บ้านฉัน ตลกไว้ก่อน (พ่อสอนไว้) หนังดีของค่าย GTH

บ้านของฉัน ตลกไว้ก่อน (พ่อสอนไว้) เกริ่น เรื่อง ในวันที่แสนธรรมดาทั่วไป  เพราะอากาศร้อนทั้งอารมณ์ และคน คงไม่มีอะไรที่ดีกว่าการตามหา อากาศเย็น และรอยยิ้มจากภาพยนตร์ดี ๆ สักเรื่อง และเมื่อตัดสินใจอยู่นานว่าจะดูดีหรือไม่ดู การตัดสินใจนั้น ก็ไม่ทำผิดพลาดอีกเรื่อย เพราะเมื่อชม ภาพยนตร์จากค่าย GTH เรื่อง บ้านของฉัน ตลกไว้ก่อน (พ่อสอนไว้) จบก็รู้สึกของคำว่า Feel Good อีกครั้ง และบางทีครั้งนี้อาจะเรียกว่า Feel Best ของ GTH เลยก็ว่าได้ นอกจากรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ จากมุขตลก ที่อาจจะไม่เรียกว่าฮา แต่ก็ออกมาจากมุมปากได้ตลอดทั้งเรื่อง และแม้กระทั่งบางรอยยิ้มก็เรียกน้ำตาให้ไหล และซึมได้ ที่สำคัญยังเป็นพล็อตของเรื่องหนึ่งที่ไม่ธรรมดาเลย ที่สร้างความสมดุลให้กับเรื่องที่ธรรมดากลายมาเป็นเรื่องให้คนเฝ้าติดตามได้จนจบ และที่สุดก็เป็นดารานำของเรื่องที่ ยกระดับให้เรื่องนี้โดดเด่นเกินกว่าเรื่องใดๆของ GTH ในแนว Feel Good โดยเฉพาะการแสดงของดาราเด็กเลยก็ว่าได้

บ้านฉัน ตลกไว้ก่อน (พ่อสอนไว้)

เรื่องราว ของครอบครัวตลกที่ตกทอดกันมาเป็นรุ่นสู่รุ่น จนมาถึงต๊อกเด็กชายทายาทอันดับ 1 ของตระกูลที่จะรับมรดกการเล่นตลกจากพ่อ (จตรงค์) ทีมีคณะตลกพาเพลินที่รับจ้างเล่นตลกอยู่ในจังหวัดลพบุรี และมีน้องสาวชื่อม่อนหรือที่คณะตลกตั้งชื่อว่าแซลม่อน พาเพลิน แต่ด้วยความที่ต๊อกมีมุขฝืดและไม่เคยทำให้ใครตลกได้ทำให้ต๊อกรู้สึกผิดหวังในตัวเองและมองว่าพ่อรักน้องสาวคือม่อนมากกว่าเนื่องจากม่อนจะแสดงไหวพริบในการพูดตลกได้ดีกว่า โดยเฉพาะการที่ไม่ให้เขาขึ้นแสดง แต่น้องสาวตัวน้อยกลับกลายเป็นหนึ่งที่สร้่างความฮาและที่คว้าทายาทอันดับ 1 ของครอบครัวตลกแทนตัวเขา ในวันที่หงอยเหงาของต๊อกกลับมาพร้อมกับความสว่างไสวในเรื่องหัวใจ เมื่อได้พบกับหมอน้ำแข็ง (พอลล่า) หมอสาวรักษาสิวที่ทำให้เห็นเขาเห็นว่ามุขของเขายังมีคนขำอยู่ และเรื่องปกติของเด็กชายที่กำลังก้าวผ่านวัยและได้เรียนรู้กับความรัก ต๊อกพยามออกเดทกับคุณหมอที่มีอายุห่างจากเขามากมาย ในขณะเดียวกันเขาก็ต้องพยายามรักษาความหวังที่จะเอาใจพ่อในการเป็นทายาทตลกอันดับ 1 ของตระกูลให้ได้

