ดิสนีย์พลัส ฮอตสตาร์ ประกาศวันเปิดตัว DISNEY’S “CRUELLA”


  • CRUELLA” ภาพยนตร์ไลฟ์แอ็คชั่น เรื่องใหม่ล่าสุดจากดิสนีย์ ที่นำแสดงโดย 2 ผู้ชนะออสการ์ “เอ็มมา สโตน” และ “เอ็มมา ทอมป์สัน” กำกับโดยเคร็ก จิลเลสพาย พร้อมออกฉาย 3 กันยายน 2564 แบบเอ็กซ์คลูซีฟทางดิสนีย์พลัส ฮอตสตาร์

ตัวละครวายร้ายที่มาพร้อมแฟชั่นจัดจ้านที่สุดในโลกภาพยนตร์กำลังจะเดินเฉิดฉายมาพบกับทุกคนถึงบ้านในภาพยนตร์ไลฟ์แอ็คชั่นเรื่องใหม่ล่าสุดจากดิสนีย์เรื่อง “Cruella” นำแสดงโดยสองนักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ “เอ็มมา สโตน” และ “เอ็มมา ทอมป์สัน” ภาพยนตร์เรื่องนี้ซึ่งกำกับโดยเคร็ก จิลเลสพาย พร้อมพรีเมียร์แบบเอ็กซ์คลูซีฟทางดิสนีย์พลัส ฮอตสตาร์ในวันศุกร์ที่ 3 กันยายนนี้

ดิสนีย์พลัส ฮอตสตาร์

“เอ็มมา สโตน” นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ (จาก La La Land) แสดงนำในภาพยนตร์ไลฟ์แอ็คชั่นเรื่องใหม่ล่าสุดของดิสนีย์เรื่อง “Cruella” ที่บอกเล่าช่วงเวลาเริ่มต้นสุดขบถของตัวละครวายร้ายที่ร้ายที่สุดและมาพร้อมแฟชั่นที่จัดจ้านที่สุดในโลกภาพยนตร์อย่างครูเอล่า เดอ วิลล์ โดยภาพยนตร์เรื่อง Cruella ดำเนินเรื่องในลอนดอนในทศวรรษ 1970s ท่ามกลางบรรยากาศของยุคปฏิวัติพังก์ร็อก พร้อมเล่าเรื่องราวของสาวนักต้มตุ๋นผู้ฉลาดเฉลียวและสร้างสรรค์คนหนึ่งที่ชื่อ “เอสเตลล่า” เธอตั้งใจจะสร้างชื่อให้กับตัวเองด้วยผลงานการออกแบบของเธอ

ดูหนังออนไลน์ไทยเธอได้ผูกมิตรกับโจรสาว 2 คนที่มาถูกใจในความสามารถของเธอ และทำให้ทั้ง 3 คนสามารถเอาชีวิตรอดบนถนนในลอนดอนร่วมกันได้ จนกระทั่งวันหนึ่ง ความเก่งกาจด้านแฟชั่นของเอสเตลลาไปเข้าตาบารอนเนส ฟอน เฮลแมน ผู้เป็นตำนานด้านแฟชั่นที่ทั้งชิคและน่าเกรงขาม รับบทโดยเอ็มมา ทอมป์สัน เจ้าของ 2 รางวัลออสการ์ (จาก Howard’s End และ Sense and Sensibility) แต่ความสัมพันธ์ของพวกเขานำไปสู่เหตุการณ์ต่างๆ ที่ทำให้เอสเตลล่าต้องเผยด้านที่ชั่วร้ายของเธอออกมา และทำให้เธอกลายเป็นครูเอลล่าผู้ที่ทั้งดื้อรั้น ก้าวล้ำนำแฟชั่น และเต็มไปด้วยไฟแค้น!

และพิเศษสำหรับสมาชิกในประเทศไทย ภาพยนตร์เรื่อง “Cruella” ยังสามารถรับชมได้ในเวอร์ชันพากย์เสียงไทย โดยมี “คริส หอวัง” เป็นผู้ให้เสียงพากย์เป็นครูเอลล่า คริส หอวังโด่งดังจากการรับบทนำในภาพยนตร์เรื่อง “รถไฟฟ้ามาหานะเธอ” ในปี 2553 ก่อนจะเติบโตในวงการบันเทิงเรื่อยมาทั้งในฐานะนักแสดง นางแบบ นักร้อง ดีเจ นักออกแบบท่าเต้น และครูสอนบัลเล่ต์ ทว่าสิ่งที่คริสยังไม่เคยทำก็คือการให้เสียงพากย์ตัวละครในภาพยนตร์ และการมาให้เสียงพากย์เป็นครูเอลล่าคือการทำงานนี้เป็นครั้งแรกของเธอ

