ออกกำลังกายด้วยการขึ้นบันได

การออกกำลังกาย ทำได้ทุกที่ทุกเวลา วันนี้ขอเสนอเทคนิคการออกกำลังกายที่เรียกว่าสะดวกมากๆ ที่พบเจอได้แน่นอนในชีวิตประจำวันของแต่ละคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนวัยทำงานที่ต้องเดินขึ้นบันไดอาคารอยู่เป็นประจำ ซึ่งบางคนก็อาจจะบอกว่าใช้ลิฟท์อยู่เป็นประจำก็ไม่ว่ากัน แต่หลังจากอ่านบทความนี้จบ คาดว่าผู้อ่านจะได้กำลังใจในการเดินขึ้นบันไดระหว่างวันให้มากขึ้น และเห็นประโยชน์ที่ควรจะเริ่มปฎิบัติตาม

การเดินขึ้นบันได ช่วยให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้ดีขึ้น จัดเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิคชนิดหนึ่ง จากการสำรวจประเมินการใช้พลังงานเฉลี่ยพบว่า การเดินขึ้นบันได 1 นาที สามารถเผาผลาญพลังงานได้ประมาณ 10 กิโลแคลอรี่ ช่วยให้กล้ามเนื้อตั้งแต่บริเวณช่วงล่างของร่างกาย ได้แก่ ช่วงสะโพก ก้น ต้นขา น่อง กระชับและแข็งแรงที่สำคัญ

เทคนิคการขึ้นบันไดที่เหมาะสม
ควรจัดท่าเดินขึ้นบันได โดยให้หัวเข่างอตั้งฉากไม่เลยปลายเท้า ซึ่งเป็นการจัดท่าที่คล้ายคลึงกับการออกกำลังกายที่ช่วยให้กล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้าและสะโพกกระชับและแข็งแรงขึ้น หรือที่เรารู้จักกันว่าท่าสควอท
การเดินลงบันได เป็นท่าที่เสี่ยงต่อการการบาดเจ็บของหัวเข่าได้ง่าย เพราะการจัดท่าของหัวเข่าจะตั้งฉากเลยปลายเท้า ทำให้หัวเข่ารับน้ำหนักตัวเต็มที่มากกว่าปกติ จึงมีคำแนะนำให้หลีกเลี่ยงท่านี้สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องข้อเข่า แต่การเดินลงบันไดสำหรับคนปกติที่ไม่มีปัญหากล้ามเนื้อและข้อเข่ายังสามารถทำได้อยู่
สำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่ทรงตัวไม่ค่อยได้ จะไม่แนะนำให้เดินขึ้นบันได้ เพราะจะเสี่ยงต่อการไม่สมดุลของการทรงตัว อาจเกิดอุบัติเหตุตกบันได้หรือหกล้มได้
สำหรับคนที่มีอาการปวดเข่ารุนแรง จะไม่แนะนำให้เดินขึ้น-ลงบันได เพราะอาจจะทำให้หัวเข่าเกิดการอักเสบมากขึ้นและเรื้อรัง ซึ่งจะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก
หากมีอาการหายใจหอบเหนื่อย จะเป็นลม หน้ามืด เวียนศีรษะ ขณะที่เดินขึ้นบันได้ ให้หยุดพักทีนที
และที่สำคัญผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนการออกกำลังกายด้วยการขึ้นบันไดเช่นนนี้

หากต้องการให้ร่างกายได้เกิดการเผาผลาญพลังงานโดยไม่กระทบชีวิตประจำวัน แนะนำว่า ในแต่ละวันควรหาเวลาสำหรับการเดินขึ้นบันไดประมาณ 15 นาที ซึ่งจะเทียบเท่ากับการช้พลังงานประมาณ 150 กิโลแคลอรี่ต่อครั้ง ก็จะช่วยให้เป้าหมายการออกก าลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที ทุก วันหรืออย่างน้อย 3-4 วันต่อสัปดาห์ประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้น

