Reply1988 ซีรีส์แห่งความคิดถึง


Reply1988 ซีรีส์แห่งความคิดถึง “…ความทรงจำทำให้เรามีชีวิตอยู่ต่อไป…”

คำพูดจากภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่คุณซอฟท์ผู้หญิงร่างเล็กยกขึ้นมาพูดกับเราในขณะที่นั่งพูดคุยกันที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งในห้างดังของกรุงเทพฯคงปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้ใหญ่หลายคนก็มักจะหวนนึกถึงความทรงจำในวัยเด็กที่แสนสดใสที่นึกถึงทีไรก็มักจะสร้างรอยยิ้มบนใบหน้าได้เสมอเพราะชีวิตในวัยเด็กมีแต่ความสนุกและเสียงหัวเราะจากใจจริงที่ผู้ใหญ่ต้องการไม่น้อยเพราะการใช้ชีวิตแบบผู้ใหญ่ไม่ได้ง่ายเหมือนที่เราจินตนาการไว้ในวัยเด็ก

มีหลายๆอย่างที่เรามักจะนึกถึงเวลาหวนย้อนไปยังความทรงจำวัยเด็กของเล่นที่เล่นกับเพื่อนข้างบ้าน ขนมที่กินวัยเด็กวีรกรรมแสนปวดหัวที่แม่มักจะกุมขมับการ์ตูนจากดิสนีย์คลับที่ต้องตื่นมาดูทุกเช้าวันเสาร์กับพี่นัทพี่แนนหรือแม้ละครตอนเย็นช่อง 7 ที่ตัวละครมักจะมีพลังพิเศษสิ่งเหล่านี้ทำให้เรายิ้มได้เสมอเวลานึกถึง ราวกับว่าเราสามารถย้อนเวลากลับไปเป็นเด็กตัวน้อยในวันนั้นได้อีกครั้ง

ในยุคที่ซีรีส์เกาหลีได้รับความสนใจอย่างมากจากคนไทยมีซีรีส์อยู่หนึ่งเรื่องที่สามารถสะกิดต่อมความคิดถึงในวัยเด็กของเราได้ นั่นคือ“Reply1988”ที่ใครหลายคนดูก็มักจะพูดเหมือนกันว่าซีรีส์เรื่องนี้ทำให้เกิด “ความคิดถึง” และ “ความอบอุ่นหัวใจ”

“Reply1988” เป็นซีรีส์ที่ใช้ปีค.ศ.1988 เป็นปีพื้นหลังของเรื่องชาวเกาหลีถือว่าปีนี้เป็นปีที่มีความสำคัญต่อประเทศของตนเองมากเพราะเป็นปีที่เกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพจัดกีฬาโอลิมปิคซึ่งถือว่าเป็นการเปิดประตูบ้านเพื่อให้ชาวโลกได้ทำความรู้จักวัฒนธรรมของตนเองความพิเศษของการดู Reply1988 คือเหมือนเราได้นั่งฟังซ็องด็อกซอนเล่าเรื่องของตนเองในชีวิตวัยเด็กที่หมู่บ้านซังมุนดงเป็นการเล่าเรื่องแบบ throw back กลับไปในวัยเด็กของเขาและคนในหมู่บ้านแน่นอนว่าหัวใจของ Reply1988ก็ยังคงนำเสนอเรื่องของความสัมพันธ์ที่อบอุ่นที่เน้นไปเรื่องของความสัมพันธ์ในครอบครัวมิตรภาพของเพื่อนและความรักของเพื่อนบ้าน ทั้ง 5 ครอบครัวที่ย้ายมาอยู่ในเวลาใกล้เคียงกัน คอยช่วยเหลือและหยิบยื่นน้ำใจให้แก่กันทำให้ซังมุนดงเป็นหมู่บ้านเล็กๆที่อบอวลไปด้วยกลิ่นไอของความอบอุ่น

