ทำอย่างไรให้ “ข้อดี” เรื่องต้องรู้ เพื่อป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อม

เรื่องข้อเข่า เรื่องสำคัญไม่ควรมองข้าม เราใช้งานข้อเข่าของเราทุกวัน ยิ่งเป็นที่คนมีกิจกรรม Active ยิ่งต้องหมั่นดูแลรักษา เพื่อป้องกันการเกิด โรคข้อเข่าเสื่อม ลดกิจกรรมเสี่ยงที่เป็นปัจจัยกระตุ้นให้ข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้น ดูแลเรื่องโภชนาการ หากมีอาการควรพบแพทย์ ตรวจเช็ค และเข้ารับการรักษา

โรคข้อเข่าเสื่อม เป็นกลุ่มโรคที่เกิดจาก ความเสื่อมสภาพ การสึกหรอ จากการใช้งานของข้อเข่า เป็นโรคที่สร้างความลำบากในการใช้ชีวิต เพราะเข่าเป็นอวัยวะที่สำคัญ ใช้รองรับน้ำหนักตัว ทั้งการยืน การเดิน การวิ่ง แต่คนส่วนใหญ่มักไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเข่ามากนัก เมื่ออายุมากขึ้นกล้ามเนื้อบริเวณรอบหัวเข่าที่ช่วยในการพยุง จะค่อยๆอ่อนแอลง ภาระหน้าที่การรับน้ำหนักจึงไปอยู่ที่ข้อเข่ามากขึ้น ทำให้กระดูกข้อต่อ และกระดูกอ่อนของหัวเข่าเสื่อมสภาพลง เมื่อได้รับแรงกระแทกอย่างต่อเนื่อง จะทำให้เกิดอาการอักเสบ เจ็บปวดบริเวณข้อเข่า และทำให้มีอาการบวม

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคข้อเข่าเสื่อม
อายุ เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ข้อเข่าผ่านการใช้งานมาเป็นเวลานาน
ความอ้วน คนอ้วน และผู้มีน้ำหนักตัวมาก ทำให้เข่าต้องรับน้ำหนักมาก เมื่อน้ำหนักตัวที่มาก แรงกดทับบริเวณข้อเข่าก็มากขึ้น โดยเฉพาะเวลาเดิน หรือทำกิจกรรมต่างๆ
อาการบาดเจ็บ ผู้ที่เคยได้รับอุบัติเหตุ หรือ มีอาการอักเสบ ติดเชื้อบริเวณข้อเข่า จะมีโอกาศเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมได้มากขึ้น
เพศ ผู้หญิงมีความเสี่ยงในการเกิดโรคข้อเข่ามากกว่าเพศชาย
การใช้งาน การใช้งานข้อเข่าในการทำกิจกรรม เช่นการนั่งยองๆ นั่งขัดสมาธิหรือพับเพียบนาน หรือออกกำลังกายที่หัวเข่าได้รับการกระแทกสูง ก็พบว่าทำให้เกิดข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้น
ความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด ความผิดปรกติของการเรียงตัว และความยาวของกระดูกที่ไม่เท่ากัน
อาการโรคข้อเข่าเสื่อมที่พบบ่อย
อาการที่พบมากเมื่อเป็นข้อเข่าเสื่อมคือ อาการปวด และปวดมากขึ้นเมื่อใช้งานข้อเข่า ข้อยึด ติด เหยียดตัว งอเข่าได้ยาก ทำให้เคลื่อนไหวได้ลำบาก อาจมีอาการบวม ซึ่งอาการจะเป็นๆ หายๆ หากไม่ได้รับการดูแล หรือรักษาอาจทำให้เกิดหัวเข่าผิดรูป ขาโก่ง ข้อหลวม หรืออาจมีอาการ เอ็นรอบๆ ข้อเข่าหย่อน ทำให้มีผลต่อการ เดินและการทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งอาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป และอาการของแต่ละคนจะมีความรุนแรงไม่เท่ากัน