If you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufabet

ออกกำลังกายช่วงเวลาไหนดีกว่ากัน

การออกกำลังกาย เวลาไหนๆทั้งเช้า สาย บาย เย็น ค่ำ ก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป แต่มี ประโยชน์แก่ร่างกาย ทั้งสิ้น ทำให้ห่างไกลโรคมีสุขภาพที่ดีช่วยในการลดน้ำหนัก เพียงแต่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ

มีข้อมูลมากมายและหลากหลายทฤษฎีที่ออกมาถกเถียงกันเรื่องของเวลาการออกกำลังกาย ว่าออกกำลังกายช่วงเวลาไหนให้ผลดีมากกว่ากัน จะเป็นช่วง เช้า สาย บ่าย หรือเย็น ซึ่งโดยมากสิ่งที่จะเป็นตัวตัดสินและชี้วัดว่าการออกกำลังกายนั้นได้ผลหรือไม่ ไม่ได้อยู่ที่ช่วงเวลาการออกกำลังกาย แต่อยู่ที่ความสม่ำเสมอของการปฏิบัติมากกว่า เพราะไม่ว่าช่วงเวลาไหน การออกกำลังกายก็มี ประโยชน์แก่ร่างกาย ทั้งสิ้น ทำให้ห่างไกลโรคอย่าง โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคมะเร็ง โรคอ้วน โรคอัลไซเมอร์ ฯลฯ ซึ่งการออกกลังกายแต่ละช่วงเวลานั้นมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป จึงควรเลือกช่วงที่สามารถทำได้อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง แต่ถ้าหากตารางชีวิตของคุณปรับเปลี่ยนได้ ลองเลือกพิจารณาตามข้อดีข้อเสียดังนี้

ข้อดีของการออกกำลังกายในตอนเช้า
หลายคนเลือกการออกกำลังกายในตอนเช้าเนื่องจากสามารถกำหนดเวลาที่แน่นอนพร้อมได้รับอากาศที่ดี สดชื่นในยามเช้า มาดูข้อดีของการออกกำลังกายในยามเช้ากัน

สามารถกำหนดเวลาและสามารถทำให้เป็นกิจวัตรได้ง่ายกว่า
อย่างที่บอกไป การออกกำลังกายในยามเช้าจะทำให้เราแบ่งเวลาได้ง่ายกว่าช่วงอื่นๆ โดยโอกาสที่จะถูกขัดจังหว่ะ กิจกรรมที่มาจากภาระหน้าที่การงงานในชีวิตประจำวันได้น้อยกว่า เพียงแต่เราจำเป็นต้องปรับเวลาการเข้านอนและการตื่นให้ไวขึ้นกว่าปรกติ

ช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ และอัตราเผาผลาญพลังงานในระหว่างวัน
โดยสองสิ่งนี้จะมีผลให้เราสามารถเผาผลาญพลังงานและดึงไขมันสะสมมาใช้ในระหว่างวันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับคนที่ต้องการคุมน้ำหนัก หรือลดน้ำหนัก พบว่าการออกกำลังกายตอนเช้าจะช่วยให้คุมน้ำหนักได้ดีกว่า ด้วยเหตุผลในเรื่องของฮอร์โมนที่ร่างกายสร้าง ซึ่งจะสัมพันธ์กับ biological clock ในสมองในการสร้างฮอร์โมน

สร้างความรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า
ผลเนื่องจากร่างกายได้รับการกระตุ้นประกอบกับระดับฮอร์โมนต่างๆมีความเปลี่ยนแปลง เมื่อออกกำลังกายเสร็จจะทำให้ร่างกายตื่นตัวสดใสไปได้อีกหลายชั่วโมง แต่จำเป็นที่จะต้องเลือกการออกกำลังกายที่ไม่หนักจนเกินไปและต้องพักผ่อนให้เพียงพอด้วย เพราะหากออกกำลังกายหนักเกินไปในช่วงเช้า ในขณะที่พักผ่อนไม่เพียงพอแล้วหล่ะก็ ร่างกายอาจอ่อนเพลีย และได้รับผลเสียมากกว่าประโยชน์