นอกจากความพิเศษในการเล่าเรื่องแบบ throwback ของซีรีส์ที่กล่าวไปข้างต้นแล้วนับว่าเป็นความฉลาดของทีมเขียนบทในการให้ความสำคัญกับตัวละครด้วยเพราะทุกตัวละครไม่ว่าจะเป็นกลุ่มของพ่อแม่หรือกลุ่มของลูกๆทุกตัวละครมีความสำคัญและมีเรื่องราวที่น่าสนใจเป็นของตัวเองมีการเล่าเรื่องของแต่ละคนในแต่ละตอนเพื่อให้เห็นเรื่องราวของตัวละครนั้นๆ แต่ก็ไม่ลืมให้ความสำคัญกับตัวละครอื่นในตอนนั้นด้วยแม้แต่ตัวละครสมทบอย่างเพื่อนของนางเอกก็มีเรื่องราวที่น่าค้นหาเป็นของตัวเองและยังได้รับโอกาสให้มาสร้างสีสันในฉากสำคัญด้วยทำให้เห็นว่าตัวละครทุกตัวอยู่บนเส้นตรงที่เท่ากัน ซึ่งมั่นใจได้ว่าไม่มีละครหรือซีรีส์เรื่องไหนที่เขียนบทหรือเล่าเรื่องออกมาแบบนี้อย่างแน่นอน

การคาดเดาพระเอกในเรื่องของซีรีส์ตระกูลReplyถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของซีรีส์ตระกูลนี้ Reply1988ก็เช่นกันที่การคาดเดาพระเอกของเรื่องยังคงทำหน้าที่สร้างความตื่นเต้นและการคาดเดาของคนดูเราจะไม่มีทางรู้เลยว่าใครเป็นพระเอกจนกว่าเราจะดูซีรีส์จนถึงตอนที่ 20 คนดูต่างสนุกกับการคาดเดาและเชียร์ตัวละครที่ชอบไม่ว่าจะเป็น

จองฮวันชายหนุ่มมาดเท่, ซอนอู ชายหนุ่มผู้อบอุ่น, ดงรยง ผู้ชายรักความสนุก, ชเวเท็กชายหนุ่มผู้ไร้เดียงสา หรืออาจจะไม่ใช่คนที่เอ่ยชื่อมาเลยก็ได้จึงทำให้เนื้อเรื่องน่าติดตามขึ้นไปอีก

อีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยทำให้คนดูเข้าถึงอารมณ์ของเรื่องก็เพลงประกอบซีรีส์ที่สะกิดต่อมคิดถึงของคนดูเมื่อบทซีรีส์ที่ดีบวกกับเพลงที่ไพเราะ ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาก็คือความสมบูรณ์แบบของอารมณ์ที่ดึงอารมณ์ของคนดูให้ไปเป็นส่วนหนึ่งของหมู่บ้านซังมุนดงเพลงในเรื่องนี้จะเป็นเพลงป๊อปที่ฟังง่าย แต่ท่วงทำนองดนตรีและ Melodyของเพลงนั้นออกแนวเก่าๆฟังแล้วภาพขาวดำหรือภาพฟิล์มเก่าๆในยุคนั้นจะฉายเข้ามาในหัวทำให้เราเห็นสังคมในสมัยนั้นได้ดีเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าซีรีส์จะจบไปแล้วแต่ทุกครั้งที่กลับมาฟังเพลงเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็น A Little girl,Hyehwadong หรือแม้แต่เพลงความหมายลึกซึ้งอย่าง Don’t worry,My dear. ภาพรอยยิ้มและเหตุการณ์ในเรื่องตั้งแต่ตอนที่ 1 จนถึงตอนที่ 20 ก็จะวนฉายกลับมาอีกครั้งราวกับว่าเป็นมิวสิควิดีโอที่มีความยาวของเพลงในเรื่อง

กระแสก่อนการออกอากาศของReply1988 ในช่วงแรกนั้นเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากคนเกาหลีจำนวนมากเนื่องจากนักแสดงรุ่นลูกไม่ได้มีชื่อเสียงมากมายหรือยังไม่เป็นที่รู้จักเท่าที่ควรและบทนางเอกยังได้นักร้องมาแสดงชาวเน็ตเกาหลีจึงยังไม่เชื่อฝีมือการแสดงเท่าไรนัก เมื่อซีรีส์ออกกอากาศไปแล้วนักแสดงชุดนี้สามารถลบคำสบประมาทที่มีก่อนหน้านั้นได้อย่างราบคาบถือว่าผลตอบรับจากคนดูเป็นไปในทางที่ดีมาก และมีสิ่งที่เป็นตัวการันตีว่า Reply1988ประสบความสำเร็จคือเรทติ้งของเรื่องนี้เริ่มต้นตอนแรกที่ 6.1และจบด้วยเรทติ้งที่ 18.8 ถือว่าสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับช่องเคเบิ้ลทีวีของเกาหลีใต้ทำให้Reply1988 ได้รับรางวัลที่ใหญ่ที่สุดในงานประกาศรางวัล BeaksangArt Award 2016,

