365 DNI ภาพยนตร์เผ็ดร้อน จาก โปแลนด์ ที่ต้องบอกว่า แซบ พริก หมด สวน

365 DNI ภาพยนตร์เผ็ดร้อน จาก โปแลนด์ ที่ต้องบอกว่า แซบ พริก หมด สวน ไปเลยจ้ะ ถ้าเป็นกับข้าวก็ เครื่อง แกง แน่นตั้บ เรื่องนี้สร้างมาจากหนังสือของ  Blanka Lipinska นักเขียนสาวสุดแซบวัย 35 ชาวโปแลนด์ ซึ่งออกมาถึง 3 เล่มกันเลยเชียว

เล่าเรื่องราวของ มัสซิโม (michele morrone) มาเฟีย กล้ามแน่น เข้ม ดุ กับ เลาร่า (Anna Maria Sieklucka) นักธุรกิจสาว สุดเซ็กซี่ เลาร่านี่เป็นสาวน้อยในฝันของมัสซิโม่ เขาแอบฝันถึง  ดูหนังไทย แอบเห็น ปิ๊งหนักหน่วงจนจำฝังใจและอยากได้มาครอบครอง ในที่สุดก็ใช้วิธีแบบมาเฟียคือการลักพาตัวมาอยู่ด้วยซะเลย พร้อมมอบประโยคเด็ดที่ว่า

“ผมจะให้โอกาสคุณตกหลุมรักผมภายใน 365 วัน ผมจะไม่แตะต้องคุณถ้าคุณไม่ยินยอม แต่อย่ามายั่วผมก็แล้วกันเพราะผมอ่อนโยนไม่เป็นหรอกนะ” เข้มมากจ้ะ เข้มทั้งหน้า เข้มทั้งหุ่นและการกระทำ แต่สุดท้ายก็ยั่วกันไปยั่วกันมา จนในที่สุดก็ลงเอย ก็หนังเปิดมาแบบนี้ไม่เสร็จโจรก็ไม่รู้จะว่ายังไง ที่สำคัญไปกว่านั้นคือสองคนตกหลุมรักกันอย่างเมามัน จนถึงขั้นตกลงแต่งงานและจบเรื่องราวความรักแซบ ๆ ฉบับนี้ไปแบบมาเฟีย

พล็อตเรื่อง สั้นจุ๊ด

มีแค่นี้เลย เจอกัน จับตัวมา รักกันอย่างดูดดื่มในทุกช่วงเวลาและจบไปแบบปลายเปิดเหมือนจะมีภาค 2 เพราะชีวิตบนเส้นทางมาเฟียไม่มีทางราบรื่น หนังใส่ความดราม่ามาน้อยนิดติ๊ดเดียวจริง ๆ เหมือนฮัดเช่ยแล้วก็หายไป ใส่ ความโรแมนติก มาในบทพูดและการกระทำของพระเอกที่มีต่อนางเอก “ผม อยาก ให้ คุณ สอน ให้ ผม เป็น คน อ่อน โยน” หวานน้ำตาล 3 ก้อน แต่แฝงไว้ด้วยมาด ดุ ๆ ดิบเถื่อนและเทขายความแซบอย่างอลังการ ชนิดที่สาวโสดหนุ่มโสดน่าจะหายใจกันไม่ทั่วท้อง

ตัวบทหลัก ๆ เลยคือมาเฟียเอาแต่ใจที่รักผู้หญิงคนหนึ่งเหลือเกิน เขาไม่อยากเป็นมาเฟียแต่จำใจต้องเป็นเพราะต้องรับช่วงต่อจากพ่อ อยากมีรักกับผู้หญิงในฝันแล้วก็ทำทุกวิถีทาง ทั้งเปย์หนัก ๆ และปรนเปรอให้ผู้หญิงคนนั้นรักเขาอย่างหัวปักหัวปำ มีแค่นี้จริง ๆ หาได้มีอารมณ์อื่นมาสั่นคลอน เนื้อเรื่องส่วนอื่นที่เป็นปมดราม่า ปมอาชีพในเส้นทางสีเทามันบางเบายิ่งกว่าขนนกซะอีก ฟิ้วววว…