ลดความเสี่ยงในการเกิดข้อเสื่อม ได้ด้วยการปรับพฤติกรรม
สัญญาณเตือน โรคข้อเข่าที่สามารถสังเกตได้คือ มีอาการฝืด ตึง ปวด เมื่อขยับ หรือเคลื่อนไหว มีเสียงกรอบแกรบดังขึ้นเวลาขยับเข่า การขึ้นหรือลงบันได ทำได้ยาก

โรคข้อเข่าเสื่อมในปัจจุบันยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถช่วยดูแล และควบคุมอาการ เพื่อให้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติได้ โดยมีแนวทางการรักษาอยู่ 2 วิธีคือ แบบไม่ใช้การผ่าตัด และ การรักษาด้วยการผ่าตัด หรือ ชะลอการเกิด โรคข้อเข่าเสื่อมได้ด้วยเปลี่ยนพฤติกรรมดังนี้

ควบคุมน้ำหนักตัว ไม่ปล่อยให้อ้วนจนเกินไป
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ทำกิจกรรมเพื่อการเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง และเพิ่มความยืดหยุ่น ช่วยในการพยุงข้อต่อ เช่นกิจกรรมเวทเทรนนิ่ง และ การฝึกโยคะ
หลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย หรือ การเล่นกีฬาที่มีการปะทะแรงๆ หรือ หากมีอาการบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬาควรหยุดพัก หากพักแล้วไม่หาย ควรเข้ารับการตรวจรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
สำหรับคนที่ทำกิจกรรมในท่าทางเดิมนานๆ ควรปรับเปลี่ยนท่าทาง ไปเรื่อยๆ และหาเบาะมารองเพื่อรับน้ำหนัก และช่วยกระจายแรงกดทับ
หลีกเลี่ยงการสวมใส่รองเท้าส้นสูง เนื่องจากการสวมใส่รองเท้าส้นสูงเป็นเวลานาน และเป็นประจำ ทำให้ส่วนของหัวเข่าแอ่น มีแรงกดทับที่บริเวณเข่ามาก จึงทำให้มีโอกาสที่เข่าจะเสื่อมได้เร็วขึ้น
นอกจากนี้ ในปัจจุบันมีการนำผลิตภัณฑ์ทางธรรมชาติมาเสริมการดูแลรักษาถือเป็นอีกทางเลือกนึงในการดูแลสุขภาพข้อเข่า โดยมีงานวิจัยพบว่า คอลลาเจนชนิดที่ 2 หรือ Collagen Type II (UC-II) ซึ่งเป็นคอลลาเจนธรรมชาติ มีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการโรคข้อเข่าเสื่อมได้ และยังให้ผลดีกับผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำด้วย

คอลลาเจนชนิดที่ 2 (Collagen Type II) คืออะไร
“คอลลาเจนไทพ์ทู” เป็นคอลลาเจนพื้นฐานที่พบในเซลล์ของกระดูกอ่อนข้อ และกระดูกอ่อนโปร่งแสง มีส่วนช่วยในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของส่วนประกอบที่อยู่ในข้อ โดยกระตุ้นให้มีการสังเคราะห์เซลล์ใหม่เพิ่มขึ้น เป็นตัวช่วยเพิ่มระดับของน้ำเลี้ยงในข้ออย่าง กรดไฮยาลูโรนิค (Hyaluronic acid) ช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่จะย่อยสลายน้ำเลี้ยงในข้อต่อ จึงมีคุณสมบัติช่วยลดอาการปวดข้อ และข้อยึดได้ ช่วยทำให้การเคลื่อนไหวร่างกายดีขึ้น กระฉับกระเฉงมากขึ้น และ ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการยืดองศาของเข่าในผู้ออกกำลังกายได้ดีขึ้น

คอลลาเจนชนิดที่ 2 หรือ Collagen Type II (UC-II) มีความปลอดภัยสูงและไม่พบผลข้างเคียง ในการใช้ และมีประสิทธิภาพในการช่วยลดอาการของโรคข้อเข่าเสื่อมได้ดีกว่าสารสกัดสูตรผสมของกลูโคซามีนและสารคอนดรอยติน

โรคข้อเข่าเสื่อมเป็นโรคที่สร้างผลกระทบกับการใช้ชีวิตมาก ดังนั้นควรดูแลรักษาสุขภาพข้อเข่าอย่างสม่ำเสมอและใช้งานอย่างเหมาะสม ถือเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องใส่ใจ เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานข้อเข่าของเราให้ใช้งานได้ปกติไปอีกนาน

ufa24hrs

“การฉีด น้ำหล่อลื่น ผิวข้อเข่า” หนึ่งทางเลือกรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม

“การฉีด น้ำหล่อลื่น ผิวข้อเข่า” หนึ่งทางเลือกรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม
ข้อเข่าเป็นอวัยวะที่พบการเสื่อมได้มากที่สุด ในคนที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป มีผลทำให้รบกวนการดำเนินชีวิตของผู้ป่วย
ทำไม…ต้อง “ฉีดน้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่า
การฉีดน้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่านั้นเป็นอีกหนึ่งทางออกที่ช่วยรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมในกรณีที่รับประทานยาหรือทำกายภาพบำบัดแล้วอาการไม่ดีขึ้น ซึ่งโดยปกติในข้อเข่าระหว่างกระดูกผิวข้อจะมีน้ำไขข้อที่มีความหนืดแทรกอยู่ คอยทำหน้าที่เป็นเสมือนน้ำหล่อเลี้ยงข้อ ช่วยให้เกิดความหล่อลื่นและลดแรงกระแทก ลดการเสียดสีลง
อายุการใช้งานนาน…ทำให้ข้อเข่าเสื่อมสภาพ
ปัญหาข้อเข่าเสื่อมเกิดจากการใช้งานข้อต่อเนื่องยาวนานจนทำให้กระดูกอ่อนผิวข้อสึกกร่อน น้ำเลี้ยงบริเวณข้อเข่าลดน้อยลง ผู้ป่วยจึงมีอาการเจ็บปวดข้อขณะเคลื่อนไหว เข่าผิดรูปโก่งงอ ส่งผลต่อคุณภาพในชีวิตประจำวันปัญหาข้อเข่าเสื่อมสามารถพบได้ในผู้สูงอายุเฉลี่ย 50-60 ปีขึ้นไป แต่ในปัจจุบันมีแนวโน้มพบได้เร็วขึ้นเนื่องจากพฤติกรรมผิดๆ ในการดำเนินชีวิต เช่น น้ำหนักตัวมาก ชอบนั่งขัดสมาธิ นั่งพับเพียบ คุกเข่า ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้เกิดความเสื่อมของข้อเข่าเร็วขึ้น
การฉีดน้ำหล่อลื่นผิวหัวเข่าฉีดอย่างไร?
แพทย์จะทำการฉีดยาเข้าข้อเข่าที่มีอาการปวดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ติดต่อกัน 3-5 สัปดาห์หลังฉีดผู้ป่วยสามารถขยับเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ช่วยลดการปวด มีฤทธิ์ลดการอักเสบ และปรับเปลี่ยนการทำงานของเซลล์ภายในข้อให้ดีขึ้นเมื่อฉีดครบอาการหายปวดจะเฉลี่ยอยู่ที่ 6 เดือน – 1 ปี ขึ้นอยู่กับความรุนแรง และการปฏิบัติตัวของผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น(ผลการรักษาจะดีมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับว่าเริ่มรักษาเมื่อใด หากเริ่มรักษาตั้งแต่ข้อเสื่อมระยะแรกๆก็จะทำให้ข้อคงสภาพอยู่ได้นาน) สารที่ใช้ในการฉีดคือ สาร Hyaluronic Acid (HA) เป็นสารที่มีอยู่ในน้ำข้อของมนุษย์ มีลักษณะเหนียว และยืดหยุ่นทำให้ลดแรงกดและแรงกระแทกข้อต่างๆ โดยเฉพาะผิวกระดูกข้อเข่า อ่านเพิ่มเติม