรณ์แบบ สำหรับงานนั้น สามารถเพิ่มโอกาส ในการประสบ ความสำเร็จได้ คุณสมบัติบางประการ ที่สำคัญ ต่อความสำเร็จ ในการเป็นนักสืบ มีดังนี้

ความสามารถ ในการทำงาน หลายอย่าง แม้ว่าคุณ จะมุ่งเน้นไปที่ ทีละกรณี แต่คุณ มักจะมีงานหลาย ๆ อย่าง และ เอกสาร มากมาย ที่ต้องทำภายในระยะเวลา อันสั้น ดังนั้น คุณต้องสามารถ จัดการกับงาน ที่หลากหลายได้ ในคราวเดียว
ทักษะการสื่อสาร ที่เหนือกว่า หากคุณต้องการ ตรวจสอบ อาชญากรรม อย่างสุดความสามารถ คุณจะต้อง สามารถพูดคุย กับผู้คน ได้อย่างสบายใจ แต่มั่นคง เพื่อให้แน่ใจว่า คุณจะได้รับข้อมูล ที่ดีที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้
มีทักษะ ในการเขียนที่ดี การเป็นนักสืบ ไม่ใช่แค่ การออกไปภาคสนาม การไล่ล่าความเร็วสูง และ การทำตามโอกาส ในการขาย ที่น่าตื่นเต้น จะต้องมีงานเขียน มากมาย ที่เกี่ยวข้อง และ คุณจะต้องรู้วิธี ที่ดีที่สุด ในการแสดงรายละเอียด เกี่ยวกับ เหตุการณ์ ผ่านการเขียน ที่กระชับ และ เข้าถึงได้
ความอดทน หากคุณต้องการ เป็นนักสืบที่ดี คุณจะไม่สามารถ หมกมุ่นอยู่กับ การไขคดี ได้ทันที นักสืบ อาจใช้เวลา นานหลายเดือน หรือ หลายปี เลยก็ว่าได้ ในการติดตาม ผู้นำ และ งานนักสืบ จำนวนมาก ของคุณ จะนำไปสู่ ทางตัน
การรับรู้ คุณต้องพัฒนา ความสามารถ ในการรับรายละเอียด ทั้งหมด ของสถานที่เกิดเหตุ และ คิดหาข้อมูล ในรูปแบบดั้งเดิม ที่จะช่วยให้คุณ เข้าใกล้การค้นหา วิธีแก้ปัญหา มากขึ้นอีกขั้น

ติดตามพฤติกรรม

5 เครื่องมือสำคัญ ที่ช่วยให้นักสืบพิชิตภารกิจ ประจำนักสืบ

ในวันที่ดินฟ้าอากาศไม่เป็นใจ ท่ามกลางสังคมที่ผู้คนหลายเชื้อชาติกำลังเดินขวักไขว่ เดินไป เดินมา วนเวียน หลายคนกำลังตั้งหน้าตั้งตา ปฏิบัติภาระหน้าที่ ของตนเองอย่างขะมักเขม้น บางคนแสดงธาตุแท้และตัวตนของตัวเองออกมาอย่างไม่มีทีท่าหวาดกลัว เพราะเขายังไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกจับตามองในการกระทำ พฤติกรรม และคำพูดอยู่ทุกฝีก้าว

1. เครื่องดักฟัง

นับว่าเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญชิ้นหนึ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับอาชีพนักสืบ เนื่องจากในบางครั้งพวกเขาอาจพบเจอกับอุปสรรคที่ไม่สามารถนำตัวเองเข้าไปในพื้นที่ซึ่งมีข้อจำกัดต่างๆได้ ทำให้จำเป็นต้องแฝงกายเข้าไปในรูปแบบของอุปกรณ์นั่นเอง ในปัจจุบันเทคโนโลยีสามารถพัฒนาเครื่องดักฟังให้มีขนาดเล็ก พกพาง่าย ใช้งานสะดวก เพียงแค่เชื่อมต่อกับสัญญาณโทรศัพท์ก็สามารถรับฟังสัญญาณได้อย่างชัดเจน ติดตามพฤติกรรม อีกทั้งยังสามารถบันทึกเสียงการสนทนาไว้ในโทรศัพท์เพื่อเป็นหลักฐานได้อีกด้วย

2. GPS ติดตาม

อุปกรณ์ทันสมัยที่ทำให้นักสืบรุ่นใหม่ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือ GPS ติดตามนั่นเอง สืบเนื่องจากในปัจจุบันเทคโนโลยีได้ก้าวล้ำไปมาก การติดตามตัวบุคคลไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปหากเขาเปิดสัญญาณมือถือแล้วแชร์โลเคชั่นก็สามารถรับรู้ความเคลื่อนไหวต่างๆได้แล้ว แต่หากในกรณีที่ไม่มีการเปิดสัญญาณหรือไม่อนุญาตให้เข้าถึงการค้นหาตำแหน่ง อุปกรณ์ติดตามแบบออฟไลน์ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เหล่านักสืบนิยมใช้บริการนั่นเอง เพราะนอกจากจะมีราคาถูก กะทัดรัด พวกพาสะดวกแล้ว ยังสามารถเก็บซ่อนได้อย่างมิดชิดจนผู้ถูกติดตามไม่สามารถสังเกตเห็นความผิดปกติเลยก็ว่าได้

นักสืบ

3. กล้องถ่ายภาพและวิดีโอ

อุปกรณ์สุดคลาสสิก แต่ยังเป็นสิ่งยอดฮิตที่เหล่านักสืบขาดไม่ได้ เพียงแต่ในปัจจุบันอาจมีการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ให้ดูโฉบเฉี่ยว ทันสมัย นำออกมาใช้งานได้สะดวกมากขึ้น อาทิ กล้องถ่ายภาพและวิดีโอที่ติดมากับมือถือ หรือกล้องถ่ายภาพและวิดีโอขนาดเล็กที่มีสมรรถนะสูง ไม่เป็นเป้าสายตาสำหรับผู้คน เป็นต้น

4. อุปกรณ์และเครื่องมือช่างแบบพกพา

ในอดีตเราจะสังเกตเห็นนักสืบมักสวมเสื้อโค้ทใหญ่ๆ ภายในซ่อนอุปกรณ์ต่างๆที่จำเป็นไว้มากมาย แต่ในสมัยนี้วิทยาการต่างๆก้าวไกลไปมาก การพกพาเครื่องมือหรืออุปกรณ์ต่างๆจึงไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป นอกจากนี้ตัวอุปกรณ์ยังมีความทันสมัยถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับการใช้งานในหลากหลายรูปแบบอีกด้วย

5. โดรน หรือเครื่องถ่ายภาพทางอากาศ

ด้วยปัจจัยด้านราคาและข้อจำกัดทางข้อกฎหมาย โดรน อาจเป็นเครื่องมือลำดับสุดท้ายที่ได้รับความนิยมในหมู่นักสืบ ข้อดีของโดรนที่เหนือจากอุปกรณ์ประเภทอื่น คือมีทัศนะวิสัยกว้างไกล สามารถเข้าถึงเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ นอกจากนั้นยังสามารถทำการบันทึกภาพเพื่อเป็นหลักฐานได้อีกต่างหาก ทำให้โดรนเป็นอุปกรณ์สำคัญซึ่งหากใช้งานได้อย่างเหมาะสมกับสถานที่และโอกาสจะเกิดประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก และยังสามารถปิดภารกิจของบรรดานักสืบได้อย่างรวดเร็ว ไม่ยืดเยื้ออีกด้วย