คุณชินวอนโฮซึ่งเป็นผู้กำกับของเรื่องนี้ก็ยังได้รับรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมคุณรยูจุนยอลได้รับรางวัลนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมอีกด้วย นอกจากรางวัลในประเทศแล้วในงานประกาศรางวัล Top Chinese Award ที่ประเทศจีนคุณพัคโบกอมก็ได้คว้ารางวัล Best International Artist อีกทั้งReply1988 ยังสร้างชื่อให้กับนักแสดงในเรื่องนี้เป็นรู้จักของคนในประเทศรวมทั้งประเทศไทยอีกด้วย  ดูหนังออนไลน์ และได้รับโอกาสให้แสดงฝีมือด้านการแสดงในเรื่องอื่นๆมากขึ้น

Reply1988 ไม่เพียงแค่สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้แก่วงการเคเบิ้ลทีวีเท่านั้นแต่ยังเปลี่ยนความรู้สึกของชายหนุ่มคนหนึ่งจากความบังเอิญเป็นความรักโดยไม่รู้ตัวคุณโอม-อำพล สวัสดิภักดิ์ ผู้ที่ไม่เคยมีความคิดที่จะแตะซีรีส์เกาหลีเลย แต่ด้วยความที่ว่างจากการสอบกลางภาคจึงมีโอกาสได้ดู Reply1988 ผ่านทางช่อง one จนต้องไปหาดูซับไทยต่อให้จบเพราะไม่อยากมีความรู้สึกค้างคาใจกับซีรีส์เรื่องนี้จนอินกับซีรีส์เรื่องนี้อยู่ร่วมเดือนจนต้องไปเสิร์ชถามในพันทิปว่าทำอย่างไรให้เลิกอินกับซีรีส์และคุณโอมยังยกให้ซีรีส์เรื่องนี้เป็นที่ซีรีส์เกาหลีที่หนึ่งในใจอีกด้วย

“อินกับมิตรภาพของเพื่อนดูปุ๊บรู้สึกอยากกลับบ้าน คิดถึงยาย คิดถึงแม่ คิดถึงพี่ คิดถึงแม้กระทั่งหมาคิดถึงทุกอย่างที่เป็นที่บ้านอ่ะ แล้วยิ่งกับเป็นหมู่เพื่อนใช่ไหมอย่างเราอย่างเนี้ย ตั้งแต่โตมาเราไม่เคยมีเพื่อนอย่างนี้มาก่อนเลยอาจจะมีแบบว่าเด็กๆก็เล่นด้วยกัน โตมาก็แบบแยกกันไปแล้วแต่อันนี้มันแบบว่าเด็กๆก็อยู่ด้วยกันโตมาก็อยู่ด้วยกันและทำงานก็ยังคบกันอยู่อะไรแบบนี้ซึ่งมันหายาก ทำให้เราอินมาก”

ไม่ใช่เพียงคุณโอมเท่านั้นที่ซาบซึ้งกับซีรีส์เรื่องนี้ เพราะคุณซอฟท์แวร์กรกมล ลีลาวัชรกุล ผู้ดูแลแฟนเพจเฟซบุคชื่อดัง Korseries ซึ่งถือว่าเป็นแฟนพันธ์แท้ตัวจริงของซีรีส์เกาหลีก็ประทับใจกับซีรีส์เรื่องนี้เช่นกัน

