วัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทย

วัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทย (ข้อมูล ณ วันที่ 2 มีนาคม 2564) มี 2 ชนิดคือ

  1. วัคซีนป้องกันโควิด-19 แอสตร้าเซนเนกา (COVID-19 Vaccine AstraZeneca) เป็นวัคซีนแบบ Viral Vector  ฉีดในผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ฉีดเข้ากล้ามครั้งละ 0.5 มิลลิลิตร (แนะนำให้ฉีดบริเวณต้นแขน) โดยฉีดทั้งหมด 2 ครั้ง ครั้งที่ 2 ฉีดห่างจากครั้งแรก 4 – 12 สัปดาห์
  2. CoronaVac หรือ Sinovac COVID-19 vaccine เป็นวัคซีนเชื้อตาย (Inactivated Vaccine) ฉีดในผู้ที่มีอายุ 18 – 59 ปี โดยฉีดเข้ากล้ามเนื้อครั้งละ 0.5 มิลลิลิตร (แนะนำให้ฉีดบริเวณต้นแขน) โดยฉีดทั้งหมด 2 ครั้ง ครั้งที่ 2 ฉีดห่างจากครั้งแรก 2 – 4 สัปดาห์ (ผู้ที่อยู่บริเวณความเสี่ยงสูงหรือระบาดรุนแรงแนะนำให้ฉีดครั้งที่ 2 ห่างจากครั้งแรก 2 สัปดาห์)

***เมื่อฉีดวัคซีนทั้ง 2 ชนิดในครั้งแรกแล้ว ควรมารับวัคซีนครั้งที่ 2 ให้ครบถ้วนตามกำหนดเพื่อประสิทธิภาพที่ดีในการป้องกันโรค ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลประสิทธิภาพการฉีดวัคซีนครั้งที่ 1 และ 2 คนละชนิดกันได้ผลเป็นอย่างไร จึงยังไม่มีคำแนะนำในการสลับการฉีดคนละยี่ห้อ และยังไม่มีข้อมูลว่าควรฉีดกระตุ้นภูมิเมื่อใดหลังจากฉีดวัคซีนครบ 2 ครั้งแล้ว

แม่ท้องต้องรู้ทัน COVID-19

เป็นที่ทราบโดยทั่วกันถึงการระบาดของ ไวรัส COVID-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลก นับวันยิ่งพบผู้ติดเชื้อมากขึ้น โดยมีทั้งผู้ติดเชื้อที่แสดงอาการหลังติดเชื้อเพียงไม่กี่วัน กับผู้ที่ได้รับเชื้อแต่ไม่แสดงอาการ ซึ่งมีโอกาสส่งต่อเชื้อถึงผู้อื่นได้โดยไม่รู้ตัว ยิ่งถ้าผู้ป่วยมีโรคประจำตัว เช่น ความดัน เบาหวาน โรคระบบทางเดินหายใจ โรคมะเร็ง หรือโรคหัวใจและหลอดเลือด ยิ่งทำให้ความรุนแรงของโรคเพิ่มขึ้น สำหรับหญิงตั้งครรภ์หรือคุณแม่ท้องเป็นอีกกลุ่มที่ต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษเพื่อให้สุขภาพแข็งแรงจนถึงวันที่เจ้าตัวน้อยลืมตาดูโลก

แทงบอลออนไลน์

ป้องกัน COVID-19 อัพเดตวัคซีนในชีวิตประจำวัน

Corona virus vaccine update
โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) เกิดจากการติดเชื้อไวรัส Severe Acute Respiratory Syndrome corona virus 2 (SARS-CoV-2) ปัจจุบันได้รับการประกาศจาก
องค์การอนามัยโลกให้เป็นโรคระบาดทั่วโลก โดยอาการและอาการแสดงมีหลากหลายตั้งแต่ไม่มีอาการไปจนถึงก่อให้เกิดความผิดปกติของระบบอวัยวะหลายระบบ โดยอาการและอาการแสดงทางระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ สามารถพบได้บ่อยที่สุด การติดต่อของโรคส่วนหนึ่งเกิดจากการสัมผัสเชื้อที่ปนเปื้อนอยู่ในสิ่งแวดล้อม
อย่างไรก็ตามในการพัฒนาวัคซีนชนิดใหม่โดยทั่วไปอย่างเร็วจะใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2-3 ปี จึงวางจำหน่ายได้ เนื่องจากต้องผ่านการทดสอบด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยก่อน
โดยทั่วไป การพัฒนาวัคซีนจะต้องผ่านการศึกษาในระยะดังต่อไปนี้
ขั้นตอนที่หนึ่ง การศึกษาวิจัยในห้องปฏิบัติการและการทดลองในสัตว์: ขั้นตอนการทดสอบบุกเบิก
1) การทดลองก่อนการทดลองในคน (Pre-Clinical Stage)
– เป็นการทดลองกับเนื้อเยื่อ เซลล์ หรือสัตว์ เป็นต้น
2) คำขอทำการวิจัยยาใหม่ (IND Application)
ขั้นตอนที่สอง การทดลองในมนุษย์
1) ระยะที่ 1 ของการทดสอบวัคซีน (Phase I)
– โดยจะทดลองกับคนกลุ่มย่อยและต่อมาจะทดลองในคนกลุ่มใหญ่ขึ้น อ่านเพิ่มเติม