คริสบอกว่า “คริสทำงานในวงการบันเทิงมาหลายอย่างแต่นี่คือครั้งแรกจริงๆ ที่คริสมาพากย์หนัง และถือว่าเป็นเกียรติมากที่ได้มาพากย์เป็นครูเอลล่า ต้องขอบคุณดิสนีย์ด้วยค่ะที่ให้โอกาส การได้ดูหนังเรื่องนี้ คริสคิดว่า ผู้ชมจะได้เห็นมุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับตัวละครนี้ในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน สำหรับคริส ครูเอลล่าเป็นตัวละครที่มีหลายด้านมาก และการพากย์เป็นครูเอลล่าก็ต้องใช้อะไรหลายๆ อย่างเลยค่ะ เอางี้ดีกว่า คริสขอพูด 5 อย่างเกี่ยวกับครูเอลล่าที่คุณอาจยังไม่รู้ก็แล้วกันค่ะ 1) เธอเป็นคนที่เกิดมาก็มีผมสองสีคือสีขาวกับสีดำแบบนี้อยู่แล้ว 2) เธอมีหมา 3) เธอเป็นแฟชั่นดีไซเนอร์ 4) หลายคนอาจจะคิดว่าเธอรวยมาก่อน แต่จริงๆ แล้วชีวิตเธอผ่านช่วงที่ลำบากมาก่อน และ 5) มีจุดเปลี่ยนบางอย่างที่จะทำให้คุณเข้าใจว่าทำไมครูเอลล่าถึงพลิกมาร้าย คริสพูดมากกว่านี้ไม่ได้แล้วล่ะค่ะ ต้องไปดูต่อเองค่ะแล้วจะเข้าใจ (ยิ้ม)”

Cruella นำแสดงโดยเอ็มมา สโตน, เอ็มมา ทอมป์สัน, โจอี้ ฟราย, พอล วอลเทอร์ เฮาเซอร์, เอมิลี่ บีแชม, เคอร์บี ฮาวเวลล์-แบบทิสต์ และมาร์ก สตรอง กำกับโดยเคร็ก จิลเลสพาย เขียนบทโดยดานา ฟ็อกซ์ และโทนี่ แม็คนามารา เรื่องโดยอลีน บรอช แม็คเคนนา, เคลลี่ มาร์เซล และสตีฟ ซิสซิส โดยอิงจากนิยายเรื่อง “The One Hundred and One Dalmatians” โดยโดดี สมิธ “Cruella” อำนวยการสร้างโดยแอนดรูว์ กันน์, มาร์ก แพล็ตต์ และคริสติน เบอร์ โดยมีเอ็มมา สโตน, มิเชลล์ ไรท์, จาเร็ด เลอบอฟฟ์ และเกล็นน์ โคลส รับหน้าที่อำนวยการสร้างบริหาร

สามารถสมัครเพื่อใช้บริการได้โดยตรงจากเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน Disney+ Hotstarทั้งบนอุปกรณ์ Android และ iOS

* The Hundred and One Dalmatians คือนิยายวรรณกรรมเยาวชนที่แต่งโดย Dodie Smith หลังจากนั้น Walt Disney ซื้อลิขสิทธิ์นำมาดัดแปลงเป็นแอนิเมชั่นในปี 1961 ภายใต้ชื่อ One Hundred and One Dalmatians

เพื่อจะได้เสื้อขนเฟอร์ที่หนานุ่มกว่าใคร ‘ครูเอลลา เดอ วิล’ จำเป็นต้องรวบรวมลูกหมาดัลเมเชี่ยนให้ได้ 99 ตัว

สำหรับคนธรรมดาสามัญ การต้องมารวบรวมลูกหมาจำนวนมากเพื่อไปทำเสื้อขนสัตว์คงเป็นเรื่องลำบากและยุ่งยาก หอบเงินไปซื้อตามห้างฯ เอายังจะง่ายกว่า แต่สำหรับคนที่มีเงินเป็นถุงเป็นถังแบบครูเอลลา การใส่เสื้อขนเฟอร์สำเร็จรูปไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการ ครูเอลลาอยากได้เสื้อที่ทำมาจากขนของ ‘ลูกหมา’ พันธุ์ดัลเมเชี่ยนเท่านั้น