ได้รับอากาศที่สดชื่น
ในช่วงเช้ามลพิษในอากาศนั้นยังมีน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเวลาอื่นๆ สำหรับคนที่ออกกำลังกายภายนอกบ้านหรือฟิตเนส การตื่นมากออกกำลังกายตอนเช้าก็จะทำให้รับรับอากาศที่ดีกว่า และได้รับมลพิษที่น้อยกว่า

ข้อเสียของการออกกำลังกายในตอนเช้า
ข้อเสียเล็กๆของการออกกำลังกายตอนเช้าก็มีแยู่บ้าง แต่ก็ไม่ยากเกินกว่าจะแก้ไข

อากาศที่เย็นในช่วงเช้าอาจทำให้บาดเจ็บได้
อุณหภูมิในช่วงเช้าจะเย็นกว่าในช่วงเวลาอื่นๆของวัน ซึ่งความเย็นนี้อาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อในขณะออกกำลังกายได้ แต่สามารถแก้ไขได้ด้วยการอบอุ่นร่างกายให้พร้อมเสียก่อน จึงค่อยเริ่มการออกกำลังกาย อาจจะเริ่มด้วยการเดิน และยืดเหยียดร่างกายให้รู้สึกอุ่นก่อนจึงค่อยเริ่มการออกกำลังกายจริงๆต่อไป

อุณหภูมิและพลังงานในร่างกายอยู่ในระดับต่ำ
โดยปรกติอุณหภูมิในร่างกายจะลดต่ำลงในช่วงเช้ามืด 1-3 ชั่วโมงก่อนตื่นนอนและเป็นช่วงเวลาที่ระดับพลังงานในร่างการของเราต่ำเนื่องจากไม่ได้อาหารตลอดคืน การไหลเวียนเลือดช้าลง ระบบทุกๆอย่างจะอยู่ในภาวะการพักผ่อน ซึ่งภาวะนี้อาจจะทำให้เกิดอาการเวียนหัว และหิวในช่วงเช้า วิธีการแก้ก็คือค่อยๆปรับภาวะร่างกายหลังตื่นนอนด้วยการ นอนให้ไวขึ้นและตื่นเช้ากว่าเวลาไปออกกำลังกายซักหน่อย เพื่อให้มีเวลาในการทำกิจวัติประจำวันให้เรียบร้อย หรือหากหิวมากให้ทานอาหารมื้อเล็กๆที่ให้พลังงาน โดยให้ทานก่อนไปออกกำลังกายอย่างน้อย 1-1.30 ชั่วโมง เพราะอาหารมื้อเล็กก่อนไปออกกำลังกายจะทำให้เรามีพลังงงานในการออกกำลังกาย และทำให้ออกกำลังกายได้อย่างเต็มที่

ข้อดีการออกกำลังกายในตอนเย็นถึงค่ำ
การออกกำลังกายในช่วงเย็นถึงค่ำถือเป็นช่วงเวลาที่ได้รับความนิยมอย่างมากโดยเฉพาะในหมู่คนเมือง เนื่องจากความเหมาะสมเรื่องเวลา แต่การออกกำลังกายช่วงเวลานี้ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียเช่นกัน

ออกกำลังกายได้เต็มที่มากกว่า
มีผลการวิจัยหลายชิ้นทดสอบออกมาว่า ช่วงเวลาตั้งแต่ บ่าย 3 โมงจนถึง 3 ทุ่ม (15.00น-21.00น.)เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการออกกำลังกายโดยเฉพาะ กลุ่มเสริมสร้างและเพิ่มความอดทนของกล้ามเนื้อ เนื่องจากร่างกายได้รับพลังงานจากอาหารมาสะสมไว้จนเพียงพอ จึงทำให้ออกกำลังกายแบบใช้แรงได้ดีกว่า โดยกล้ามเนื้อทำงานได้ดีขึ้นประมาณ 5-10% รวมถึงความทนทานของร่างกาย หรือความอึดในการออกกำลังกายโดยเฉพาะการออกกำลังแบบแอโรบิก จะเพิ่มขึ้นถึง 4%