ต๊อก ที่รับบท โดยด.ช.ชวิน ลิขิตเจริญพงษ์ น่าจะเป็นบทเด็กที่ดีที่สุดในรอบหลายปี ซึ่งรวมถึงน้องสาวที่รับบท โดยด.ญ.ณิชาพัชร์ จารุรัตนาวารี ต้องถือว่าการคัดเลือกดาราของค่ายนับว่าพิถีพิถันเป็นอย่างมาก และดาราอื่น ๆ ที่ควรจะได้รับคำชมไม่ว่าจะเป็นจตุรงค์และอรอนงค์ แม้แต่พอลล่าก็กลายเป็นองค์ประกอบที่ดูน่าเชื่อถือ ในบทคุณหมอรักษาสิว และนี่ก็เป็นอีกก้าวที่ GTH ยกระดับที่หาดารามาเติมให้เหมาะกับบทแทนที่จะเขียนบทให้เป็นไปตามดาราที่เหมือนกับภาพยนตร์ไทยทั่วไป ภาพยนตร์น่าจะยาวพอสมควรแต่เนื่องจากบทตลกที่มีหยอดอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว และเมื่อถึงซึ้งก็ยังรับรู้ได้ ผู้ชมจึงน่าจะอารมณ์ที่เป็นสุขพอสมควรหลังจากชมเสร็จด้วยองค์ประกอบที่ลงตัว เพราะแม้แต่เพลงเชย ๆ เสียงเหน่อของสามารถ พยัคฆ์อรุณ ที่นำมาใส่ในจังหวะที่สมดุลก็กลายเป็นเสียงที่เพราะอย่างน่าฟัง

อารมณ์ดี เพราะมีความสุข ไม่มีทุกข์ จะให้ไม่สุขได้อย่างไร
ความรัก นั้นเหมือนต้นไทร แตกกิ่งใบ คลุมใจร่มเย็น

GTH มีชื่อเสียงอย่างมากในภาพยนตร์แนวความรัก ไม่ว่าจะเป็นความรักของคนรุ่นไหน แต่ในเรื่อง บ้านฉัน ตลกไว้ก่อน (พ่อสอนไว้) ไม่ได้กล่าวเกินเลยไปที่ว่าค่ายนี้ได้ยกระดับตัวเองจากหนังรักกุ๊กกิ๊กผสมตลกให้ความหมายของความเป็นอารมณ์ดีให้มากลายเป็นภาพยนตร์ที่มุมมองความหมายของครอบครัวที่แทบจะหาภาพยนตร์ไทยได้ยากในปัจจุบันที่จะถ่ายทอดความสัมพันธ์ของครอบครัวได้อย่างลึกซึ้ง ในบ้านฉันฯแม้จะยังคงเป็นภาพยนตร์ที่เปิดหน้าว่ามุ่งตลกด้วยการชูภาพคุณจาตุรงค์ และเรื่องราวของคณะตลกหรือมุมหนึ่งก็เป็นเรื่องรักข้ามรุ่น แต่เนื้อในจริงๆแล้วกลับเป็นความสัมพันธ์ของพ่อกับลูก ที่ไม่ว่าจะครอบครัวไหนที่มีลูกมากกว่าหนึ่งคนมักประสบพบเจอเสมอนั่นก็คือการรักลูกไม่เท่ากันในความรู้สึกของลูกแต่ละคน ความเป็นคนที่ (คิดว่า) ไม่สำคัญของลูกแต่ละคน จนกลายมาเป็นปัญหาครอบครัวที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นเพียงเพราะมุมมองของผู้ใหญ่ที่เป็นพ่อกับแม่และมุมมองของเด็กที่เป็นลูกไม่ตรงกัน ภาพยนตร์สะท้อนออกมาได้ค่อนข้างประณีต  ดูหนังไทย ภาพยนตร์มีโทนของตลกขบขันอยู่ตลอดเวลาแต่เมื่อถึงเวลาก็ใส่บทชีวิตให้ซึ้งได้อย่างลืมตัวเช่นกัน ฉากที่พ่อตีต๊อกหลังจากที่หายไปทั้งคืนโดยไม่บอกกล่าวคงไม่ต่างจากพ่อแม่ทั่วไปที่ลูกกลับบ้านคงเจอกับไม้เรียวแต่ฉากนี้ก็ทำให้คนชมหัวเราะไปพร้อมกับน้ำตาซึมในความรักลูกที่เกินคาด และท้ายสุดก็ให้บทจบที่กินใจพอสมควรโดยเฉพาะกับคำที่ว่า ไม่มีทางรู้หรอกว่าพ่อเรารักเราแค่ไหนถ้าไม่ได้เป็นพ่อคนเสียก่อน” แต่ถึงกระนั้นถ้ารอถึงวันนั้นอาจจะไม่มีพ่อหรือแม่รอคอยให้เราเข้าใจได้ถ่องแท้ แล้วจะรออะไรอีกล่ะภาพยนตร์เรื่องนี้คงบอกอย่างนั้น และถ้าภาพยนตร์มีหน้าที่เพื่อสร้างความบันเทิง รอยยิ้ม อิ่มเอม ในขณะเดียวกันก็ให้แง่คิด มุมมองที่น่าสนใจในด้านครอบครัว บ้านฉัน ตลกไว้ก่อน