ขายความแซบแบบเต็มร้อย

เนื้อหาเน้นหนักและตั้งหน้าตั้งตาขายไปที่ความแซบซ่าน วาบหวิว ดุเดือดเผ็ดร้อนของการบรรเลงเพลงรักระหว่างพระเอก นางเอก ถ้าเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วก็ 90% ของเรื่องเทไปทางนั้น ขายจริงจังโดยมีเป้าสายตาไปที่ทรวดทรงองเอวของพระเอกมากกว่านางเอกซะอีก เป็นอีโรติกติดเรตที่มุมกล้องปลอดภัยแต่ไม่ต้องเปลืองจินตนาการกันเลยเชียว (ก็มันเห็นอยู่โต้ง ๆ ) บวกกับเพลงประกอบในช่วงนั้นยิ่งฮาร์ดเซลเข้าไปอีก

อยากได้เนื้อหาอะไรมากกว่านี้ไม่ต้องหาค่ะ ถามหาเหตุผลไม่ต้องถาม เพราะจะไม่มีวันหาเจอ เขามาขายอาหารจานร้อนล้วน ๆ หนังไม่ได้เล่าเนื้อหาส่วนอื่นให้เราดูมากมายนัก (แต่ก็แอบเล่าอยู่บาง ๆ ) พอตอนจบทำเอางงอีกว่าตกลงมันยังไง? แปลว่าอย่างนี้ใช่ไหม? เป็นตอนจบที่เดาได้แบบห้วน ๆ ซะด้วยสิ คิดว่าอาจจะมีภาค 2 ภาค 3 ตามแบบในหนังสือรึเปล่า อันนี้เดาเอาเองจริง ๆ

ล่าสุดได้คะแนนโหวตจากเว็บ IMDB ไปแค่ 3.8% เท่านั้นเอง แต่….ใครเป็นสายแซบ แล้วไม่คิดว่าจะต้องการสาระอะไรจากเรื่องนี้นักหรอก เขาขายความแซบก็จะมาซื้อความแซบไปกินสักมื้อเท่านั้นละ เรื่องนี้ก็ตอบโจทย์สายเผ็ดเต็มเหนี่ยวเลยละจ้ะ เผ็ดปากเจ่อสมใจแน่นอน หนังมีความยาว 1 ชม. 56 นาที นะคะ ช่วงที่เผ็ดที่สุดอยู่ใน 1 ชั่วโมงเป็นต้นไป


บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วน

โดยในเรื่องพระเอก มาซีโม่ เขาเป็นมาเฟียที่ต้องมารับช่วงต่อธุรกิจมืดของพ่อที่ตายไป ในตอนที่พ่อของเขาตายตัวมาซีโม่เองก็โดนยิงด้วยเหมือนกัน ในขณะที่กำลังพูดคุยเรื่องธุรกิจมืดอยู่ และก่อนหน้านั้นมาเฟียมาซีโม่ก็ได้ส่องกล้องทางไกล

ไปเจอนางเอก เขารู้สึกชอบเธอมาก เพราะความสวยของเธองดงามจนเจ้ามาเฟียตกหลุมรักเข้าอย่างจัง ช่วงที่มาซีโม่กับพ่อถูกยิง คือกระสุนทะลุหน้าอกทั้งสองคนเลย แต่ก่อนที่พระเอกจะสลบไป เขาก็ได้เห็นภาพที่ปรากฏบนหน้าของเขาคือลอร่า นางเอกที่เขาส่องกล้องทางไกลเห็นเธอครั้งแรก หลังจากนั้นภาพก็ตัดไป ต่อมาหลังจากที่มาซีโม่ รอดเหตุการณ์ครั้งนั้นมาอย่างปาฏิหาริย์ ส่วนทางด้านมาเฟียมาซีโม่ก็เอาแต่พร่ำเพ้อถึง ลอร่า ทุกช่วงเวลา เช้า กลางวัน เย็น และก่อนนอน

คล้ายว่าเขาแอบชอบเธอมาก ๆ และเขาพยายามตามหานางเอกว่าเธอนั้นอยู่ที่ไหน หายังไงก็หาไม่เจอ จนเวลาล่วงเลยไปประมาณห้าปี เหมือนพรหมลิขิตที่ทำให้มาซีโม่ได้มาเจอกับ ลอร่าอีกครั้ง ตอนเธอมาเที่ยวที่ประเทศอิตาลี เพื่อฉลองวันเกิดของตนเองและแฟนของเธอ เจ้ามาเฟียก็รู้สึกว่ามันแปลกมาก ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแล้วนะที่ได้มาเจอกันอีกครั้ง ยิ่งได้เห็นใกล้ ๆ กับตาทำให้มาซีโม่ ยิ่งอยากได้เธอมาครอบครอง แล้วด้วยความที่ตนเองเป็นมาเฟียจีบดี ๆ ไม่เป็น ก็ทำการลักพาตัวนางเอกมานั่นเองในสไตล์มาเฟีย