ทันทีที่ ‘เพอร์ดิตา’—สุนัขลายจุดของ ‘แอนิตา แรดคลิฟฟ์’ เพื่อนสมัยเรียนของเธอคลอดลูกออกมา 15 ตัว ครูเอลลาก็มาปรากฏกายในบ้านของตระกูลแรดคลิฟฟ์ทันที เธอเจรจาหว่านล้อมขอซื้อเหมาลูกหมายกครอก แต่เธอก็ต้องหงุดหงิดเมื่อครอบครัวนี้เปลี่ยนใจไม่ยอมขายหมาให้เธอ

เรื่องไม่จบเท่านี้ เพราะครูเอลลาไปว่าจ้างสองคู่หู ‘ออเรส’ กับ ‘แคสเปอร์ บาดุน’ ให้ขโมยลูกหมาทั้งหมดมา หากสำเร็จ ภารกิจการตัดเย็บเสื้อขนเฟอร์ที่ทักถอจากการถลกหนังเจ้าลายจุดตัวจิ๋วก็จะเข้าใกล้ความจริงมากขึ้น เพราะในเวลานั้น ครูเอลลามีลูกหมาอยู่ 84 ตัวแล้ว!

แต่แทนที่เธอจะอยู่นิ่งและไม่ทำตัวให้มีพิรุธ ครูเอลลากลับโทร.ไปหาครอบครัวแรดคลิฟฟ์ แสร้งทำเป็นว่ารู้เรื่องหมาถูกขโมยจากหนังสือพิมพ์ ถามไถ่ความรู้สึกแล้วบอกว่าฉันไม่ได้ขโมยนะเธอ (แต่จ้างคนอื่นขโมยแทน…) จากนั้นก็โทร.ไปเร่งรัดให้สองโจรรีบถลกหนังเจ้าตูบ ก่อนที่เธอจะต้องตาลีตาเหลือกรีบแจ้นออกจากที่พัก เมื่อรู้ข่าวว่าหมาทั้งหมดหายไปแล้ว!

การใช้ชีวิตด้วยแนวคิด ‘ถ้าขาดเฟอร์ฉันตายแน่’ ทำให้การตามล่าหาลูกหมาเป็นภารกิจสำคัญในชีวิตของครูเอลลา (ซึ่งเราไม่รู้เลยว่าขนเฟอร์กับปอดของเธอเชื่อมต่อกันหรือเปล่า อะไรจะสำคัญขนาดนั้น) เมื่อสองโจรที่ว่าจ้างทำงานผิดพลาด เธอก็ออกตามล่าหมาเหล่านั้นด้วยตัวเอง ชีวิตของลูกหมาทั้งหมดจึงต้องแขวนอยู่บนเส้นด้ายเพียงเพราะความบ้าบิ่นของสาวบ้าเฟอร์ ที่อยากปรุงแต่งภายนอกของตัวเองให้ดูดีเท่านั้น
BAD LIST

• ครูเอลลาร้ายกาจแค่ไหนก็ดูได้จากการที่ ‘โรเจอร์ แรดคลิฟฟ์’ สามีของแอนิตา แต่งเพลงจิกกัดสาวบ้าเฟอร์คนนี้อย่างเจ็บแสบว่า “Cruella de Vil, Cruella de Vil. If she doesn’t scare you, no evil thing will…” ซึ่งถ้าแปลแบบไทยๆ ก็มีความหมายประมาณว่าถ้าคุณไม่กลัวอีนี่ ในโลกนี้คุณคงไม่กลัวอะไรแล้วล่ะ

• แม้จะร่ำรวยขนาดไหน แต่อุปสรรคสำคัญในการทำเสื้อขนเฟอร์จากขนลูกหมาลายจุดก็คือ การที่เจ้าของไม่ยอมขาย ครูเอลลาจึงจ้างมืออาชีพมาขโมยมันซะเลย

IN-DEPTH
โดย วณัฐย์ พุฒนาค

ถ้าพูดถึงความร้ายกาจ ‘ครูเอลลา เดอ วิล’ ถือว่าร้ายและไร้เหตุผลสุดๆ เพราะวีรกรรมของเธอคือการพยายามรวบรวมลูกหมาลายจุด 99 ตัวมาถลกหนังทำเสื้อนอกไว้สวมใส่ เพียงเพื่อสนองรสนิยมโรคจิตคือการเสพติดขนเฟอร์ โดยประสาทถึงขนาดต้องเป็นลายจุดของสุนัขพันธุ์ ‘ดัลเมเชี่ยน’ เท่านั้น