เสี่ยงกับอาการบาดเจ็บน้อยกว่า
เนื่องด้วยช่วงเวลาเย็นของวันจะเป็นช่วงที่ร่างกายจะมีอุณหภูมิสูง และร่างกายอบอุ่นขึ้น ว่าช่วงเวลาเช้า จึงทำให้กล้ามเนื้อ ข้อต่อยืดหยุ่นได้ดีกว่า และพร้อมกับการออกกำลังกายมากกว่าจึงทำให้มวลรวมของกล้ามเนื้อ แข็งแรงและทนทานกว่าในช่วงเช้านั่นเอง

ช่วยให้ผ่อนคลาย ลดความเครียดจากการทำงานตอลดทั้งวัน
เมื่อออกกำลังกาย ฮอร์โมนต่างๆจะถูกหลั่งออกมา โดยเฉพาะเมื่ออกกำลังกายเสร็จจะให้เรารู้สึกสบายใจ เป็นเพราะร่างกายได้หลั่งฮอร์โมน เอนดอร์ฟิน ออกมา ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้มีฤทธิ์คล้ายกับฝิ่น แต่ไม่มีโทษ จะทำให้เราสบายใจ คลายเครียด เป็นการสร้างสมดุลให้กับร่างกายที่จำเป็น เพราะเมื่อเราเครียด ร่างกายของเราจะหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมากระตุ้นร่างกายเรา ฮอร์โมนตัวนี้คือ อะดรีนาลิน เมื่อเครียดมากร่างกายก็จะกระตุ้นการกักเก็บไขมัน ดังนั้นการออกกำลังกายจะช่วยให้เรามีระดับ เอนดอร์ฟิน บาลานซ์กับอะดรีนาลิน ทำให้ร่างกายเราสดชื่นไม่ตึงเครียด และช่วยให้เราคุมอาหารได้ง่ายขึ้นด้วย

ข้อเสียของการออกกำลังกายช่วงเวลาตอนเย็น-ค่ำ
การเผาผลาญไขมันสะสมทำได้ช้ากว่า
จริงอยู่ที่การออกกำลังกายในช่วงเย็นจะมีพลังงานแรงกายมากกว่า แต่ด้วยพลังงานที่สะสมเหล่านี้นี่เองที่ให้ต้องใช้เวลาในการเผาผลาญให้หมดนานกว่า เพราะพลังงานต้นของร่างกายนั้นจะมาจากพลังงานที่ได้จากอาหารที่เราทานระหว่างวัน โดยจะสะสมไว้ในรูปแบบของไกรโคเจน การที่เราจะเผาผลาญได้จนถึงถึงระดับไขมันสะสมนั้นจำเป็นจะต้องใช้พลังงานส่วนของไกรโคเจนให้หมดเสียก่อน โดยอาจจะใช้เวลาถึง 30-40 นาทีเลยทีเดียว ดังนั้นวิธีแก้ไข จึงควรควบคุมอาหารให้ทานอย่างพอเหมาะพอดี จัดตารางอาหาร ก่อนและหลังการออกกำลังกายให้สอดคล้องกับการใช้งาน และจำเป็นต้องวางแผนการออกกำลังกายในช่วงเย็นร่วมด้วย โดยผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เวทเทรนนิ่งก่อนที่จะคาร์ดิโอ เพราะจะได้ใช้พลังงานต้นให้หมดไปกับกิจกรรมหนักๆอย่างยกเวทเสียก่อน แล้วจึงใช้การคาร์ดิโอช่วยในการเผาผลาญไขมันสะสมอีกทาง

นอนไม่หลับ นอนหลับไม่สนิท
เนื่องจากระดับฮอร์โมนต่างๆที่เพิ่มขึ้นขณะที่เราออกกำลังกาย จะทำให้เรากระปรี้กระเปร่าและสดชื่น อาจทำให้เกิดอาการตื่นตัว นอนไม่หลับได้ หรือหลับไม่สนิทได้ จึงควรจัดเวลาการออกกำลังกายให้ห่างจากเวลาเข้านอนประมาณ 4-6 ชั่มโมง จะทำให้นอนหลับได้ลึกขึ้นและสบายขึ้น