ข้อคิด ดีจาก เรื่อง บ้านฉัน ตลกไว้ก่อน (พ่อสอนไว้)

เอาละ มาถึงจุดเด่นของภาพยนตร์ตลกไทยเรื่องนี้กัน จะมีหนังตลกสักกี่เรื่องที่ได้ข้อคิด ไม่ใช่แค่ภาพยนตร์ไทย แต่รวมไปถึงอังกฤษด้วย นี่ก็ได้ข้อคิดแบบ Family เลยทีเดียว
โดยเฉพาะคุณพ่อกับคุณลูกทั้งหลาย และคุณลูกทั้งหลาย คุณรู้หรือไม่ว่าพ่อรักคุณมากเพียงใด แล้วคุณพ่อทั้งหลาย คุณรู้หรือไม่ว่าลูกพยายามทำให้คุณรักเขามากเท่าไร
คุณอาจจะยังไม่รู้ว่าลูกคุณเจ็บ ด้วยคำพูดเล็กๆคำหนึ่ง แต่มันสะท้อนก้องเข้าไปในจิตใจ

คุณจะไม่รู้ว่าพ่อรักลูกมากแค่ไหน จนกว่าคุณจะได้เป็นพ่อคน

ชอบคำพูดนี้มากเลย คุณพ่อทั้งหลายไม่ควรพลาดเรื่องนี้ และก็ปัญหาคู่รัก กัดปัญหาสังคมได้ดี หากคุณท้อง การทำแท้งไม่ใช่ทางออกของปัญหานี่ ยังมีอีกหลายทางออกที่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้

ภาพรวม เรื่อง บ้านฉัน ตลกไว้ก่อน (พ่อสอนไว้)

เนื้อเรื่องตอนแรกไม่ค่อยมีอะไรเลย เป็นการเกริ่นแบบหลวมๆไม่ค่อยรัดกุมอะไรแน่นมาก พอเข้าสู่พล็อตเรื่องหลักก็เริ่มเครียดโผล่มาเล็กน้อย ทั้งปัญหาของหมอ และก็ปัญหาของต็อกเอง ก่อนไคลแม็กซ์ เนื้อเรื่องค่อนข้างรัดกุมมาก แล้วจะเป็นตัดบทสรุปทุกอย่างที่ผ่านมา ไคลแมกซ์ ประโยคสุดท้ายอินใจผมมาก
ภาพรวมของหนังเรื่องนี้ดีมากๆถึงมากที่สุด สำหรับหนังตลกไทย แบบหายากมาก ๆ หนังแบบนี้ แล้วมันเจาะเข้าไปกลุ่มประชากรโดยรวม สำหรับครอบครัวที่พ่อขัดแย้งกับลูก

คราวนี้ถึงเวลาของท่านแล้วที่ต้องเปลี่ยนอคติกับหนังตลก หากคุณเป็นคนชอบสาระ เชื่อผมสิ หนังตลกเรื่องนี้ทำได้ดีกว่าหนังรักที่เกลื่อนตลาดอยู่อีก หากคุณชอบตลก ผมว่าก็ดี แต่ยังไม่ถึงดีมาก แต่ดีกว่าหนังตลกหลายเรื่องที่เกลื่อนตลาดเลย หากคุณชอบทั้งคู่ มันจะเป็นหนึ่งในหนังที่คุณประทับใจเลยทีเดียว

คงต้องขอปรบมือให้กับ 2 ผู้กำกับหนุ่มไฟแรง บอล-วิทยา และ เมษ-ธราธร กับผลงานการกำกับ ภาพยนตร์แนว แฟมมิลี่ คอมเมดี้ บ้านฉัน…ตลกไว้ก่อน (พ่อสอนไว้) ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่บอกเล่าเนื้อหา ของหนังได้แบบลงตัว และเป็นภาพยนตร์ที่ดีที่สุดอีกเรื่องของ จีทีเอช ที่เขาตั้งใจนำเสนอ