อืม…ก็เหมาะสมแล้วที่ชื่อของเธอจะมีที่มาจากคำศัพท์อย่าง Cruel และ Devil

ภาพของครูเอลลาชวนให้คิดถึง ‘เออร์ซูลา’ (ตัวร้ายจาก Little Mermaid ที่พูดถึงไปก่อนหน้านี้) แต่เป็นในเวอร์ชั่นผอมแทนอ้วน ภาพลักษณ์โดยรวมของเธอคือหญิงร่ำรวยที่ดูแก่และซีดเซียว (ทั้งที่เป็นเพื่อนร่วมโรงเรียนกับนางเอกเจ้าของหมาลายจุด แต่สารรูปกลับดูเหมือนเป็นยาย) ที่มาพร้อมเสื้อขนฟูฟ่องและควันบุหรี่สีเขียวดูอันตราย รวมๆ กันแล้วก็ดูคล้ายแม่มดอยู่บ้าง (ในเรื่องเธอก็ถูกเรียกว่าแม่มดด้วย)

แต่ความที่เรื่อง One Hundred and One Dalmatians พูดถึงเรื่องราวที่ตามสมัยขึ้นมาอีกนิด ความร้ายกาจของครูเอลลาจึงไปผูกพันอยู่กับประเด็นร่วมสมัยอย่าง ‘เรื่องครอบครัว’ และ ‘ชนชั้น’
  • ลองนึกถึงการ์ตูนดิสนีย์ส่วนใหญ่ที่มักเป็นภาพครอบครัวสุขสันต์ การมีครอบครัวในอุดมคติแบบชนชั้นกลาง เช่น คู่สามีภรรยาที่ทำงานและใช้ชีวิตอย่างพอตัวในอพาร์ทเมนท์ขนาดไม่ใหญ่ รวมถึงการผลิตลูกหลาน (ซึ่งในที่นี้ถูกนำเสนอผ่านสุนัข) ทั้งหมดนี้อยู่ในนิยามของความอบอุ่น สวยงาม และการมีชีวิต

    แต่โลกของครูเอลลาดันเป็นโลกที่ไม่มีการผลิตอะไรทั้งสิ้น ไม่มีสัญญาณบ่งบอกว่าเธอทำงานหาเลี้ยงตนเอง ไม่มีครอบครัว สถานะชนชั้นและความร่ำรวยของเธอเป็นสิ่งที่ได้มาจากมรดกตกทอดที่มี ‘รสนิยมแบบชนชั้นสูง’ อย่างการเสพติดขนสัตว์ ซึ่งรสนิยมแบบชนชั้นสูงและความร่ำรวยแบบนี้แหละที่ทำให้ครูเอลลาลุกขึ้นกระทำการวิปริตชั่วร้าย

    ยิ่งไปกว่านั้น ‘ความผอมแห้ง’ และ ‘ความแก่’ ของครูเอลลายังแสดงถึงภาวะเหี่ยวแห้งไร้ชีวิตที่สำคัญของผู้หญิง นั่นคือการไม่สามารถผลิตทายาทได้ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับครอบครัวของตัวละครเอกอย่างสิ้นเชิง

    หากมองที่ภาพรวมของ One Hundred and One Dalmatians จะเห็นได้ว่าพูดถึงการต่อสู้ดิ้นรนของชนชั้นกลางเป็นหลัก เราจึงเห็นการปะทะกันของคนสองชนชั้นอย่างชัดเจนตั้งแต่แรก ครูเอลลาพยายามใช้เงินซื้อลูกสุนัข (พร้อมดูถูกเหยียดหยาม โดยเฉพาะเรื่องการหารายได้เลี้ยงครอบครัว) ย้ำเรื่องสถานภาพของครอบครัวชนชั้นกลางที่ไม่สู้ดี แต่ในฐานะหัวหน้าครอบครัว โรเจอร์ยังยืนยันที่จะยืนหยัด (ด้วยเสียงสั่นเครือ) ต่อสู้ดิ้นรนประกอบอาชีพนักแต่งเพลง ซึ่งจะไปผลิดอกออกผลได้ในตอนจบของเรื่อง (ขายเพลงจนร่ำรวยระดับรับดูแลลูกหมา 101 ตัวได้)

    ดังนั้นในความร้ายของครูเอลลา (ที่คิดจะสังหารหมู่ลูกหมา) จึงมีการแฝงมิติทางชนชั้นอย่างแนบเนียน ด้วยการนำเสนอภาพตัวร้ายที่มาจากชนชั้นสูงผู้เข้ามาทำอันตรายต่อโลกอุดมคติของชนชั้นกลาง (แถมเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ชนชั้นสูงนัยๆ ว่าไม่ทำมาหากินแถมยังมีรสนิยมประหลาดอีกต่างหาก)

    และในที่สุดก็กลายเป็นชนชั้นกลางที่ได้รับชัยชนะจากการยึดมั่นต่อวิถีของตน

+ There are no comments

Add yours