ทำให้เป็นกิจวัติและต่อเนื่องได้ยากกว่า
ข้อนี้อาจหมายถึงกรณีมุนษย์เงินเดือน และคนที่ทำงานไม่เป็นเวลา โดยเวลาในช่วงเวลานี้จะถูกรบกวนด้วยภาระและกิจกรรมต่างๆได้ง่ายกว่า ทั้งธุระส่วนตัว และธุระส่วนรวมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือหลายครั้งเมื่อทำงานระหว่างวันหนัก ทำให้รู้สึกว่าการนำร่างไปออกกำลังกายนั้นช่างยากเหลือเกิน ทางออกของปัญหานี้คือ ต้องใช้ความพยายามจัดสรรเวลาให้ได้ ปฏิเสธกิจกรรมที่ไม่จำเป็น หรือถ้าหากทำไม่ได้ การหาเวลามาออกกำลังกายในช่วงเช้าแทน ก็เป็นทางออกที่ดี สำหรับอาการงอแงขี้เกียจ สามารถแก้ไขได้โดย นำตัวเองไปที่ออกกำลักายให้ได้ เริ่มต้นด้วยการออกแบบเบาๆ เมื่อร่างกายร้อนขึ้น ผ่อนคลายขึ้น ก็จะทำให้ความขี้เกียจนั้นหายไป

สำหรับคนที่ไม่มีเวลา มีเวลาไม่แน่นอนและ ผู้เริ่มต้นการออกกำลังกาย
การกำหนดเวลาในการออกกำลังกาย ของคนที่มีเวลาไม่แน่นอนนั้น อาจไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงข้อดีข้อเสียของช่วงเวลามากนัก แต่ขอให้แบ่งเวลาที่สะดวกที่สุด ไปออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อย 150-200 นาทีต่อสัปดาห์ โดยสามารถแบ่งเป็นหลายๆครั้ง ครั้งละไม่ต่ำกว่า 30 นาที และหาเวลาออกกำลังกายในกลุ่มเวทเทรนนิ่ง อย่างน้อย สัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง และจัดเวลาสำหรับกิจกรรมการยืดเหยียดกล้ามเนื้ออย่างน้อยวันละ 20-30 นาที เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ อาจทำระหว่างวันหรือระหว่างทำงานก็ได้ สำหรับมือใหม่ก็เช่นกัน พยามยามหาเวลาไปออกกำลังกายให้ได้ ขอให้เป็นช่วงเวลาที่ทำได้อย่างสม่ำเสมอ หรือหากไม่มีเวลาจริงๆ ลองใช้วิธีการสอดแทรกการออกกำลังกายเข้กับการใช้ชีวิตประจำวัน เช่นเดินให้มากขึ้นโดยเริ่มจากป้ายรถเมล์ไปที่ทำงาน หรือการเดินจากสถานที่นึงไปอีกสถานที่นึงแทนการใช้รถ งดการใช้ลิฟท์ในการขึ้นลงชั้นใกล้ๆเปลี่ยนมาเป็นการขึ้น ลงบันไดแทนก้ได้ แต่ถ้าหากพอจัดสรรเวลาได้ หาเวลาไปออกกำลังซักนิด คุณก็จะมีสุขภาพที่ดีห่างไกลโรคได้

ufabet.co

ออกกำลังกายไล่โรคร้าย ผลลัพธ์ดีๆที่ชวนให้คุณต้องออกกำลังกาย

การออกกำลังกาย ไม่เพียงใช้เป็นเครื่องมือในการลดน้ำหนักเพียงอย่างเดียว แต่การออกกำลังกายยังช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและช่วยขับไล่และลดความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายได้อีกด้วย