เขาจับนางเอกมาอยู่ด้วยและตั้งกฏกติกาเกมบางอย่างให้เธอเล่นว่าการที่เขาจับตัวเธอมาเนี้ย ภายในเวลา 365 วัน เขาจะทำให้ลอร่ารักเขาให้ได้ แต่ถ้าภายในเวลาหนึ่งปีเธอไม่รักมาซีโม่เลย
เขาจะปล่อยตัวเธอกลับไป โดยที่พระเอกจะไม่แตะต้องนางเอกเลยแม้แต่นิดเดียว ถ้าเธอไม่ยินยอมหรืออยากได้เขาเอง
ซึ่งในช่วงตอนแรกนางเอกเธอก็พยายามจะหนีออกมาแต่ทางเจ้ามาเฟียมาซีโม่ก็ไม่ยอมและรั้งเธอไว้ ก็แหมใครจะปล่อยง่าย ๆ ล่ะครับ เขาตามหามานาน อิอิ

ความรู้สึกหลังดูจบ –

ความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้คือ ฉากโซเดมาคอมกันของพระเอกนางเอก ที่ค่อนข้าง ดิบ โหด สไตล์ของพระเอกที่เป็นมาเฟีย ซึ่งทำออกมาได้เหมาะสมมาก ไม่แปลกใจว่าทำไมพระเอกของเรื่องนี้ถึงเป็นกระแสมาแรงมาก เพราะนางหล่อ คมเข้ม มีความเป็นอิตาลีแท้ เพราะว่าพระเอกเป็นคนประเทศอิตาลีจริง ๆ แล้วในเรื่องก็รับบทคนอิตาลีด้วยจึงทำให้เป็นตัวละครที่ค่อนข้างลงตัวเลยทีเดียว ส่วนนางเอกคือเซ็กซี่มาก ในเรื่องเป็นคนโปแลนด์ และตัวจริงก็เป็นคนโปแลนด์เหมือนกัน ผิวพรรณขาวผ่อง เป็นประกายมาก เรามองว่าสองคนนี้เคมีเข้ากัน

ส่วนภาพฉากโป๊เปลือยที่มีหลุดออกมาให้เห็นอยู่หลายช็อต เหมือนตั้งใจให้ภาพออกมาประมาณนี้ เราว่าบางซีนเซ็นเซอร์แค่นั้นก็เปิดเถอะนะ ฮ่าฮ่า เกือบจะเป็นหนังAV แล้วอีกนิสสส ><

ภาพยนตร์เผ็ดร้อน คะแนนความชอบส่วนตัวให้ : 8/10

แนว : โรแมนติก-ดราม่า-ภาพยนตร์ชีวิต

เวลาในการรับชม : 1 ชั่วโมง 54 นาที


365 DNI หนังสัญชาติโปแลนด์ที่ดัดแปลงมาจากวรรณกรรมในชื่อเดียวกัน ผลงานการประพันธ์ของ บลานก้า ลิพินสก้า นักเขียนสาวสุดแซ่บชนิดที่เราไปส่องอินสตาแกรมของนางแล้วต้องร้องว้าว นี่นักเขียนหรือนางแบบ!

เรื่องราวใน 365 DNI บอกเล่าถึง มัสซิโม (มิเชลล์ มอโรเน่) มาเฟียหนุ่ม รูปงาม เครา ดกกล้ามเป็นมัดราวกับ พระเจ้า ปั้นหุ่น เทพ มาให้ ขนาด ผู้ชาย ด้วยกันเองยังต้อง คารวะ แทบเท้า แต่ โชคชะตา เกิดพลิกผันระหว่างที่เขากำลังเดินทางไปสนามบินกับพ่อของตัวเอง มัสซิโม หลือบไปเห็นสาวงามอย่างเลาร่า (แอนนา มาเรีย ซีคลัคก้า) นักธุรกิจ สาวสุดแซ่บ เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อพ่อ ของ มัสซิโม ถูก ลอบสังหาร ต่อหน้าต่อตา ส่วนตัวเขาเองบาดเจ็บสาหัส ระหว่างที่ฟื้นตัวอยู่นั้นเลาร่าเป็นผู้หญิงในฝันของเขามาโดยตลอด

เวลาผ่านไปหนึ่งปีเมื่อมัสซิโมค้นหาที่อยู่ของเลาร่าพบ เขาจึงใช้วิธีการแบบแบดๆสไตล์มาเฟีย ด้วยการลักพาตัวเลาร่ามายังที่คฤหาสน์ ซะเลย เพื่อให้เธออยู่กับ เขา แบบใกล้ชิดสนิทแนบแน่น และยื่น ข้อเสนอ สุด แซ่บที่ว่า ผมจะให้โอกาสคุณตกหลุมรักผมให้ได้ภายใน 365 วัน!

