ทำไมจึงควรเฝ้าระวังโควิดสายพันธุ์ใหม่?

วัคซีนโควิด -19 ที่กำลังฉีดกันอยู่ในปัจจุบันถูกพัฒนามาจากการศึกษาโครงสร้างทางพันธุกรรมของเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ดั้งเดิม แต่เชื้อไวรัสโควิด-19 ที่กลายพันธุ์แล้วจะมีลักษณะโครงสร้างทางพันธุกรรมที่ต่างออกไป

ด้วยลักษณะพิเศษของเชื้อบางสายพันธุ์อาจมีความเป็นไปได้ว่า วัคซีนอาจตอบสนองเชื้อสายพันธุ์ใหม่ได้ไม่ดีเท่ากับเชื้อสายพันธุ์ดั้งเดิมหรือทำให้วัคซีนมีประสิทธิภาพน้อยลง และเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยรุนแรงได้มากขึ้น

หลายคนอาจได้ยินชื่อเรียกเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์อัลฟ่า (Alpha) หรือสายพันธุ์อังกฤษที่เป็นชื่อเรียกเดิม ซึ่งการกลายพันธุ์จากสายพันธุ์ดั้งเดิมไปเป็นสายพันธุ์อัลฟ่ายังส่งผลให้เชื้อชนิดนี้ติดต่อกันได้ง่ายขึ้นและอาจเพิ่มความเสี่ยงของอาการป่วยรุนแรงและอัตราการเสียชีวิตได้มากกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิม

ส่องทิศทาง ธุรกิจการบินและการท่องเที่ยว หลังหมดโควิด 19

สถานการณ์การแพร่ระบาดของ ไวรัสโควิด 19 ส่งผลกระทบไปทั่วโลก โดยเฉพาะธุรกิจสายการบินและการท่องเที่ยว ได้รับผลกระทบหนักอย่างหนัก บางรายก็ต้องประกาศล้มละลายหรือเลิกกิจการไป สำหรับในไทย จะเห็นว่าสายการบินต่างๆ ต้องพากันปรับลดต้นทุนและใช้มาตรการฉุกเฉินเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด ธุรกิจการท่องเที่ยวเองก็เหมือนกัน ต้องทำการตลาดเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวให้คนกลับมาเที่ยว เรามาดูกันดีกว่าว่า ทิศทางธุรกิจการบินและการท่องเที่ยวจะเป็นอย่างไร หลังหมดโควิด 19 แล้ว ไปดูกันครับ

สายการบินต่างๆ มีมาตรการป้องการและควบคุมโรคในการเดินทาง
สายการบินต่างๆ นำมาตรการการป้องการและควบคุมโรคในการเดินทางมาใช้ดังนี้
– จำกัดจำนวนที่นั่งที่จะให้บริการ จำหน่ายบัตรโดยสารโดยจัดที่นั่งที่เว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 ที่นั่งโดยสารระหว่างผู้โดยสารแต่ละคน
– ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายโดยใช้เครื่องวัดอุณหภูมิแบบอินฟราเรด หากวัดอุณหภูมิได้สูงกว่า 37.3 องศาเซลเซียส มีอาการระบบทางเดินหายใจ หากพบว่ามีความเสี่ยง งดออกบัตรขึ้นเครื่องให้ผู้โดยสารนั้น
– มีมาตรการเว้นระยะห่างของผู้โดยสารตลอดระยะเวลาการเดินทาง
– ให้สวมหน้ากากอนามัย ตลอดเวลาตั้งแต่ขึ้นเครื่องจนกว่าจะออกจากเครื่อง หากไม่มีและไม่สามารถจัดหาได้ ให้งดออกบัตรขึ้นเครื่องผู้โดยสารนั้น
– หากการบินใช้ระยะเวลามากกว่า 90 นาที ให้สำรองที่นั่ง 2 แถวหลังสุดด้านใดด้านหนึ่งของอากาศยาน สำหรับแยกกักผู้โดยสารที่ป่วยหรือสงสัยว่าจะป่วยเพื่อสังเกตอาการ