ครอบครัว ความรัก ความผูกพัน ทั้งสามสิ่งนี้ที่บอลและเมษ 2 ผู้กำกับหนุ่ม ดึงเอามาใช้และถ่ายทอดได้ดี หนังเรื่องนี้ถ้าเปรียบกับก๋วยเตี๋ยวสักชาม ก็คงเป็นก๋วยเตี๋ยวที่มีความอร่อยครอบรส ทั้ง เปรี้ยว เค็ม หวาน เผ็ด แถมลูกชิ้นและหมูในชามยังผ่านการหมักปรุงรสอย่างดี เสิร์ฟด้วยสารอาหารที่ครบถ้วน มันจึงทำให้หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ใครก็อยากชิม

บ้านฉัน…ตลกไว้ก่อน (พ่อสอนไว้) ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังสั้น เรื่อง ทำไมต้องตลก ที่ บอล-วิทยา เคยกำกับไว้ จนพัฒนามาเป็นหนังจอใหญ่ ได้ผู้กำกับน้องใหม่ เมษ-ธราธร มานั่งกำกับคู่ โดยชื่อของ บอล-วิทยา หลายคนคงจะคุ้นเคยกันดีกับผลงานการกำกับ แฟนฉัน (2546) เก๋า…เก๋า (2549) และหนังสั้นอีก 2-3 เรื่อง การผนึกกำลังของ 2 ผู้กำกับหนุ่ม ถือว่าเป็นข้อดีหรือข้อได้เปรียบ กว่าการที่ต้องมานั่งกำกับคนเดี่ยว กลายเป็นผู้มีประสบการณ์กับการกำกับหนังที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว ก็เลยรู้แนวทาง ในการทำหนังดีพอสมควร และ เป็นคนที่ไม่มีประสบการณ์ แต่มีไฟ ที่จะได้ไอเดียใหม่ ๆ มาใช้ในหนัง จึงกลายเป็นสมการสมบูรณ์แบบลงตัว

บ้านฉัน…ตลกไว้ก่อน (พ่อสอนไว้) กล่าวถึง ล้อต๊อก เด็กหนุ่มที่เกิดมาในครอบครัวที่สืบทอดเสียงหัวเราะ มาตั้งแต่บรรพบุรุษ ครอบครัวของ ต๊อก ตลกกันทั้งบ้าน อาจจะได้สายเลือดความเป็นตลกจากรุ่นปู่ย่า ตายายมา แต่ ต๊อก กลับเป็นคนเดียวในตระกูลที่ ตลกฝืด พ่อเคยพาเขาขึ้นแสดงโชว์บนเวที แต่เขากลับสะกดคนดูให้เงียบสนิท ต๊อก พยายามทำทุกอย่างเพื่อเป็นตลกแบบพ่อ เขายอมอดตาหลับขับตานอน เพื่อคิดมุขตลก เพราะกลัวว่า ถ้าไม่ตลก พ่อจะไม่รัก แต่มุขที่เขาคิดมามันก็ช่างแป๊กสิ้นดี

จนวันหนึ่งเมื่อเขาได้พบกับ หมอน้ำแข็ง หมอรักษาสิว สุดสวยที่หัวเราะกับมุขตลกของ ต๊อก จน ต๊อก แอบตกหลุมรัก แต่ด้วยอายุที่ห่างกันเกือบรอบ จึงทำให้รักครั้งนี้ของ ต๊อก ดูเหมือนจะเป็นไปได้หรือเปล่าหนอ ต้องไปตามดูกันเอาเอง

ด้านการแสดงก็ขอปรบมือให้กับการแสดงของนักแสดงทุกคน ที่แสดงได้ดีมากเข้าถึงบทบาทที่เล่น โดยเฉพาะ น้องเฟม พระเอกของเรื่องที่สื่อถึงอารมณ์ความรักในวัยเด็กได้ดี อย่างฉากเลิฟซีนที่ดูแล้วก็อดหัวเราะไปกับพ่อหนุ่มน้อยคนนี้ว่า ช่างกล้ามาก ทำไปได้ แต่ก็น่ารักดี

เรื่องของมุกตลกในเรื่อง ก็ไม่ฟุ่มเฟือยจนเกินไป ไม่เป็นหนังที่บังคับขำ แต่เป็นหนังที่ชวนขำมากกว่า ส่วนซีนดาม่าก็ประทับใจมากๆ ดูแล้วก็ซึ้งไปกับเรื่องราวที่ตัวละครถ่ายทอดออกมา และประทับใจในความรักอันบริสุทธิ์ที่พระเอกมีต่อนางเอก