ทราบหรือไม่ว่าในปัจจุบันคนไทยมีความเสี่ยงเป็นโรคชนิดไม่ติดต่อที่เกี่ยวกับการเสื่อมสภาพร่างกายสูงขึ้น เนื่องมาจากวิถีชีวิตของคนเราพึ่งพาเครื่องทุ่นแรงมากขึ้น ในขณะที่การเคลื่อนไหวของร่างกายน้อยลง เราเสพติดความสะดวกสบาย เดินด้วยตัวเองน้อยลง และทานอาหารที่มีปริมาณพลังงานและไขมันสูง จากสถิติพบว่า เราใช้เวลานอนพักผ่อนประมาณ 6-8 ชั่วโมง และที่เหลืออีกประมาณ 16 ชั่วโมง เราใช้ 60-80% หมดไปกับการนั่ง ด้วยสิ่งต่างๆเหล่านี้คนในปัจจุบันจึงมีการมีกิจกรรมทางกายลดลง และเป็นเหตุที่ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น สิ่งที่ตามมาพร้อมน้ำหนักตัวก็คือ การเกิดโรคเบาหวาน และโรคต่างๆที่เกี่ยวกับหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิต โดยองค์การอนามัยโลกระบุว่า น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นคือภาวะคุกคามมนุษยชาติ เพราะการเป็นเบาหวานจะนำไปสู่โรคอีกหลายโรค อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ร่างกายมีการเคลื่อนไหว สามารถช่วยขับไล่โรคร้าย ช่วยให้เรามีสุขภาพดีได้ถึง 8 อย่าง ดังนี้

การออกกำลังกายและควบคุมน้ำหนัก ช่วยลดการเสียชีวิตและความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งหน้าอกซ้ำซ้อน ได้ถึงร้อยละ 50
การออกกำลังกายและควบคุมน้ำหนักช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ถึงร้อยละ 60
การออกกำลังกายและควบคุมน้ำหนักจะช่วยลดการเกิดโรคหัวใจและความดันโลหิตสูงได้ถึงร้อยละ 40
การออกกำลังกายและควบคุมน้ำหนักช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ ได้ร้อยละ 27
การออกกำลังกายและควบคุมน้ำหนักยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ร้อยละ 58
การออกกำลังกายและควบคุมน้ำหนักช่วยให้การรักษาเบาหวานชนิดที่ 2 มีประสิทธิภาพมากขึ้นถึง 2 เท่า เทียบกับการไดรับอินซูลินแบบมาตรฐาน
การออกกำลังกายจะช่วยลดภาวะซึมเศร้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทียบเท่าการบำบัดด้วยยาและพฤติกรรม
ผู้ใหญ่ที่มีความแข็งแรงของกล้ามเนื้อนั้นมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต น้อยกว่าผู้ที่มีความแข็งแรงของกล้ามเนื้อในระดับต่ำถึงร้อยละ 20 และมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งน้อยกว่าถึงร้อยละ 33
เมื่อทราบแล้วว่าการออกกำลังกายนั้นมีประโยชน์มากขนาดนี้ ก็คงถึงเวลาที่จะเริ่มขยับรับสุขภาพดีด้วยการออกกำลังกายอย่างเป็นประจำ และเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อไล่โรคร้ายและมีสุขภาพที่แข็งแรงและสมบูรณ์

ufabet.co

สวยใส อ่อนเยาว์ ด้วยการออกกำลังกาย

สวยใส อ่อนเยาว์ ด้วยการออกกำลังกาย
ใครๆ ก็อยากจะดูเด็ก อ่อนวัยทั้งนั้น การออกกำลังกายเป็นหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับการยอมรับว่าช่วยให้ร่างกายแข็งแรง สามารถช่วยฟื้นคืนความอ่อนเยาว์ให้กับร่างกาย ผิวพรรณ และจิตใจได้

คำว่าแก่ แค่พูดเบาๆ ก็เจ็บ สาเหตุที่ทำให้ใครหลายคนพยายามหาสารพัดวิธี เพื่อรักษาความอ่อนเยาว์เอาไว้ การออกกำลังกายเป็นอีกวิธีที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นกิจกรรมที่ช่วยรักษาและดูแลร่างกายที่เห็นผลได้ชัดเจน เรียกได้ว่า แข็งแรงทั้งร่างกาย ห่างจากโรคต่างๆ ลดความเครียด และ ช่วยให้ผิวพรรณสดใส ซึ่งใครที่อยากดูสวย สดใส อ่อนเยาว์ ดูดีในวัย 30+ โดยไม่ต้องพึ่งพาครีมแพงๆ ลองหาเวลาไปออกกำลังกายดู เพียงไม่กี่นาทีต่อวัน ก็สามารถช่วยคงความอ่อนวัยให้กับเราได้แล้ว