สายการบินปรับกลยุทธ์ ดึงดูดผู้โดยสาร
หลังจากผ่าน ไวรัสโควิด 19 สายการบินต่างๆ จะต้องปรับกลยุทธ์เพื่อดึงดูดผู้โดยสารให้กลับมาใช้บริการตามเดิม การเว้นระยะห่าง ก็อาจเป็นอีกจุดขายที่ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับผู้ใช้บริการมากยิ่งขึ้น หรืออาจมีการตรวจสุขภาพก่อนขึ้นบินทุกครั้ง ในอนาคตก็ต้องรอดูว่าแต่ละสายบินจะปรับตัวกับ New Normal ที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างไรต่อไป

ผู้โดยสารที่เดินทางเพื่อทำธุรกิจลดน้อยลง
วิกฤตโควิด 19 ทำให้จำนวนผู้โดยสารลดลง ทั้งจากกลุ่มผู้โดยสารที่เป็นนักท่องเที่ยวซึ่งลดน้อยลง และกลุ่มผู้โดยสารที่เดินทางเพื่อธุรกิจ เช่น ไปทำงาน ไปประชุม หรือเจรจาธุรกิจในต่างประเทศ บริษัทต่างๆ ได้เรียนรู้ว่าสามารถเจรจาธุรกิจ จัดประชุม หรือทำงานบางอย่างผ่านระบบออนไลน์ได้ ไม่จำเป็นต้องให้พนักงานเดินทางไปต่างประเทศ หลังโควิด 19 บริษัทเหล่านี้ก็จะปรับวิธีการทำงานหรือเจรจาธุรกิจผ่านระบบออนไลน์เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ทำให้ผู้โดยสารกลุ่มนี้หายไปจำนวนมาก

การเดินทางท่องเที่ยวอาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
หลังการระบาดโควิด 19 ผ่านพ้นไป อาจทำให้กิจกรรมการเดินทางท่องเที่ยวจะค่อยๆ กลับมา แต่ยังคงไม่สามารถพลิกกลับมาเหมือนเดิมได้ เนื่องจากยังมีหลายปัจจัย เช่น นักท่องเที่ยวยังมีความกังวลเพราะยังไม่มีวัคซีนป้องกันโควิด 19 รวมถึงผลกระทบจากความเชื่อมั่นต่อการมีงานทำและกำลังซื้อที่อ่อนแอของประชาชน หลังกิจกรรมเศรษฐกิจส่วนใหญ่หยุดชะงัก อย่างไรก็ดี คาดว่าในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 ผู้ประกอบการคงจะทำการตลาดเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว อาจเป็นจุดดึงดูดให้คนหันมาเที่ยวมากขึ้นก็เป็นได้

If you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufabet

กินผัก ผลไม้ 400 กรัม สู้โควิด-19

ในภาวะที่โลกเต็มไปด้วย มลภาวะ และ ไวรัสโควิด 19 ที่กำลังระบาดไปทั่วโลก การเตรียมร่างกายเราให้พร้อม จึงเป็นทางเลือกนึง ที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ ได้ ปรับพฤติกรรมการนอน เพิ่มการออกกำลังทางกาย และเลือกรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ โดยเฉพาะผักและผลไม้ ซึ่งทางองค์การอาหาร การเกษตรแห่งสหประชาชาติ และองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้แนะนำว่าควรกินผักและผลไม้เป็นประจำ สลับสับเปลี่ยนชนิดให้ได้อย่างน้อย 400 กรัมต่อคนต่อวัน เนื่องจากวิตามินในผลไม้หลากสีเหล่านี้ จัดอยู่ในกลุ่มสารที่ช่วยต้านการเกิดอนุมูลอิสระ และช่วยเสริมสร้างความแข็งเกร่งให้กับระบบภูมิคุ้มกันที่มีตามธรรมชาติของเรา ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นาทีนี้ต้องประโยชน์ดีๆ จากผักและผลไม้
ผักและผลไม้นั้น ถือเป็นอาหารที่มีประโยชน์มากต่อร่างกาย เต็มเปี่ยมไปด้วยสารพฤกษาเคมีต่างๆ (Phytonutrients or Phytochemicals) มักพบอยู่ตามเม็ดสีของพืช วิตามิน และแร่ธาตุ ที่ช่วยลดการเกิดอนุมูลอิสระในร่างกาย ชะลอความเสื่อมของเซลล์ และช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ตลอดจนยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคต่างๆ ได้