จุดขายหลักๆของ หนัง เน้นเลยโดยเฉพาะฉากเข้า พระเข้านาง ของ พระเอก ที่แซ่บ ร้อนแรง ดุเดือด ดิบๆ ชนิดจัดหนักจัดเต็มไม่ประนีประนอม (พีคขนาดไหนแนะนำให้เปิดชมเอง เล่ามากเดี๋ยวจะไม่เซอร์ไพรส์) แต่ในขณะเดียวกัน ในด้านของบทภาพยนตร์จัดได้ว่าอ่อนปวกเปียกเข้า เกณฑ์นิยาย แนวฝัน กลางวัน ของ แม่บ้าน ผัวเบื่อ ไทป์ เดียวกับ Fifty Shades of Grey ซึ่งเน้นเรื่องโรแมนซ์ระหว่างตัวละครโดยไม่สนใจความสมจริงของฉากหลังใดๆ มุ่งเน้นความแฟนตาซีที่หาได้ยากเหลือเกินที่จะเกิดขึ้นในชีวิตจริง

ดังนั้น 365 DNI จึงเป็น หนังฆ่าเวลา อย่าง แท้ทรู ไม่มีเนื้อหา สาระ อันใด ที่ ชวนจับ ต้องได้ เรื่อง สิทธิสตรี หรือ โลกมาเฟียอิตาลีเป็นอย่างไร ไม่ต้องไปคิดเยอะ เพราะไม่มีให้คุณได้ใช้ขบคิดให้ เปลืองเซลล์ สมอง อย่างแน่นอน แต่ถ้าอยากดูดาราหน้าตาดีๆ หุ่นเซี๊ยะจนอยากจะตามไปฟอลโลว์อินสตาแกรมต่อ ฉากหลังที่งดงามจนอยากจะเก็บเงินบินไปเที่ยวตามรอยในหนัง และเพลงประกอบภาพยนตร์ชวนฝันหวาน หนังเรื่องนี้น่าจะเป็นคำตอบที่ดีสำหรับคุณ

365 DNI หนังอีโรติกสไตล์จำเลยรัก ความแซ่บใหม่ที่จะทำให้คุณเร่าร้อน

365 DNI ย้อนกลับไปสมัยที่ผู้เขียนยังเด็ก ละครทีวียุคนั้นจะมีช่วงสมัยหนึ่งที่พล็อตเรื่องจะเน้นหนักในส่วนของพระเอก จับนางเอกมาขัง แล้วทรมานเป็นทาสรับใช้ สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการรักกันอะไรทำนองนี้ ซึ่งเรื่องสไตล์นี้ที่นึกออกได้คือ จำเลยรัก ละครตบจูบในสมัยที่ อาพิศาล อัครเสรณี เป็นพระเอกของเรื่อง

พอมาถึงยุคที่หนัง Netflix กลายเป็นที่นิยม หนังที่มีพล็อตเรื่องสไตล์แบบจำเลยรัก ก็เริ่มมีให้เห็น และที่สำคัญเรื่องที่จะรีวิวนี้ ก็ดันเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงกันมากในหมู่คนดูผู้หญิงแบบปากต่อปาก อยากรู้ว่ามันดียังไง ก็เลยลองไปดู และนี่คือรีวิวของหนังเรื่องนี้ 365 DNI

เรื่องย่อ
เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อมาเฟียสุดเข้มนาม มัสซิโม ได้ปิ๊งรักกับสาว เลาร่า นักธุรกิจสาวพราวเสน่ห์ 1 ปีต่อมา มัสซิโม ตามหาตัวของเลาร่าจนพบและลักพาตัวเธอไปยังคฤหาสน์ของตน พร้อมกับยื่นข้อเสนอว่า “ให้โอกาสเธอตกหลุมรักเขาภายในระยะเวลา 365 วัน โดยที่เขานั้นจะไม่ยอมแตะต้องตัวเธอเลย แต่มีข้อแม้ว่าห้ามให้เธอยั่วเขาเด็ดขาด” เรื่องราวของเขาและเธอจึงได้เริ่มต้นขึ้น พร้อมกับข้อสงสัยว่า นี่คือความรัก หรือการกักขังหน่วงเหนี่ยวกันแน่?