การออกกลังกายกับการชะลอวัย
มีรายงานการวิจัยมากมาย ที่ยืนยันว่าการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลดีกับสุขภาพพื้นฐาน ทั้งทางด้านร่างกาย ผิวพรรณ สมอง ความจำ การนอนหลับ และจิตใจ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง NCDs (Non-Communicable diseases) ได้

เนื่องจากการออกกำลังกายเป็นประจำนั้น จะช่วยคงสภาพ และรักษาเซลล์ที่เป็นตัวควบคุมความแก่ชรา (Telomere) ลดกลไกการเกิดอนุมูลอิสระภายในร่างกาย และช่วยส่งเสริมให้ระบบต่างๆ ทั้งภายนอก และภายในร่างกายทำงานสอดประสานกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อระบบต่างๆ ของร่างกายดี จึงส่งผลให้คนที่ออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ ดูสดใส และดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริง อ่านเพิ่มเติม

รวม 2 คลิป เวทเทรนนิ่ง Weight Traning ช่วยลดน้ำหนัก ลดไขมันได้มากขึ้น

เวทเทรนนิ่ง ( weight training) จัดเป็นการออกกำลังกายประเภทหนึ่ง ที่ช่วย ลดน้ำหนัก และกระตุ้นการเผาผลาญไขมันในร่างกายได้เป็นอย่างดี การออกกำลังประเภทนี้จะเน้นให้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ร่างกายได้ออกแรงต้านน้ำหนัก กล้ามเนื้อแต่ละมัดนั้นๆ จะใช้พลังงานในการยืดและหดตัว โดยพลังงานที่กล้ามเนื้อนำมาใช้เพื่อออกกำลังนั้น มาจากการเผาผลาญไขมันในร่างกาย ทำให้การออกกำลังด้วยเวทเทรนนิ่งนั้นสามารถช่วยลดน้ำหนักและลดไขมันที่สะสมไว้ตามส่วนต่างๆ ได้
ซึ่งนอกจากเวทเทรนนิ่งจะช่วย ลดน้ำหนัก และสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อได้แล้ว ยังสามารถเพิ่มอัตราการเผาผลาญของเราได้อีกด้วย และยังสามารถกระตุ้นให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานต่อเนื่องไปได้แม้ในช่วงที่เรานอนหลับหรือในช่วงที่เราไม่ได้ออกกำลังกายอีกด้วยค่ะ และด้วยประโยชน์ดีๆ แบบนี้ เราจึงขอแนะนำ 2 คลิปออกกำลังกายแบบ เวทเทรนนิ่ง ที่สามารถช่วยลดน้ำหนักได้และยังสามารถทำได้ที่บ้านอีกด้วย

ลดน้ำหนักด้วยเวทเทรนนิ่ง 20 นาที
เริ่มกันที่คลิปแรกที่จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายของสาวๆ ได้เผาผลาญพลังงานกันมากขึ้น ใช้เวลาแค่ 20 นาทีแถมยังไม่ต้องใช้อุปกรณ์ใดๆ ในการออกกำลังกายก็ช่วยให้สาวๆ มีหุ่นดีได้ต้องคลิปนี้

อ่านเพิ่มเติม

ทำง่ายๆ แต่น้ำหนักลดเยอะ ต้องลอง! กระโดดเชือก ลดน้ำหนัก

ใครที่อยากลดน้ำหนักแต่ไม่มีเวลา และต้องเดินทางไปนั่น ไปนี่บ่อยๆ พื้นที่ที่บ้านก็น้อยน้อย เราขอแนะนำวิธีลดน้ำหนักง่ายๆ อีกวิธีหนึ่งนั่นก็คือ การ กระโดดเชือก ลดน้ำหนัก นั่นเอง หลายๆ คนอาจจะไม่รู้ว่าการ กระโดดเชือก นั้นนอกจากจะช่วยเพิ่มความสูงแล้วก็ยังช่วยให้ผอมได้เหมือนกันนะ ซึ่งการกระโดดเชือกจะดีอย่างไร และลดแคลอรี่ได้ขนาดไหน มาดูกันเลย อ่านเพิ่มเติม