“มันเหมือนเป็นการปลูกฝังให้คุณรู้สึกว่าให้ความสำคัญกับครอบครัวให้ความสำคัญกับเพื่อนบ้าน เพราะว่ามันเป็นสังคมที่ดีมากๆที่ทุกคนช่วยเหลือกันมันควรเป็นภาพที่แบบว่าในอุดมคติที่ควรจะเกิดขึ้นเพราะว่าทุกวันนี้สังคมเรามันอยู่กันแบบต่างคนต่างอยู่ฉันก็จะทำอันนี้ของฉัน ใครจะทำไม แต่อันนี้มันทำให้เราจะทำอะไรก็คิดถึงคนอื่นด้วยแล้วก็เรื่องครอบครัวต้องให้ความสำคัญ เพื่อนก็อยู่ด้วยกันมามันก็จะต้องมีความผูกพันกับเพื่อนมันทำให้เรารู้สึกคิดถึงเพื่อนที่แบบรู้จักกันตอนเด็กๆ”

Reply1988 อาจเป็นเพียงซีรีส์หนึ่งเรื่องที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อความบันเทิงของคนดูเพียงเท่านั้นแต่ถ้าหากเราลองใช้ใจสัมผัสในทุกๆการดำเนินเรื่อง เราจะพบว่าซีรีส์เรื่องเรื่องนี้สอดแทรกประวัติศาสตร์และเหตุการณ์ในอดีตของเกาหลีใต้ทั้งทางการเมืองทางกฎหมายผ่านเนื้อเรื่องและตัวละครโดยที่เราซึมซับเข้าไปโดยที่ไม่ได้รู้สึกต่อต้านการเรียนรู้ประวัติศาสตร์เลยและซีรีส์เรื่องนี้ยังเปรียบเสมือนตัวแทนความคิดของคนเป็นพ่อแม่ที่เฝ้ามองดูลูกทุกก้าวเดินของชีวิตในวันที่อายุของเราเพิ่มมากขึ้น แต่พ่อแม่ก็ยังมองว่าเราเป็นเด็กน้อย 5 ขวบที่อยากให้เราเรียกหาท่านเวลาที่เราต้องการความช่วยเหลือเสมอมากกว่านั้นคนดูจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของในหมู่บ้านซังมุนดงโดยไม่รู้ตัวคนดูจะได้เรียนรู้ตัวละคร เติบโตไปพร้อมกับตัวละครในทุกช่วงชีวิตคนดูจะได้เข้าเรียนไปพร้อมกับซอนอู กลับบ้านพร้อมกับจองฮวันไปเล่นสนุกพร้อมกับดงรยง ไปตามเชียร์แท็คแข่งหมากล้อมและค้นหาความฝันไปพร้อมกับด็อกซอน ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นคุณจะรู้สึกผูกพันกับทุกตัวละครและเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันจนไม่อยากให้ตอนจบเดินทางมาถึง

จนตอนนี้ Reply1988 ซีรีส์แห่งความคิดถึง เดินทางมาถึงตอนจบแล้วเราคงต้องเอ่ยคำลาเพื่อนๆซังมุนดงทุกคนเพื่อแยกย้ายกันไปตามที่เราแต่ละคนเลือกเดินเราหวังว่าสักวันเรากับเพื่อนๆในวัยเด็กและเพื่อนบ้านที่น่ารักจะกลับมาพบกันอีกครั้งแต่อย่าได้กังวลว่าเราจะลืมทุกคน เพราะทุกครั้งที่เรากลับมาดูซีรีส์เรื่องนี้หรือกลับมาฟังเพลงของเรื่องนี้อีกครั้งภาพของทุกคนในซังมุนดงจะชัดเจนในความทรงจำของเราเสมอ

ขอประเดิม ด้วยซีรีย์เกาหลีที่เราชอบมากที่สุดตั้งแต่ดูซีรีย์มาจนถึงตอนนี้ Reply 1988 (응답하라 1988) ซีรีย์ที่ว่าด้วยความรัก ครอบครัว มิตรภาพ วัยเยาว์ และความทรงจำ ซึ่งล้วนถูกทักทอในชีวิตของแต่ละคน

จะเป็นไรไหม ถ้าไม่มีความฝัน ?