ฉากเลิฟซีนสุดร้อนแรงระดับพริก 100 เม็ด
หนังเรื่องนี้สร้างขึ้นมาจากนิยายรักอีโรติกสัญชาติโปแลนด์ ซึ่งมีทั้งหมด 3 เล่ม ภายในตัวหนังจะเน้นหนักไปในฉากเลิฟซีนของตัวพระนางเสียเป็นส่วนใหญ่ จัดหนักจัดเต็มไม่มีกั๊กใดๆ รวมไปถึงยังได้เห็นบรรยากาศฉากต่างๆ ของหนังที่หาโลเคชั่นได้สวยงามมากๆ ส่วนในด้านของเรื่องราวเหมือนจะให้เราได้เข้าใจเพียงแค่  ดูหนังออนไลน์ พระเอกและนางเอกนั้นเป็นใคร และมีที่มาที่ไปอย่างไรเพียงแค่นั้น หลังจากนี้ ก็เป็นฉากเลิฟซีนล้วนๆ

นักแสดงชายหญิงหน้าใหม่ ไม่คุ้นหน้าคุ้นตา
มันเป็นหนังสัญชาติโปแลนด์เรื่องของนักแสดงต้องบอกเลยว่า ผู้ชมอย่างเราแทบจะไม่รู้จักใครเลยสักคนโดยเฉพาะตัวละครเอกชายและหญิงอย่าง Michele Morrone นักแสดงชาวอิตาเลี่ยน ที่กลายเป็นจุดสนใจของเหล่าสาว ๆ ทั้งโลก จากการแสดงครั้งนี้ และ Anna Maria Sieklucka นักแสดงสาวชาวโปแลนด์ที่หน้าใหม่มาก ๆ ซึ่งโดยรวมการแสดงถือว่าทำออกมาได้ค่อนข้างโอเคระดับหนึ่ง

บทหนังไม่เน้น เน้นเลิฟซีน

อันที่จริง ถ้าเราไม่นับฉากเลิฟซีนระดับ 20+ มันสมควรที่จะใส่เนื้อหาดราม่าเข้มข้น หรือเรื่องราวต่าง ๆ ของตัวละครทั้งสองคนนี้ได้อีกเยอะเลยทีเดียว จากความเห็นส่วนตัวหลังจากที่ได้ดูมาแล้ว ตัวหนังมันยังขาดมิติในการเล่าเรื่อง และความไม่สมเหตุสมผลของตัวละครเป็นอย่างมาก ทำให้ตัดเรื่องฉากโจ๊ะกันของพระนาง หนังเรื่องนี้ดูจืดสนิทและไม่มีจุดที่ให้ดูต่อเลย

มันอาจจะคุ้มค่าสำหรับผู้ชมที่ชอบความล่ำและการแสดงอันดุดันของนักแสดงชาย รวมไปถึงฉากเลิฟซีนที่ดุเดือด แต่สำหรับผู้เขียนแล้ว โดยส่วนตัวมันยังมีอีกหลายอย่างที่สามารถเพิ่มหรือปรับแต่งให้มันน่าสนใจได้กว่านี้ อย่างไรก็ตาม หากใครที่อยากได้หนังที่เป็นพล็อตเรื่องแบบจำเลยรัก หรือฉากเลิฟซีนเข้มข้น เรื่องนี้ถือว่าถึงอกถึงใจคุณแน่นอน สามารถไปชมกันได้แล้ววันนี้บน Netflix

เมื่อหนังเรื่องนี้ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในโลกออนไลน์ การจะเปิดดูก็ไม่ใช่เรื่องยาก แถมยังมีอีกหลายแฟนเพจเฟซบุ๊กที่รีวิวไว้ว่าหนังเรื่องนี้เหมาะกับคนที่ชื่นชอบความอีโรติก ยังไงก็ต้องไปตามดู ยิ่งกระตุ้นต่อมความอยากรู้อยากเห็น แต่หลายคนที่ดูแล้วอาจจะไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับพล็อตเรื่องแนวนี้ อาจเป็นเพราะพล็อตละครไทยนั้นก็เคยมีการนำเสนอมาบ้าง