นอกจากนี้ ผักและผลไม้มีใยอาหาร ที่ดีต่อระบบย่อยอาหาร และการขับถ่าย ซึ่งลำไส้นั้นถือเป็นที่อาศัยของของเซลล์ภูมิคุ้มกันกว่า 70% จึงทำให้สุขภาพของลำไส้มีความสำคัญในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันของเราเพื่อต่อสู้กับโรคต่างๆ โดยเฉพาะ ไวรัสโควิด 19

ผักผู้กู้โรค เสริมกำลังภูมิคุ้มกัน
ผักสีเขียว บร็อคโคลี่ ผักโขม และ ผักใบที่มีสีเขียวจัดๆ มี สารคลอโรฟิลด์ (Chlorophyll) ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต้านโรคมะเร็ง มีแร่ธาตุ วิตามิน และไฟเบอร์สูง
ผักสีเหลือง ฟักทอง ข้าวโพดเหลือง ดอกดาวเรือง มี สารลูทีน (Lutein) ช่วยบำรุงสายตา ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคที่เกิดขึ้นกับจอประสาทตา
ผักสีเหลืองส้ม และส้มแดง ได้แก่ แครอท มะเขือพริกหวาน มี สารแคโรทีนอยด์ (Carotenoids) ช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน ลดการเกิดอนุมูลอิสระในร่างกาย บำรุงสายตา
ผักสีแดง อย่างพริกแดง มะเขือเทศ หัวบีทรูท มีสารไลโคปีน (Lycopene) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของภูมิต้านทาน ชะลอความแก่ เสริมให้เซลล์ในร่างกายแข็งแรง
ผักสีม่วงแดง และสีม่วงน้ำเงิน เช่น ข้าวไรส์เบอร์รี่ กะหล่ำปลีสีม่วง แครอทสีม่วง และ มันสีม่วง มีสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) มีส่วนช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ ในร่างกาย ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ และเส้นเลือดอุดตัน
ผัก-ผลไม้สีขาว เช่น กระเทียม เห็ด ขิง หอมใหญ่ หัวไชเท้า มีสารอัลลิซิน (Allicin) ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ป้องกันโรคความดันโลหิต และโรคหลอดเลือดหัวใจได้ และกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน

ผลไม้ผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยวิตามิน
ผลไม้เองก็ไม้น้อยหน้า พกพาเอาวิตามินที่มีประโยชน์ มากมายโดยเฉพาะ ในยามที่เราต้องต่อสู้กับเชื้อโรค วิตามินซี (Ascobic Acid) เป็นวิตามินที่ร่างกายเราไม่สามารถสังเคราะห์ได้เอง ต้องได้รับจากการกินอาหารเท่านั้น

ซึ่งวิตามินซีได้รับการพูดถึงเป็นอย่างมากกว่า มีส่วนช่วยในการ ป้องกัน และลดความรุนแรงของโรคหวัด จากคุณสมบัติที่ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรค โรคภูมิแพ้ โรคที่มาจากการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย ได้

ผลไม้แทบทุกชนิดที่มีรสเปรี้ยวจะมีวิตามินซีในปริมาณมาก ทั้งองุ่น ส้ม มะนาวสับปะรด แอปเปิ้ล เก๋ากี้ และลูกเบอร์รี่ชนิดต่างๆ นอกจากนี้ผักใบเขียวหลายชนิดก็มีวิตามินซีสูงเช่นกัน เช่น คะน้า มะรุม ปวยเล้ง และบล็อกโครีเป็นต้น อ่านเพิ่มเติม