นี่คือคำถามที่เราได้หลังจากดูตอนที่ด๊อกซอนคุยกับพ่อเรื่องความฝัน ด๊อกซอน อิจฉาเพื่อนๆของเธอที่มีความฝันในการใช้ชีวิต และรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร แม้ความฝันเหล่านั้นจะไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไร แต่มันก็ทำให้ชีวิตของเพื่อนๆมุ่งไปข้างหน้า ในขณะที่เธอนั้นก็ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร และคำถามนี้ก็วนเวียนอยู่กับเราจนกระทั่งจบเรื่อง ในฐานะที่เราก็กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านในชีวิต อาจจะพอเทียบเคียงได้กับด๊อกซอนในตอนนั้น อยู่ๆความฝัน สิ่งที่เราคิดอยากจะทำและมีความสุขในการทำมาตลอด 4-5 ปี ก็ไม่ได้ทำให้เรามีความสุขในการทำอีกต่อไป เราไม่รู้ว่าเราทำไปเพื่ออะไรอีกแล้ว เราไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร และต้องการอะไร ถึงแม้จะมีคนมากมายคอยให้กำลังใจและอยู่ข้างๆขณะที่เรากำลัง struggle แต่ Reply 1988 โดยเฉพาะด๊อกซอน ก็ทำให้เรารู้สึกว่า มันไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องมีความฝันในตอนนี้ก็ได้ ใช้ชีวิตของเราไปเรื่อยๆ ไปกับปัจจุบัน ไปกับอนาคต ไปกับอดีต ไปกับเพื่อนๆ กับครอบครัว บางทีความฝันก็อาจจะไม่ได้ทำให้เรามีความสุขมากเท่ากับผู้คนรอบข้าง คนเหล่านั้นต่างหากที่ทำให้ความรู้สึกต่างๆมีคุณค่า

เรารู้สึกว่าคำว่า ‘ความฝัน’ ถูกให้ค่ากับชีวิตในช่วงวัยรุ่นมากๆ ยิ่งคนใน generation เรา ที่ทุกคนให้ค่าคนที่ทำตามความฝัน ยิ่งทำให้ความฝันถูกให้ค่ามากขึ้น และในขณะเดียวกัน คนที่ไม่มีความฝันจึงถูกมองว่าใช้ชีวิตแปลกแยก เราคิดว่าใครๆก็อยากมีความฝันกันทั้งนั้น ถ้ายังไม่มี หรือมีแล้วแต่ไม่มีความสุข ก็เปลี่ยน หรือไม่ต้องมีมันก็ได้ หาไปเรื่อยๆ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ความสุขของเรา เราก็ควรจะเป็นคนที่ให้ค่ามันเอง

ถึงแม้ว่าเราอาจจะยังไม่ได้อยู่ในวัยที่สมควรจะมองย้อนกลับไปยังวัยเยาว์ และมีความสุขกับอดีต เหมือนๆกับแก๊งซังมุนดงในตอนจบ แต่การที่เรามีอดีต มีคนให้คิดถึง เมื่อคิดย้อนกลับไป ก็ทำให้ชีวิตในวันนี้ของเรามีความสุขไม่น้อย เมื่อได้นึกย้อนกลับไปในช่วงที่เล่นกับเพื่อนๆอย่างสนุกสนาน ทำอะไรบ้าๆบอๆ ตอนที่ทะเลาะกับพ่อแม่พี่น้อง ได้กินอาหารที่ชอบร่วมกับพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่มีความสุข หรือไม่มีความสุข แต่หากได้มองย้อนกลับไป ก็อดอมยิ้มไปกับความทรงจำเหล่านั้นไม่ได้

appreciation post หรือ review post ถึงซีรีย์เรื่องนี้เท่านั้น เราอยากตั้งคำถามและตอบตัวเองกับสิ่งที่เราคิดได้ระหว่างดู และหลังจากดูซีรีย์ มาช่วยกันตั้งคำถามและตอบได้นะ ถ้าดูแล้วได้อะไร หรือไม่ได้อะไร ตาม hashtag เลย #ดูแล้วได้อะไร เราเองถ้าคิดอะไรเพิ่มได้ ก็จะเข้ามาเขียนเรื่อยๆ

“Reply 1988” คือซีรี่ส์เกาหลีที่โด่งดังมากในช่วงระหว่างปลายปี 2015 ถึงต้นปี 2016 ซึ่งเพิ่งถูกนำมาเผยแพร่ในแพลตฟอร์มเน็ตฟลิกซ์

แน่นอนว่าธีมหลักของซีรี่ส์เรื่องนี้นั้นไม่แตกต่างจาก “Reply 1997” และ “Reply 1994” ที่มาก่อนหน้า นั่นคือภารกิจการตามหา “สามี” ให้ตัวละครนำหญิง ในบรรยากาศย้อนรำลึกโหยหาอดีต

แม้จะเป็นภาคสุดท้าย/ล่าสุดของซีรี่ส์ชุด “Reply” แต่ “Reply 1988” กลับเป็นเรื่องแรกสุดในไตรภาคนี้ที่ผมมีโอกาสได้ดูจนจบด้วยความประทับใจ

หากพิจารณาดีๆ เราจะพบว่า “Reply 1988” นั้นกล่าวพาดพิงถึงประเด็นทางสังคมหนักๆ เช่นเดียวกับ “หนังเกาหลีร่วมสมัย” หลายเรื่อง

อาทิ การอาศัยอยู่ใน “บ้านชั้นใต้ดิน” ของครอบครัวนางเอกในซีรี่ส์เรื่องนี้ ก็คล้ายคลึงกับชะตากรรมปากกัดตีนถีบของกลุ่มตัวละครหลักใน “Parasite”

หรือจะมีตัวละครสมทบรายหนึ่ง ซึ่งตลอดทั้งเรื่อง คนดูน่าจะประเมินว่าเธอทำหน้าที่ “แม่-เมีย” ได้ไม่สมบูรณ์นัก ก่อนที่เธอจะเริ่มมีตัวตนมากขึ้นในช่วงท้ายๆ และบทพูดหนึ่งที่ชวนขบคิด ก็คือ การเผยความในใจว่าเธออยากเป็นตัวของเธอเอง โดยให้คนอื่นๆ เรียกชื่อเสียงเรียงนามอันแท้จริง มากกว่าจะถูกเพื่อนบ้านพากันเรียกขานว่าเธอเป็น “แม่ของ…”

ประเด็นนี้ชวนให้นึกถึงหนังแนวสตรีนิยมเรื่อง “Kim Ji-young, Born 1982” อยู่ไม่น้อย

แต่น่าสนใจว่า ในภาพรวม “Reply 1988” ได้พยายามนำเอาประเด็นขัดแย้งเคร่งเครียดจริงจังเหล่านั้นมาปรุงแต่งเป็น “ละครดราม่า” รสชาติกลมกล่อม ซึ่งชูรสด้วยอารมณ์โรแมนติก ความอบอุ่น และอารมณ์ขันเบาๆ ที่มีอิทธิพลอยู่เหนือการกดขี่ ความเหลื่อมล้ำ และอารมณ์เก็บกดกดดันต่างๆ

ดูเหมือนผู้ชมหลายคนจะรู้สึกอินกับ “วัตถุความทรงจำ” หรือ “วัฒนธรรมป๊อปในความทรงจำ” เช่น แฟชั่นเครื่องแต่งกาย เทปเพลง วิดีโอ หนัง/ละครเก่า เพลงเก่า โปสเตอร์เก่า ตู้เกม ของเล่น คอมพิวเตอร์รุ่นโน้น ฯลฯ ที่ปรากฏในซีรี่ส์เรื่องนี้

อย่างไรก็ตาม องค์ประกอบที่ผมเห็นว่า “Reply 1988” นำเสนอไว้ได้ดีไม่น้อย คือ ภาวะเปลี่ยนผ่านของ “อารมณ์ความรู้สึก” หรือ “องค์ความรู้ของยุคสมัย” บางประการ ในตอนที่แม่ของ “ด็อกซอน” (นางเอก) ต้องกินไม่ได้นอนไม่หลับ เพราะรอลุ้นผลการตัดชิ้นเนื้อจากเต้านมไปตรวจพิสูจน์ว่าเป็นเนื้อร้ายหรือไม่

ณ ช่วงปลายทศวรรษ 1980 นั้น ทำให้เราตระหนักว่าโรคภัยดังกล่าวเคยเป็นเรื่องใหญ่และน่ากังวลมากๆ เพียงใด สำหรับสตรีผู้เข้าตรวจสุขภาพและสมาชิกครอบครัวรายอื่นๆ

ก่อนที่ต่อมา พัฒนาการทางด้านสาธารณสุขจะจัดการกับปัญหาสุขภาพเรื่องนี้ได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

+ There are no comments

Add yours