365 DNI หรือ 365 วัน เป็นเรื่องราวของมาเฟียหนุ่ม มัสซิโม่ (มิคาเอล มอร์โรน) ที่เกือบต้องเสียชีวิตเพราะมีมือดีลอบสังหารพ่อของเขา และกระสุนทะลุโดนตัว ก่อนหมดสติมาเฟียหนุ่มได้เห็นภาพของผู้หญิงคนหนึ่ง และเมื่อฟื้นขึ้นมาก็เห็นแต่ภาพของผู้หญิงคนนั้น จึงได้ทำการออกตามหาแม้จะไม่รู้ว่าเป็นใคร

เมื่อเวลาผ่านไปสาวงามอย่าง เลาร่า (อันนา มาเรีย เช็กลุซกา) ได้มาเที่ยวฉลองวันเกิดกับแฟนหนุ่ม และพบเข้ากับ มัสซิโม่ เป็นต้นเหตุให้ชายหนุ่มจับตัวมา และเอ่ยประโยคเด็ดว่า “ผมจะให้โอกาสคุณตกหลุมรักผมภายใน 365 วัน โดยที่ 1 ปี นี้ผมจะไม่ทำอะไรคุณ จนกว่าคุณจะอ่ยปากขอ”

จุดขายหลักของเรื่องนี้ไม่พ้นฉากล่อแหลม ที่แซ่บ ร้อนแรง ชนิดที่ว่าจัดหนักจัดเต็มไม่มีประนีประนอม แต่ในขณะเดียวกันถ้าย้อนกลับไปตั้งแต่ตอนแรกก่อนการกดเล่นหนังเรื่องนี้ ได้มีคำเตือนขึ้นตั้งแต่ตอนต้นแล้วว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้เหมาะสมกับบุคคลที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป มีการใช้ภาษาที่ไม่เหมาะสม, ความรุนแรง, เรื่องเพศ, ภาพอนาจาร, และการใช้สารเสพติด นั่นหมายความว่าถ้าใครที่ตัดสินใจว่าจะดูก็ต้องรู้ว่าต้องใช้วิจารณญาณในการรับชม

ถึงแม้ว่าสถานการณ์ทางโซเชียล ณ ตอนนี้ จะมีหลายคนออกมาเรียกร้องถึงเรื่องการถูกคุกคามทางเพศ หรือ Sexual Harassment และหลายส่วนมองว่าการกระทำของพระเอกในเรื่องก็มีการกระทำที่เข้าข่าย จึงเกิดเป็นสองความเห็นที่ต่างกัน ในทางเดียวกันถ้ามองว่าเป็นเพียงแค่บทละครหรือบทนิยาย การกระทำทั้งหมดของพระเอกนั้นก็เป็นเพียงแค่หนึ่งบทบาทที่เสริมให้เรื่องดำเนินต่อไปได้

ในขณะเดียวกัน ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับตนเองในชีวิตจริง ก็จะเป็นหนึ่งในคำถามที่จะต้องหาคำตอบว่า การกระทำของพระเอกในเรื่องนั้นสมควรไหม การบังคับข่มขู่ให้ฝ่ายหญิงจำยอมเป็นเรื่องที่ควรกระทำหรือเปล่า เพราะไม่ว่าจะเป็นการสมยอมในภายหลัง แต่จุดเริ่มต้นของการลงเอยด้วยความรัแบบในหนังก็มาจากการบังคับข่มขู่

ด้วยเนื้อหาที่ต้องการจะสื่อสารว่า ความรักคือการเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นคนใหม่ของพระเอก ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังที่มีความน้ำเน่าสูงไปโดยปริยาย บวกกับเป็นเนื้อหาที่ไม่ต้องมีการวิเคราะห์มากมาย และเต็มไปด้วยฉาก 18+ ตลอดความยาว 2 ชั่วโมง ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นข้อถกเถียงในโซเชียลมีเดียอย่างหลากหลาย

อย่างไรก็ตามหนังเรื่อง 365 วัน ได้กลายมาเป็นผลงานแจ้งเกิดของมาเฟียรูปหล่อ หุ่นล่ำอย่าง มิคาเอล มอร์โรน และ อันนา มาเรีย เช็กลุซกา นางเอกหน้าสวย

แอบกระซิบว่าที่ได้ชมกันไปนั้น เป็นเพียงแค่ภาคแรกเท่านั้น เพราะในส่วนของนิยายนั้นมีทั้งหมด 3 ภาค ด้วยกัน เนื้อหาบางส่วนก็ยังไม่ได้รับการเปิดเผย แต่เพราะการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19 ทำให้การเปิดกล้องในช่วงนี้นั้นต้องถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด